Posted in การศึกษา, ครอบครัว, สาระน่ารู้, family, Kid, Uncategorized

การมองเห็นของเด็กทารก

การทำหนังสือภาพสำหรับเด็ก จำเป็นต้องเข้าใจความสามารถของเด็กในแต่ละช่วงวัย  เพราะหากเราไม่เข้าใจเด็ก เราก็จะไม่สามารถทำหนังสือภาพที่เหมาะกับเขาได้   ซึ่งในตอนที่พี่นำบุญศึกษาเกี่ยวกับการสร้างชุดหนังสือสำหรับเด็กวัยแรกเกิด – 3 ปี  พี่นำบุญได้ค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับ “ความสามารถในการรับรู้ภาพ” ของเด็กทารก (พูดง่าย ๆ คือ ดวงตาของเด็กทารก มองเห็นและเข้าใจภาพได้มากน้อยแค่ไหน)  โดยพี่นำบุญได้แปลบทความงานวิจัยมาจากเอกสารต่างประเทศเอาไว้  จึงขอนำมาแบ่งปัน ดังนี้

70590332_10211267269595868_4076895292232826880_n

การมองเห็นของเด็กทารก

Robert L. Fantz (1963) ได้ศึกษาเรื่อง ความสามารถในการรับรู้ภาพของเด็กวัยแรกเกิด (Pattern Vision in Newborn Infants) ซึ่งแต่เดิมมีความเชื่อว่า ในช่วงสัปดาห์แรก ๆ หรือเดือนแรก ๆ ของชีวิต เด็กยังไม่มีความสามารถในการรับรู้ภาพ เพราะการรับรู้ภาพต้องเกิดจากการเรียนรู้ หรือ ต้องอาศัยความพร้อมของสายตาและสมองที่มีพัฒนาการอย่างเพียงพอ หรือทั้งสองปัจจัยประกอบกัน

baby-1332209_960_720

แต่ความเข้าใจนี้ถูกลบล้างด้วยผลการทดลองเกี่ยวกับความสามารถในการรับรู้ภาพของเด็กทารกวัย 2 – 6 เดือน โดยผู้ที่ทำการวิจัยได้นำแผ่นภาพจำนวนหนึ่งที่มีลวดลายและสีสันต่าง ๆ มาใช้ในการทดสอบเด็กจำนวน 25 คน ซึ่ง ผลจากการทดลองพบว่า ในช่วงเดือนแรก ๆ ของชีวิต เด็กมีความสามารถในการรับรู้ภาพที่ดีพอสมควร คือเด็กสามารถแยกแยะลวดลายริ้ว ๆ ขนาด 1/8 นิ้ว ที่ระยะห่าง 10 นิ้วได้ นอกจากนี้ เด็กยังมีความสนใจมองภาพที่มีลักษณะเป็นลวดลายมากกว่าการภาพสีพื้นที่ไม่มีลวดลาย ไม่เพียงเท่านี้ เด็กยังสามารถแยกแยะความแตกต่างของลวดลายได้ และแสดงความสนใจต่อลวดลายที่มีลักษณะคล้ายใบหน้าคนมากที่สุด

baby-2635037_960_720

จากผลการทดลองดังกล่าว Robert L. Fantz ได้ทำการศึกษาครั้งใหม่ โดยมุ่งศึกษาว่า หากทำการทดลองในลักษณะเดิมกับเด็กทารกวัยแรกเกิด (newborn Infants) แทนที่จะเป็นเด็กทารกวัย 2 – 6 เดือน ผลที่ได้จากการทดลองจะเป็นอย่างไร

0

ในการศึกษาครั้งนี้ กลุ่มตัวอย่าง คือ เด็กทารกจำนวน 18 คน ที่มีอายุตั้งแต่ 10 ชั่วโมง – 5 วัน (คัดเลือกจากการความสามารถของเด็กในการลืมตาได้นานพอที่จะมองชุดของภาพเป้าหมาย (Target) จำนวน 6 ภาพ อย่างน้อย 2 ครั้ง) โดยระยะเวลาในการจับจ้องไปยังภาพเป้าหมายแต่ละภาพจะถูกสังเกตผ่านรูขนาดเล็กรูหนึ่งที่เพดานด้านบนของอุโมงค์ทดสอบการมองเห็น และจับเวลาด้วยนาฬิกาจับเวลา การจับเวลาจะเริ่มต้นทันทีที่ตาของเด็กทารกข้างใดข้างหนึ่งมองตรงไปที่ภาพเป้าหมาย และหยุดจับเวลาเมื่อเด็กมองไปทางอื่นหรือหลับตา

