Posted in นิทานนำบุญ

ค่าลิขสิทธิ์นิทาน และค่าโฆษณาในเว็บไซต์นิทานนำบุญ

เว็บไซต์นิทานนำบุญจัดทำโดย “นำบุญ นามเป็นบุญ” นักเขียนนิทานอาชีพ ผู้มีผลงานมากกว่า 400 เรื่อง และหนังสือภาพกว่า 30 เล่ม โดยได้รับรางวัลระดับประเทศหลายรายการ รวมถึงรางวัลวรรณกรรมดีเด่นในโครงการวรรณกรรมยอดเยี่ยมในสมัยรัชกาลที่ 9 ตามแนวคิดศาสตร์พระราชา จากหนังสือเรื่อง คนต่อเทียน

เว็บไซต์นิทานนำบุญเป็นสื่อออนไลน์ที่นำเสนอ “นิทานอบอุ่น” สำหรับเด็ก ครอบครัว และทุก ๆ คน โดยเน้นเนื้อหาที่ปลอดภัย สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์

ตั้งแต่เริ่มเปิดเว็บไซต์จนถึงปัจจุบัน มียอดวิวรวมสะสมมากกว่า 20 ล้านวิว โดยในช่วงเดือนล่าสุด (4 ส.ค. – 2 ก.ย. 2568) มีผู้เข้าชม 165,524 คน และมียอดวิวรวม 462,965 ครั้ง

กลุ่มผู้อ่านหลักของเว็บไซต์ ได้แก่:

  • ครอบครัว (พ่อแม่ลูก)
  • โรงเรียน (ครูและนักเรียน)
  • บุคคลทั่วไปที่รักการอ่านนิทาน เช่น คนที่อ่านนิทานให้แฟนฟังก่อนนอน

เว็บไซต์นิทานนำบุญไม่ได้เป็นเพียงสื่อที่เผยแพร่นิทาน แต่เป็นพื้นที่แห่งความทรงจำที่ดีงามของครอบครัวที่ใช้เวลาก่อนนอนส่งต่อความรักให้ลูกด้วยนิทาน ทั้งยังเป็นแหล่งทรัพยากรที่ครูใช้ในการสอน และเป็นที่พักใจของผู้คนที่ต้องการความอบอุ่นผ่านเรื่องเล่า

ผู้ใช้งานเว็บไซต์ ใช้งานเว็บไซต์ ประมาณ 3 นาที ต่อวัน (ไม่ใช่การเปิดผ่านแล้วออกไป) ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจในการอ่านและการมีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหาอย่างแท้จริง

ตลอดระยะเวลา 8 ปีของการจัดทำเว็บไซต์นิทานนำบุญ พบปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์นิทานมากกว่า 400 กรณี และมีการละเมิดที่หนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ

การรับมือกับสถานการณ์นี้ ผู้จัดทำจึงจำเป็นต้องปรับรูปแบบของเว็บไซต์ และเริ่มหารายได้ด้วยการขายลิขสิทธิ์นิทาน รวมถึงการขายพื้นที่โฆษณา เพื่อเตรียมทุนในการดำเนินคดีกับผู้ละเมิด และวางรากฐานของเว็บไซต์ให้มีความมั่นคง

นิทานในเว็บไซต์นิทานนำบุญที่แต่งโดย นำบุญ นามเป็นบุญ เป็นงานสร้างสรรค์ที่มีลิขสิทธิ์ ผู้ที่ต้องการนำไปใช้ต้องได้รับอนุญาตและชำระค่าลิขสิทธิ์

อัตราเริ่มต้น: 33,000 บาท/เรื่อง

หมายเหตุ: อัตรานี้อ้างอิงตามค่าลิขสิทธิ์ที่เคยได้รับจากการพิมพ์หนังสือภาพสำหรับเด็กชุด “ตามรอยพระราชา”

เว็บไซต์นิทานนำบุญ มีผู้เข้าชมเฉลี่ยต่อวันประมาณ 6,000 คน และมียอดวิวเฉลี่ยต่อวันกว่า 18,000 ครั้ง โดยในช่วงเวลา 1 เดือน (4 ส.ค. – 2 ก.ย. 2568) เว็บไซต์มีผู้เข้าชมรวมทั้งสิ้น 165,524 คน และมียอดวิวรวมกว่า 462,965 ครั้ง

เพื่อให้การลงโฆษณาของลูกค้ามีความคุ้มค่า ทางเว็บไซต์ได้คัดเลือก “หน้าโฆษณาที่ดีที่สุด” ซึ่งเป็นหน้าที่มีผู้เข้าชมสูงสุด โดยมียอดวิวหลายหมื่นวิวต่อเดือน ได้แก่:

  • หน้าอันดับ 1: 68,000 วิว/เดือน
  • หน้าอันดับ 2: 51,000 วิว/เดือน
  • หน้าอันดับ 3 + 4 (รวมกัน): 31,000 วิว/เดือน

แบนเนอร์โฆษณาจะปรากฏในตำแหน่งด้านบนสุดของหน้าเหล่านี้ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ชมเห็นได้ชัดเจน และมีโอกาสสูงในการสร้างการรับรู้และความสนใจ

Man with glasses working on a laptop, with a website mockup and bar graph in the background representing story licensing and advertising on the Nitan Nam Bun website.
A visual overview of how advertising and story licensing work on the Nitan Nam Bun website — a trusted space for families and educators.

