Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานคลาสสิก, นิทานนานาชาติ

เจ้าหญิงกับเมล็ดถั่ว – นิทานคลาสสิกจากฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน

“เจ้าหญิงกับเมล็ดถั่ว” (The Princess and the Pea) หรือในชื่อภาษาเดนมาร์กว่า Prinsessen på ærten เป็นนิทานสั้นที่แต่งโดย ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน (Hans Christian Andersen) นักเล่านิทานผู้เปลี่ยนโลกแห่งวรรณกรรมเด็กด้วยเรื่องเล่าที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง นิทานเรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1835 และกลายเป็นหนึ่งในผลงานที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดของเขา

แม้เนื้อเรื่องจะดูเรียบง่าย คือเป็นเรื่องของเจ้าชายที่ตามหาเจ้าหญิงผู้มีความเป็นเจ้าหญิงอย่างแท้จริง และใช้เมล็ดถั่วเล็ก ๆ เป็นเครื่องพิสูจน์ความเป็นเจ้าหญิง แต่นิทานเรื่องนี้กลับได้รับการวิเคราะห์อย่างกว้างขวางในแวดวงวรรณกรรมเด็กและจิตวิทยา นักวิชาการหลายท่านมองว่า “เจ้าหญิงกับเมล็ดถั่ว” เป็นนิทานที่ยกย่องความอ่อนไหว ความละเอียดอ่อน และความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ซึ่งมักถูกมองข้ามในโลกที่ให้คุณค่ากับความแข็งแกร่งและรูปลักษณ์ภายนอก

เมล็ดถั่วในเรื่องจึงไม่ใช่แค่สิ่งของเล็ก ๆ หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของ “ความจริงเล็ก ๆ” ที่สามารถเปิดเผยตัวตนของคนเราได้อย่างน่าทึ่ง และเตียงที่สูงลิบก็ไม่ใช่เพียงฉากในนิทาน แต่เป็นบททดสอบที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโลกแห่งนิทาน

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีเจ้าชายองค์หนึ่งที่กำลังตามหาเจ้าหญิงผู้มีความเป็นเจ้าหญิงอย่างแท้จริง เพื่อมาเป็นคู่ครองของพระองค์

เจ้าชายเดินทางไปยังเมืองต่าง ๆ มากมาย พบหญิงสาวมากหน้าหลายตา บางคนแต่งกายงดงามราวกับเจ้าหญิง บางคนพูดจาอ่อนหวานราวกับเจ้าหญิง แต่ไม่ว่าใครจะแสดงออกอย่างไร ก็ไม่อาจทำให้เจ้าชายมั่นใจได้ว่า คน ๆ นั้นเป็นเจ้าหญิงผู้มีความเป็นเจ้าหญิงอย่างแท้จริง เจ้าชายจึงกลับมายังปราสาทของพระองค์ด้วยหัวใจที่ว่างเปล่า

คืนหนึ่ง เกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก ลมพัดแรงจนต้นไม้โยกไหว ฝนตกกระหน่ำไม่หยุด และฟ้าร้องเสียงดังจนปราสาทสะเทือน ทุกคนต่างหลบอยู่ในห้องของตนเอง ไม่มีใครกล้าออกไปไหน

ทันใดนั้น มีเสียงเคาะประตูปราสาทดังขึ้น เจ้าชายและพระราชินีต่างแปลกใจ เมื่อเปิดประตูออกดูเจ้าชายกับพระราชินีก็พบหญิงสาวผู้หนึ่งยืนอยู่กลางสายฝน เสื้อผ้าเปียกโชก ผมเปียกชุ่ม และรองเท้าก็เต็มไปด้วยโคลน

หญิงสาวกล่าวอย่างสุภาพว่า “ข้าพเจ้าเป็นเจ้าหญิงจากแดนไกล ขออภัยที่มาขอพักพิงในยามค่ำคืนเช่นนี้”

ราชินีมองหญิงสาวด้วยความสงสัย แม้เธอจะพูดจาอ่อนโยน แต่รูปลักษณ์ภายนอกของเธอไม่เหมือนเจ้าหญิงเลย

