Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานสอนใจเด็ก, นิทานอบอุ่นหัวใจ

เจ้าหุ่นไม้เพื่อนรัก : นิทานก่อนนอนอบอุ่นหัวใจ

ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ผมมีความสนใจในเรื่อง “หุ่น” และการแสดงหุ่นมาโดยตลอด ความทรงจำแรก ๆ คือการได้ดูรายการ The Muppet Show แม้จะยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจบทสนทนา แต่ความพิศวงที่เห็นหุ่นพูดและเคลื่อนไหวได้เหมือนมีชีวิต ทำให้ผมหลงใหลในโลกของหุ่นอย่างไม่รู้ตัว เมื่อโตขึ้นและเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ความสนใจนี้ก็ยังไม่จางหาย ผมเลือกลงวิชานอกคณะ “ศิลปะการแสดงหุ่น” ได้เรียนรู้ทั้งการเชิดหุ่นกระบอกไทยและหุ่นชนิดต่าง ๆ จากทั่วโลก ถึงขั้นใช้เวลาพักกลางวันเข้าห้องสมุดอ่านหนังสือเกี่ยวกับหุ่นทุกเล่ม ทุกบทความ และพูดคุยแลกเปลี่ยนกับอาจารย์จนได้ไปค้นหาหุ่นกระบอกคณะต่าง ๆ ที่ใกล้สูญหายไปแล้ว

ประสบการณ์เหล่านี้ต่อยอดไปสู่การเดินทางครั้งสำคัญ เมื่อผมเรียนจบ ผมได้รับข้อเสนอจากอาจารย์ให้ไปฝึกประสบการณ์ที่คณะละครหุ่นแห่งชาติ ประเทศสวีเดน เป็นเวลา 1 ปี ที่นั่นผมได้สัมผัสโลกของศิลปะการแสดงหุ่นอย่างแท้จริง ทั้งการเรียนรู้เชิงลึกและการลงมือปฏิบัติจริง ทำให้ความหลงใหลในหุ่นไม่ใช่เพียงความสนใจ แต่กลายเป็นรากฐานสำคัญของชีวิตและงานสร้างสรรค์ เมื่อผมมาเป็นนักเขียนนิทาน จึงอดไม่ได้ที่จะนำเรื่องราวเกี่ยวกับหุ่นมาเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งนิทาน

นิทานเรื่อง เจ้าหุ่นไม้เพื่อนรัก จึงถือกำเนิดขึ้น แม้จะเป็นงานที่แต่งยาก เพราะโลกมีนิทานหุ่นไม้ที่โด่งดังที่สุดอย่าง พินอคคิโอ อยู่แล้ว แต่ผมเลือกสร้างสรรค์นิทานที่ต่างออกไป ไม่ใช่เรื่องหม่นหมอง หากแต่เป็นนิทานอ่อนโยน อบอุ่น เหมาะสำหรับอ่านก่อนนอน เพื่อให้ผู้อ่านได้ฝันดีและสัมผัสคุณค่าของมิตรภาพ ผมหวังว่าผู้อ่านจะมีความสุขกับการเดินทางในโลกของเจ้าหุ่นไม้เพื่อนรัก และเก็บความอบอุ่นนั้นไว้ในหัวใจ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเศรษฐีคนหนึ่งย้ายบ้านไปอยู่ในเมืองเล็ก ๆ โดยพาลูกชายคนเดียวไปเรียนหนังสือในเมืองแห่งนั้นด้วย

วันแรกที่ลูกชายเศรษฐีไปเรียนหนังสือ เด็กน้อยได้นำหุ่นไม้ที่แม่ทำให้และของเล่นราคาแพงติดตัวไปที่โรงเรียนหลายอย่าง เด็ก ๆ ในห้องต่างสนใจอยากเล่นของเล่นเหล่านั้นมาก แต่เมื่อเด็ก ๆ ขอลองเล่นของเล่นบ้าง ลูกชายเศรษฐีกลับรีบเก็บของเล่นทั้งหมดแล้วเดินหนีออกจากห้องไปทันที

