Posted in บทเรียนชีวิต, เรื่องเล่า, Uncategorized

คลิปสัมภาษณ์ : นำบุญ

วันที่ 14 มกราคม 2019   พี่นำบุญได้รับเชิญให้ไปพูดคุยในรายการโทรทัศน์ชื่อ “พระอาทิตย์ LIVE”  ซึ่งเป็นการพูดคุยที่สนุก (ผู้ดำเนินรายการเก่งมาก ๆ ) พี่นำบุญได้เล่าประสบการณ์ รวมทั้งแนวคิดต่าง ๆ ไว้มากพอสมควร  เช่น เรื่องการคิดนิทานเรื่อง “พระราชาผู้เป็นที่รัก”   (พี่นำบุญเริ่มพูดคุยราวนาทีที่ 3 )  หนังสือเรื่อง “คนต่อเทียน”   นิทานเกี่ยวกับแม่ หนังสือเรื่องค่อย ๆ  ประสบการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต

พี่นำบุญจึงขอนำคลิปวิดีโอมาลงไว้ในเว็บไซต์นิทานนำบุญ สำหรับท่านที่พลาดชมการถ่ายทอดสดในวันดังกล่าวนะครับ ขอบคุณทางรายการมาก ๆ เลยครับ

Posted in นิทาน, เด็ก, เรื่องสนุก, เรื่องสั้น, เรื่องเล่า, family, Kid, Uncategorized

กระต่ายแสงจันทร์

ในตำนานเก่าแก่ของชาวกระต่าย มีเรื่องเล่าถึง ‘กระต่ายแสงจันทร์’ ผู้คอยปกป้องและช่วยเหลือกระต่ายน้อยทั้งหลายให้พ้นจากอันตรายต่าง ๆ เด็ก ๆ ชาวกระต่ายต่างมีกระต่ายแสงจันทร์เป็นพระเอกในดวงใจด้วยกันทั้งนั้น กระต่ายตัวน้อย ๆ ทั้งหลายมักจะฟุ้งฝันอยากเป็นกระต่ายแสงจันทร์ในวันที่พวกเขาโตขึ้น

‘เจ้าเมฆขาว’ เป็นกระต่ายน้อยอีกตัวหนึ่งที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นกระต่ายแสงจันทร์ ปู่ของเมฆขาวเคยเล่าให้เมฆขาวฟังว่า ดวงจันทร์จะมอบพลังให้แก่กระต่ายผู้กล้าหาญ เพื่อให้กระต่ายตัวนั้นใช้พลังแห่งแสงจันทร์ต่อสู้กับเหล่าร้ายในยามที่เกิดเหตุคับขัน เมฆขาวตั้งใจที่จะเป็นกระต่ายแสงจันทร์ให้จงได้ ด้วยเหตุนี้ เมฆขาวจึงปฏิญาณกับตัวเองว่า เขาจะต้องเป็นกระต่ายที่กล้าหาญ เพื่อให้ดวงจันทร์มอบพลังวิเศษให้แก่เขา

เพื่อน ๆ ของเมฆขาวมักจะพากันหัวเราะเยาะเมื่อได้ยินเมฆขาวพูดถึงความใฝ่ฝันที่เขาอยากจะเป็นกระต่ายแสงจันทร์ จริงอยู่ที่เด็ก ๆ ชาวกระต่ายต่างใฝ่ฝันอยากจะเป็นกระต่ายแสงจันทร์ด้วยกันทั้งนั้น แต่เพราะเมฆขาวเป็นกระต่ายตัวเล็ก ๆ ที่ไม่น่าจะมีเรี่ยวแรงพอจะไปปกป้องใครได้ ความใฝ่ฝันของเมฆขาวที่อยากจะเป็นวีรบุรุษผู้พิทักษ์จึงกลายเป็นเรื่องตลกขบขันในสายตาของกระต่ายน้อยตัวอื่น ๆ

แม้เมฆขาวจะถูกเพื่อน ๆ หัวเราะเยาะอยู่เป็นประจำ แต่เมฆขาวก็ไม่เคยเสียกำลังใจหรือเลิกล้มความตั้งใจของเขาเลยแม้สักครั้ง

เย็นวันหนึ่ง ในขณะที่เมฆขาวออกไปหากิ่งไม้ในป่าเพื่อนำมาก่อไฟไล่ความหนาว มีหมาป่าที่หิวโหยฝูงหนึ่งบุกเข้าโจมตีหมู่บ้านกระต่าย แล้วจัดการจับกระต่ายทุก ๆ ตัวมารวมกันไว้ในกระโจมขนาดใหญ่กลางหมู่บ้าน พวกหมาป่าตั้งใจจะบังคับให้กระต่ายทั้งหมดเดินทางไปกับพวกมันในตอนเช้า โดยพวกมันวางแผนที่จะขังกระต่ายทั้งฝูงเอาไว้ในถ้ำ เพื่อสำรองเป็นอาหารสำหรับฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง

เมื่อชาวกระต่ายถูกหมาป่าจับมาขังเอาไว้ในกระโจม กระต่ายหลายตัวกลัวจนน้ำตาไหล เพราะรู้ซึ้งถึงชะตากรรมที่พวกมันกำลังเผชิญอยู่ คุณปู่ของเมฆขาวเห็นเด็ก ๆ ชาวกระต่ายตื่นกลัวจนเนื้อตัวสั่น ดังนั้น คุณปู่จึงตัดสินใจเล่าตำนานกระต่ายแสงจันทร์ เพื่อปลอบให้กระต่ายน้อยทั้งหลายค่อยคลายความกังวลลงไปบ้าง