ราชินีจึงคิดจะทดสอบว่าเธอเป็นเจ้าหญิงผู้มีความเป็นเจ้าหญิงอย่างแท้จริงหรือไม่ พระองค์สั่งให้คนรับใช้จัดเตียงนอนให้หญิงสาว โดยวางเม็ดถั่วหนึ่งเมล็ดไว้ใต้ฟูกที่นอน จากนั้นก็ซ้อนฟูกอีกถึงยี่สิบชั้น และปูผ้านวมอีกยี่สิบผืนไว้ด้านบน

เตียงนั้นสูงจนต้องใช้บันไดปีนขึ้นไป หญิงสาวขึ้นไปนอนบนเตียงนั้น ทุกคนในปราสาทต่างเฝ้ารอคำตอบในเช้าวันรุ่งขึ้น ว่าการทดสอบของราชินีจะได้ผลหรือไม่

เมื่อรุ่งเช้า ราชินีถามหญิงสาวว่าเธอนอนหลับสบายหรือไม่

หญิงสาวตอบด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “ข้าพเจ้านอนไม่หลับเลยตลอดคืน มีบางสิ่งแข็ง ๆ อยู่ใต้ที่นอน มันทำให้ข้าพเจ้าปวดหลังจนแทบขยับตัวไม่ได้”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ราชินีก็ยิ้มอย่างพอใจ เพราะมีเพียงเจ้าหญิงผู้มีความเป็นเจ้าหญิงอย่างแท้จริงเท่านั้น ที่มีความอ่อนไหวและละเอียดอ่อนมากพอจะรู้สึกถึงเมล็ดถั่วเล็ก ๆ ใต้ฟูกหนานุ่มถึงยี่สิบชั้น

เจ้าชายดีใจอย่างยิ่งที่พบเจ้าหญิงผู้มีความเป็นเจ้าหญิงอย่างแท้จริง พระองค์ขอเธอแต่งงานทันที และเจ้าหญิงก็ตอบรับด้วยความยินดี

พิธีแต่งงานจัดขึ้นอย่างงดงาม และทั้งสองก็ครองรักกันอย่างมีความสุข

ในที่สุด เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ก็กลายเป็นนิทานที่เล่าขานกันมาจนถึงปัจจุบัน

ข้อคิดจากนิทานเรื่องนี้ :

  • ความฉลาดของผู้ใหญ่คือการรู้จักใช้วิธีอ่อนโยนในการพิสูจน์ความจริง
  • การอบรมเลี้ยงดูที่ดีจะหล่อหลอมให้คนมีความละเอียดอ่อนโดยธรรมชาติ
  • ความละเอียดอ่อนคือคุณสมบัติที่ไม่สามารถแสร้งทำได้
ภาพเจ้าหญิงนอนบนเตียงสูงในนิทานเจ้าหญิงกับเมล็ดถั่ว
Posted in นิทานคลาสสิก, นิทานเจ้าหญิง, เพลงเล่านิทาน

เพลงเล่านิทาน : เจ้าหญิงนิทรา – นิทานคลาสสิกจากพี่น้องกริมส์ในรูปแบบบทเพลงน่ารัก

“เจ้าหญิงนิทรา” หรือ Sleeping Beauty เป็นหนึ่งในนิทานคลาสสิกที่ครองใจผู้คนทั่วโลกมาหลายศตวรรษ โดยเฉพาะเวอร์ชั่นของพี่น้องกริมส์ ซึ่งมีเสน่ห์เฉพาะตัว

เว็บไซต์นิทานนำบุญ ขอเสนอ เพลงเล่านิทานเจ้าหญิงนิทรา โดยถ่ายทอดผ่านบทเพลงอบอุ่นที่ฟังง่ายและชวนฝัน สำหรับเด็กและผู้ใหญ่ที่ยังเชื่อในพลังแห่งความรักและความหวัง

บทเพลงนี้มีท่อนที่น่ารักมาก ๆ ซึ่งร้องว่า “จุ๊บ..จุ๊บ…” เพื่อสื่อถึงฉากสำคัญในนิทาน คือ ช่วงเวลาที่เจ้าชายจุมพิตเจ้าหญิง และทำให้เธอฟื้นจากการหลับใหลอันยาวนาน เป็นท่อนที่แต่งขึ้นเพื่อให้ผู้ฟังจำได้ง่าย และรู้สึกถึงความอ่อนโยนของเรื่องราว

