Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานครอบครัว, นิทานพ่อมดแม่มด, นิทานเด็ก

ครอบครัวมด ๆ : นิทานก่อนนอนเรื่องกระจกวิเศษของพ่อมดแม่มด

นิทานก่อนนอนเรื่องนี้มีชื่อว่า “ครอบครัวมด ๆ” ซึ่งอาจทำให้หลายคนเผลอคิดไปถึงมดตัวเล็ก ๆ ที่เดินเรียงแถวกันอยู่ตามพื้นดิน แต่แท้จริงแล้ว คำว่า “มด ๆ” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแมลงเลยแม้แต่น้อย หากเป็นคำที่ย่อมาจาก “พ่อมด” และ “แม่มด” ส่วนคำว่า “ลูกมด” ที่ปรากฏในเรื่อง ก็ไม่ได้หมายถึงลูกของมดเช่นกัน แต่หมายถึงลูกของพ่อมดแม่มดตัวน้อยในครอบครัวเวทมนตร์ครอบครัวหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างเรียบง่าย

แรงบันดาลใจของนิทานเรื่องนี้เกิดจากภาพที่หลายครอบครัวคุ้นเคยดี นั่นคือบรรยากาศที่คุณพ่อคุณแม่บ่นกันไป บ่นกันมาในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ จนบางครั้งลูก ๆ อาจแอบคิดในใจว่า “ทั้งสองคนยังรักกันอยู่จริงหรือเปล่า” ความรู้สึกสงสัยแบบเงียบ ๆ ของเด็ก ๆ นี่เอง กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งคำถาม และนำไปสู่การถ่ายทอดออกมาเป็นนิทานที่ต้องการชวนให้มองความรักของครอบครัวในมุมที่ลึกกว่าสิ่งที่เห็นเพียงภายนอก

แม้จะพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว แต่เนื้อเรื่องกลับไม่ได้จริงจังจนเกินไป เพราะนิทานเรื่องนี้ยังคงเต็มไปด้วยเสน่ห์ของโลกแฟนตาซีแบบครบสูตร ทั้งกระจกวิเศษที่ใช้ขอพรได้ เวทมนตร์ที่ทำให้สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นได้ในพริบตา และการผจญภัยที่มีมังกรเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงทำให้เรื่องราวอบอุ่นหัวใจนี้ยังคงมีความสนุก ตื่นเต้น และเหมาะสำหรับการอ่านก่อนนอนอย่างแท้จริง

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพ่อมด, แม่มดและลูกมดอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ ณ ป่าลึกลับ  

ทุกวัน พ่อมดกับแม่มดมักมีเรื่องโต้เถียงกันจนลูกมดสงสัยว่า บางที…พ่อกับแม่อาจไม่รักกันแล้ว!

วันหนึ่ง ในขณะที่พ่อมดกับแม่มดทะเลาะกันเรื่องแม่มดกลัวตุ๊กแกและพ่อมดกลัวความสูง ลูกมดจึงเดินเลี่ยงออกไปหน้าบ้าน เพราะเขาไม่อยากเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันอย่างที่เป็นอยู่

ในเวลานั้นเอง  มีอีกาตัวหนึ่งบินเอาของขวัญจากคุณยายมดมาส่งให้พอดี  ที่ห่อของขวัญมีข้อความเขียนไว้ว่า “สวัสดีจ้ะทุก ๆ คน  ยายส่งกระจกวิเศษมาให้ กระจกบานนี้ใช้ขอพรได้ 3 ข้อ ท่องคาถาแล้วขอพรที่อยากได้คนละข้อนะจ๊ะ ขอให้มีความสุขมาก ๆ จ้ะ”  

ลูกมดดีใจที่ได้ของขวัญจากคุณยายมด แม้ลูกมดจะขอพรได้แค่ข้อเดียว แต่เขาก็รู้แน่ชัดว่าตัวเขาอยากได้อะไรมากที่สุด ด้วยเหตุนี้ ลูกมดจึงเปิดประตูเข้าบ้าน แกะห่อของขวัญ แล้วนั่งลงท่องคาถาเบา ๆ ทันที   “โอม…เดอะสตาร์อะคาเดมี่ ไมค์ปลดหนี้เดอะว๊อยซ์ ลูกมดตัวน้อยขอให้พ่อกับแม่รักกัน…เพี้ยง”

