Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

ยอดมนุษย์ตัวน้อย

นิทานก่อนนอนเรื่อง “ยอดมนุษย์ตัวน้อย” เป็นนิทานแปลกๆ ทั้งในส่วนของตัวละครที่เป็นยอดมนุษย์และพลังพิเศษที่ไม่ค่อยน่าภูมิใจสักเท่าไร แต่เมื่ออ่านไปจนจบ นิทานเรื่องนี้คงสร้างรอยยิ้มและให้ข้อคิดบางอย่างแก่คุณผู้อ่านได้พอสมควร หวังว่านิทานตลกๆก่อนนอนเรื่องนี้จะถูกใจใครหลาย ๆ คนนะครับ

นิทานเรื่อง ยอดมนุษย์ตัวน้อย

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว  มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งเป็นเด็กที่มีพลังพิเศษคล้าย ๆ กับเหล่ายอดมนุษย์ทั้งหลาย  แต่เด็กคนนี้กลับไม่ภูมิใจในพลังพิเศษที่เขามีอยู่เลย  เพราะพลังพิเศษของเขานั้น ไม่ใช่พลังในการเหาะเหินเดินอากาศ, ไม่ใช่พละกำลังที่ล้นเหลือเกินมนุษย์, ไม่ใช่อำนาจในการปล่อยแสงต่อสู้กับเหล่าร้าย, ไม่ใช่ความสามารถในการล่องหนหายตัว  แต่พลังที่เด็กน้อยมีอยู่กลับเป็นพลังในการ ”ผายลม” ที่เขาสามารถปรับความรุนแรงและกลิ่นได้ตามใจปรารถนา  เด็กน้อยคิดว่าการมีพลังพิเศษเช่นนี้…สู้ไม่มีเสียยังดีกว่า  เด็กน้อยจึงไม่เคยเปิดเผยเรื่องของตัวเองให้ใครรู้และเก็บเรื่องพลังพิเศษที่เขามีอยู่เอาไว้โดยไม่เห็นคุณค่าของมันเลยแม้สักนิด

อยู่มาวันหนึ่ง  ในขณะที่เด็กน้อยนั่งรถโรงเรียนไปทัศนศึกษาต่างจังหวัดร่วมกับเพื่อน ๆ   ระหว่างทางซึ่งเป็นทางคดเคี้ยวขึ้นเขา  คุณลุงคนขับรถที่ขับรถมาไกลแสนไกลก็ค่อย ๆ ง่วงและเผลอหลับเป็นระยะ ๆ   ทุกครั้งที่คุณลุงหลับ  รถก็จะส่ายและเกือบพลาดตกเหวครั้งแล้วครั้งเล่า  คุณครูพยายามบอกให้คุณลุงจอดรถลงไปพัก  แต่คุณลุงคนขับกลับดื้อดึงและยืนยันว่ายังขับไหว เด็กน้อยเห็นว่าหากปล่อยให้คุณลุงขับรถต่อไปเช่นนี้คงไม่ดีแน่  เขาจึงตัดสินใจทำสิ่งที่เขาไม่เคยทำมาก่อน  นั่นคือการใช้พลังพิเศษผายลมออกมาอย่างแผ่วเบา แต่บังคับกลิ่นให้เหม็นราวกับกลิ่นตดของช้างร้อยเชือกมารวมกัน

ทันทีที่คุณลุงคนขับได้กลิ่นตดมหาภัย  คุณลุงที่ง่วงเหงาหาวนอนก็รีบจอดรถแล้ววิ่งลงจากรถเพื่อหนีกลิ่นตดซึ่งเหม็นอย่างสุดทานทน  เด็กนักเรียน, คุณครู รวมทั้งยอดมนุษย์ตัวน้อยที่แอบใช้พลังเป็นครั้งแรกจึงพากันวิ่งลงรถตามไปด้วย  ท้ายที่สุด  คุณลุงคนขับก็ได้ยืดเส้นยืดสายจนหายง่วง  และเมื่อกลิ่นจางลง  ทุกคนก็กลับขึ้นรถแล้วออกเดินทางกันต่อ

หลังจากวันนั้น เด็กน้อยผู้มีพลังพิเศษก็เริ่มรู้สึกว่า พลังพิเศษของเขาเป็นพลังที่มีประโยชน์อยู่บ้างเหมือนกัน  แต่ถึงอย่างไร  มันก็เป็นพลังที่น่าอายมากกว่าน่าภูมิใจ…ดังเช่นพลังของยอดมนุษย์คนอื่น ๆ 