หากคุณกำลังมองหานิทานก่อนนอนที่อบอุ่นหัวใจ หรือบทเพลงที่ช่วยปลอบโยนและสร้างรอยยิ้มให้กับเด็ก ๆ เพลงเล่านิทานเจ้าหญิงนิทราเวอร์ชั่นนี้ อาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังตามหา

ใครที่เคยอ่านนิทานเรื่องนี้แล้ว แต่จำเนื้อเรื่องไม่ได้ ผมขอลงเรื่องย่อให้อ่านกัน ดังนี้

นิทานเรื่อง : เจ้าหญิงนิทรา (ฉบับย่อ)

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพระราชากับพระราชินีที่ปรารถนาจะมีลูก วันหนึ่งปลาวิเศษปรากฏตัวขึ้นและทำนายว่า พระราชินีจะได้ให้กำเนิดพระธิดาในไม่ช้า ไม่นานนัก เจ้าหญิงน้อยผู้แสนงดงามก็ถือกำเนิดขึ้น พร้อมเสียงเฉลิมฉลองทั่วอาณาจักร

พระราชาจัดงานเลี้ยงใหญ่ เชิญนางฟ้า 12 องค์มามอบพรให้เจ้าหญิง แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องจานทอง นางฟ้าองค์ที่ 13 จึงไม่ได้รับเชิญ นางโกรธและสาปว่า เมื่อเจ้าหญิงอายุครบ 15 ปี จะถูกเข็มปั่นด้ายตำมือและสิ้นพระชนม์

นางฟ้าองค์ที่ 12 ซึ่งยังไม่ได้มอบพร จึงแก้คำสาปให้เจ้าหญิงไม่ตาย แต่จะหลับใหลไปหนึ่งร้อยปี และจะมีเจ้าชายมาปลุกให้ฟื้นคืน พระราชาจึงสั่งเผาเครื่องปั่นด้ายทั่วอาณาจักร

เมื่อเจ้าหญิงอายุครบ 15 ปี พระนางเดินเที่ยวในวังและพบหญิงชรากำลังปั่นด้าย ด้วยความอยากรู้ เจ้าหญิงจึงลองปั่นเอง และถูกเข็มตำตามคำสาป ทำให้หลับใหลทันที ทั้งวังก็หลับตามไปด้วย

พุ่มกุหลาบหนามขึ้นปกคลุมพระราชวังจนไม่มีใครเข้าถึงได้ จนกระทั่งครบหนึ่งร้อยปี เจ้าชายรูปงามองค์หนึ่งเดินทางผ่านมา พงหนามแยกออกเป็นทางให้พระองค์เข้าไปถึงห้องบรรทมของเจ้าหญิง

เมื่อเจ้าชายจุมพิตเจ้าหญิงเบา ๆ เจ้าหญิงก็ฟื้นขึ้น พร้อมทุกชีวิตในวังที่ตื่นขึ้นตามมา ทั้งสองจัดงานอภิเษกสมรส และครองรักกันอย่างมีความสุขตลอดไป

ถ้าใครอยากอ่านนิทานก่อนนอนเรื่อง เจ้าหญิงนิทรา ในเวอร์ชั่นที่ผมเรียบเรียงแบบเต็มเรื่อง (มีรายละเอียดมากกว่าฉบับย่อ) สามารถอ่านได้ตามลิงค์ที่ด้านล่างนี้

เจ้าหญิงนิทรานอนหลับอยู่ในห้องบรรทม ท่ามกลางพุ่มกุหลาบหนามที่เบ่งบาน สะท้อนความหวังและรักแท้ในนิทาน Dornröschen
ภาพประกอบจากนิทานเจ้าหญิงนิทราเวอร์ชั่นพี่น้องกริมส์ ถ่ายทอดช่วงเวลาที่เจ้าหญิงหลับใหลในวังที่ถูกพุ่มหนามปกคลุม
Posted in #นิทานสำหรับเด็ก, นิทานก่อนนอน, นิทานประทับใจ

