Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

นิทานสระอิ : อย่าไปกลัวสิ

นิทานเรื่อง อย่าไปกลัวสิ มีจุดเริ่มต้นมาจากการที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) ได้ดูรายการ Academy Fantasia ซีซั่น 5 และมีนักล่าฝันคนหนึ่ง มีคำพูดติดปากว่า “อย่าไปกลัวดิ” ซึ่งจากคำพูดดังกล่าว ทำให้ผมนึกสนุก อยากลองแต่งนิทานแฝงแง่คิด แนวให้กำลังใจ หรือเป็นนิทานเตือนสติสั้น ๆ ที่ลงท้ายด้วยสระอิตั้งแต่ต้นจนจบ แบบนิทานสระอิ (เงื่อนไขที่ตั้งให้ตัวเอง ทำให้การแต่งนิทานเรื่องนี้ค่อนข้างยาก) และเนื่องจากนิทานเรื่องนี้ควรอ่านแบบมีท่วงทำนอง ซึ่งเป็นท่วงทำนองที่อ่านยาก ผมจึงถ่ายคลิปตัวอย่างการอ่านเอาไว้ให้ชมที่ตอนท้ายของนิทานด้วยครับ ลองดูกันนะครับ

นิทานเรื่อง อย่าไปกลัวสิ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว              มีเหล่าเพื่อนแก้วผู้รักสันติ

อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่            ช่วยเหลือกันไปอย่างไร้ทิฐิ

ทั้งบีเวอร์ หมีพูห์ หนูนา               รักกันหนักหนาน่าปลื้มปีติ

แถมมีหมีขาวอีกตัว                      วัน ๆ ชอบกลั้วหัวเราะอิอิ

ตัวมันนั้นใหญ่กว่าใคร                 แต่งตัวทีไรเสื้อผ้าแทบปริ

แต่หมีขาวมองโลกแง่ดี                มันพูดทุกทีว่า “อย่าไปกลัวสิ”

………

วันหนึ่ง บีเวอร์ หมีขาว                 แวะไปกินข้าวแถวบางกะปิ

ทั้งคู่ลองเดินเข้าวัด                      ผ่านตลาดนัดใกล้ที่ตั้งอัฐิ

ระหว่างเดินบีเวอร์ปวดท้อง          อึราดเป็นกองตรงที่หน้ากุฏิ

บีเวอร์ท้องเสียอย่างแรง               ไม่ได้คิดแกล้งหรืออุตริ

มันกลัวเสียจนตัวสั่น                    เพราะเกรงพระท่านจะออกมาตำหนิ

โชคดีหมีขาวเห็นเข้า                    จึงบอกเพื่อนเรา “อย่าไปกลัวสิ”

ทุกคนผิดพลาดกันได้                  ถ้ารีบแก้ไขก็จะไม่โดนติ

บีเวอร์จึงรีบเช็ดล้าง                     แล้วฉีกยิ้มกว้างจนตาเป็นสระอิ

…………

สักพักหนูนาโทรมา                     บอกหมีขาวว่าอยู่ที่ราชดำริ

ตั้งใจจะซื้อของขวัญ                    ให้พ่อแม่ท่านได้ปลื้มปีติ

แต่ควรจะซื้ออะไร                        ของเล็กของใหญ่มีหลายกระบิ

กลัวซื้อแล้วไม่ถูกใจ                     ยกตัวอย่างได้ไหม ขอเป็นอาทิ

หมีขาวเห็นเพื่อนสับสน                บอกให้เลิกกังวล “อย่าไปกลัวสิ”