เมื่อสิ้นคำอธิษฐาน มังกรร้ายตัวหนึ่งก็บินมาที่หน้าประตูบ้าน แล้วใช้ลิ้นตวัดจับลูกมดพร้อมกับบินหนีไปอย่างไม่เกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น

พ่อมดกับแม่มดตกใจมาก ทั้งคู่หยุดทะเลาะกัน แล้วรีบขี่ไม้กวาดตามเจ้ามังกรร้ายไป โดยแม่มดเป็นคนขี่ ส่วนพ่อมดหลับตาปี๋นั่งซ้อนท้ายเพราะกลัวความสูง

ครั้นเมื่อพ่อมดกับแม่มดไล่ตามไปถึงเกาะมังกร บนเกาะแห่งนี้มีสัตว์เลื้อยคลานอยู่เต็มไปหมด เมื่อแม่มดเห็นสัตว์ที่ดูน่าเกลียดน่ากลัวแบบตุ๊กแก แม่มดก็ขาสั่นจนทำอะไรไม่ถูก  พ่อมดจึงอาสาเข้าไปช่วยลูกมดตามลำพัง แล้วให้แม่มดขี่ไม้กวาดไปหลบในที่ปลอดภัยเสียก่อน

พ่อมดทำใจกล้าบุกเดี่ยวไปเผชิญหน้ากับมังกรร้ายทั้ง ๆ ที่ไม่มีอาวุธติดตัวมาด้วยเลย เมื่อลูกมดเห็นพ่อมด ลูกมดจึงชูกระจกในมือแล้วตะโกนบอกพ่อมดว่า “คุณยายมดส่งกระจกวิเศษมาให้ครับพ่อ พวกเราขอพรได้คนละ 1 ข้อ ถ้าพ่ออยากได้อะไรก็อธิษฐานขอพรได้เลยนะครับ”  

ทันทีที่พ่อมดรู้เรื่องกระจกวิเศษ พ่อมดจึงท่องคาถาเพื่อขอพรทันที   “โอม…เดอะสตาร์อะคาเดมี่ ไมค์ปลดหนี้เดอะว๊อยซ์ พ่อของลูกมดตัวน้อย ขอดาบปราบมังกรด้วยเถิด…เพี้ยง”

เมื่อสิ้นคำอธิษฐาน ดาบขนาดใหญ่ยักษ์ก็มาอยู่ในมือของพ่อมดด้วยอำนาจเวทมนตร์ แต่อนิจจา..ก่อนที่พ่อมดจะใช้ดาบฟันโดนตัวมังกรเพียงเสี้ยววินาทีเดียว เจ้ามังกรก็พ่นพิษมาถูกตัวของพ่อมดเสียก่อน ด้วยเหตุนี้ ในขณะที่ร่างของมังกรกำลังสลายกลายเป็นฝุ่นด้วยคมดาบ พ่อมดเองก็ถูกพิษจนต้องทรุดลงนอนราบกับพื้นพร้อมกับลมหายใจที่ค่อย ๆ แผ่วลงเรื่อย ๆ

เมื่อแม่มดเห็นดังนั้น แม่มดก็รีบกระโดดลงจากไม้กวาดแล้ววิ่งเข้ามาหาพ่อมดโดยไม่สนใจสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลายเลยแม้สักนิด แม่มดประคองพ่อมดไว้ในวงแขนพร้อมกับร้องเรียกพ่อมดไม่ยอมหยุด  ลมหายใจของพ่อมดค่อย ๆ แผ่วลง ๆ ส่วนร่างของพ่อมดก็ค่อย ๆ เย็นลงจนน่าใจหาย โชคดีที่แม่มดจำเรื่องที่ลูกมดตะโกนบอกพ่อมดได้ นางจึงอธิษฐานขอพรจากกระจกวิเศษบ้าง  “โอม เดอะสตาร์อะคาเดมี่ ไมค์ปลดหนี้เดอะว๊อยซ์ แม่ของลูกมดตัวน้อย ขอยาถอนพิษเพื่อรักษาชีวิตสามีสุดที่รักด้วยเถิด…เพี้ยง”

เมื่อสิ้นคำอธิษฐาน สมุนไพรถอนพิษก็มาอยู่ในมือของแม่มด แม่มดรีบเด็ดใบของสมุนไพรแล้วยัดใส่ปากพ่อมด ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน พ่อมดก็รอดชีวิตมาได้อย่างฉิวเฉียด 