พวกหมาป่าทั้งฝูงที่นั่งเฝ้าอยู่ในกระโจมไม่พอใจที่คุณปู่เล่าเรื่องกระต่ายแสงจันทร์ให้เด็ก ๆ ชาวกระต่ายฟัง พวกมันพากันเดินตรงมาหาคุณปู่และสั่งให้คุณปู่สงบปากสงบคำก่อนที่พวกมันจะอดใจเอาไว้ไม่ไหว คุณปู่จำใจต้องหยุดเล่าเรื่องตามคำขู่ของฝูงหมาป่า แต่ในขณะเดียวกัน คุณปู่ก็สังเกตเห็นสีหน้าของเหล่าหมาป่าที่ดูซีดเผือดอย่างประหลาด ซึ่งในตอนนั้น คุณปู่กระต่ายไม่รู้เลยว่า ตำนานเรื่องกระต่ายแสงจันทร์ที่ชาวกระต่ายชื่นชมกันนักหนา กลับเป็นตำนานสยองขวัญที่ชาวหมาป่าต่างหวาดผวาและไม่อยากจะพูดถึงเป็นที่สุด

ตกดึก เมฆขาวแบกกิ่งไม้หอบใหญ่ตรงกลับมาที่หมู่บ้านของเขา คืนนั้น พระจันทร์สีน้ำเงินฉายแสงสว่างจ้า เมฆขาวรู้สึกแปลกใจที่บ้านเรือนของชาวกระต่ายดับไฟมืดกันไปหมด เขามองกระโจมสีขาวขนาดใหญ่กลางหมู่บ้านที่มีแสงเทียนวอมแวมอยู่เรือง ๆ “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” เมฆขาวเงี่ยหูฟังเสียงที่ล่องลอยมาจากกระโจม เขาได้ยินเสียงกระต่ายวัยไล่เลี่ยกับเขากำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความกลัว เมฆขาวพยายามตั้งสติ และในขณะนั้นเอง กลิ่นของสัตว์ร้ายที่ไม่น่าพิสมัยก็ลอยตามสายลมมากระทบกับจมูกของเขา เมฆขาวขนลุกซู่ เขารู้ในทันทีว่า เหตุร้ายครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้นกับชาวกระต่ายเข้าให้เสียแล้ว

เมฆขาวมีทางเลือกอยู่ 2 ทาง คือการหนีเอาตัวรอด หรือหาทางช่วยชาวกระต่ายให้พ้นภัย เมฆขาวตัวสั่นเทาด้วยความกลัว กระต่ายตัวเล็ก ๆ อย่างเขาจะเอาอะไรไปสู้กับฝูงหมาป่า ที่โหดเหี้ยมได้ เมฆขาวคิดหนัก ฉับพลัน…ถ้อยคำที่คุณปู่เคยบอกเล่าก็แว่วเข้ามาในห้วงคำนึงของเจ้ากระต่ายตัวน้อย
“ดวงจันทร์จะมอบพลังให้แก่กระต่ายผู้กล้าหาญ เพื่อให้กระต่ายตัวนั้นใช้พลังแห่งแสงจันทร์ต่อสู้กับเหล่าร้ายในยามที่เกิดเหตุคับขัน”

เมฆขาวแหงนหน้ามองพระจันทร์ด้วยแววตาที่มุ่งมั่น ไม่มีใครอีกแล้วที่จะช่วยชาวกระต่ายให้รอดพ้นจากเคราะห์กรรมในครั้งนี้ได้…นอกจากเขา เมฆขาวอธิษฐานขอพลังจากดวงจันทร์ และหลังจากที่เขานิ่งจ้องมองดวงจันทร์อยู่พักใหญ่ ในที่สุด เมฆขาวก็ตัดสินใจรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีอยู่ แล้วเดินตรงไปยังเนินดินเตี้ย ๆ ที่อยู่ระหว่างกระโจมกับแสงจันทร์ จากนั้น เขาก็ชูกิ่งไม้แห้งที่เก็บมาใช้ทำฟืนขึ้นเหนือศีรษะ แล้วโบกมันไปมากลางอากาศพร้อมๆ กับส่งเสียงกู่ร้องขับไล่ฝูงหมาป่าอย่างบ้าคลั่ง!

ฝูงหมาป่าและชาวกระต่ายทั้งหมดตกใจตื่นเมื่อได้ยินเสียงร้องคำรามขับไล่ที่ดังฝ่าความเงียบสงัดในค่ำคืนนั้น และทันทีที่เหล่าหมาป่ามองไปยังผนังผ้าใบสีขาวของกระโจม พวกมันก็ต้องตกใจจนแทบสิ้นสติ เมื่อเห็นเงาของกระต่ายในตำนานที่มุ่งหมายจะขย้ำพวกมันให้สิ้นซากด้วยกรงเล็บในอุ้งมือขนาดมหึมา

แน่นอน…ฝูงหมาป่าแตกกระเจิงไปคนละทิศละทางในชั่วเวลาเพียงพริบตาเดียว ส่วนชาวกระต่ายทั้งหลายที่ตั้งสติได้ก็เริ่มหลั่งน้ำตาด้วยความปลื้มปิติ และพากันส่งเสียงร้องเรียกวีรบุรุษที่พวกเขาศรัทธาให้เข้ามาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขา 

เจ้าเมฆขาวค่อย ๆ เดินตรงไปยังกระโจมตามเสียงเรียกร้อง และทันทีที่เมฆขาวมุดเข้าไปในกระโจม เงาของวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ก็กลับกลายเป็นเจ้ากระต่ายตัวเล็ก ๆ ที่ถือกิ่งไม้แห้งเอาไว้ในมือทั้งสองข้าง กระต่ายทุกตัวตะลึงงันต่อภาพที่ปรากฏตรงหน้า นี่คือกระต่ายแสงจันทร์ตัวจริงที่ช่วยชีวิตพวกเขาเอาไว้ในคราวคับขัน กระต่ายทั้งหลายพากันยิ้มและยอมรับในความกล้าหาญของกระต่ายน้อยที่มีชื่อว่า ‘เจ้าเมฆขาว’ โดยไม่มีข้อโต้แย้ง

นับจากนั้นเป็นต้นมา เรื่องราวของกระต่ายแสงจันทร์ ‘ตัวน้อย’ ก็ได้รับการเล่าขานสืบต่อกันจนถึงชั่วลูกชั่วหลาน และในที่สุด มันก็ได้รับการบันทึกเป็นนิทานที่เด็ก ๆ กำลังอ่านกันอยู่ในขณะนี้