ในเวลาต่อมา  เด็กน้อยบังเอิญโชคร้ายเข้าไปฝากเงินในธนาคารแล้วมีโจรอ้วนผอมบุกเข้าปล้นธนาคารพอดิบพอดี  โจรทั้งสองคนใช้ปืนขู่เอาเงินจากเจ้าหน้าที่อย่างอุกอาจ  ส่วนประชาชนก็ได้แต่หมอบอยู่ที่พื้นเพราะกลัวจะโดนลูกหลง เด็กน้อยเห็นท่าไม่ดี เขาจึงตัดสินใจผายลมออกมา อย่างแผ่วเบา  แต่บังคับกลิ่นให้แรงกว่าคราวก่อนอีกร้อยเท่า  ทำให้โจรอ้วนผอมและผู้คนทั้งหมดสลบเหมือด ซึ่งเมื่อตำรวจมาถึง ตำรวจก็สามารถจับโจรได้อย่างง่ายดายโดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ครั้นเมื่อเด็กน้อยใช้พลังช่วยผู้คนได้สำเร็จ เขาก็เริ่มได้ข้อคิดว่า ถึงพลังพิเศษของเขาจะดูแปลก ๆ อยู่สักหน่อย  แต่ถ้าเขานำมันมาใช้อย่างเหมาะสม  มันก็จะทำให้เกิดประโยชน์กับผู้คนทั้งหลายได้ไม่แพ้พลังพิเศษของยอดมนุษย์คนอื่น ๆ   เมื่อคิดได้ดังนี้แล้ว  ยอดมนุษย์ตัวน้อยจึงตัดสินใจหาทางใช้พลังของเขาให้เกิดประโยชน์ด้วยวิธีการต่าง ๆ

ยอดมนุษย์ตัวน้อยใช้ประโยชน์จากพลังพิเศษโดยแอบไปดูการซ้อมรบของกองทัพ แล้วผายลมเสียงดัง “ปั้ง ๆ ตู้ม ๆ “ ผสมโรงให้เสียงปืนและเสียงระเบิดดังกว่าปกติ เพื่อขู่ไม่ให้ประเทศข้างเคียงกล้าเข้ามาบุกรุก 

นอกจากนี้  เมื่อมีการชุมนุมประท้วงกันที่ไหน ยอดมนุษย์ตัวน้อยก็จะแฝงตัวไปร่วมการชุมนุมด้วย โดยเขาจะรอให้ผู้คนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก แล้วแอบผายลมแบบเหม็นสุดขีดจนผู้คนทั้งหลายต้องสลายการชุมนุมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

เหนือสิ่งอื่นใด  ยอดมนุษย์ตัวน้อยยังฉลาดพอที่จะใช้ความสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของบ้านเมือง โดยการแอบดำน้ำเพื่อผายลมปุ๋งใหญ่หลาย ๆ ปุ๋ง  จนเกิดฟองอากาศผุดขึ้นมาที่ผิวน้ำเป็นระยะ ๆ ทำให้ผู้คนเข้าใจผิดคิดว่ามีสัตว์โบราณอาศัยอยู่ใต้น้ำ  นักข่าวและนักท่องเที่ยวจึงแห่กันมารอดูสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งทำให้ชาวเมืองขายอาหาร, เครื่องดื่มและของที่ระลึกได้เป็นจำนวนมาก

ในที่สุด เด็กผู้ชายที่มีพลังพิเศษคนนี้ก็หาโอกาสใช้พลังให้เกิดประโยชน์ได้สำเร็จ  เด็กน้อยภูมิใจในตัวเองมาก เพราะถึงแม้ว่าพลังพิเศษของเขาจะแปลกกว่าใคร ๆ  แต่เมื่อเขารู้จักนำมันมาใช้ให้เกิดประโยชน์ พลังของเขาจึงมีค่าและมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าพลังของยอดมนุษย์คนใด ๆ ในโลก 

#นิทานนำบุญ

………………….