เมื่อลูกเศรษฐีไม่ให้เด็กคนอื่น ๆ เล่นของเล่นด้วย เด็กทั้งหลายจึงกล่าวหาว่าลูกเศรษฐีเป็นคนขี้หวง จากนั้น พวกเด็ก ๆ ก็ชวนกันไปหาอะไรสนุก ๆ เล่นกันดังเดิม

ในขณะที่เด็ก ๆ เล่นสนุกอยู่ในสนามของโรงเรียน ลูกเศรษฐีเฝ้ามองเพื่อน ๆ เล่นกระต่ายขาเดียว, เตะฟุตบอล, วิ่งไล่จับพร้อมกับหัวเราะกันเสียงดังลั่น ลูกเศรษฐีไม่รู้เลยว่า เกมที่เห็นเหล่านั้นเล่นอย่างไรหรือสนุกเพียงไหน เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาไม่เคยเล่นอะไรกับเด็กคนอื่น ๆ มาก่อนเลย!

จริง ๆ แล้ว ลูกชายของเศรษฐีเป็นเด็กที่น่าสงสารมาก พ่อของเขาทำงานจนไม่มีเวลามาดูแลเขา ส่วนแม่ก็จากเขาขึ้นสวรรค์ไปนานแล้ว ลูกเศรษฐีจึงมักต้องกลับมาอยู่บ้านและเล่นของเล่นตามลำพังเสมอ ๆ

ตลอดเวลาที่เด็กน้อยต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย มีเพียงเจ้าหุ่นไม้เท่านั้นที่เฝ้ามองเขาด้วยความเป็นห่วง เจ้าหุ่นตัวนี้เกิดจากต้นไม้ที่แม่ของเด็กน้อยเป็นคนปลูก เมื่อคุณแม่แต่งงานและให้กำเนิดลูกชาย คุณแม่จึงตัดกิ่งไม้แล้วนำมาทำเป็นหุ่นชักใยตัวเล็ก ๆ เพื่อให้มันเป็นของเล่นชิ้นแรกของลูกชายผู้เป็นที่รัก ด้วยเหตุนี้เอง เด็กน้อยจึงผูกพันกับหุ่นไม้มาก ส่วนเจ้าหุ่นไม้ก็รักเด็กน้อยเหมือนเขาเป็นน้องชายแท้ ๆ ของมัน

เมื่อเจ้าหุ่นไม้เห็นน้องชายเศร้าสร้อยและหงอยเหงา หุ่นไม้จึงคิดว่ามันควรทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยน้องชายให้มีเพื่อน

วิธีที่ดีที่สุดที่เจ้าหุ่นไม้คิดได้คือการเขียนจดหมายเล่าความจริงให้ทุกคนได้รู้ว่า เด็กน้อยไม่ได้รังเกียจเพื่อน ๆ เลย เพียงแต่เขาไม่เคยมีเพื่อนเล่นมาก่อน เขาจึงไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไรเวลามีคนมาขอเล่นด้วย

แม้เจ้าหุ่นไม้จะอยากเขียนจดหมายอธิบายความจริง แต่เนื่องจากมือของมันเป็นมือที่ทำจากไม้ มันจึงไม่สามารถจับดินสอมาเขียนหนังสือได้ เจ้าหุ่นพยายามคิดหาวิธีเขียนจดหมายอยู่นานหลายคืน มันคิด…คิด…แล้วก็คิด ในที่สุด มันก็คิดวิธีการซึ่งอันตรายมาก ๆ ได้วิธีหนึ่ง

(เด็ก ๆ ที่อ่านนิทานเรื่องนี้ห้ามทำตามเป็นอันขาด)

วิธีที่เจ้าหุ่นไม้เลือกทำคือการเอามือเข้าไปคลุกในกองขี้เถ้าที่ร้อนระอุ เพื่อเปลี่ยนมือไม้ของมันให้กลายเป็นถ่านที่สามารถใช้เขียนแทนดินสอได้