Posted in นิทาน, เด็ก, เรื่องสั้น, family, Kid, Uncategorized

สิงโตโมโหร้ายกับกระต่ายปู้ดป้าด

นานมาแล้ว  มีสิงโตกับกระต่ายเป็นเพื่อนรักที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียนอนุบาล   สิงโตมีนิสัยกล้าหาญ   ส่วนกระต่ายมีนิสัยขี้ขลาด    แม้ทั้งคู่จะมีนิสัยที่ต่างกันมาก  แต่พวกมันก็เป็นเพื่อนที่สนิทกันที่สุด   สิงโตมักจะคอยปกป้องกระต่ายอยู่เสมอ   ส่วนกระต่ายก็หวังว่าสักวันหนึ่งมันจะได้ทำอะไรเพื่อตอบแทนความใจดีของเจ้าสิงโตบ้าง

วันหนึ่ง  สิงโตเกิดไปหลงรักแม่เสือสาวเข้า   แต่แม่เสือสาวกลับไม่ไยดีเจ้าราชสีห์หนุ่ม  เธอหาว่าสิงโตไม่ทันสมัย…ชอบใส่กางเกงทรงลุงดูเชยชะมัด   สิงโตเศร้าใจเมื่อสาวเจ้าไม่สน  กระต่ายเห็นเพื่อนตกอยู่ในห้วงทุกข์   มันจึงตัดสินใจที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ

กระต่ายพิจารณาการแต่งตัวของเจ้าสิงโตก็เห็นด้วยกับแม่เสือสาว  ดังนั้น มันจึงไปขอร้องคุณเม่นให้ช่วยตัดชุดสวยให้สิงโตผู้ช้ำรัก   คุณเม่นบรรจงตัดชุดสุดเท่ห์ให้สิงโตหนึ่งชุด  แต่คุณเม่น  ลืมดึงหนามแหลมที่ใช้แทนเข็มออกจากกางเกงตัวเก่ง  พอสิงโตลองกางเกง  คมเข็มก็จิ้มก้นจนสิงโตร้องเจี๊ยก!   และทันใดนั้นเอง  สิงโตก็เผลอเตะก้นคุณเม่นด้วยความโมโหจนคุณเม่นลอยโด่งไปค้างอยู่บนยอดต้นตาล   เจ้ากระต่ายตกใจที่เห็นสิงโตโมโหโทโส  มันเผลอผายลมออกมาดังปู้ดป้าด แถมยังร้องไหแง ๆ จนสิงโตได้สติและต้องรีบเข้ามาปลอบ

เมื่อกระต่ายคลายความตระหนก  มันก็ดั้นด้นไปขอร้องให้ตัวกินมดซึ่งมีฝีมือในการตัดเย็บเสื้อผ้าได้ประณีตไม่แพ้คุณเม่นให้ช่วยตัดชุดให้สิงโตขี้โมโห   ตัวกินมดตั้งใจตัดชุดสุดฝีมือ  แต่ก่อนที่ตัวกินมดจะเอาชุดใหม่ไปให้สิงโต   มันดันเผลอวางชุดไว้ใกล้ ๆ กับโต๊ะอาหารที่มีมดอยู่เต็มไปหมด  เมื่อพวกมดเห็นทางหนี  มันจึงพร้อมใจกันเข้ามาซ่อนอยู่ในกางเกงตัวเก่ง   พอสิงโตลองกางเกง  พวกมดก็พากันกัดก้นจนสิงโตร้องเจี๊ยก!  และทันใดนั้นเอง สิงโตก็เผลอเตะก้นตัวกินมดด้วยความโมโหจนตัวกินมดลอยโด่งไปค้างอยู่บนยอดต้นตาล   เจ้ากระต่ายตกใจที่เห็นสิงโตโมโหโทโส  มันเผลอผายลมออกมาดังปู้ดป้าด แถมยังร้องไห้แง ๆ ไม่ยอมหยุดจนสิงโตได้สติและต้องรีบเข้ามาปลอบ  

เมื่อน้ำตาแห้ง   กระต่ายก็ตัดสินใจที่จะไปหาคุณป้านกฮูกและขอร้องให้คุณป้าช่วยตัดชุดให้กับสิงโต   คุณป้านกฮูกตัดเสื้อผ้ามานาน  ชุดที่คุณป้าตัดจึงเป็นชุดที่สวยที่สุด  แต่เนื่องจากเจ้ากระต่ายไม่อยากให้คุณป้านกฮูกเจอลูกหลงถูกเตะไปค้างอยู่บนยอดต้นตาลเหมือนกับคุณเม่นและตัวกินมด  ดังนั้น เจ้ากระต่ายจึงอาสาเอาชุดไปให้สิงโตลองด้วยตัวของมันเอง

กระต่ายไปหาสิงโตแต่ไม่มีใครอยู่บ้าน   เจ้ากระต่ายเห็นสบโอกาสจึงลองใส่ชุดของสิงโตเพื่อทดสอบว่าในชุดมีหนามหรือมดซุกซ่อนอยู่หรือไม่    ในขณะที่กระต่ายผู้หวังดีกำลังลองชุดอยู่นั้น   จู่ ๆ เจ้าสิงโตก็โผล่ออกมาร้องว่าจ๊ะเอ๋  ทำให้กระต่ายขวัญผวาจนเผลอผายลมปู้ดป้าดออกมาแรงเสียจนกางเกงก้นขาดเป็นรูเบ้อเร่อ    เจ้ากระต่ายร้องไห้แง ๆ เพราะเสียใจที่ ทำให้กางเกงตัวใหม่ของเพื่อนเป็นรูโบ๋   มิหนำซ้ำ เมื่อมันรู้ว่าสิงโตมีนัดที่จะได้ไปพบกับแม่เสือสาวอีกครั้งในเย็นวันนั้น  มันก็ยิ่งรู้สึกผิดและร้องไห้ไม่ยอมหยุด

สิงโตสงสารกระต่ายจึงปลอบเพื่อนรักด้วยการเอ่ยปากชมกางเกงก้นขาดว่าเท่ห์ล้ำสมัย  แถมมันยังบอกให้กระต่ายถอดกางเกงที่ลองออกเพื่อที่มันจะได้ใช้ใส่ไปหาแม่เสือสาวสุดที่รัก