Posted in Uncategorized

นิทานเรื่องล่าสุด ปี2021

หมวด “นิทานเรื่องล่าสุดปี2021” เป็นหมวดพิเศษที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) จัดทำขึ้นในเว็บไซต์นิทานนำบุญ เพื่อรวมรวบนิทานใหม่ ๆ ประจำปี 2021 เอาไว้ด้วยกัน ก่อนที่จะแยกไปตามหมวดต่าง ๆ ของเว็บไซต์ในปีหน้า ทั้งนี้เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถเลือกอ่านนิทานใหม่ ๆ ของปี 2021 ได้สะดวกขึ้น (ถ้านำไปรวมตามหมวดที่มีอยู่แล้ว บางคนอาจสับสน เพราะตอนนี้นิทานในเว็บไซต์นิทานนำบุญมีมากกว่า 200 เรื่องแล้ว) ยังไงลองกดเลือกนิทานจากเมนูด้านบนดูนะครับ

Posted in ครอบครัว, นิทานก่อนนอน, นิทานสอนใจเด็ก

นิทานก่อนนอนเรื่อง เด็กผู้หญิงแห่งความสุข | สอนเด็กให้เป็นเด็กดีรู้จักแบ่งปัน

นิทานก่อนนอนเรื่องสั้น ๆ เรื่อง “เด็กผู้หญิงแห่งความสุข” เป็นนิทานในยุคแรก ๆ ที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) เพิ่งเริ่มแต่งนิทานให้นิตยสารขวัญเรือนได้ไม่นานนัก นิทานเรื่องนี้ มีจุดเริ่มต้นจากชื่อตัวละคร ที่ผมตั้งใจนำชื่อของลูกพี่ลูกน้อง (ลูกครึ่งเกาหลี) ซึ่งเป็นลูกของน้าสาว มาใช้เป็นชื่อตัวละครหลักในเรื่อง คือ มิมิ และ ปิงปิง (แม้เราจะเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แต่ผมอายุมากกว่าน้อง ๆ เยอะ) เมื่อได้ชื่อตัวละครแล้ว ผมจึงค่อยแต่งเรื่องราวเป็นนิทาน โดยนิทานในยุคแรก ๆ ที่แต่ง ส่วนใหญ่เนื้อเรื่องที่สดใสมาก และมักเป็นนิทานก่อนนอนสั้น ๆ ที่อ่านจบได้ในเวลาไม่นานนัก ผมหวังว่านิทานเรื่องนี้จะทำให้ผู้อ่านยิ้มและนอนหลับฝันดีนะครับ

นิทานเรื่อง เด็กผู้หญิงแห่งความสุข

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว  มีเด็กผู้หญิงแสนดีคนหนึ่งชื่อว่ามิมิ   มิมิเป็นเด็กที่น่ารักน่าเอ็นดู  เธอพูดแต่ถ้อยคำที่อ่อนหวาน  คิดแต่เรื่องที่ดีงาม  และทำทุก ๆ อย่างเพื่อให้คนรอบข้างมีความสุข  ความสุขของมิมิคือการทำให้ทุก ๆ คนมีความสุข  ดังนั้น ทุก ๆ คนจึงมีความสุขเมื่อได้อยู่ใกล้กับมิมิ

เมื่อถึงวันคล้ายวันเกิดของมิมิ  นางฟ้าใจดีนึกอยากจะทำให้เด็กน้อยแสนดีมีความสุขบ้าง  ด้วยเหตุนี้ นางฟ้าจึงมอบดินสอวิเศษให้แก่มิมิหนึ่งแท่ง

ดินสอวิเศษของนางฟ้าเป็นดินสอมหัศจรรย์  ถ้ามิมิอยากได้อะไรเป็นของขวัญ  เพียงแค่มิมิวาดภาพสิ่งนั้นลงในกระดาษ  ฉับพลัน! สิ่งที่มิมิวาดก็จะกลายเป็นจริงขึ้นมาราวกับมีปาฏิหาริย์  นางฟ้าดีใจที่ได้มอบของขวัญให้แก่มิมิ  แต่มิมิกลับกลุ้มใจ เพราะเธอไม่รู้ว่าเธอควรจะวาดอะไรให้ตัวเองดี

