Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

เจ้าหญิงจอมตะกละ

นิทานก่อนนอนเรื่อง “เจ้าหญิงจอมตะกละ” เป็นนิทานก่อนนอนแนวเจ้าหญิงเจ้าชายที่มีแง่คิดสอนใจ แถมมีนักแสดงหลายคนปรากฏตัวอยู่ในนิทานเรื่องนี้ด้วย (แต่เด็ก ๆ จะรู้จักไหมหนอ) หวังว่านิทานเรื่องนี้จะสร้างรอยยิ้มและให้แง่คิดที่ดีแก่เด็ก ๆ ได้บ้างนะครับ

นิทานเรื่อง เจ้าหญิงจอมตะกละ

          กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเจ้าหญิงองค์หนึ่งทรงเป็นเจ้าหญิงที่มีหน้าตาน่ารัก แต่มีนิสัยค่อนข้างเห็นแก่ตัวและไม่เคยแบ่งปันสิ่งใด ๆ โดยเฉพาะขนมอร่อย ๆ ให้เพื่อนเลย

          วันหนึ่ง…ก่อนถึงวันเกิดของเจ้าหญิงไม่นานนัก   พระสหายของพระราชาแวะมาเยี่ยมเจ้าหญิงพร้อมกับนำขนมเค้ก 7 ชั้นมามอบให้  ขนมเค้ก 7 ชั้นเคลือบด้วยน้ำตาล 7 สี แถมยังตกแต่งด้วยตุ๊กตารูปสัตว์ชนิดต่าง ๆ ที่ทำจากน้ำตาลสีหวาน แม้พระสหายของพระราชาจะกำชับให้เจ้าหญิงนำขนมไปแบ่งกับเพื่อน ๆ  แต่เจ้าหญิงกลับไม่ต้องการแบ่งขนมเค้กให้ใครทั้งนั้น  เจ้าหญิงจึงนำขนมเค้กไปเก็บไว้ในห้องบรรทม  แล้วจัดการกินขนมเค้กจนหมดเกลี้ยง

          สองวันต่อมา เพื่อนสนิทของพระราชินีเดินทางมาที่วัง พร้อมกับนำโดนัทติดมือมาฝากพระราชินี 10 กล่อง  พระราชินีไม่ชอบกินของหวาน  พระองค์จึงมอบโดนัททั้งหมดให้เจ้าหญิงนำไปแบ่งกับเพื่อน ๆ  แต่เมื่อเจ้าหญิงเปิดกล่องโดนัทแล้วพบว่า โดนัทมีหลากสีหลายแบบซึ่งดูน่ากินด้วยกันทั้งนั้น  เจ้าหญิงจึงแอบนำโดนัททั้ง 10 กล่องไปซ่อนไว้ในห้องบรรทม แล้วจัดการกินโดนัททั้งหมดตามลำพัง

            อีก 3 วันต่อมา มีญาติผู้ใหญ่ของเจ้าหญิงเดินทางมาที่วังพร้อมกับนำขนมนานาชาติชุดใหญ่มาให้เจ้าหญิง  ญาติของเจ้าหญิงบอกให้เจ้าหญิงนำขนมไปแบ่งให้เพื่อน ๆ ที่โรงเรียนกินด้วย แต่เมื่อเจ้าหญิงเห็นขนมนานาชาติที่ญาติผู้ใหญ่นำมาให้  พระองค์ก็ทรงเสียดายและไม่อยากแบ่งให้ใคร ๆ กินทั้งนั้น เจ้าหญิงจึงแอบนำขนมทั้งหมดไปซ่อนไว้ในห้องบรรทม แล้วจัดการกินขนมเหล่านั้นแต่เพียงผู้เดียว

            ครั้นเมื่อถึงวันเกิดของเจ้าหญิง  พี่เลี้ยงของเจ้าหญิงมาปลุกเจ้าหญิงแต่เช้า พร้อมกับแจ้งให้เจ้าหญิงทราบว่า  เจ้าชายนิชคุน, เจ้าชายณเดชน์,  เจ้าชายโดม  และเจ้าชายมาริโอ้  เสด็จมาถึงงานวันเกิดของเจ้าหญิงแล้ว