ลูกมดเพิ่งเข้าใจอย่างแจ่มชัดว่า การทะเลาะกันทุกวันของพ่อมดที่กลัวความสูงกับแม่มดที่กลัวตุ๊กแก ไม่ได้หมายความว่าทั้งคู่จะไม่รักกัน  เพราะสิ่งที่เห็นด้วยตาอาจไม่ตรงกับความจริงที่สัมผัสได้ด้วยหัวใจ

ลูกมดนึกขอบคุณคุณยายมดที่ส่งกระจกวิเศษมาพิสูจน์ความจริงที่เขาสงสัย  ท้ายที่สุด ลูกมดจึงวิ่งเข้าไปกอดพ่อกับแม่ด้วยความรัก  จากนั้น พ่อมด แม่มดและลูกมดก็พากันขี่ไม้กวาดกลับบ้าน โดยพ่อมดยังคงขอหลับตาซ้อนท้ายไม้กวาดเหมือนดังเดิม

#นิทานนำบุญ

Posted in นิทานพ่อมดแม่มด, นิทานอบอุ่นหัวใจ, นิทานเด็ก

เวทมนตร์ของเจ้าตัวน้อย

ในบรรดานิทานเกี่ยวกับพ่อมดแม่มดที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) ได้แต่งเอาไว้ มีนิทานอยู่ 2 เรื่อง ที่ผมรักมากเป็นพิเศษ เรื่องแรกคือ “จุดจบของแม่มดน้อย” และอีกเรื่องคือนิทานก่อนนอนเรื่องนี้ “เวทมนตร์ของเจ้าตัวน้อย” นิทานเรื่องนี้เป็นนิทานก่อนนอนในแนวนิทานรักแม่ คือ ลูก ๆ รักแม่และอยากหาของขวัญวันเกิดให้แม่ แต่ของขวัญที่จะทำให้คุณแม่มีความสุขคืออะไร? คงต้องไปหาคำตอบกันในนิทานนะครับ

นิทานเรื่อง  เวทมนตร์ของเจ้าตัวน้อย

โมเม มูมมามและมอมแมมเป็นลูก ๆ ของแม่มดสาวพราวเสน่ห์    คุณแม่ของพวกเขาเป็นแม่มดที่อ่อนโยนและใจดีอย่างยากที่จะหาใครเทียบได้    เด็ก ๆ ทุกคนรักคุณแม่ของพวกเขามาก  เมื่อใกล้ถึงวันเกิดของคุณแม่    พี่น้องทั้งสามจึงตกลงกันว่า พวกเขาจะจัดงานฉลองวันเกิดและมอบของขวัญสุดพิเศษให้แก่คุณแม่ผู้เป็นที่รัก

โมเมซึ่งเป็นพี่สาวคนโตตั้งใจที่จะเนรมิตดอกไม้แสนสวยเพื่อมอบให้คุณแม่เป็นของขวัญวันเกิด ส่วนมูมมามซึ่งเป็นลูกชายคนกลางก็เฝ้าฝึกซ้อมคาถาเพื่อเตรียมเสกขนมเค้กอร่อย ๆ  ให้คุณแม่ผู้ชอบรับประทานขนมหวาน ๆ เป็นชีวิตจิตใจ

ฝ่ายมอมแมมน้องคนเล็กดูน่าเห็นใจเป็นที่สุด  เพราะนอกจากที่เขาจะเด็กกว่าใคร ๆ แล้ว เขายังเพิ่งเข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาลเวทมนตร์ได้ไม่นานนัก ด้วยเหตุนี้  อำนาจมนตราของเขาจึงมีอยู่จำกัด  ไม่เพียงพอที่จะเนรมิตของขวัญพิเศษใดใดให้แก่คุณแม่ได้ แต่ด้วยความที่เด็กน้อยอยากจะทำให้คุณแม่รู้ว่าเขารักคุณแม่ไม่แพ้พี่ ๆ    มอมแมมจึงบากบั่นไปขอยืมตำราคาถาวิเศษจากห้องสมุด  แล้วเฝ้าฝึกฝนว่าคาถาตามตำราเล่มนั้นทีละบทสองบท   จนในที่สุด  เขาก็พร้อมที่จะเนรมิตของขวัญชิ้นเล็ก ๆ  เพื่อมอบให้คุณแม่เป็นของขวัญในวันคล้ายวันเกิด