สิงโตหนุ่มใส่กางเกงก้นขาดด้วยความขวยเขิน  แม้การใส่กางเกงที่ก้นขาดเป็นรูจนหางโผล่ออกมาได้เช่นนี้อาจจะไม่เป็นที่ต้องตาต้องใจแม่เสือคนสวยนัก  แต่สิงโตคิดว่าอย่างน้อยมันก็เป็นวิธีที่พอจะช่วยบรรเทาความเศร้าของเพื่อนรักให้ค่อยคลายลงไปได้บ้าง   

เมื่อสิงโตหนุ่มไปพบกับแม่เสือสาวตามเวลานัดหมาย   สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นอย่างที่เจ้าสิงโตคิด  เพราะทันทีที่แม่เสือสาวเห็นสิงโตใส่กางเกงแบบมีหางโผล่แทนที่จะเป็นกางเกงทรงลุงที่มีหางตุง ๆ ซุกอยู่ข้างใน   แม่เสือสาวก็ร้องวี้ดว้ายกระตู้วู้กับการแต่งตัวแนวใหม่ของพ่อสิงโตหนุ่มสุดหล่อ  แล้วจัดการกระโดดเข้าหอมแก้มราชสีห์หนุ่มผู้มีเสน่ห์เป็นพัลวัน

ในที่สุด  เจ้ากระต่ายปู้ดป้าดก็สามารถช่วยสิงโตได้ดังใจหวัง  และหลังจากนั้นไม่นานสิงโตหนุ่มก็ได้แต่งงานกับแม่เสือสาวสมใจ โดยมีกระต่ายคอยร่วมยินดีอยู่ใกล้ ๆ ในฐานะเพื่อนรักของทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว

#นำบุญ_นามเป็นบุญ

Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

สัตว์เลี้ยงของเจ้าหญิง

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเจ้าหญิงพระองค์หนึ่งทรงเป็นเจ้าหญิงที่มีนิสัยสุดแสนจะขี้เกียจชนิดที่หาใครเทียบได้ยาก วันทั้งวัน..เจ้าหญิงจะเอาแต่กินกับนอน โดยปล่อยให้เหล่าพี่เลี้ยงคอยป้อนข้าวป้อนน้ำให้ราวกับว่าพระองค์ยังคงเป็นเจ้าหญิงตัวเล็ก ๆ ที่พึ่งพาตนเองไม่ได้

อยู่มาวันหนึ่ง เจ้าหญิงมีความจำเป็นต้องหาสัตว์เลี้ยงคู่กายมาเลี้ยงเอาไว้ ดังเช่นที่เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ทั้งหลายพึงปฏิบัติ และด้วยเหตุนี้เอง เจ้าหญิงจึงเรียกนางฟ้าประจำตัวให้มาพบ แล้วขอให้นางฟ้าเนรมิตสัตว์เลี้ยงให้แก่พระองค์สักตัวหนึ่ง

นางฟ้าตรึกตรองอยู่พักใหญ่ ในที่สุด นางฟ้าก็เสกสุนัขตัวเล็ก ๆ ที่มีแววตาใสซื่อให้เป็นเพื่อนกับเจ้าหญิง   เจ้าหญิงทรงพอพระทัยมาก พระองค์ทรงเห่อเจ้าสุนัขตัวน้อยอย่างออกนอกหน้า แต่หลังจากเวลาผ่านไปเพียงแค่สามวัน เจ้าหญิงก็ทรงขี้เกียจให้อาหารเจ้าสุนัขตัวน้อย ดังนั้น เจ้าสุนัขจึงแอบหนีไปจากเจ้าหญิงด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ

เมื่อไม่มีสัตว์เลี้ยงประจำตัว เจ้าหญิงจึงเรียกนางฟ้าให้มาช่วยเนรมิตสัตว์เลี้ยงให้แก่พระองค์อีกเป็นหนที่สอง ซึ่งในคราวนี้ เจ้าหญิงทรงกำชับกับนางฟ้าว่า พระองค์ทรงต้องการสัตว์เลี้ยงที่งามสง่า แต่สามารถหาอะไร ๆ กินเองได้ในยามที่พระองค์ทรงขี้เกียจให้อาหาร

นางฟ้าครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ในที่สุด นางฟ้าก็ตัดสินใจเนรมิตแมวเปอร์เซียให้เป็นสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของเจ้าหญิง เจ้าหญิงทรงปลื้มสัตว์เลี้ยงของพระองค์มาก เพราะเจ้าแมวน้อยแลดูสง่างามและมีท่าทางเฉลียวฉลาดเป็นที่สุด แต่หลังจากที่เวลาผ่านไปได้อีกเพียงสามวัน เจ้าหญิงก็ทรงขี้เกียจใส่ใจดูแลเจ้าแมวขนฟูเช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับเจ้าสุนัขที่น่าสงสาร ซึ่งเมื่อเจ้าแมวเห็นว่าเจ้าหญิงไม่เต็มใจจะเป็นนายของมันอีกต่อไปแล้ว เจ้าแมวจึงตีจากเจ้าหญิงไปด้วยความผิดหวัง

เมื่อเจ้าหญิงไม่มีสัตว์เลี้ยงประจำตัว พระองค์จึงจำเป็นต้องเรียกนางฟ้าให้มาช่วยเนรมิตสัตว์เลี้ยงให้แก่พระองค์อีกเป็นครั้งที่สาม ซึ่งในคราวนี้ เจ้าหญิงทรงเน้นย้ำกับนางฟ้าว่า พระองค์ทรงต้องการสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับนิสัยของพระองค์จริง ๆ โดยขอให้เป็นสัตว์เลี้ยงที่สามารถให้อาหารแบบนาน ๆ ครั้งได้!