            เจ้าหญิงทรงดีใจมากเพราะเจ้าชายทั้ง 4 พระองค์ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชายที่มีหน้าตาหล่อเหลาที่สุดในบรรดาเจ้าชายทั้งหลาย หนำซ้ำ เจ้าชายทุกพระองค์ยังนำขนมมามอบให้เจ้าหญิงเป็นของขวัญวันเกิดด้วย

            เจ้าหญิงทรงตื่นเต้นและรีบลุกขึ้นจากที่นอน จากนั้น พระองค์ก็บอกให้พี่เลี้ยงนำชุดราตรีแสนสวยที่สั่งตัดเอาไว้มาให้พระองค์สวมใส่

            แต่อนิจจา! เมื่อพี่เลี้ยงนำชุดราตรีชุดใหม่ที่ประดับประดาด้วยเพชนพลอยสีต่าง ๆ มาให้เจ้าหญิงสวมใส่ชุดที่วัดและตัดมาอย่างพอดิบพอดีก็กลับคับติ้วจนเจ้าหญิงแทบจะยัดตัวเข้าไปในชุดไม่ได้

            ขนมเค้ก โดนัท และขนมนานาชาติที่เจ้าหญิงแอบกินโดยไม่แบ่งใคร ๆ ทำให้พระองค์ทรงอ้วนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  ซ้ำร้าย…หลังจากที่เจ้าหญิงพยายามใส่ชุดราตรีที่มีขนาดเล็กกว่าตัวของพระองค์อยู่นานเกือบ 1 ชั่วโมง (จนกระทั่งใส่ชุดได้สำเร็จ)  ชุดที่คับกระชับสัดส่วนก็ทำให้พระองค์ขยับตัวแทบไม่ได้และหายใจแทบไม่ออก

            เจ้าหญิงทรงเดินออกไปร่วมงานวันเกิดของตัวเองโดยพยายามวางท่าให้สง่างามที่สุด  แต่ด้วยความคับของชุดราตรี  เจ้าหญิงก็เริ่มเหงื่อตกและหายใจไม่ออกจนหน้าเขียวขึ้นเรื่อย ๆ   จนกระทั่งเจ้าหญิงทรงอดทนแขม่วพุงต่อไปไม่ไหว  ตะเข็บของชุดราตรีที่แน่นเปรี๊ยะก็ปริออก ทำให้ชุดขาดจนโป๊ และเพชรพลอยต่างๆ  ก็ร่วงกระจายเต็มพื้นไปหมด

            เจ้าชายทั้ง 4 พระองค์รวมทั้งแขกรับเชิญทั้งหลายต่างตกใจและนึกขำไปในเวลาเดียวกัน  ส่วนเจ้าหญิงผู้เห็นแก่กินก็ทรงอายเกินกว่าจะทำอะไรต่อไปได้   พระองค์จึงตัดสินใจแกล้งสลบ เพื่อให้เรื่องราวทั้งหมดจบ ๆ ไป

            เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้เจ้าหญิงได้รับบทเรียนครั้งสำคัญว่า  การชอบกินขนมไม่ใช่เรื่องผิด  แต่การกินขนมอย่างเกินพอดี และการไม่รู้จักแบ่งปันขนมให้แก่ผู้อื่นเป็นนิสัยที่มีแต่เสียกับเสีย

            นับจากวันนั้นเป็นต้นมา  เจ้าหญิงก็ปรับปรุงตัวเสียใหม่ ซึ่งเมื่อพระองค์แบ่งปันขนมให้แก่เพื่อน ๆ  พระองค์ก็ไม่ต้องกินขนมเกินขนาด ทั้งยังได้เป็นที่รักของเพื่อน ๆ  ทุกคนอีกด้วย

            หลายปีต่อมา  เจ้าหญิงผู้มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ก็เติบโตขึ้นเป็นเจ้าหญิงแสนสวยและกลายเป็นที่รักของคนทุกคนที่ได้พบเห็น 

