Posted in การศึกษา, ครอบครัว, นิทาน, เด็ก, เรื่องสั้น, family, Kid

ความลับของวัวจอมพลัง

“โคนันทวิศาล” เป็นนิทานเก่าแก่ที่คนสมัยก่อนรู้จักเป็นอย่างดี  วันหนึ่ง พี่นำบุญนึกสนุกอยากท้าทายตัวเอง จึงลองแต่งนิทานเรื่อง “โคนันทวิศาล ภาค2” หรือมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “ความลับของวัวจอมพลัง” เพื่อเล่าเหตุการณ์ต่อจากโคนันทวิศาลภาคแรก  การแต่งนิทานภาค 2 ให้ต่อเนื่องจากภาคแรกไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และมันก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก เมื่อพี่นำบุญท้าทายตัวเองด้วยการนำ “แก่นเรื่อง” ของนิทานภาคแรกมาเป็น “แก่นเรื่อง” ของนิทานภาค 2 ด้วย  แต่ในที่สุด พี่นำบุญก็แต่งนิทานเรื่องโคนันทวิศาล ภาค 2 ได้สำเร็จ พี่นำบุญหวังว่าเด็ก ๆ จะชอบนิทานเรื่องนี้นะครับ  ส่วนใครที่อ่านนิทานเรื่องนี้แล้วจะนำไปเขียนบันทึกการอ่านส่งคุณครูก็นำไปเขียนได้เลยนะครับ  เชื่อว่าไม่ยากครับ

นิทานเรื่อง ความลับของวัวจอมพลัง

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว  มีชาวนาผู้ยากจนคนหนึ่ง เป็นเจ้าของวัวจอมพลังซึ่งมีนามว่า ‘โคนันทวิศาล’

74389958_146938896707254_2776390568077426688_n

ครั้งหนึ่ง  โคนันทวิศาลเคยช่วยเจ้านายของมันด้วยการลากเกวียนที่หนักอึ้ง จนทำให้เจ้านายของมันได้รับรางวัลจากเศรษฐี  ซึ่งหลังจากนั้น  เรื่องราวของโคนันทวิศาลก็ได้รับการเล่าขานไปทั่วทุกสารทิศ

เมื่อพระราชาทราบข่าว  พระองค์จึงทรงอยากรู้ถึงวิธีที่ชาวนาใช้เลี้ยงดูโคนันทวิศาล จนทำให้มันมีพลังผิดแผกไปจากวัวของชาวบ้านทั่ว ๆ ไป   แต่เมื่อพระองค์ทรงได้ฟังชาวนาชี้แจงว่า  เขาเลี้ยงโคนันทวิศาลด้วยหญ้าฟางและถ้อยคำอันอ่อนหวาน!  พระราชาก็เกิดความคลางแคลงสงสัย

โดยคิดว่าชาวนาอาจจะมีสติไม่สมประกอบ  แต่เพื่อให้เรื่องทั้งหมดกระจ่างขึ้น พระราชาจึงสั่งให้ทหารเตรียมเกวียนบรรทุกของหนักเช่นเดียวกับข่าวที่พระองค์ได้ฟังมา  แล้วให้ชาวนานำโคนันท-วิศาลมาทดลองลากเกวียนอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ความจริงให้พระองค์เห็นประจักษ์

ชาวนามิได้กังวลต่อการทดสอบของพระราชาเลยแม้แต่น้อย  เพราะชาวนารู้ดีว่า หากเขาต้องการให้โคนันทวิศาลช่วยลากเกวียนที่หนักแสนหนักอีกครั้ง  เขาก็เพียงขอร้องเจ้าวัวจอมพลังด้วยถ้อยคำที่อ่อนหวาน  โคนันทวิศาลก็จะออกแรงลากกองเกวียนให้เคลื่อนที่ไปได้โดยไม่มีปัญหา

เย็นวันนั้น  ชาวนานำหญ้าสด ๆ และฟางกรอบ ๆ ไปเลี้ยงวัวจอมพลังของเขามากเป็นพิเศษ   และหลังจากที่มันกินอาหารจนพุงกางแล้ว  ชาวนาก็บอกให้โคนันทวิศาลเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการลากเกวียนต่อหน้าพระพักตร์  ซึ่งโคนันทวิศาลเองก็น้อมรับและตั้งใจที่จะแสดงความสามารถอย่างเต็มที่

เช้าวันรุ่งขึ้น  ชาวนาพาโคนันทวิศาลตรงไปยังลานหน้าพระราชวังตามที่ได้นัดหมายเอาไว้ เขามองกองเกวียนที่บรรทุกสัมภาระจนเต็มปรี่โดยไม่รู้สึกสะทกสะท้านแต่อย่างใด  แต่ในขณะ-เดียวกัน  โคนันทวิศาลกลับไม่มีความมั่นใจ  เนื่องจากมันกินหญ้าและฟางเกินขนาดจนท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด

ครั้นเมื่อถึงเวลาที่โคนันทวิศาลจะต้องลากเกวียนทั้งหมดเพื่อแสดงพลังให้พระราชาทอดพระเนตร  เจ้าวัวเคราะห์ร้ายก็เกิดปวดท้องจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว ซึ่งทำให้มันได้แต่ยืนนิ่ง ๆ  และพยายามอั้นไม่ให้ตัวเองเผลอปล่อยอะไรปู้ดป้าดออกมาต่อหน้าพระราชาผู้พึงเคารพ

ฝ่ายพระราชาซึ่งทนดูเจ้าวัวยืนเฉย ๆ อยู่พักใหญ่  ในที่สุด พระองค์ก็ทรงตะโกนเตือนชาว-นาว่า  หากวัวของชาวนาไม่สามารถลากเกวียนได้ดั่งคำเล่าลือ  เห็นทีที่พระองค์จะต้องสั่งให้ทหารโบยตีชาวนาโทษฐานกุเรื่องโกหกจนผู้คนเข้าใจไขว้เขวกันไปทั่ว

เมื่อชาวนาได้ฟังดังนั้น  เขาจึงรีบตรงเข้าไปหาโคนันทวิศาล  แล้วเอ่ยปากขอร้องวัวของเขา ให้ช่วยออกแรงลากเกวียนเพื่อพิสูจน์พละกำลังให้พระราชาได้ทรงเห็น

แม้ว่าโคนันทวิศาลจะต้องการทำตามคำขอร้องของเจ้านายผู้น่าสงสาร แต่มันเองก็รู้ตัวดีว่า ความปั่นป่วนในท้องของมันวิกฤตเกินกว่าที่มันจะสามารถเบ่งพลังใดใดออกมาเพื่อลากกองเกวียนให้เคลื่อนที่ไปได้   อย่างไรก็ตาม  โคนันทวิศาลเองก็ไม่อยากที่จะให้เจ้านายของมันต้องถูกลงโทษ  ดังนั้น โคนันทวิศาลจึงรวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มีอยู่ เพื่อคิดหาวิธีช่วยเหลือเจ้านายของมันให้จงได้

เจ้าวัวจอมพลังพยายามใช้ความคิดอย่างหนัก   มันคิด…คิด…แล้วก็คิด   ในที่สุด  มันก็ค้นพบวิธีที่แสนวิเศษในการลากเกวียนให้เคลื่อนที่

วิธีของโคนันทวิศาลเป็นวิธีที่ชาวนาเคยใช้กับมันในการลากเกวียนเมื่อครั้งก่อน  กล่าวคือ  โคนันทวิศาลตัดสินใจเหลียวไปมองกองเกวียนที่อยู่เบื้องหลัง  แล้วเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจาก “เหล่าล้อเกวียน” ทั้งหลาย…ด้วยถ้อยคำที่สุภาพและนอบน้อมเป็นที่สุด

74389958_146938896707254_2776390568077426688_n

แน่นอน…ไม่มีใครไม่ชอบฟังถ้อยคำที่อ่อนหวาน  ดังนั้น เมื่อเหล่าล้อเกวียนได้ยินคำขอร้องที่แสนสุภาพ    ล้อเกวียนทุก ๆ ล้อจึงพร้อมใจกันหมุน  ซึ่งทำให้ดูราวกับว่า โคนันทวิศาลกำลังลากกองเกวียนทั้งหมดให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า ด้วยพละกำลังของมันแต่เพียงผู้เดียว

พระราชาผู้ไม่ทราบถึงความลับของโคนันทวิศาลทรงพอใจต่อสิ่งที่ได้เห็นมาก  ดังนั้น พระ-องค์จึงมอบรางวัลให้แก่ชาวนาในฐานะที่เลี้ยงดูวัวได้อย่างน่าอัศจรรย์   และก่อนที่ชาวนาจะพาวัวของเขากลับบ้าน      โคนันทวิศาลก็ไม่ลืมที่จะหันไปกล่าวขอบคุณเหล่าล้อเกวียนทั้งหลาย ที่ช่วยให้มันกับเจ้านายรอดพ้นจากเหตุการณ์คับขันในครั้งนี้

ในที่สุด  พลังของถ้อยคำที่สุภาพและอ่อนหวานก็ทำให้เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นมาอีกครั้ง

Author:

I am a writer and storyteller in Thailand. I wrote 416 stories in 17 year. welcome to my lovely world.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.