ตุ๊กตาเพื่อนเก่า : นิทานก่อนนอนที่อบอุ่นหัวใจและสอนคุณค่าความผูกพัน

ในฐานะที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) เป็นนักแต่งนิทานที่ต้องคิดและเขียนนิทานปีละ 24 เรื่อง (สมัยที่เขียนให้นิตยสารขวัญเรือน)   ในแต่ละมี จะมีนิทานไม่มากนักที่ผมประทับใจเป็นพิเศษ  ซึ่งนิทานเรื่อง “ตุ๊กตาเพื่อนเก่า” คือ “หนึ่งในน้อย” ของนิทานที่ทำให้ผมรู้สึกแบบนั้น

นิทานก่อนนอนเรื่องตุ๊กตาเพื่อนเก่า เป็นนิทานที่คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกเล่าให้ลูกฟังนะครับ เพราะนิทานเรื่องนี้มีเนื้อหาที่อ่อนโยนมาก ซึ่งน่าจะช่วยทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับได้ง่ายขึ้น  แถมยังชี้ให้เด็ก ๆ เห็นคุณค่าของของเล่นชิ้นเก่า  ซึ่งเป็นการกล่อมเกลาให้เด็กใส่ใจกับคุณค่าทางใจมากกว่าคุณค่าของเงินตราหรือของชิ้นใหม่ ๆ   หวังว่าคุณพ่อคุณแม่และเด็ก ๆ คงมีความสุขกับนิทานเรื่องนี้นะครับ

อยู่มาวันหนึ่ง  คุณแม่สังเกตเห็นว่าตุ๊กตาตัวน้อยของลูกสาวดูเก่าและมอมแมมจนไม่น่าเก็บเอาไว้  หนำซ้ำ เพื่อน ๆ ของแจนก็มีตุ๊กตาตัวใหม่ที่น่ารักสดใสด้วยกันทั้งนั้น  เมื่อใกล้ถึงวันเกิดครบรอบอายุ 8 ขวบของแจน คุณแม่จึงพาแจนไปที่ร้านขายตุ๊กตา แล้วบอกลูกสาวด้วยความรักว่า  “วันเกิดปีนี้ ถ้าลูกอยากได้อะไรเป็นของขวัญ ก็บอกแม่ได้นะจ๊ะ”

แน่นอนว่าในวันนั้น…แจนพาโมโมไปที่ร้านขายตุ๊กตาด้วย  แจนมองดูตุ๊กตาและข้าวของต่าง ๆ ในตู้โชว์ด้วยความตื่นเต้น   ทุกสิ่งทุกอย่างในร้านขายตุ๊กตาช่างน่ารักจนทำให้หัวใจของเด็กน้อยเต้นโครมคราม  ในขณะเดียวกัน  หัวใจของตุ๊กตาตัวเก่าอย่างโมโมกลับห่อเหี่ยวเพราะรู้ตัวว่าอีกไม่นานมันคงต้องจากแจนไปชั่วนิรันดร์

หลายวันต่อมา  โมโมสังเกตเห็นว่าแจนมักเหม่อมองไปไกล ๆ เหมือนกำลังฝันถึงอะไรอยู่   “บางที…แจนอาจกำลังนึกถึงตุ๊กตาตัวไหนสักตัวที่จะมาเป็นเพื่อนใหม่แทนฉัน” โมโมคิด    แม้โมโมจะเศร้ามาก  แต่เพื่อความสุขของแจนโมโมก็ยอมเสียสละได้เสมอ

ครั้นเมื่อถึงวันเกิดของแจน  เด็กหญิงตัวน้อยตัดสินใจเขียนข้อความใส่กระดาษแผ่นเล็ก ๆ ว่าเธอต้องการอะไรจากร้านขายตุ๊กตาที่คุณแม่พาไปเมื่อวันก่อน

โมโมเบือนหน้าหนี   ไม่กล้ามองภาพตอนที่แจนยื่นกระดาษแผ่นน้อยให้คุณแม่  เพราะมันรู้สึกเจ็บปวดในหัวใจ  และมั่นใจว่าวันนี้…ตุ๊กตาเพื่อนเก่าอย่างมัน  คงถูกทิ้งให้กลายเป็นของเก่าที่ไร้ค่า

เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ  จนกระทั่งคุณแม่กลับมาถึงบ้านในตอนเย็น   คุณแม่ถือถุงใบใหญ่ที่มีกล่องของขวัญวันเกิดของแจนอยู่ในนั้น ส่วนคุณพ่อถือขนมเค้กกล่องโตเดินตามคุณแม่มาติด ๆ

