Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

เจ้าชายยอดนักปั้น

นิทานก่อนนอนเรื่อง “เจ้าชายยอดนักปั้น” เป็นนิทานแนวผจญภัย ประเภทเดียวกับนิทานก่อนนอนเรื่อง “อัศวินกระดาษวิเศษ” หรือ “เจ้าหญิงในฝัน” ซึ่งปกติ ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) มักเรียกนิทานแนวนี้เล่น ๆ ว่า นิทานแนวบุกภูเขาเผากระท่อม คือ เป็นนิทานที่ตัวเอกต้องลุยฝ่าด่านที่อันตรายเพื่อไปช่วยใครสักคนซึ่งมักเป็นคนที่เขารัก นิทานเรื่อง “เจ้าชายยอดนักปั้น” เป็นนิทานที่มีเนื้อเรื่องสนุกสนาน และอาจใช้เป็นนิทานที่เล่าก่อนการทำกิจกรรมการปั้นดินน้ำมันหรือการปั้นในรูปแบบอื่น ๆ ผมหวังว่าทั้งเด็ก ๆ และคุณพ่อคุณแม่น่าจะชอบนิทานเรื่องนี้กันนะครับ

นิทานเรื่อง เจ้าชายยอดนักปั้น

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มียักษ์เกเรตนหนึ่งบุกเข้าไปในเมืองของพระราชา แล้วจับเจ้าหญิงผู้แสนน่ารักไปขังเอาไว้ในถ้ำของมันที่ตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลลึก

พระราชาทรงตกใจและเป็นห่วงเจ้าหญิงมาก เพราะเจ้ายักษ์เกเรมีเรี่ยวแรงมหาศาล  แถมยังมีผิวหนังที่หนาจนฟันแทงไม่เข้า รวมทั้งมันยังรู้จักวิชาเวทมนตร์ต่าง ๆ เสียอีก  ด้วยเหตุนี้เอง  พระราชาจึงรีบส่งจดหมายไปหาเจ้าชายแห่งเมืองต่าง ๆ ให้มาช่วยเหลือเป็นการด่วน

แม้เจ้าชายทั้งหลายจะอยากช่วยเจ้าหญิงให้พ้นจากอันตราย แต่เนื่องจากยักษ์เกเรร้าย-กาจเกินกว่าจะปราบให้อยู่หมัดได้ง่าย ๆ  เจ้าชายเกือบทุกพระองค์จึงไม่อยากเอาตัวเข้าไปเสี่ยง เว้นก็แต่เจ้าชายมโนแห่งอาณาจักรดินเหนียวเพียงองค์เดียว ที่พระองค์ทรงเป็นห่วงเจ้าหญิงมาก  เจ้าชายมโนจึงตัดสินใจไปช่วยเจ้าหญิงโดยไม่เกรงกลัวต่อภยันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น

เจ้าชายมโนทรงมีความสามารถพิเศษในการปั้นดินแล้วร่ายคาถาทำให้มันมีชีวิต!  เมื่อเจ้าชายต้องการไปช่วยเจ้าหญิง  เจ้าชายจึงปั้นดินเหนียวเป็นม้ามีปีกตัวเล็ก ๆ  จากนั้น พระองค์ก็ร่ายเวทมนตร์จนม้าขยายขนาดและมีชีวิตขึ้น  ครั้นเมื่อพาหนะพร้อม  เจ้าชายก็กระโดดขึ้นขี่หลังม้า แล้วให้ม้าพาพระองค์บินข้ามทะเลไปยังเกาะของเจ้ายักษ์ทันที

เมื่อเจ้าชายไปถึงเกาะของยักษ์  เจ้าชายพบว่ายักษ์เกเรได้ใช้เวทมนตร์เสกทรายเป็นกองทหารเพื่อตรวจตราและจัดการกับผู้ที่บุกรุก  เมื่อเจ้าชายเห็นดังนั้น พระองค์จึงบังคับให้ม้าบินร่อนลงยังหลังโขดหินที่ลับตาคน  จากนั้น  พระองค์ก็ปั้นดินเป็นกองทหารดินเหนียวที่มีฝีมือในการต่อสู้  แล้วปล่อยให้ทหารดินออกไปจัดการกับเหล่าทหารทรายทั้งหลาย

เวลาผ่านไปไม่นานนัก กองทหารดินที่มีเนื้อตัวแข็งแรงกว่าและมีฝีมือในการต่อสู้ที่เหนือ กว่าก็จัดการเหล่าทหารทรายทั้งหลายได้จนสิ้นซาก ครั้นเมื่อยักษ์เกเรเห็นสมุนของมันพ่ายแพ้ไม่เป็นท่า มันจึงออกมาจากถ้ำ แล้วตรงเข้าต่อสู้กับกองทหารดินทันที