#นิทานนำบุญ

Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

ฟูฟูกับเด็กเกเร

ในยุคปัจจุบัน กระแสต่อต้านการกลั่นแกล้งกัน เหยียดหยามกัน หรือบูลลี่กัน มีมากขึ้นเรื่อย ๆ นิทานเรื่องนี้ ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) แต่งลงในนิตยสารขวัญเรือนนานมาก ๆ แล้ว แต่ก็ยังคงเป็นนิทานที่ไม่ล้าสมัย ผมหวังว่าข้อคิดจากนิทานเรื่องนี้ จะสร้างภูมิคุ้มใจให้เด็ก ๆ ได้บ้าง ขอให้มีความสุขในการอ่านนิทานนะครับ

นิทานเรื่อง ฟูฟูกับเด็กเกเร

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว  มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งชื่อว่า “ฟูฟู” 

ฟูฟูเป็นเด็กตุ้ยนุ้ย  ผิวคล้ำ  แถมยังมีผมหยิกหยองฟูฟ่องสมชื่อ  ตลอดเวลา  ฟูฟูไม่เคยรู้สึกผิดแปลกกับรูปร่างของตัวเองเลย  เพราะฟูฟูถอดแบบมาจากคุณพ่อคุณแม่จนคนที่เห็นมักพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่บอกก็รู้ว่าหนูลูกใคร”

อยู่มาวันหนึ่ง  ฟูฟูต้องย้ายไปเรียนในโรงเรียนแห่งใหม่  เพื่อน ๆ ในโรงเรียนแห่งนี้มีทั้งเด็กดีและเด็กเกเร  หลังจากฟูฟูเข้าเรียนได้ไม่นาน  ฟูฟูก็ถูกกลุ่มเด็กผู้ชายจอมเกเรล้อเลียนว่า “ฟูฟูหัวเหมือนรังนก  สุดแสนสกปรกมีรังนกอยู่บนหัว ฮ่าฮ่าฮ่า”

ฟูฟูเสียใจทุกครั้งที่ถูกเพื่อนล้อ  แม้ฟูฟูจะพยายามเดินหนี  แต่กลุ่มเด็กเกเรก็มักจะตามไปส่งเสียงล้อเลียนฟูฟูอยู่เสมอ  ยิ่งได้ฟัง…ฟูฟูก็ยิ่งรู้สึกว่าผมของเธอคงเหมือนรังนกจริง ๆ แถมมันยังดูสกปรกรกรุงรังขึ้นเรื่อย ๆ  ในที่สุด  ฟูฟูจึงไปปรึกษาคุณแม่ว่า เธอควรทำอย่างไรดี

คุณแม่ของฟูฟูเคยเปิดร้านเสริมสวย  เมื่อฟูฟูมาปรึกษา คุณแม่จึงค้นเครื่องมือที่เก็บไว้ แล้วยืดผมให้ฟูฟูจนเส้นผมตรงสลวยสวยเก๋

ฟูฟูดีใจที่เธอมีผมตรงสวยเหมือนเด็กผู้หญิงคนอื่น ๆ  ซึ่งเด็กผู้ชายคงล้อเลียนเธอไม่ได้อีกต่อไปแล้ว แต่กลุ่มเด็กเกเรปล่อยให้ฟูฟูสบายใจได้ไม่กี่วัน  มานานหลังจากนั้น  เด็กผู้ชายกลุ่มเดิมก็ส่งเสียงแกล้งฟูฟูว่า “ฟูฟูตัวดำเหมือนถ่าน  มองผ่าน ๆ นึกว่าถ่านเดินได้ ฮ่าฮ่าฮ่า”

เสียงล้อเลียนของเด็กเกเรทำให้ฟูฟูเสียใจมาก  ยิ่งได้ฟัง…ฟูฟูก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวของเธอดำขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุด  ฟูฟุจึงไปปรึกษาคุณแม่อีกครั้งว่า เธอควรทำอย่างไรดี

คุณแม่สงสารลูกสาวที่ถูกพวกเด็กผู้ชายรังแก  คุณแม่จึงนำสมุนไพรที่เคยใช้บำรุงผิวให้ลูกค้าในร้านเสริมสวยมาทาตัวให้ฟูฟู  ซึ่งหลังจากอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณแล้ว  เนื้อตัวของฟูฟูก็ดูผุดผ่องเป็นยองใยจนเจ้าตัวอดยิ้มออกมาไม่ได้