หลังจากคุณพ่อนำขนมเค้กวางที่โต๊ะและจุดเทียนปักที่ขนมเค้กเป็นที่เรียบร้อย  คุณพ่อกับคุณแม่ก็ร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้ลูกสาวสุดที่รัก แล้วให้ลูกสาวคนดีเป่าเทียนฉลองวันเกิด  หลังจากนั้น   เวลาของการแกะห่อของขวัญก็มาถึง

ในขณะที่แจนกำลังแกะห่อของขวัญอย่างมีความสุข  โมโมกลับรู้สึกตาพร่าไปหมด  เหมือนมีหยดน้ำอุ่น ๆ เอ่อล้นอยู่ในดวงตา   และหลังจากแจนแกะห่อของขวัญเสร็จ   ของขวัญในกล่องก็ทำให้ตุ๊กตาที่แสนมอมแมมอย่างโมโม  เกือบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่!

ของขวัญวันเกิดของแจน ไม่ใช่ตุ๊กตาตัวใหม่อย่างที่โมโมคิด   แต่มันเป็น  อุปกรณ์ทำความสะอาดตุ๊กตา,  เสื้อผ้าตุ๊กตา  และบ้านสำหรับตุ๊กตา  ที่ของทั้งหมดจัดมาเพื่อ “ตุ๊กตาเพื่อนเก่า” อย่างโมโมทั้งนั้น

แจนดูของขวัญที่ได้รับจากคุณแม่ แล้วยิ้มอย่างมีความสุข จากนั้น แจนก็หันมาพูดกับโมโมว่า  “เพื่อนน่ะ…ยิ่งอยู่กันมานาน  ก็ยิ่งมีค่ามีความหมายนะ  ฉันจะดูแลเธอให้ดีที่สุด  โมโมเพื่อนรักของฉัน”

โมโมซาบซึ้งจนทำอะไรไม่ถูก  มันดีใจที่แจนเห็นคุณค่าความเป็นเพื่อนในตัวมัน   มันนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วพูดออกมาเบา ๆ ด้วยเสียงจากหัวใจว่า  “สุขสันต์วันเกิดนะ…หนูแจน………เพื่อนรักของฉัน”

ข้อคิดจากนิทานเรื่องนี้ :

  • ของเก่าอาจไม่มีราคา แต่มีคุณค่าทางใจที่ประเมินไม่ได้
  • ความผูกพันที่ยาวนานคือสิ่งล้ำค่าที่ควรดูแล
  • การเสียสละเพื่อคนที่เรารักคือความรักที่แท้จริง

#นิทานนำบุญ

หมายเหตุ :

หลังจากอ่านนิทานเรื่อง “ตุ๊กตาเพื่อนเก่า” แล้ว ถ้าใครอยากฟังนิทานเรื่องนี้ในฉบับภาษาอังกฤษที่เรียบเรียงให้ฟังได้ง่าย ลองฟังจากคลิปต่อไปนี้นะครับ และหากใครอยากเสริมความรู้ภาษาอังกฤษจากนิทานเรื่องนี้ พี่นำบุญได้ทำคอนเทนต์ “เรียนภาษาอังกฤษจากนิทาน ตุ๊กตาเพื่อนรัก” เอาไว้ให้อ่านกันด้วย (กดดูที่ภาพปกด้านล่าง) ถ้าชอบคอนเทนต์เสริมแนวนี้ ช่วยคอมเมนต์บอกกันด้วยนะครับ พี่นำบุญจะได้จัดทำเพิ่มให้อีก เผื่อจะได้ฝึกภาษาเพิ่มเติมกันครับ

ภาพปกบทความเรียนภาษาอังกฤษจากนิทานเรื่อง Old Toy, True Friend เด็กหญิง Jan ยืนชี้กระดานดำ พร้อมคำศัพท์อังกฤษพื้นฐาน
ภาพประกอบเนื้อหา “เรียนภาษาอังกฤษจากนิทานเรื่อง ตุ๊กตาเพื่อนเก่า (Old Toy, True Friend)” พร้อมคำศัพท์พื้นฐานจากเรื่อง