เจ้าหุ่นไม้ตัดสินใจยื่นมือเข้าไปในกองขี้เถ้าร้อน ๆ ด้วยความเด็ดเดี่ยว มันพยายามอดทนต่อความเจ็บปวดอย่างเต็มที่ ในที่สุด มือไม้ของมันก็กลายเป็นถ่านไม้สีดำตามที่มันตั้งใจเอาไว้

เมื่อเจ้าหุ่นไม้มีมือข้างหนึ่งเป็นถ่าน มันก็เริ่มทำตามแผนโดยมันลงมือเขียนจดหมายเล่าให้เด็ก ๆ รู้ความจริง จากนั้น มันก็ตามลูกชายเศรษฐีไปที่โรงเรียน แล้วใช้โอกาสตอนที่ทุกคนเผลอ นำจดหมายไปสอดไว้ในลิ้นชักใต้โต๊ะของเด็กทุก ๆ คน

เมื่อเด็ก ๆ ได้อ่านจดหมายที่เขียนขึ้นจากถ่านไม้ เด็กทุกคนก็รู้สึกสงสารเพื่อนใหม่ของพวกเขามาก เด็กทุกคนเสียใจที่ปล่อยให้เพื่อนใหม่ต้องโดดเดี่ยว เด็ก ๆ จึงขอแก้ไขความผิดพลาดด้วยการช่วยกันชวนลูกชายเศรษฐีให้ไปเล่นด้วย

แม้ในตอนแรก ลูกชายเศรษฐีจะปฏิเสธ เพราะเขาไม่รู้วิธีการเล่นกับเด็กคนอื่น ๆ แต่เมื่อเด็กทุกคนพยายามชวนเขาอย่างไม่ย่อท้อ ลูกเศรษฐีจึงตัดสินใจทดลองเล่นกับเพื่อน ๆ ดู

ไม่นานนัก ลูกชายเศรษฐีก็เข้าใจถึงความสนุกในการเล่นกับเพื่อน ๆ เด็กน้อยหัวเราะและวิ่งเล่นกับเพื่อนใหม่ทุกคนอย่างมีความสุขแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เมื่อเขาเล่นกับเพื่อน ๆ จนเหนื่อย เขากับเพื่อน ๆ ก็มานั่งพักกันสักครู่ แล้วลูกเศรษฐีก็นำของเล่นราคาแพงและหุ่นไม้ของเขาออกมาให้เพื่อน ๆ เล่นบ้าง

ในขณะนั้น เด็กน้อยแปลกใจมากที่เห็นมือข้างหนึ่งของเจ้าหุ่นไม้กลายเป็นถ่านไม้สีดำ เขาบอกเพื่อน ๆ เกี่ยวกับความแปลกประหลาดที่เกิดขึ้น พร้อมกับเล่าว่าหุ่นไม้คือเพื่อนที่เขารักมากที่สุดในชีวิต

เด็กคนอื่น ๆ มองดูมือของเจ้าหุ่นพลางคิดถึงจดหมายที่เขียนขึ้นจากถ่านไม้ เด็กทุกคนนิ่งไปชั่วขณะเพราะทุกคนคาดเดาได้ว่าเจ้าหุ่นไม้คงเสียสละทำ “บางสิ่งบางอย่าง” เพื่อช่วยให้ทุกคนเข้าใจเพื่อนของมันมากขึ้น

เด็ก ๆ ต่างซาบซึ้งและนับถือในความรักอันยิ่งใหญ่ของเจ้าหุ่นไม้ตัวเล็ก ๆ เด็ก ๆ จึงยื่นนิ้วไปลูบแก้มของเจ้าหุ่นไม้เบา ๆ ด้วยความทะนุถนอม จากนั้น พวกเขาก็บอกกับลูกชายเศรษฐีว่า

“เจ้าหุ่นไม้เองก็คงรักเธอมากที่สุดเช่นกัน”