Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก, Uncategorized

นิทานธรรมะก่อนนอน : พรเทวดา

สมัยที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) ได้เข้าวัดครั้งแรก ๆ  ผมเห็นป้ายเขียนที่หน้าวัดว่า “อย่าเห็นแก่ตัว”   ตอนนั้น ผมยอมรับว่า “ไม่เข้าใจความหมายมากนัก”  คิดแค่ว่า คงเป็นคำเตือนใจว่ามาอยู่วัด “อย่าเห็นแก่ตัว ให้ช่วยเหลืองานคนอื่น ๆ ด้วย”  แต่หลังจากที่ผมได้ฝึกเจริญสติอยู่นานพอสมควร (เป็นปี)  ความเข้าใจในความหมายของคำว่า “อย่าเห็นแก่ตัว” ก็ชัดเจนขึ้น  เพราะเมื่อเรามองเห็นกิเลสในใจของเราเอง ซึ่งมีทั้งความโลภ ความโกรธ ความหลง  เราจึงเข้าใจว่า  กิเลสเหล่านี้แหละ ที่เราต้องมีสติรู้เท่าทัน และ “อย่าเห็นแก่ตัว” ทำทุกอย่างตามใจกิเลสของเรา  หลังจากเข้าใจในเรื่องดังกล่าว  ผมจึงแต่งนิทานธรรมะก่อนนอน เรื่อง “พรเทวดา” เพื่อเตือนจิตสะกิดใจทุกๆคนครับ

นิทานเรื่อง พรเทวดา

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเมืองใหญ่เมืองหนึ่งเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยคนเห็นแก่ตัวและมีปัญหาต่าง ๆ มากมายเต็มไปหมด  แต่โชคยังดีที่เมืองแห่งนี้มีเทวดาคุ้มครองอยู่ เมื่อปัญหาสะสมมากจนยากจะสะสาง ชาวเมืองจึงพากันไปขอให้เทวดาช่วยเหลือ

แม้เทวดาจะมีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ชาวเมือง แต่ตลอดระยะเวลาที่เทวดาเฝ้ามองความเป็นไปของเมืองแห่งนี้ เทวดากลับไม่เคยเห็นชาวเมืองพยายามแก้ไขปัญหาด้วยกำลังของตัวเองเลย ด้วยเหตุนี้ แทนที่เทวดาจะใช้พรวิเศษปัดเป่าปัญหาต่าง ๆ ให้หายไปในชั่วพริบตา เทวดากลับเลือกใช้วิธีให้ชาวเมืองทั้งหมดขอพรได้เพียง 1 ข้อ โดยต้องระบุอย่างชัดเจนว่า อยากให้สิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

ทันทีที่ชาวเมืองได้ฟัง พวกเขาก็เสนอว่า อยากเปลี่ยนให้สินค้าต่าง ๆ มีราคาถูกลงมาก ๆ พอเหล่าพ่อค้าได้ฟัง พวกพ่อค้าก็รีบเสนอว่า อยากเปลี่ยนให้สินค้าต่าง ๆ มีราคาแพงขึ้นอีกมาก ๆ

ครั้นเมื่อคนที่ขับรถซึ่งเจอรถติดทุกวันได้ฟัง พวกเขาก็เสนอว่า อยากเปลี่ยนให้มีถนนเพิ่มขึ้นมาก ๆ แต่เมื่อคนที่ต้องดมกลิ่นควันรถทุกวันได้ฟัง พวกเขาก็เสนอว่า อยากเปลี่ยนให้มีรถน้อยลงมาก ๆ

เทวดาฟังความปรารถนาของคนในเมืองแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า เพราะดูเหมือนว่าทุก ๆ คนต่าง “คิดถึงประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น”

ในขณะที่เทวดากำลังหมดหวัง จู่ ๆ ก็มีเด็กคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “สิ่งที่หนูอยากให้เปลี่ยนไปจากเดิมคือ หนูอยากเปลี่ยนให้ทุก ๆ คนเลิกเห็นแก่ตัวเสียที”

คำพูดของเด็กน้อยทำให้บรรยากาศที่จอแจ กลับเงียบสนิทในพริบตา  จากนั้น เด็กน้อยก็พูดต่อไปว่า “ถ้าทุกคนเลิกขอแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง แล้วคิดถึงคนอื่นเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย บางที…ปัญหาต่าง ๆ ในเมืองของเราอาจจะเบาบางลงก็ได้นะครับ”

หลังจากที่ชาวเมืองคิดทบทวนอยู่สักพัก ชาวเมืองก็เริ่มเห็นด้วยกับคำแนะนำของเด็กน้อย และคิดว่าพวกเขาน่าจะเปลี่ยนคำว่า “มาก ๆ” เป็นคำว่า “นิดหน่อย” ซึ่งน่าจะเป็นการขอเปลี่ยนที่ดูถ้อยทีถ้อยอาศัยมากกว่าที่เป็นอยู่ เช่น ขอให้สินค้าราคาถูกลงอีกนิดหน่อย, ขอให้สินค้าราคาแพงขึ้นอีกนิดหน่อย, ขอให้มีถนนเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย, ขอให้มีรถน้อยลงอีกนิดหน่อย

ยิ่งทบทวนคำพูดของเด็กน้อยมากเท่าไร ชาวเมืองก็ยิ่งตระหนักถึง “ความเห็นแก่ตัว” ที่ตนเองมีอยู่มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งมันเป็นต้นเหตุที่ส่งผลให้เกิดปัญหาสารพัดต่อทุกชีวิตในเมืองแห่งนี้

เมื่อเทวดาเห็นว่าชาวเมืองพบต้นตอของปัญหา เทวดาจึงคิดว่าถึงเวลาอันเหมาะสมที่จะให้ชาวเมืองเลือกขอพร 1 ข้อตามเงื่อนไขที่เทวดาได้ให้ไว้

แน่นอนว่า ชาวเมืองต่างลงความเห็นขอให้เทวดา “เปลี่ยนแปลงนิสัยชาวเมืองทุกคนให้เห็นแก่ตัวน้อยลง” ซึ่งหลังจากที่เทวดาให้พรแก่ชาวเมืองได้ไม่กี่วัน ปัญหาที่สะสมอยู่ในเมืองก็ค่อย ๆ คลี่คลายลงราวกับเกิดปาฏิหาริย์

เพียงแค่ลดความเห็นแก่ตัว ปัญหาที่เหมือนจะแก้ยากก็กลับเป็นเรื่องที่ไม่มีปัญหาไปเสียเฉย ๆ

หลังจากที่ทุกคนได้เห็นถึงข้อดีของความไม่เห็นแก่ตัว ทุกคนจึงพยายามลดความเห็นแก่ตัวลงอีกจนในที่สุด เมืองที่เคยมีแต่ปัญหาก็กลับกลายเป็นเมืองที่ผู้คนอยู่กันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยและเต็มไปด้วยความสุขอย่างที่ไม่เคยมีใครคิดว่าจะเป็นไปได้มาก่อน

Author:

I am a writer and storyteller in Thailand. I wrote 416 stories in 17 year. welcome to my lovely world.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.