ของขวัญไม่จำเป็นต้องซื้อ             ลองใช้ฝีมือและสมาธิ

พยายามตั้งอกตั้งใจ                    ใช้เข็มและด้ายร้อยดอกไม้แรกผลิ

แล้วนำไปกราบตักท่าน                 สานความผูกพันด้วยมาลัยมะลิ

……………

ตกเย็นหมีขาวกลับบ้าน               เห็นหมีพูห์ลนลานผิดปกติ

เพราะหมีพูห์ต้องทำกับข้าว          ไปให้แฟนสาวผู้มีดำริ

อยากกินลูกชิ้นเสียบไม้                 กับอาหารทั้งหลาย และน้ำพริกกะปิ

หมีพูห์ไม่เคยทำครัว                     ถ้าทำมั่วซั่วกลัวจะโดนตำหนิ

หมีขาวเห็นเพื่อนเศร้า ๆ               จึงรีบเดินเข้าไปช่วยเตือนสติ

โลกเรามีเรื่องมากมาย                  เรียนรู้กันได้ “อย่าไปกลัวสิ”

ยิ่งเรียนก็จะยิ่งเก่ง                       ฝึกให้เจ๋ง ๆ จนชำนาญชำนิ

หมีพูห์จึงกล้าฮึดสู้                       เปิดตำราดูแล้วค่อย ๆ ลองริ

เก็บมะพร้าวมาขูดแล้วคั้น            ได้น้ำ มันมัน เรียกว่าน้ำกะทิ 

จากนั้นลงมือทำแกง                    แกงเขียวแกงแดงอร่อยไร้ที่ติ

  แล้วเอาลูกชิ้นเสียบไม้                  ปิ้งบนเตาไฟ ตำน้ำพริกกะปิ

แฟนสาวชิมแล้วชอบใจ                ชูนิ้วโป้งให้บอกว่า “โออิชิ”

……………

แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง                   หมีขาวหน้าบึ้งเหมือนได้กลิ่นอุนจิ

เนื่องจากใกล้วันสอบไล่                เจ้าหมีกลุ้มใจจนแทบเสียสติ

หากเอาหนังสือมาต้ม                  กินแทนขนม…ได้คงดีน่ะสิ

หรือเอามาหนุนแทนหมอน            ให้ซึมซาบตอนนอน แหม!ช่างอุตริ

เพื่อน ๆ เห็นแล้วกังวล                 จึงบอกเพื่อนตนว่า “อย่าไปกลัวสิ”            

ท่องหนังสือทำได้ไม่ยาก               ไม่เห็นลำบากหากมีสมาธิ            

หมีขาวขอบคุณเพื่อน ๆ               ที่ไม่แชเชือนมาเตือนสติ

แถมยังอาสาติวให้                       เจ้าหมีตัวใหญ่จึงยิ้มแก้มปริ

…………..

ในที่สุด..ก็ถึงตอนสุดท้าย             ของนิทานสอนใจที่ลงท้ายสระอิ

นิทานเรื่องนี้มุ่งหวัง                     ที่จะปลูกฝังและให้คติ

ทุกครั้งที่กังวลอะไร                      รีบเตือนหัวใจว่า “อย่าไปกลัวสิ”   

หวังว่าเด็ก ๆ คงสนุก                   หากเห็นใครทุกข์ ลองจี๋พุงกะทิ (ฮิฮิ)

—————————————————————————————————————

คำศัพท์ที่เด็ก ๆ ควรรู้

สันติ   แปลว่า  ความสงบสุข                       

ทิฐิ    แปลว่า  การดื้อรั้นในความเห็นของตน                

ปีติ    แปลว่า  ความปลื้มใจอัฐิ      แปลว่า  กระดูก                        

กุฏิ    แปลว่า  ที่อยู่ของพระ                                        

อุตริ   แปลว่า  แปลก, เพี้ยน

กระบิ  แปลว่า แท่ง, แผ่น, ชิ้น                     

อาทิ     แปลว่า  เช่น, เป็นต้นว่า                                  

ดำริ   แปลว่า คิด       

โออิชิ   แปลว่า อร่อย (มาจากภาษาญี่ปุ่น)    

อุนจิ    แปลว่า ก้อนอึ (มาจากภาษาญี่ปุ่น)

#นิทานนำบุญ

……………….

Author:

I am a writer and storyteller in Thailand. I wrote 416 stories in 17 year. welcome to my lovely world.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.