Posted in Uncategorized

เบื้องหลังหนังสั้น : ก-ฮ

เบื้องหลังหนังสั้นเรื่อง ก-ฮ


หลังจากที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) ได้นำหนังสั้นที่เคยทำสมัยเรียนป.ตรี ที่คณะวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ (ปี 2536) มาให้ชมกัน วันนี้ ผมจึงขอเขียนเล่าเบื้องหลังของหนังสั้นเรื่องนี้ให้อ่านกันครับ จำได้ว่าตอนที่ทำ ผมคิดอะไร ๆไว้เยอะมาก (แต่สร้างผลงานได้ตรงใจแค่ประมาณนึงเท่านั้น ถือเป็นแบบฝึกหัดนึงในชีวิตนะครับ)
….
แก่นเรื่อง (Theme) : เด็กไม่มีทางหลุดพ้นจากอำนาจของผู้ใหญ่ได้ (อำนาจที่ผมคิด แบ่งเป็นพระเดชและพระคุณ)
…..
เนื้อเรื่อง : ในครอบครัวเล็ก ๆ ครอบครัวหนึ่ง มีพ่อ แม่ และลูกวัย 5 ขวบ (พ่อเป็นตัวแทนอำนาจที่เรียกว่าพระเดช ส่วนแม่เป็นตัวแทนอำนาจที่เรียกว่าพระคุณ เด็กน้อยในเรื่องอายุจริงตอนนั้นเพิ่ง 4 ขวบ ยังเขียนหนังสือไม่ได้ แต่ใจสู้มาก)

พ่อมักสอนให้ลูกทำตามสิ่งที่พ่อสอน ส่วนแม่คอยให้ความรักและความห่วงใยต่อลูกเสมอ (การจับมือลูกคัดก.ไก่ตามเส้นประ และการให้ลูกเดินตามรางรถไฟ เป็นสัญลักษณ์ของการใช้อำนาจของผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็ก) ช่วงต้นเรื่องเป็นการปูเรื่องให้เห็นการใช้อำนาจของผู้ใหญ่ทั้งพระเดชและพระคุณ

วันหนึ่ง พ่อทำม้าก้านกล้วยกับปืนก้านกล้วยให้ลูก พร้อมสอนให้ลูกกล้าหาญ กล้าปกป้องคนที่อ่อนแอกว่า แต่เมื่อพ่อกับแม่ออกจากบ้าน จู่ๆ ม้าก้านกล้วยก็มีชีวิต แล้วมันก็พาเด็กน้อยให้เดินทางออกนอกบ้าน นอกคำสั่งให้อยู่บ้าน และให้ฟังเสียงหัวใจของตัวเอง (ในหนังจะมีฉากที่เด็กเขียนด.เด็กในแบบของตัวเอง แล้วแม่เข้ามาปราม พร้อมกับจับมือให้เขียนตามรอยประอีก)

วันหนึ่ง ดอกทานตะวัน ซึ่งเป็นตัวแทนความหวัง ความฝัน ความเป็นตัวตนของเด็ก กำลังจะถูกรถไฟพุ่งเข้าใส่ เจ้าม้าก้านกล้วยก็ปลุกความกล้่าให้เด็กเข้าไปปกป้องดอกทานตะวัน ซึ่งเป็นการท้าทายอำนาจของรถไฟ (และคนขับรถไฟอย่างพ่อ)

เด็กน้อยภูมิใจที่ได้แสดงความกล้าหาญอย่างที่พ่อของเขาสอน แต่พ่อโกรธที่เด็กน้อยทำเรื่องอันตรายที่ไม่สมควรทำแบบนั้น เมื่อพ่อทำโทษลูกอย่างรุนแรง ลูกจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้าน และในหนังมีฉากที่เด็กน้อยวิ่งออกจากรางรถไฟไป

หลังจากนั้น เด็กน้อยไปพักอยู่ในวัด ส่วนแม่ซึ่งเป็นตัวแทนความรักก็ออกตามหาลูกน้อยด้วยความขมขื่น แม่ทุกข์มากจนต้องไหว้วิงวอนให้พระช่วย เด็กน้อยแอบมองแม่ที่ทุกข์ระทม ในที่สุด เด็กน้อยก็ตัดสินใจออกจากที่ซ่อน แล้วกลับเข้าสู่กรอบหรือรางรถไฟอีกครั้ง (ฉากสุดท้ายที่วัด จะเห็นผ้าสีเหลืองมัดที่ม้าก้านกล้วยอีกครั้ง และฉากสุดท้ายที่รางรถไฟ จะเห็นดอกทานตะวันแห้งตายอยู่ตรงนั้น)

ในตอนจบ เด็กน้อยคัดตัว ฮ.นกฮูก พยัญชนะตัวสุดท้าย ตามรอยประด้วยตัวเอง เขาพูดในสิ่งที่พ่อสอน แต่แววตาสดใสของเขาได้หายไปราวกับคนที่ไร้ชีวิต

หมายเหตุ

1) ช่วงวัยรุ่น เราอาจมีความคิดความเชื่อบางอย่าง ตามประสบการณ์ชีวิตที่เรามีอยู่อย่างจำกัด แต่เมื่อเราเติบโตขึ้น (และถ้าโชคดี มีโอกาสเรียนรู้และเข้าใจโลกมากขึ้น) เราอาจเห็นความไร้เดียงสาในวัยหนึ่งของตัวเอง และนึกขำที่เราในวัยนั้น ช่างไม่เข้าใจชีวิตเลยจริงๆ
2. สีเสื้อในเรื่องมีการออกแบบสีเอาไว้ (แต่คงเห็นไม่ชัด) สีเสื้อตอนต้นเรื่องและตอนท้ายเรื่องจะใช้สีม่วงแต่เข้มต่างกัน ช่วงกลางที่เด็กทำตามหัวใจตัวเอง เสื้อจะเป็นสีเหลือง (สีตรงข้่ามกับม่วง) เริ่มจากเหลืองอ่อน แล้วเข้มขึ้น เข้มขึ้น ซึ่งในฉากที่ยืนขวางรถไฟ เสื้อจะสีเหลืองเข้มที่สุด (ไอเดียเรื่องการใช้สีเป็นสัญญลักษณ์ในหนัง ได้แนวทางมาจากหนังจีนเรื่องจูโด้)
3. หนังเรื่อง ก- ฮ ไม่ใช่หนังสำหรับเด็กเลย แต่เป็นหนังแนวดราม่า (หนังชีวิต)ที่พูดเรื่องเด็กกับอำนาจในครอบครัว (ตอนวัยรุ่น พี่นำบุญสนใจเรื่องเด็กในแง่การคุ้มครองเด็ก เวลาเห็นเด็กโดนทำร้ายหรือโดนทิ้งก็จะทุกข์มาก) การทำหนังเรื่องนี้ ทำให้พี่นำบุญได้บทเรียนดี ๆ หลายๆอย่าง และรู้สึกว่า การทำหนังเป็นการถ่ายทอดความคิดที่ “เอาแต่ใจ” ตัวเองมากเกินไปหน่อย แถมเสียเงินเยอะมาก ดังนั้น ไปเล่าความฝันผ่านสื่อแบบอื่น น่าจะเหมาะกับตัวเองมากกว่า ก-ฮ จึงเป็นหนังสั้นเรื่องเดียวที่ทำ และไม่รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ทำหนังสั้นต่อจากเรื่องนี้อีกเลย

Author:

I am a writer and storyteller in Thailand. I wrote 416 stories in 17 year. welcome to my lovely world.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.