นางฟ้าพยายามใช้ความคิดอย่างเต็มที่ และแล้ว…นางฟ้าก็ตัดสินใจเนรมิตนกแสนสวยให้เป็นเพื่อนใหม่ของเจ้าหญิง เจ้าหญิงทรงพอใจเจ้านกแก้วตัวใหญ่ของพระองค์มาก เพราะนอกจากสีสันของมันที่ดูฉูดฉาดสะดุดตาแล้ว เจ้าหญิงยังสามารถเลี้ยงดูมันด้วยการใส่เมล็ดพืชไว้ในถ้วยเพียงสัปดาห์ละครั้งและเปลี่ยนน้ำดื่มให้มันทุก ๆ สามวันเท่านั้น เจ้าหญิงรู้สึกว่านกแก้วเป็นสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับนิสัยของพระองค์มากที่สุด แต่หลังจากที่เวลาผ่านไปได้เพียงสองสัปดาห์ เจ้าหญิงก็ทรงขี้เกียจใส่ใจดูแลนกของพระองค์อีกเช่นเคย ด้วยเหตุนี้ เจ้านกจึงบินจากเจ้าหญิงไปอย่างเศร้าสร้อย

เจ้าหญิงจอมขี้เกียจเรียกนางฟ้าเข้าพบเป็นครั้งที่สี่ ซึ่งในคราวนี้ เจ้าหญิงพยายามย้ำแล้วย้ำอีกให้นางฟ้าเนรมิตสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับนิสัยของพระองค์จริง ๆ (ประเภทที่พระองค์ไม่ต้องดูแลมันเลยได้ยิ่งดี) นางฟ้าเหนื่อยหน่ายต่อนิสัยที่สุดแสนจะขี้เกียจของเจ้าหญิงเป็นอันมาก แต่อย่างไรก็ตาม นางฟ้าก็สัญญากับเจ้าหญิงว่า ตนเองจะลองกลับไปนอนคิดสักคืน แล้วจะเนรมิตสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมที่สุดให้แก่เจ้าหญิงในเช้าวันรุ่งขึ้น

เมื่อเจ้าหญิงทรงตื่นนอน พระองค์พยายามสอดส่ายสายตามองหาสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ตามที่นางฟ้าได้ให้สัญญาเอาไว้ แต่หลังจากที่เจ้าหญิงมองหาอยู่นาน พระองค์ก็ยังคงไม่พบเห็นสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับพระองค์มากที่สุดตัวนั้นเลย เจ้าหญิงทรงเกาศีรษะด้วยความสงสัย จากนั้น พระองค์ก็ทรงเรียกให้นางฟ้าประจำตัวมาเข้าเฝ้าอีกครั้ง

นางฟ้าส่งยิ้มให้เจ้าหญิงพร้อมกับยืนยันว่า ตนเองได้เนรมิตสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมที่สุดให้แก่เจ้า-หญิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าหญิงทรงมองไปรอบ ๆ ตัวอีกครั้ง แต่พระองค์ก็ยังคงมองไม่เห็นสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ดังคำ   กล่าวอ้างของนางฟ้า เจ้าหญิงทรงเกาศีรษะด้วยความงุนงง พระองค์ทรงเกาด้วยมือซ้าย แล้วก็ก็ย้ายมาเกาด้วยมือขวา จากนั้น พระองค์ก็ใช้ทั้งสองมือเกาศีรษะไปมาไม่ยอมหยุด เจ้าหญิงทรงแปลกใจมากที่จู่ ๆ พระองค์ก็ทรงคันศีรษะขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ ซึ่งในขณะเดียวกันนั้นเอง นางฟ้าประจำตัวของเจ้าหญิงก็เอ่ยปากบอกเจ้าหญิงว่า “นั่นไงล่ะ สัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับเจ้าหญิงมากที่สุด สัตว์เลี้ยงที่พระองค์ไม่ต้องดูแลมัน ไม่ต้องคอยให้อาหาร แต่มันจะภักดีและคอยหากินอยู่บนศีรษะของพระองค์ตราบนานเท่านาน”

เจ้าหญิงทรงร้องไห้ด้วยความขยะแขยง พระองค์ไม่ต้องการมี ‘ตัวเหา’ เป็นสัตว์เลี้ยงดังเช่นที่เป็นอยู่นี้ เจ้าหญิงทรงร้องขอให้นางฟ้าช่วยกำจัดตัวเหาออกไปจากศีรษะของพระองค์เสีย แต่นางฟ้ายื่นเงื่อนไขให้เจ้าหญิงสัญญาว่าจะเลิกนิสัยเกียจคร้าน และต้องรับปากว่าจะเลี้ยงดูเจ้าสุนัขตัวน้อย, เจ้าแมวขนฟู และเจ้านกแสนสวย ให้สมกับที่พวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงของพระองค์ เจ้าหญิงทรงให้สัญญากับนางฟ้า และทันใดนั้น…เจ้าหญิงก็ทรงตื่นขึ้นมาจากความฝัน

เมื่อเจ้าหญิงตื่นจากฝันร้าย พระองค์ก็ทรงเห็นเจ้าสุนัขตัวน้อย, เจ้าแมวขนฟูและเจ้านกแสนสวยกำลังรอคอยการตื่นนอนของพระองค์อยู่อย่างใจจดใจจ่อ เจ้าหญิงทรงดีใจที่ได้เห็นสัตว์เลี้ยงทั้งสามอีกครั้ง (แทนที่จะเป็นตัวเหา) พระองค์ทรงกอดสัตว์ทั้งสามเอาไว้ด้วยความรัก และพระองค์ก็ทรงตั้งใจที่จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับนางฟ้าในความฝัน

ไม่ช้าไม่นาน…เจ้าหญิงจอมขี้เกียจก็กลับกลายเป็นเจ้าหญิงที่มีความรับผิดชอบและรู้จักดูแลตัวเองมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และด้วยเหตุที่เจ้าหญิงมีสัตว์เลี้ยงคู่ใจถึงสามตัว ดังนั้น เจ้าหญิงจึงมีความโดดเด่นเหนือกว่าเจ้าหญิงองค์อื่น ๆ ถึงสามเท่าเลยทีเดียว

Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

นิทานก่อนนอน : ลูกโป่งสวรรค์ 1000 ลูก

นิทานก่อนนอนเรื่อง “ลูกโป่งสวรรค์ 1000 ลูก” เป็นนิทานก่อนนอนสั้น ๆ ที่แต่งโดย นำบุญ นามเป็นบุญ    จุดเริ่มต้นของนิทานเรื่องนี้  เกิดขึ้นตอนที่ผู้แต่งนั่งรถเมล์กลับบ้านจากถนนราชดำเนิน   วันนั้น  ผู้แต่งเห็นเด็กคนหนึ่งเดินถือลูกโป่งสวรรค์เร่ขายอยู่ข้างถนน  ภาพที่เห็นทำให้ผู้แต่งนึกถึงสมัยที่ตัวเองยังเป็นเด็ก  ตอนนั้น ลูกโป่งสวรรค์เป็นเสมือนของเล่นมหัศจรรย์ที่มีค่ายิ่งในสายตาของเด็กชานเมืองที่ไม่ค่อยมีของเล่นอะไรมากนัก  ด้วยเหตุนี้  ผู้แต่งจึงคิดแต่งนิทานที่เกี่ยวข้องกับ “ลูกโป่งสวรรค์”  โดยตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารขวัญเรือนเมื่อกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

นิทานเรื่องนี้เป็นนิทานก่อนนอนสั้น ๆ เกี่ยวกับความรักระหว่างพี่กับน้อง และความรักในครอบครัว  นิทานเรื่องนี้มีเนื้อเรื่องอ่อนโยนมาก โดยเนื้อเรื่องพูดถึงความเสียสละของเด็กผู้ชายที่เป็นตัวเอกของเรื่อง  และมีจุดที่น่าจะดึงดูดใจของเด็ก ๆ ได้มาก คือลูกโป่งสวรรค์ที่มีมากถึง 1000 ลูก   หวังว่าคุณพ่อคุณแม่จะชอบนิทานเรื่องนี้และเลือกนิทานเรื่องนี้เป็นหนึ่งในนิทานกล่อมนอนของลูก ๆ นะครับ  Continue reading “นิทานก่อนนอน : ลูกโป่งสวรรค์ 1000 ลูก”

Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก, เรื่องสั้น, family, Kid, Uncategorized

ช้างน้อยสร้างบ้าน

นิทานเรื่อง ช้างน้อยสร้างบ้าน

กาลครั้งหนึ่ง มีช้างน้อยตัวหนึ่งเป็นช้างน้อยนิสัยดีที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ

วันหนึ่ง ช้างน้อยเกิดนึกอยากที่จะมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่น่าเสียดาย…ช้างน้อยผู้มีน้ำใจไม่เคยสร้างบ้านให้ใคร ๆ มาก่อน ดังนั้น ช้างน้อยจึงต้องไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อน ๆ ให้มาช่วยสร้างบ้านให้กับเขา

ช้างน้อยเดินทางไปหาเจ้าหนูเพื่อนรักเป็นคนแรก ช้างน้อยกับเจ้าหนูเป็นเพื่อนกันมานาน ช้างน้อยเคยช่วยเหลือเจ้าหนูไว้หลายอย่าง เมื่อเจ้าหนูรู้ว่าช้างน้อยอยากจะมีบ้าน เจ้าหนูจึงอาสาสร้างบ้านให้ช้างน้อยทันที

เจ้าหนูเคยสร้างบ้านของตัวเองมาแล้ว การสร้างบ้านจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเจ้าหนู แต่น่าเสียดาย…เมื่อเจ้าหนูแทะผนังและสร้างบ้านให้ช้างน้อยจนเสร็จ ช้างน้อยกลับเข้าไปอยู่ในรูที่เจ้าหนูสร้างให้ไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ ช้างน้อยจึงได้แต่ขอบใจ แล้วเดินทางไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่ตัวใหญ่กว่าเจ้าหนู

ช้างน้อยเดินทางไปหาเพื่อนที่ชื่อว่ายักษ์ใหญ่ใจดี ช้างน้อยเคยช่วยยักษ์ใหญ่ไว้หลายอย่าง เมื่อยักษ์ใหญ่รู้ว่าช้างน้อยอยากจะมีบ้าน ยักษ์ใหญ่จึงอาสาสร้างบ้านให้ช้างน้อย

ยักษ์ใหญ่ปีนต้นถั่วขึ้นไปบนฟ้า แล้วลงมือสร้างบ้านให้ช้างน้อยอย่างไม่รอช้า ยักษ์ใหญ่ใช้เวลาเพียงไม่นานเขาก็สร้างบ้านหลังใหญ่ให้ช้างน้อยจนเสร็จ แต่น่าเสียดาย…ช้างน้อยเป็นโรคกลัวความสูง เพราะฉะนั้น ช้างน้อยจึงได้แต่ขอบใจยักษ์ใหญ่ แล้วเดินทางไปหาเพื่อนที่พอจะสร้างบ้านบนพื้นดินให้กับเขาได้

ระหว่างทาง ช้างน้อยนึกถึงบ้านในนิทานเก่าแก่ ดังนั้น ช้างน้อยจึงเลือกที่จะเดินทางไปหาแม่มดนักทำขนม แม่มดใจดีเป็นเพื่อนกับช้างน้อยมานานแล้ว ช้างน้อยเคยช่วยแม่มดไว้หลายอย่าง เมื่อช้างน้อยขอร้องให้แม่มดใจดีสร้างบ้านจากขนมหวานให้ แม่มดใจดีจึงร่ายมนตร์เสกบ้านหลังใหญ่ที่ทำจากขนมหวานให้แก่ช้างน้อย

ช้างน้อยชอบบ้านขนมหวานที่แม่มดใจดีเนรมิตให้เขาเอาเสียมาก ๆ แต่น่าเสียดาย…เพราะเมื่อช้างน้อยเข้าไปอยู่ในบ้านได้เพียงไม่นาน พวกมดก็พากันยกขบวนเข้ามาอยู่ในบ้านขนมหวานจนเต็มบ้านไปหมด ช้างน้อยไม่ถูกกับมด เขากลัวโดนมดกัด ด้วยเหตุนี้ ช้างน้อยจึงจำใจสละบ้านขนมหวานให้แก่พวกมดทั้งหลายด้วยความเสียดาย