มิมิถามปิงปิงน้องชายว่า เธอควรวาดภาพอะไรมากที่สุด  ปิงปิงนิ่งคิด แล้วบอกกับพี่สาวว่า  ถ้าเป็นเขา…เขาคงวาดภาพกระต่ายขาวขนปุยสักคู่หนึ่ง  มิมิรู้ดีว่าปิงปิงชอบกระต่ายขาวมากที่สุด  เธอเองก็ชอบกระต่ายขาวไม่แพ้น้องชาย  แต่ความสุขของมิมิคือการทำให้คนรอบข้างมีความสุข  ดังนั้น มิมิจึงวาดภาพกระต่ายน้อยบ่าวสาวด้วยดินสอวิเศษ  แล้วมอบกระต่ายขาวขนปุยทั้งสองตัวให้แก่ปิงปิงด้วยความรัก

มิมิไปถามโมเมเพื่อนสนิทว่าเธอควรวาดภาพอะไรมากที่สุด  โมเมนิ่งคิด แล้วบอกกับมิมิว่า ถ้าเป็นเธอ…เธอคงวาดภาพหมีแพนด้าที่แสนน่ารักสักตัวสองตัว  มิมิรู้ดีว่าโมเมชอบหมีแพนด้ามากที่สุด  ดังนั้น มิมิจึงวาดภาพหมีแพนด้าคู่รักด้วยดินสอวิเศษ  จากนั้น เธอก็มอบหมีแพนด้าที่แสนน่ารักให้แก่โมเมเป็นของขวัญ

มิมิไปถามคุณลุงกับคุณป้าว่าเธอควรวาดภาพอะไรมากที่สุด  คุณลุงกับคุณป้าซึ่งเป็นเจ้าของสวนผลไม้จึงช่วยกันคิด  จากนั้น ทั้งคู่ก็บอกกับมิมิว่า ถ้าเป็นพวกเขา…พวกเขาคงวาดภาพยีราฟคอยาวเพื่อเอาไว้ขี่เก็บผลไม้ในสวน  มิมิรู้ดีว่าคุณลุงกับคุณป้าอยากได้ยีราฟมากที่สุด  เธอเองก็ชอบยีราฟไม่น้อยไปกว่าท่านทั้งสอง  แต่ความสุขของมิมิคือการทำให้คนรอบข้างมีความสุข  ดังนั้น มิมิจึงวาดยีราฟให้คุณลุงกับคุณป้าคนละหนึ่งตัว

มิมิเที่ยวถามใครต่อใครว่าเธอควรวาดอะไรมากที่สุด  แต่เพราะความสุขของมิมิคือการทำให้คนรอบข้างมีความสุข   ดังนั้น มิมิจึงต้องวาดภาพสัตว์ต่าง ๆ ให้คนนู้นคนนี้จนดินสอวิเศษกุดจุ๊ดจู๋  ไม่เหลือไส้ดินสอพอให้เธอวาดอะไรให้แก่ตัวเองเลยแม้แต่อย่างเดียว

แม้มิมิจะไม่มีอะไรมอบให้แก่ตัวเองเป็นของขวัญ  แต่เด็กน้อยกลับชื่นใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้ทำให้คนรอบข้างมีความสุขในวันเกิดของเธอ  มิมินึกขอบคุณนางฟ้าที่มอบดินสออันแสนวิเศษให้แก่เธอในวันแห่งความสุขเช่นนี้  และหนึ่งปีหลังจากนั้น  ผู้คนที่ได้รับของขวัญจากมิมิก็ทำให้มิมิต้องแปลกใจ  เมื่อพวกเขาพร้อมใจกันนำลูกของสัตว์ต่าง ๆ มามอบให้แก่มิมิเพื่อเป็นสิ่งตอบแทนจิตใจอันดีงามของเด็กน้อยผู้เป็นที่รักของทุก ๆ คน   มิมิมีความสุขมากที่ได้ลูกกระต่าย  ลูกแพนด้า  ลูกยีราฟ  ฯลฯ  มาเป็นเพื่อนเล่นกับเธอ  และแน่นอนว่า…ลูกสัตว์ที่แสนน่ารักเหล่านั้นก็มีความสุขที่ได้มาอยู่ใกล้ ๆ กับเด็กที่มีจิตใจดีงามอย่างมิมิ   และแล้ว…นิทานแห่งความสุขก็จบลงท่ามกลางความสุขของทุก ๆ คน

#นิทานนำบุญ

…………………………..

Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

สาวน้อยกับเจ้าชายในฝัน

นิทานก่อนนอนเกี่ยวกับความรักของชายหนุ่มและหญิงสาวเป็นนิทานที่แต่งได้ไม่ยาก แต่การแต่งนิทานประเภทนี้ให้น่าประทับใจเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่าย นิทานเรื่อง “สาวน้อยกับเจ้าชายในฝัน” เป็นนิทานเกี่ยวกับความรักเรื่องหนึ่งที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) ในฐานะผู้แต่งเชื่อว่า น่าจะเป็นนิทานอีกเรื่องที่ถูกใจทั้งเด็ก ๆ และคนที่ชอบอ่านนิทานให้แฟนฟังก่อนนอน หวังว่านิทานเรื่องนี้จะสร้างความสุขให้แก่ผู้อ่านทุก ๆ คนได้นะครับ

นิทานเรื่อง สาวน้อยกับเจ้าชายในฝัน

ลูกกวาดเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ชอบฟังนิทานมาก   เธอฝันว่าเมื่อเธอโตเป็นผู้ใหญ่  เจ้าชายที่เป็นเนื้อคู่ของเธอจะปรากฏตัวขึ้นและมาขอให้เธอเป็นเจ้าสาวของเขา   ลูกกวาดเชื่อว่าเจ้าชายของเธอน่าจะเรียนหนังสืออยู่ที่ไหนสักแห่งในโลก  และเพื่อให้เจ้าชายรู้ว่าเธอเฝ้ารอวันที่จะได้พบกัน  ดังนั้น  ลูกกวาดจึงวาดรูปตัวเองยืนเคียงคู่กับเจ้าชายในฝัน  แล้วม้วนภาพใส่ขวดแก้วโยนลงทะเล เพื่อสื่อความในใจไปยังเจ้าชายที่ลูกกวาดเชื่อว่า เธอกับเขาผูกพันกันอยู่ด้วยเยื่อใยแห่งความรัก

ทุก ๆ วัน  ลูกกวาดมักจะชวนเพื่อน ๆ  มานั่งล้อมวงฟังนิทานเคล้าเสียงคลื่นที่ริมหาด   เด็ก ๆ ทุกคนรักลูกกวาดเช่นเดียวกับที่ลูกกวาดรักพวกเขา    รอบวงนิทานจึงเต็มไปด้วยความฝันที่แสนสุข   จวบจนกระทั่งวันหนึ่ง  ลูกกวาดจำต้องลาจากเพื่อน ๆ เพื่อตามคุณพ่อคุณแม่เข้าไปอยู่ในตัวเมือง   ความสุขรอบวงนิทานจึงสิ้นสุดลงพร้อม ๆ กับหยาดน้ำตาของเด็ก ๆ ที่เอ่อล้นออกมาด้วยความอาลัยรัก 

หลายปีผ่านไป  ลูกกวาดเติบโตขึ้นเป็นสาวน้อยที่ยังคงเชื่อมั่นในนิทานและความฝัน   ด้วยเหตุนี้  เธอจึงตัดสินใจขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่ แล้วออกเดินทางเพื่อเล่านิทานให้เด็ก ๆ ฟัง พร้อมกับเฝ้าตามหาเจ้าชายในฝัน ผู้เป็นเจ้าของปราสาทที่มีดอกไม้งามบานสะพรั่ง

สาวน้อยดั้นด้นเดินทางไปทั่วทุกทวีป  เธอขี่ช้างย่ำป่า   ลอยข้ามผืนฟ้าไปกับเรือเหาะลำใหญ่  บุกข้ามทะเลทรายด้วยการขี่อูฐ  ไถลฝ่าดินแดนหิมะด้วยเลื่อนน้ำแข็ง  ล่องแก่งไปตามสายน้ำที่เชี่ยวกราก  ลูกกวาดสร้างความสุขให้เด็ก ๆ ในทุก ๆ พื้นที่ที่เธอเหยียบย่าง   เธอได้พบกับเจ้าชายและผู้คนมากมายทั่วทุกมุมโลก  แต่น่าเสียดายเหลือเกิน…เธอยังไม่เคยพบกับเจ้าชายที่เธอเฝ้าถวิลหามาตลอดชั่วชีวิต