portrait-3258419_960_720

ภาพเป้าหมายทั้ง 6 ภาพจะถูกนำเสนอให้เด็กแต่ละคนได้เห็นด้วยการสุ่ม โดยนำเสนอชุดภาพซ้ำ 8 ครั้ง (หากเป็นไปได้)  ครั้งที่สมบูรณ์แบบเท่านั้นที่จะถูกรวมเข้าไปในการคำนวณเปอร์เซ็นต์ในการจับจ้องมองภาพเป้าหมายแต่ละภาพ ภาพเป้าหมายแต่ละภาพมีลักษณะเป็นแผ่นวงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้ว และมีพื้นผิวไม่มัน แผ่นวงกลม 3 ชิ้นใน 6 ชิ้น มีลวดลายขาวดำที่แตกต่างกัน ได้แก่ ลายหน้าคน (schematic face) ลายวงกลม (Concentric circles) และ ลายหนังสือพิมพ์ (a section of newspaper containing print 1/16 to ¼ inch high) อีกสามชิ้นเป็นแผ่นวงกลมที่ไม่มีลวดลาย แต่มีลักษณะเป็นสีพื้น ได้แก่ สีขาว, สีเหลืองเรืองแสง ( fluorescent yellow) และสีแดงเข้ม ความสะท้อนแสงหรือส่องสว่างเรียงลำดับจากมากไปน้อยได้ดังนี้คือ สีเหลือง, สีขาว, ลายหนังสือพิมพ์, ลายหน้าคน, ลายวงกลม, สีแดง ซึ่งในการทดลอง แผ่นภาพเป้าหมาย (ทั้งที่มีลวดลายและที่เป็นสีพื้น) จะถูกสอดเข้าไปในช่องสี่เหลี่ยมที่ผนังด้านบนของอุโมงค์ทดสอบการรับรู้ภาพ เพื่อให้เด็กทารกได้เห็น โดยในอุโมงค์จะมีการหุ้มผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงิน เพื่อให้พื้นหลังมีความตัดกันกับแผ่นภาพเป้าหมาย และช่วยกระจายการสะท้อนแสงจากหลอดไฟที่อยู่ข้างศีรษะเด็ก โดยเด็กจะนอนอยู่บนเปลเล็ก ๆ และถูกตรึงให้หันหน้ามองไปทางด้านบนในตำแหน่งของภาพเป้าหมายโดยมีระยะห่างระหว่างเด็กกับภาพราว 1 ฟุต

1-s2.0-S0892036212001225-gr1

 

ผลจากทดลองแสดงให้เห็นว่า เด็กทารกวัยแรกเกิดมีความสนใจในการมองภาพลวดลายมากเป็น 2 เท่าของการมองภาพสีพื้น โดยเด็กทารกวัยแรกมีการตอบสนองต่อภาพเป้าหมายทั้ง 6 ภาพแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งผลการทดลองในเด็กทารกวัยแรกเกิดที่มีอายุน้อยกว่า 2 วันและมากกว่า 2 วันไม่มีความแตกต่างกัน และมีความคล้ายคลึงกันกับเด็กทารกวัย 2-5 เดือนจากการทดลองก่อนหน้านี้ ภาพที่เด็กจับจ้องนานที่สุดคือภาพลายหน้าคน รองลงมาคือภาพลายวงกลม ตามมาด้วยภาพลายหนังสือพิมพ์ ส่วนแผ่นภาพเป้าหมายที่มีลักษณะเป็นสีพื้นไม่ได้รับความสนใจจากเด็ก ๆ

Illustration-of-early-methods-used-to-examine-eye-movement-behavior-in-infants-This_Q320

ในการทดลองครั้งนี้ พบว่าเด็กทารกแรกเกิด 3 คนที่มีอายุน้อยกว่า 24 ชั่วโมงสามารถอยู่ในกระบวนการทดสอบได้อย่างสมบูรณ์พอที่จะชี้ให้เห็นถึงการตอบสนองที่คงเส้นคงวา โดยเด็กคนหนึ่งจับจ้องนานที่สุดกับภาพลายหน้าคนจำนวน 7 ใน 8 ครั้งที่มีการแสดงภาพ และเด็กอีกคนหนึ่งจับจ้องนานที่สุดกับภาพลายตาวัว (Bull’s-eye) จำนวน 3 ใน 6 ครั้งที่มีการแสดงภาพ ส่วนเด็กที่มีอายุ 10 ชั่วโมงจับจ้องนานที่สุดกับภาพลายหน้าคนจำนวน 3 ใน 8 ครั้งที่มีการแสดงภาพ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า การตอบสนองต่อภาพที่ได้เห็นมีความสัมพันธ์กับลวดลายมากกว่าสีหรือการสะท้อนแสง (ซึ่งก่อนหน้านี้มีความเชื่อว่า สีและการสะท้อนแสงเป็นสิ่งเร้าที่สำคัญในการรับรู้ภาพ) แต่ผลที่เกิดขึ้น ไม่สามารถใช้อ้างอิงได้ว่า การที่เด็กสนใจและจับจ้องภาพใบหน้าคนเกิดขึ้นจากสัญชาตญาณที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด รวมทั้งการที่เด็กสนใจมองภาพลวดลายบางภาพก็ไม่ได้แปลว่าเด็กชอบลวดลายนั้น ๆ มากที่สุด เพราะอาจมีลวดลายอื่น ๆ ที่ดึงดูดความสนใจของเด็กได้มากกว่า

การที่เด็กทารกอายุต่ำกว่า 5 วันมองกระดาษที่มีลวดลายขาวดำมากกว่ากระดาษสีพื้น ทำให้การศึกษาครั้งนี้ได้ข้อสรุปอย่างชัดเจนว่า เด็กทารกมีความสามารถที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดในการรับรู้เกี่ยวกับรูปทรง (Form)


people-1839564_960_720

พี่นำบุญขออนุญาตเพิ่มเติมข้อมูลเล็กน้อย ดังนี้ คือในเรื่องดวงตาของเด็กทารกกับการรับรู้ภาพนั้น  มีนักวิชาการกล่าวว่า ดวงตาของเด็กทารกยังพัฒนาไม่เต็มที่เหมือนตาผู้ใหญ่  ภาพที่เหมาะกับเด็กทารก จึงควรมีสีของภาพและพื้นตัดกันฃชัดเจน เช่น สีดำกับขาว  ดำกับแดง   ด้วยเหตุนี้  สำนักพิมพ์ที่ทำหนังสือหรือสื่อสำหรับเด็กทารก จึงมักใช้ภาพที่มีสีตัดกันนั่นเอง

61c-wB4bUuL._SL1200_

 

Author:

I am a writer and storyteller in Thailand. I wrote 416 stories in 17 year. welcome to my lovely world.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.