ชีวิตเป็นสิ่งไม่แน่นอน แต่การพรากจากเป็นสิ่งแน่นอน เมื่อถึงเวลา…ทุกคนก็ต้องจากกัน เวลาจึงเป็นสิ่งมีค่า
ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 พี่นำบุญจะมีอายุ 56 ปีบริบูรณ์ แม้ชีวิตจะไม่ประสบความสำเร็จมากนัก แต่การทำงานด้านเด็กและผลงานนิทานที่สร้างสรรค์ออกมา ถือเป็นความภูมิใจที่ตัวเองได้มีโอกาสสร้างความสุขให้แก่เด็ก ๆ มาอย่างยาวนานมาก
ในมุมมองของพี่นำบุญ การสร้างกิจกรรมที่ดีสำหรับเด็กและการสร้างสื่อที่ดีสำหรับเด็กเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก กิจกรรมเด็กและสื่อเด็กที่มีคุณภาพ นอกจากจะทำให้เด็กได้รับประโยชน์และความสุขแล้ว มันยังเป็น “ต้นแบบ” ให้เด็กได้แรงบันดาลใจในการสร้างสิ่งเหล่านี้ให้แก่เด็กรุ่นต่อ ๆ ไปอีกด้วย
การทำเว็บไซต์นิทานนำบุญ แม้จะเป็นเรื่องยากมากสำหรับคนวัย 50 ที่ไม่มีความรู้ด้านนี้มาก่อน แต่ความตั้งใจที่อยากให้ เด็ก ๆ มีโอกาสเข้าถึงนิทานดี ๆ และอยากให้พ่อแม่สามารถนำนิทานไปอ่านให้ลูกฟังก่อนนอนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ความตั้งใจนี้ทำให้พี่นำบุญพยายามมาก ๆ ซึ่งผลที่ได้รับถือว่าน่าชื่นใจ เพราะบางวันมีคนเข้าใช้งานเว็บไซต์มากถึง 7,000 คน และมียอดวิวสูงถึง 20,000 วิว
นั่นหมายความว่า “นิทานนำบุญ” น่าจะสร้างประโยชน์หรือทำให้คนมีความสุขได้ตั้ง 7000 คนในหนึ่งวัน
……..
การทำเว็บไซต์นิทานนำบุญด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ ทำโดยไม่ได้หวังผลประโยชน์ตอบแทน (ยกเว้นอยากให้เด็ก ๆ มีความสุข) เมื่อถูกคนที่แวะเข้ามา “ขโมย” งานไปใช้ ทั้ง ๆ ที่พี่นำบุญเขียนขอร้อง ไว้เต็มเว็บไปหมด มันทำให้บางครั้ง ตัวเองรู้สึกเหมือน “ร้องไห้อยู่ข้างใน”
มันไม่ได้เจ็บที่ถูกขโมย แต่มันเจ็บที่ถูกกระทำ โดยคนที่ใจร้ายมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่พี่นำบุญพยายามทำสิ่งที่ดีเพื่อสังคมอยู่ (แล้วแบบนี้…จะมีใครอยากทำความดีเพื่อคนอื่นอีก!)
……..
ในการฟ้องคดีแรกที่จบไปนานแล้ว ตอนนั้น พี่นำบุญได้เงินมากถึง 750,000 บาท (เจ็ดแสนห้าหมื่นบาท) จากการละเมิดนิทานจำนวน 3 เรื่อง ซึ่งคดีนั้น….พี่นำบุญต้องแบกความทุกข์ไว้นานถึง 3 ปี
การถูกละเมิดไม่ใช่ความสุข การได้เงินก็ไม่ใช่ความสุข การปล่อยให้คนละเมิดโดยไม่ทำอะไรก็ไม่ใช่ความสุข
ความสุขในวัย 56 ปี คือการได้อยู่อย่างเรียบง่าย สบาย ๆ ไม่ต้องแบกความทุกข์ทางใจมากนัก เพราะทุกข์ทางกายมันมีมากขึ้นทุกวัน
ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พี่นำบุญไม่มีเวลาไปตรวจร่างกายประจำปี ทั้ง ๆ ที่การตรวจครั้งล่าสุด พี่นำบุญพบว่าตัวเองมีเนื้องอกที่ต่อมไทรอยด์ ซึ่งควรตรวจดูความเปลี่ยนแปลง (แต่วุ่นกับคดีต่าง ๆ ตลอด)
ปัจจุบัน มีคดีที่กำลังจะขึ้นศาล 2 คดี รอต่อคิวอีก 2 คดี อยู่ในชั้นตำรวจอีก 2 คดี และอีก 2 คดีที่ดูเหมือนว่าจะต้องฟ้องร้องเป็นคดีอาญา เพราะผู้ละเมิดไม่กลัวกฎหมาย!