ช้างน้อยนั่งหน้าเศร้าและพยายามคิดหาคนที่เหมาะสมที่สุดที่จะมาสร้างบ้านให้กับเขา ใครสักคนที่เคยสร้างบ้านมาแล้วจริง ๆ จะเป็นบ้านที่ทำจากอะไรก็ได้…แต่ต้องไม่ใช่ขนมหวาน ช้างน้อยค่อย ๆ นึก…นึก…แล้วก็นึก ในที่สุด ช้างน้อยก็จำได้ว่า เขามีเพื่อนเก่าที่เคยสร้างบ้านจากอิฐ ไม้ และเศษฟาง ช้างน้อยมีสีหน้าที่เจือไปด้วยรอยยิ้ม เขาลุกขึ้นยืน แล้วรีบเดินทางไปหาเพื่อนของเขาทันที

ลูกหมูสามตัวต่างยินดีที่ช้างน้อยเดินทางมาเยี่ยม ช้างน้อยเคยช่วยลูกหมูไว้หลายอย่าง เมื่อช้างน้อยเอ่ยปากขอให้ลูกหมูช่วยสร้างบ้านให้ ลูกหมูทั้งสามตัวจึงกุลีกุจอเป็นธุระสร้างบ้านให้แก่ช้างน้อยอย่างไม่อิดออด

ลูกหมูตัวพี่อาสาสร้างบ้านให้แข็งแรงโดยใช้อิฐและปูน ลูกหมูตัวกลางรับหน้าที่ใช้ไม้ตกแต่งภายในบ้านให้ดูน่าอยู่ ส่วนลูกหมูตัวสุดท้องนำฟางและเปลือกไม้ไปปูทับบนหลังคาเพื่อทำให้บ้านร่มรื่น ไม่นานนัก บ้านแสนสุขของช้างน้อยก็เสร็จสมบูรณ์ด้วยฝีมือของลูกหมูทั้งสามตัว

เมื่อช้างน้อยได้เห็นวิธีสร้างบ้านของเพื่อน ๆ แต่ละคน ทั้งบ้านหลังเล็ก บ้านสีฟ้า บ้านขนมหวานและบ้านแสนสุข ช้างน้อยจึงบอกกับตัวเองว่า สักวันหนึ่ง…หากเขามีโอกาส เขาก็จะช่วยสร้างบ้านให้กับคนที่อยากมีบ้านเช่นเดียวกับที่เพื่อน ๆ ช่วยกันสร้างบ้านให้กับเขา

การช่วยเหลือกันทำให้ทั้งคนช่วยและคนที่ได้รับความช่วยเหลือมีความสุข

และในเย็นวันนั้น ช้างน้อยก็จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ขึ้น เพื่อขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่มีน้ำใจช่วยเหลือเขา และแล้ว…นิทานแห่งความสุขก็จบลงอย่างมีความสุข

Posted in ข้อคิด, ครอบครัว, นิทาน, เด็ก, เรื่องสนุก, เรื่องเล่า, family, Kid, Uncategorized

สี่พี่น้องกับมังกรผู้หิวโหย

นิทานเรื่อง สี่พี่น้องกับมังกรผู้หิวโหย

นานมาแล้ว มีหญิงม่ายผู้หนึ่งอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ กับลูกทั้งสี่คนของเธอ Continue reading “สี่พี่น้องกับมังกรผู้หิวโหย”

Posted in การศึกษา, ครอบครัว, นิทาน, เด็ก, เรื่องสั้น, family, Kid

ความลับของวัวจอมพลัง

“โคนันทวิศาล” เป็นนิทานเก่าแก่ที่คนสมัยก่อนรู้จักเป็นอย่างดี  วันหนึ่ง พี่นำบุญนึกสนุกอยากท้าทายตัวเอง จึงลองแต่งนิทานเรื่อง “โคนันทวิศาล ภาค2” หรือมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “ความลับของวัวจอมพลัง” เพื่อเล่าเหตุการณ์ต่อจากโคนันทวิศาลภาคแรก  การแต่งนิทานภาค 2 ให้ต่อเนื่องจากภาคแรกไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และมันก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก เมื่อพี่นำบุญท้าทายตัวเองด้วยการนำ “แก่นเรื่อง” ของนิทานภาคแรกมาเป็น “แก่นเรื่อง” ของนิทานภาค 2 ด้วย  แต่ในที่สุด พี่นำบุญก็แต่งนิทานเรื่องโคนันทวิศาล ภาค 2 ได้สำเร็จ พี่นำบุญหวังว่าเด็ก ๆ จะชอบนิทานเรื่องนี้นะครับ  ส่วนใครที่อ่านนิทานเรื่องนี้แล้วจะนำไปเขียนบันทึกการอ่านส่งคุณครูก็นำไปเขียนได้เลยนะครับ  เชื่อว่าไม่ยากครับ Continue reading “ความลับของวัวจอมพลัง”

Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

การได้เป็นเพื่อนกันนี่ดีจังเลย

นิทานก่อนนอนเรื่อง การได้เป็นเพื่อนกันนี่ดีจังเลย

นานมาแล้ว มีเม่นตัวหนึ่งเพิ่งย้ายมาอยู่ในบ้านกลางป่าได้ไม่นาน  เจ้าเม่นยังไม่มีเพื่อน มันจึงต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างตามลำพังเสมอ

วันหนึ่ง ในขณะที่เจ้าเม่นเดินเข้าไปในป่าเพื่อหาผักผลไม้มาทำอาหารเย็น  จู่ ๆ เจ้าเม่นก็เห็นกระต่ายขนปุยตัวหนึ่งพยายามลากท่อนไม้เพื่อนำไปสร้างบ้าน  ไม้แต่ละท่อนมีขนาดใหญ่, ยาวและหนักมาก เจ้าเม่นรู้ดีถึงความยากลำบากในการต้องทำอะไร ๆ คนเดียวเช่นนี้   มันจึงอาสาช่วยกระต่ายขนปุยด้วยการแบกปลายไม้คนละด้านแล้วนำไปสร้างบ้านจนเสร็จ  กระต่ายขนปุยดีใจที่งานลุล่วงไปได้ง่ายกว่าที่คิด  มันส่งยิ้มแล้วบอกกับเจ้าเม่นเพื่อนใหม่ว่า “ขอบใจนะ การได้เป็นเพื่อนกันนี่ดีจังเลย”