วันหนึ่ง  ลูกกวาดแล่นเรือข้ามมหาสมุทรมาเทียบท่าที่ชายหาดของดินแดนแห่งหนึ่งซึ่งเธอรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด   เมื่อสาวน้อยขึ้นฝั่ง  เธอมองเห็นปราสาทหลังเล็ก ๆ พร้อมกับสวนดอกไม้แสนสวยที่ดูคล้ายกับภาพที่เธอเคยวาดเอาไว้ในอดีต  ลูกกวาดก้าวตรงไปยังปราสาทที่อยู่เบื้องหน้าราวกับต้องมนตร์สะกด

เธอมองเห็นเจ้าชายผมยาวท่าทางใจดีกำลังนั่งเล่านิทานอยู่ท่ามกลางเด็ก ๆ ที่มีแววตาฟุ้งฝัน   หัวใจของหญิงสาวเต้นรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  และยิ่งเมื่อเจ้าชายหันมาสบตากับเธอพร้อมกับเรียกชื่อของเธอได้อย่างถูกต้อง…ดั่งคนที่เคยสนิทสนมกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน  หญิงสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นก็เกิดอาการขวยเขินและรู้สึกวูบวาบหวั่นไหวไปหมด!

ในขณะที่ลูกกวาดกำลังตกอยู่ในภวังค์   ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของปราสาทก็เดินตรงเข้ามาหาหญิงสาว แล้วเฉลยความจริงว่าเขาเป็นหนึ่งในเพื่อนเก่าที่เคยล้อมวงเล่านิทานกับเธอสมัยที่ทุกคนยังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ    ชายหนุ่มสารภาพต่อไปว่า หลังจากที่ลูกกวาดจากทุกคนไปได้ไม่นาน  เขาก็เริ่มตระหนักว่าเขามิอาจที่จะอยู่โดยปราศจากเด็กผู้หญิงที่ชื่อว่าลูกกวาดได้   เขานั่งร้องไห้อยู่ที่ชายหาดจนน้ำตาเหือดแห้ง  และแล้ว…ท้องทะเลก็เห็นใจเขา  เพราะมีเกลียวคลื่นลูกใหญ่พัดพาขวดแก้วใบหนึ่งมาเกยที่หาดทรายใกล้ ๆ กับที่ ๆ เขานั่งอยู่  ซึ่งหลังจากที่เขาเปิดขวดและคลี่กระดาษในขวดออกดู  เขาก็รู้ว่าเขายังมีโอกาสที่จะได้พบกับเด็กผู้หญิงที่เขาหลงรักอีกครั้ง    

หลังจากวันนั้น  เขาตั้งใจเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และหาโอกาสตามพ่อของเขาออกทะเล  เขาเริ่มฝึกฝนวิธีดำน้ำและเฝ้าค้นหาสมบัติตามเรืออับปางที่จมอยู่ใต้ห้วงทะเลลึก  ซึ่งหลังจากที่เขาผจญกับคมเขี้ยวของเหล่าฉลามอยู่นานหลายปี   ในที่สุด  เขาก็ค้นพบสมบัติของโจรสลัด และนำมันมาเป็นทุนในการสร้างปราสาทหลังน้อยเพื่อรอคอยให้หญิงสาวผู้เป็นที่รักหวนกลับมาหา

ลูกกวาดฟังเรื่องราวทั้งหมดด้วยความตื้นตันใจ   เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า เพื่อนเก่าของเธอก็คือเจ้าชายที่เธอเที่ยวตามหามาโดยตลอด   สาวน้อยมองชายหนุ่มที่ทุ่มชีวิตสร้างปราสาทหลังน้อยเพื่อรอคอยการกลับมาของเธอ  ชายหนุ่มคนนี้คือคนที่ปลูกดอกไม้ตามภาพที่เธอเคยวาดฝัน   และที่สำคัญ..เขายังคงเชื่อในพลังแห่งนิทานและใช้นิทานสร้างความสุขให้แก่เด็ก ๆ ทั้งหลายดังที่เธอได้เห็น

ลูกกวาดหลงรักเจ้าชายของเธอมาก  และเมื่อชายหนุ่มเอ่ยปากขอความรักจากเธอ  เธอก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะปฏิเสธความปรารถนาดีของเขา   ในที่สุด  ลูกกวาดก็ได้อยู่เคียงคู่กับเจ้าชายของเธอในปราสาทหลังน้อยที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความรัก…ดังที่เธอเคยฝันเอาไว้

#นิทานนำบุญ

………………………………..