Posted in Uncategorized

สิงห์เกมโชว์ : มาตามนัด

นาน ๆ ที ที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) จะเขียนบทความลงในหมวด “บันทึกจากนักเขียนนิทาน” ซึ่งในวันนี้ ผมอยากเล่าวีรกรรมสมัยที่เรียนปริญญาตรี ที่คณะวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ให้อ่านกันครับ

ในยุคนั้น รายการโทรทัศน์ประเภทเกมส์โชว์ที่่ดังที่สุดในประเทศไทย คงหนีไม่พ้นรายการ “มาตามนัด” ที่ออกอากาศทางช่อง 5 สัปดาห์ละ 3 วัน และมีคนสมัครเข้าร่วมเล่มเกมในรายการจำนวนมาก (ปกติจะมีดารา 2-3 คน และคนทางบ้าน 2-3 คน)

ช่วงนั้น ผมอยากรู้ว่าการถ่ายทำรายการโทรทัศน์จริง ๆเป็นอย่างไร (เพราะในยุคนั้น การเข้าไปเห็นกองถ่ายไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ แบบในยุคนี้) ผมจึงคิดว่า การสมัครไปเล่นเกม จะทำให้ผมได้เห็นการทำงานจริง ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์กับการเรียนด้านสื่อสารมวลชนของผม ดังนั้น ผมจึงสมัครไปร่วมรายการ ซึ่งหลังจากได้ไปสัมภาษณ์ ในที่สุด ผมก็ได้รับการติดต่อให้ไปถ่ายทำรายการที่สตูดิโอรัชฟิล์มแบบงง ๆ และเข้าร่วมเล่นเกมมาตามนัด แบบมือใหม่หัดออกรายการทีวี (แม้จะเป็นรายการที่สองที่ได้ออกทีวี แต่ก็ยังไม่รู้จะวางตัวยังไงอยู่ดี)

ในวันถ่ายทำ ผมไปถึงรัชฟิล์มแต่เช้า เพราะกลัวว่าจะหลงทางและไปสาย ซึ่งวันนั้นมีเพื่อนตามไปด้วยหนึ่งคน และไม่ได้บอกให้ใครรู้อีกเลย เพราะกลัวว่าจะอายเพราะตกรอบแรก

เมื่อถึงช่วงเวลานัดหมาย ทีมงานและผู้แข่งขันก็เริ่มทยอยกันมาที่สตูดิโอ รวมทั้งพิธีกรคู่ขวัญ คุณเศรษฐา และ คุณญาณี ซึ่งในเวลานั้น ถือว่าเป็นพิธีกรอันดับหนึ่งของเมืองไทย

ในช่วงก่อนอัดเทปแรก เราทุกคนแทบจะไม่ได้พูดคุยอะไรกัน เพราะต่างคนต่างมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบและยังไม่คุ้นเคยกัน แต่หลังจากผ่านเทปแรกไปแล้ว (ถ้าเข้ารอบจะต้องอัด 3 เทป) ผมสังเกตได้ว่า พิธีกรทั้งสองท่านดูเหมือนจะเมตตาและแอบเชียร์ผมอยู่ลึก ๆ ในใจ แม้วันนั้นจะไม่ได้พูดคุยอะไรกับทั้งสองท่าน แต่รับรู้ได้ถึงความน่ารักของพิธีกรทั้งสอง ซึ่งผมก็เก็บสิ่งที่ได้รับมาใช้ตอนที่ได้ทำรายการกล่องนักคิด (ราว 10 กว่าปีต่อมา)

การเล่นเกมในรายการ ถ้าสารภาพตามตรง ผมไม่มั่นใจเลยว่าจะผ่านเทปแรกมาได้ แต่เมื่อฟลุ้คผ่านเข้ารอบ ก็ตั้งใจว่าจะทำวันที่สอง : รอบใบ้คำให้ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่แข่งขัน คู่ของคุณกบก็เป็นคู่ที่เก่งเหลือเกิน ผมไม่ได้คิดเรื่องแพ้ชนะหรือเรื่องรางวัลเลย เอาแค่เล่นให้เต็มที่ แต่ผลที่ออกมากลับผิดคาด แถมคนดูในห้องส่ง ทีมงาน ผู้เข้าแข่งขัน รวมถึงพิธีกร ก็ดูเหมือนว่าจะชอบผม เหตุการณ์ในวันนั้นจึงถือว่าเป็นความทรงจำที่ดีที่คงจดจำไปตลอดชั่วชีวิต

แต่สิ่งที่น่าจดจำมากกว่าวันที่ไปถ่ายทำรายการ เกิดขึ้นหลังจากรายการได้ออกอากาศ สิ่งที่เกิดขึ้น เกินกว่าที่ผมจะ่คาดคิด กล่าวคือ หลังจากวันแรกที่ผมได้ออกมาตามนัดและเข้ารอบ วันต่อมา ไม่ว่าจะเดินไปไหน คนทั้งมหาวิทยาลัยจะหันมามอง (อันนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ไม่แปลกนัก) แต่หลังจากที่รายการออกอากาศครบ 3 วัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ตอนผมนั่งรถปอ.8 ผ่านสยามเซ็นเตอร์ มีคนมองขึ้นมาที่รถแล้วเห็นผม จากนั้น ก็โบกมือให้ (หลายคน) ตอนผมเดินเข้าไปในมาบุญครอง คนที่เดินผ่านหลาย ๆ คน มีอาการหันควับ มองแล้วยิ้มให้ พอเดินเข้า 7-11 (ผมไม่แน่ใจว่าใช่ 7-11 ไหม เพราะนานมาก ราวปี 2538) พนักงานเปรย ๆ เป็นเพลงไตเติ้ลว่า “มาตามนัดนัดนัด” พอเดินเข้าตลาด แม่ค้ามีการหันมองตาม และตอนเดินข้ามถนนตรงสะพานลอยที่โรงหนังเอเธนส์ ขอทานที่นั่งอยู่เงยมามองหน้า แล้วยิ้มให้พร้อมกับพูดว่า “ผมเชียร์พี่ ผมเชียร์พี่”

ไม่เพียงเท่านี้ หลังจากรายการออกอากาศไปราวหนึ่งเดือน มีบริษัททีวีติดต่อให้ผมไปเป็นพิธีกรภาคสนามของรายการใหม่ (ชื่อรายการทิศทางคนเก่ง) แล้วก็มีจดหมายจากน้องคนนึงจากนราธิวาส ส่งมาแนะนำตัวว่าเขาชื่อนำบุญเหมือนกัน แต่ก่อนไม่ชอบชื่อนี้เลย แต่พอได้เห็นผมในรายการมาตามนัด ก็รู้สึกภูมิใจในชื่อนำบุญขึ้นมา

การไปเล่นในรายการมาตามนัด แม้จะผ่านมานานเกิน 20 ปีแล้ว แต่ผมมักจะนำคลิปมาเปิดดูทุกปี เพื่อระลึกถึงช่วงเวลาในสมัยที่ตัวเองยังเป๋อ ๆ เปิ่น ๆ เด๋อ ๆ ด๋า ๆ แม้เหตุการณ์จะผ่านไปนาน แต่ความทรงจำยังคงสดใสเหมือนเดิม ขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสผมได้เรียนรู้และมีประสบการณ์ดี ๆ ประเภทครั้งหนึ่งในชีวิตแบบนั้น หวังว่าคลิปเหล่านี้จะช่วยทำให้คุณ ๆ ยิ้มได้บ้างนะครับ