และแล้ว..วันที่ทุก ๆ คนรอคอยก็มาถึง   เด็ก ๆ เชิญคุณแม่มานั่งในห้องนั่งเล่นที่พวกเขาช่วยกันตกแต่งจนกลายเป็นห้องที่แสนน่ารัก  เสียงดนตรีอ่อนหวานจากกล่องดนตรีทำให้บรรยากาศในห้องดูอบอุ่นกระจุ๋มกระจิ๋ม   เด็ก ๆ ให้คุณแม่นั่งที่เก้าอี้ตัวนุ่ม  จากนั้น พวกเขาก็เริ่มว่าคาถาเพื่อเสกของขวัญให้แก่คุณแม่ทีละคน

โมเมท่องคาถางึมงำว่า “โอมมะลุกกุ๊กกุ๋ยดุกดุ๋ยดุกดุ๋ย…ปลูกต้นไม้อย่าลืมใส่ปุ๋ย”   เมื่อโมเมว่าคาถาจบ  รอบ ๆ ตัวของคุณแม่ก็รายล้อมไปด้วยดอกไม้สีรุ้งเต็มไปหมด!

เมื่อมูมมามเห็นพี่สาวเสกดอกไม้มากมายให้คุณแม่   เขาจึงนึกอยากหาทางทำให้คุณแม่พอใจมากขึ้นไปอีก  ด้วยเหตุนี้  มูมมามจึงตั้งใจรวบรวมสมาธิ แล้วร่ายคาถาด้วยเสียงที่หนักแน่นว่า “โอมมะลุกกุ๊กกิ๊กดุ้กดิ้กดุ้กดิ้ก…อยากกินเผ็ดต้องไปกินพริก”   เมื่อสิ้นเสียง…ขนมเค้กขนาดยักษ์ที่สูงถึงเจ็ดชั้นก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของคุณแม่ทันที!

มอมแมมมองของขวัญของพี่ ๆ ตาปริบ ๆ  ฝีมืออย่างเขาคงไม่สามารถเสกของขวัญดี ๆ อย่างของพี่ ๆ ได้เป็นแน่    แต่ด้วยความรักที่ยิ่งใหญ่เกินตัว    มอมแมมจึงคิดหาของขวัญชิ้นใหม่เพื่อไม่ให้น้อยหน้าพี่ ๆ  

อำนาจเวทมนตร์อันน้อยนิดของพ่อมดตัวเล็ก ๆ จะเนรมิตอะไรให้ถูกใจคุณแม่ได้บ้างไหมหนอ?   มอมแมมเพ่งมองขนมเค้กเจ็ดชั้นของมูมมามอยู่พักใหญ่   ในที่สุด  ความคิดที่แสนวิเศษก็สว่างวาบขึ้นในใจของเด็กน้อยผู้ไม่ยอมจำนนต่ออุปสรรค

มอมแมมค่อย ๆ นึกทบทวนถึงคาถาบทหนึ่งที่เขาเฝ้าฝึกฝนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน   เมื่อคิดได้ เขาก็เริ่มเอ่ยถ้อยคาถาอย่างช้า ๆ ว่า  “โอมมะลุกกุ๊กก๋อยดุกด๋อยดุกด๋อย…ผัดคะน้าใส่น้ำมันหอย”  เมื่อมอมแมมท่องคาถาจบ    ขนมเค้กเจ็ดชั้นก็สว่างไสวไปด้วยเปลวไฟจากเทียนไขแท่งเล็ก ๆ  ซึ่งมีจำนวนเท่ากับอายุของคุณแม่พอดิบพอดีไม่มีขาด

คุณแม่ปลื้มใจมากที่เห็นความตั้งใจของลูก ๆ ทั้งสาม  ส่วนโมเมกับมูมมามต่างก็ภูมิใจในฝีมือของน้องชายตัวกระเปี๊ยกที่ใช้เวทมนตร์ได้ดีชนิดที่พี่ ๆ คาดไม่ถึง  

ความรักของลูก ๆ ทำให้หัวใจของผู้เป็นแม่อิ่มเอมไปด้วยความสุข   

และในค่ำคืนนั้น   สามพี่น้องก็แย่งกันกอดคุณแม่นัวเนียหนุบหนับ   เวลาแห่งรักดำเนินต่อไปนานแสนนาน   จนกระทั่งท้ายที่สุด   เด็ก ๆ ทั้งสามก็นอนหลับปุ๋ยไปในอ้อมกอดของคุณแม่ ท่ามกลางแสงเทียนอันอบอุ่นในราตรีที่แสนวิเศษ

#อ่านนิทานจบเด็ก ๆ อยากให้ของขวัญด้วยการกอดใครดีนะ

#นิทานนำบุญ

………………