นอกจากนี้ ปีนี้มีการละเมิดรูปแบบใหม่ ๆ คือการเข้ามา copy นิทานไปโยนเข้า A.I. เพื่อแต่งเนื้อเพลง หรือสร้างเสียงเล่านิทานในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งนั่นหมายความว่า การเผยแพร่นิทานในเว็บไซต์ เป็นการเปิดช่องให้คนเหล่านี้ เข้ามา copy นิทานไปใช้อย่างง่าย ๆ ซึ่งมันกระทบความรู้สึก, ทำให้เสียเวลาสืบหาตัว, ลดโอกาสในการขายลิขสิทธิ์ และทำให้นิทานนำบุญกลายเป็นงานโหลที่เหมือนไม่มีค่า
คดีละเมิดลิขสิทธิ์ 1 คดี : ใช้เวลาเก็บหลักฐานเพื่อหาตัวคนละเมิด ราว 1 เดือน – 2 ปี และต้องใช้เงินฟ้องร้องคดีละ 50,000 – 100,000 บาท ส่วนการติดตามคดีที่โรงพัก พี่นำบุญใช้เวลามาแล้ว 2 ปีเศษ โดยมีการเข้าไปติดตามคดีที่โรงพักมากกว่า 10 ครั้ง (ทุกครั้งคือเวลาและค่าใช้จ่าย รวมทั้งต้องทำเอกสารซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อใช้ประกอบการให้การ)
………..
การทำเว็บไซต์นิทานนำบุญ เป็นงานที่ไม่ได้ทำเพื่อหารายได้ แต่ไป ๆ มา ๆ มันกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ต้องเสียเงิน, เสียเวลา, เสียความรู้สึก อย่างต่อเนื่อง
เมื่อถึงจุดหนึ่ง พี่นำบุญในวัยแบบนี้ อาจจำเป็นต้องยุติการเผยแพร่นิทานนำบุญทั้งหมด เพื่อตัดวงจรละเมิดลิขสิทธิ์ให้หมดไป และตามฟ้องคดีที่ค้างอยู่ ให้ถึงที่สุด ก่อนที่ตัวเองจะอายุมากจนเดินไม่ไหว
……….
มันเป็นความเศร้า เมื่อนึกถึงคำว่า “หากเราต้องจากกัน” เพราะพี่นำบุญรับรู้ได้ถึงความรู้สึกดี ๆ ของผู้อ่านหลาย ๆ คน ที่คอยเล่าเรื่องและส่งความปรารถนาดีมาให้เป็นระยะ ๆ
แต่จากความพยายามหลาย ๆ อย่างที่พี่นำบุญทำเพื่อลดการละเมิด ทั้งการเขียนบทความเตือน การขอร้อง การทำป้ายเตือนเกือบทุกหน้าของเว็บไซต์ การยุติเผยแพร่นิทานหลายร้อยเรื่อง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล และพบว่า ผู้ละเมิดจำนวนหนึ่งเป็นบุคคลที่มีการศึกษา เช่น อาจารย์, ครู, นักศึกษา, หน่วยงานในมหาวิทยาลัยของรัฐ ฯลฯ
……
อย่างไรก็ตาม แม้ในอนาคตเราอาจต้องจากกัน แต่ในวันนี้ พี่นำบุญก็ตั้งใจที่จะดูแลเว็บไซต์นิทานนำบุญต่อไปให้ครบ 10 ปี (คืออีกราว 1 ปี 3 เดือน)
ขอบคุณทุก ๆ คนที่ให้เกียรติเข้ามาใช้งานเว็บไซต์นิทานนำบุญ ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ ความสุขที่ผู้อ่านเล่าให้ฟัง ทำให้การทำเว็บไซต์นิทานนำบุญมีค่ามีความหมาย ขอบคุณมาก ๆ นะครับ
#นิทานนำบุญ
หมายเหตุ :
1) ปีที่แล้ว พี่นำบุญประกาศเลิกทำงานเด็ก นั่นคือเรื่องที่ใหญ่มาก ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากความเสียใจที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ซ้ำ ๆ – – พี่นำบุญรักงานเด็กมาก การตัดสินใจเมื่อปีก่อนจึงเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญ มันเหมือนเป็นการจบชีวิตไปแล้ว จะไม่แต่งนิทานเรื่องใหม่ ๆ อีกแล้ว – – ความรู้สึกที่ถูกกระทำต้องรุนแรงและเรื้อรังขนาดไหน พี่นำบุญจึงตัดสินใจพูดคำนี้ออกมา (แต่มันผ่านไปแล้ว วางแล้ว จึงเอามาเล่าได้)
2) การฟ้องและได้ค่าปรับ 750,000 บาท บางคนคิดว่า “รวยเลย” แต่ในความเป็นจริง รายได้ดังกล่าว พี่นำบุญได้ทำการวางแผนภาษี จนกลายเป็นภาระที่ต้องจ่ายค่าประกัน ค่ากองทุนสารพัด (ที่ไม่เคยคิดจะซื้อ) กลายเป็นภาระผูกพันในวัยชรา ที่ต้องหาเงินไปจ่ายเบี้ยในแต่ละปี และกว่าจะนำเงินมาใช้ได้ ตัวเองอาจไม่ได้อยู่ในโลกใบนี้แล้ว