เมื่อเจ้าชายทรงเห็นว่ายักษ์เกเรออกโรงมาสู้ด้วยตัวเอง  เจ้าชายจึงปั้นดินเป็นอาวุธวิเศษทั้งหอกและดาบ เพื่อให้ทหารใช้ต่อสู้กับเจ้ายักษ์ที่มีฝีมือร้ายกาจ 

แม้หอกและดาบที่เจ้าชายเสกขึ้นจะมีความแหลมคมเป็นพิเศษ  แต่มันก็ไม่อาจทำให้ ยักษ์เกเรเกิดริ้วรอยได้เลยแม้แต่น้อย  และเพียงครู่เดียว  ยักษ์เกเรก็ปราบทหารดินของเจ้าชายได้จนหมด

ในขณะนั้น  เจ้ายักษ์รู้แล้วว่า คงมีใครบางคนบุกรุกเข้ามาบนเกาะ แล้วใช้เวทมนตร์เสกทหารดินมาต่อสู้กับมัน  เจ้ายักษ์โกรธมาก  มันจึงดมกลิ่นตามหาผู้บุกรุกพลางร้องขู่ว่ามันจะหักกระดูกของผู้บุกรุกให้ป่นเป็นผงธุลี

เมื่อเจ้าชายซึ่งหลบอยู่หลังโขดหินเห็นว่าทั้งทหารผู้มีฝีมือและอาวุธวิเศษต่าง ๆ ไม่อาจปราบเจ้ายักษ์เกเรได้  พระองค์จึงพยายามคิดปั้นดินเป็นสิ่งอื่นที่มีอานุภาพมากกว่านั้น

เจ้าชายทรงรวบรวมสมาธิใช้ความคิดอย่างเต็มที่  แต่เนื่องจากเวลามีจำกัดและเจ้ายักษ์ก็เดินใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ  ในที่สุด เจ้าชายจึงจำต้องตัดใจแล้วหันมาปั้นดินเป็นนกพิราบเพื่อให้มันส่งข่าวไปบอกลาเสด็จพ่อกับเสด็จแม่ที่พระองค์รักยิ่งชีวิต

ในขณะนั้นเอง  ความคิดบางอย่างก็สว่างวาบขึ้นในใจของเจ้าชาย  เจ้าชายทรงยิ้มแล้วหยุดปั้นนกพิราบดังที่ตั้งใจเอาไว้ในตอนแรก  จากนั้น  พระองค์ก็ทรงปั้นดินเป็นสิ่งอื่นที่อาจทำให้พระองค์รอดชีวิตและน่าจะทำให้พระองค์ช่วยเจ้าหญิงได้สำเร็จ

สิ่งที่เจ้าชายปั้นและร่ายมนตร์ชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ก็คือร่างของพ่อยักษ์และแม่ยักษ์ผู้เป็นพ่อกับแม่ของเจ้ายักษ์เกเรนั่นเอง

ทันทีที่พ่อยักษ์กับแม่ยักษ์ฟื้นคืนชีวิต  ทั้งคู่ก็ตรงเข้าไปหายักษ์เกเรผู้เป็นลูกชาย  จากนั้น พ่อยักษ์ก็จับเจ้ายักษ์เกเรตีก้น  ส่วนแม่ยักษ์ก็ร้องไห้ที่เห็นลูกชายทำตัวเกเรไม่สมกับที่นางเคยสั่งสอนเอาไว้

ยักษ์เกเรตกใจมากที่เห็นพ่อกับแม่มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้า  มันเจ็บก้นที่ถูกพ่อยักษ์ตี  แต่มันเจ็บใจตัวเองมากกว่าที่ทำให้แม่ยักษ์ผู้เป็นที่รักต้องร้องไห้ 

เจ้ายักษ์เกเรนึกถึงภาพวันเก่าๆ  ที่พ่อกับแม่คอยพร่ำสอนให้มันเติบโตขึ้นเป็นยักษ์ที่ดี…ไม่ไปเกะกะระรานรังแกใคร ๆ   ยิ่งคิดเจ้ายักษ์เกเรก็ยิ่งรู้สึกผิด  มันจึงสัญญากับพ่อแม่ว่ามันจะไม่เกเรกับใคร ๆ อีกแล้ว 

ในที่สุด  เจ้ายักษ์ก็ยอมปล่อยตัวเจ้าหญิงให้กลับเมืองแต่โดยดี  มันขอบคุณเจ้าชายที่ปั้น ดินเป็นพ่อกับแม่ของมันเพื่อเตือนสติให้มันทำตัวดีสมกับที่พ่อกับแม่วาดหวังเอาไว้ 

เจ้าชายดีใจมากที่เห็นยักษ์เกเรกลับตัวกลับใจได้  หลังจากนั้น เจ้าชายก็พาเจ้าหญิงไปส่งที่เมืองของพระราชา  ซึ่งในเวลาต่อมา  เจ้าชายกับเจ้าหญิงก็ได้แต่งงานกันและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขจนมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง

#นิทานนำบุญ

Author:

I am a writer and storyteller in Thailand. I wrote 416 stories in 17 year. welcome to my lovely world.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.