เช้าวันต่อมา  พวกเด็กผู้ชายพากันตกใจที่ผิวพรรณของฟูฟุดูผุดผ่องขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  ครั้นจะล้อฟูฟูแบบเก่าก็คงไม่เข้าท่า  แต่จะเลิกล้อเลิกแกล้งเด็กผู้หยิงอย่างฟูฟูก็คงหมดเรื่องสนุก  กลุ่มเด็กผู้ชายจึงคิดใหม่ทำใหม่โดยส่งเสียงล้อเลียนฟูฟูไปว่า  “ฟูฟูหุ่นเหมือนหมูหรือเจ้าหมูหุ่นเหมือนฟูฟูนะ ฮ่าฮ่าฮ่า”

ฟูฟูเสียใจที่กลุ่มเด็กผู้ชายยังคงหาเรื่องล้อเลียนเธออีก  แถมยิ่งฟัง…ฟูฟูก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวของเธออ้วนขึ้นเรื่อย ๆ  ฟูฟูอึดอัดมากจึงไปปรึกษาคุณแม่อีกครั้งว่า เธอควรทำอย่างไรดี

จริง ๆ แล้ว  ถ้าฟูฟูอยากผอมกว่านี้  เธอควรออกกำลังกายและเลือกกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม  แต่คุณแม่เห็นว่าฟูฟูเป็นแค่เด็กท้วม ๆ ไม่ใช่เด็กอ้วน  เรื่องอาหารการกินและการออกกำลังกาย ฟูฟูก็ทำได้อย่างเหมาะสมอยู่แล้ว  คุณแม่จึงทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมด แล้วแนะนำลูกสาวว่า

“แก้อะไรไปคนอื่นก็หาเรื่องล้อลูกได้อยู่ดี  เรามาแก้ที่ใจของตัวเองดีกว่าไหม  แก้ที่ใจ…ไม่ให้หวั่นไหวกับคำพูดของคนอื่น  ทำหัวใจให้นิ่ง ๆ กลาง ๆ  คนล้อก็ไม่สนุก  ตัวเราก็ไม่เป็นทุกข์  สุดท้าย  เขาก็จะเลิกล้อเลิกแกล้งเราไปเอง”

เมื่อฟูฟูได้ฟังคำของคุณแม่  ฟูฟูก็ได้คิด

ในความเป็นจริง  ฟูฟูชอบที่ตัวเองมีผมหยิกฟูเหมือนคุณพ่อคุณแม่  ชอบที่ตัวเองมีผิวสีน้ำผึ้งไม่ต่างจากคุณพ่อคุณแม่  และชอบที่ตัวเองมีรูปร่างตุ้ยนุ้ยคล้าย ๆ กับคุณพ่อคุณแม่  ฟูฟูชอบทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณพ่อคุณแม่ให้เธอมาตั้งแต่เกิด  แล้วเธอจะไปเดือดร้อนกับคำพูดคำล้อเลียนของคนอื่นเพื่ออะไร?

เมื่อเด็กหญิงตัวน้อยเข้าใจตัวเองอย่างกระจ่างชัด  เธอจึงยิ้มให้คุณแม่และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับกลุ่มเด็กผู้ชายจอมเกเรอย่างไม่หวาดหวั่น

ในวันต่อมา  เมื่อเด็กเกเรล้อเลียนฟูฟูอีก  ฟูฟูจึงทำใจนิ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่ยินดียินร้าย  ท้ายที่สุด  พวกเด็กเกเรก็เบื่อ แล้วหันไปแกล้งกันเองแทนที่จะแกล้งคนอื่น

การแก้ที่ใจทำได้ง่าย ๆ และช่วยให้หัวใจไม่เป็นทุกข์

ในที่สุด  เด็กผู้หญิงรูปร่างตุ้ยนุ้ย ผิวคล้ำ แถมยังมีผมหยิกหยองฟูฟ่องก็กลับมาร่าเริงสดใส โดยไม่มีความคิดหรือถ้อยคำของใครมาทำร้ายจิตใจของเธอได้อีก.

#นิทานนำบุญ

………………………………