เจ้าเม่นดีใจที่มันได้เป็นเพื่อนกับกระต่ายขนปุย  มันแนะนำตัวให้กระต่ายรู้จักและบอกว่ามันเพิ่งย้ายมาอยู่ในป่าแห่งนี้ได้ไม่นานนัก  จากนั้น  เจ้าเม่นก็ขอไปหาผักผลไม้มาทำอาหารเย็นตามที่ตั้งใจไว้

ระหว่างทาง เจ้าเม่นพบลูกกระรอกตัวหนึ่งกำลังขยายแปลงผักที่สวนหลังบ้าน  พื้นดินบริเวณนั้นมีแต่ดินแข็ง ๆ ซึ่งต้องออกแรงขุดไม่ใช่น้อย  เจ้าเม่นรู้ดีถึงความยากลำบากในการต้องทำอะไร ๆ คนเดียวเช่นนี้  มันจึงอาสาช่วยลูกกระรอกขุดดินและทำให้ลูกกระรอกขยายแปลงผักรวมทั้งปลูกผักเพิ่มเติมได้เร็วกว่าที่คิดหลายเท่า  เมื่องานเสร็จ ลูกกระรอกจึงหันมาส่งยิ้มให้เจ้าเม่นแล้วบอกกับเพื่อนใหม่ว่า “ขอบใจนะ การได้เป็นเพื่อนกันนี่ดีจังเลย”

เจ้าเม่นดีใจที่มันได้เป็นเพื่อนกับลูกกระรอก มันเล่าให้ลูกกระรอกฟังว่าวันนี้มันโชคดีมากที่ได้เพื่อนใหม่ถึง 2 คน คือลูกกระรอกและกระต่ายขนปุย  ลูกกระรอกรู้จักกระต่ายขนปุยเป็นอย่างดี  มันดีใจที่ลูกกระต่ายเพื่อนของมันได้เป็นเพื่อนกับเจ้าเม่นผู้มีน้ำใจ  และหลังจากเจ้าเม่นพูดคุยกับลูกกระรอกได้สักพัก  มันก็ขอตัวไปหาผักผลไม้เพื่อนำมาทำอาหารเย็นตามที่ตั้งใจไว้

ระหว่างทาง เจ้าเม่นพบแพนด้าน้อยตัวหนึ่งหอบถุงใส่ผลไม้ขนาดใหญ่ท่วมหัวท่วมหูเดินมาตามลำพัง  ถุงผลไม้มีขนาดใหญ่มากแถมปิดหน้าปิดตาจนแพนด้าน้อยมองทางแทบไม่เห็น  เจ้าเม่นรู้ดีถึงความยากลำบากในการต้องทำอะไร ๆ คนเดียวเช่นนี้  มันจึงอาสาช่วยแพนด้าน้อยแบกถุงใส่ผลไม้ โดยแบ่งกันแบกคนละครึ่งถุง ทำให้แพนด้าน้อยเบาแรงและนำผลไม้ไปที่บ้านได้สะดวกมากขึ้น  เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแพนด้าน้อยก็ส่งยิ้มให้เจ้าเม่นแล้วบอกกับเพื่อนใหม่ว่า “ขอบใจนะ การได้เป็นเพื่อนกันนี่ดีจังเลย”

เจ้าเม่นดีใจที่มันได้เพื่อนใหม่เพิ่มมาอีกคนหนึ่ง มันเล่าเรื่องกระต่ายขนปุยและลูกกระรอกให้แพนด้าฟัง ซึ่งแพนด้าน้อยก็รู้จักกับเพื่อนรักทั้งสองดีอยู่แล้ว  และหลังจากเจ้าเม่นพูดคุยกับแพนด้าน้อยได้สักพัก  มันก็รีบขอตัวไปหาผักผลไม้เพื่อนำมาทำอาหารเย็นโดยด่วน…ก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดินและทำให้ทุกอย่างรอบตัวมืดไปหมด

เมื่อเจ้าเม่นแยกตัวไปค้นหาของกินตามที่ตั้งใจไว้ได้ไม่นาน  พระอาทิตย์ก็เริ่มคล้อยต่ำ ซึ่งทำให้เจ้าเม่นต้องรีบกลับบ้านก่อนที่จะมองทางไม่เห็น

เจ้าเม่นเก็บผลไม้ซึ่งหล่นอยู่ตามพื้นมาได้แค่ผลสองผล  มันถอนหายใจเฮือกใหญ่ แต่ก็พยายามปลอบใจตัวเองว่า “ถึงวันนี้จะได้ของกินมาน้อยมาก แต่ก็ยังดีที่ได้พบเจอเพื่อนดี ๆ ตั้ง 3 คนเลยนะ”

ครั้นเมื่อเจ้าเม่นเดินทางกลับมาถึงบ้าน มันก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่า กระต่ายขนปุย, ลูกกระรอกและแพนด้าน้อยมารอมันอยู่ที่หน้าบ้าน  เพื่อนทั้งสามตั้งใจมาชวนเจ้าเม่นไปกินอาหารเย็นด้วยกันที่บ้านของกระต่ายขนปุย เพราะแพนด้าน้อยคาดเดาว่า หลังจากเจ้าเม่นออกจากบ้านของมัน เจ้าเม่นคงหาของกินไม่ทันพระอาทิตย์ตกแน่ ๆ

เจ้าเม่นคิดไม่ถึงว่าเย็นวันนี้มันจะได้กินอาหารที่บ้านของกระต่ายขนปุย, ได้ลิ้มรสผักสด ๆ จากแปลงผักของลูกกระรอกและได้อิ่มอร่อยกับผลไม้หลากหลายชนิดที่แพนด้าน้อยเตรียมไว้ให้

เจ้าเม่นยิ้มแล้วเดินตามเพื่อน ๆ ไปอย่างมีความสุข  พร้อมกับบอกเพื่อน ๆ ทั้งหมดว่า “ขอบใจนะ การได้เป็นเพื่อนกันนี่ดีจังเลย”