ถ้าพิจารณาค่าโฆษณาเฉลี่ยต่อวันจะพบว่า งบโฆษณา 150 บาท จะเข้าถึงผู้ชมประมาณ 2,267 วิว/วัน และเมื่อผู้ชมใช้เวลาเฉลี่ยเกือบ 3 นาทีในการเข้าใช้งานเว็บไซต์ต่อครั้ง โอกาสในการมองเห็นและสนใจโฆษณาจึงมีสูงมาก

ท่านที่สนใจซื้อลิขสิทธิ์นิทาน หรือต้องการลงโฆษณากับเว็บไซต์นิทานนำบุญ สามารถติดต่อได้ทางกล่องข้อความของเว็บไซต์นิทานนำบุญ

ขอบคุณครับ

อัตราค่าลิขสิทธิ์นิทานและค่าโฆษณาในเว็บไซต์นิทานนำบุญ
ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับการจัดการลิขสิทธิ์และโฆษณาในเว็บนิทานอบอุ่น

Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานคลาสสิก, นิทานผจญภัย

อาลีบาบากับโจร 40 คน | นิทานคลาสสิกสำหรับเด็ก

“อาลีบาบากับโจร 40 คน” เป็นหนึ่งในนิทานที่โด่งดังที่สุดจากชุด พันหนึ่งราตรี (One Thousand and One Nights) หรือที่รู้จักกันในชื่อ อาหรับราตรี ซึ่งเป็นรวมเรื่องเล่าพื้นบ้านจากตะวันออกกลาง เปอร์เซีย อินเดีย และแอฟริกาเหนือ ที่ถูกร้อยเรียงขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 9–14 โดยไม่มีผู้แต่งที่แน่ชัด เนื่องจากเป็นนิทานที่สืบทอดกันมาในรูปแบบมุขปาฐะ

แม้ว่าเรื่อง “อาลีบาบา” จะไม่ได้ปรากฏในฉบับภาษาอาหรับดั้งเดิม แต่ถูกเพิ่มเข้ามาในศตวรรษที่ 18 โดยนักแปลชาวฝรั่งเศสชื่อว่า อ็องตวน กัลล็อง (Antoine Galland) ซึ่งได้ยินเรื่องนี้จากนักเล่านิทานชาวซีเรีย และนำมาแปลเป็นภาษาฝรั่งเศสจนกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

นิทานเรื่องนี้มีองค์ประกอบที่โดดเด่นหลายประการ เช่น คำว่า “Open Sesame” ที่กลายเป็นวลีอมตะ, ตัวละครมอร์จานา ที่เป็นหนึ่งในหญิงสาวที่มีบทบาทสำคัญในนิทานคลาสสิก ด้วยความฉลาดและกล้าหาญ, ธีมของความเมตตา ไหวพริบ และการไม่โลภ สะท้อนคุณธรรมที่สอดคล้องกับการเลี้ยงดูเด็กในทุกยุคสมัย

ในฉบับของนิทานนำบุญ เราได้เรียบเรียงเรื่องนี้ใหม่ให้มีความละมุน อบอุ่น และปลอดภัยสำหรับเด็ก โดยเน้นความกล้าหาญของมอร์จานา ความเมตตาของอาลีบาบา และการผจญภัยที่เต็มไปด้วยความลุ้นระทึกอย่างอ่อนโยน

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในเมืองเล็ก ๆ ริมทะเลทราย มีชายคนหนึ่งชื่อว่า “อาลีบาบา” เขาเป็นคนยากจน หาเลี้ยงชีพด้วยการตัดฟืนแล้วนำไปขายในตลาดทุกวัน แม้ชีวิตจะเรียบง่าย แต่เขาเป็นคนขยัน ซื่อสัตย์ และมีจิตใจเมตตา เขาอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กที่ปลูกด้วยไม้เก่า ๆ มีเพียงผ้าห่มผืนเดียวและหม้อดินใบเดียว

วันหนึ่ง ขณะที่อาลีบาบากำลังตัดฟืนอยู่ใกล้เชิงเขา เขาเห็นกลุ่มชายแต่งกายแปลกตาจำนวนสี่สิบคน ขี่ม้าเข้ามาอย่างเงียบเชียบ พวกเขาหยุดหน้าผาหินใหญ่ และชายคนหนึ่งพูดขึ้นว่า “โอเพ่น เซซามี่ (Open Sesame)” ทันใดนั้น ผาหินก็แยกออก เผยให้เห็นถ้ำลึกที่เต็มไปด้วยแสงทองระยิบระยับ

อาลีบาบาซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ด้วยความตกใจ เขาเห็นชายกลุ่มนั้นเข้าไปในถ้ำ และเมื่อออกมา พวกเขาก็พูดคำเดิมอีกครั้ง ผาหินจึงปิดลงเหมือนเดิม เขารู้ทันทีว่านี่คือถ้ำสมบัติของโจร

หลังจากโจรจากไป อาลีบาบาเดินไปยังผาหินอย่างระมัดระวัง เขาเอ่ยคำว่า “โอเพ่น เซซามี่ (Open Sesame)” และถ้ำก็เปิดออกจริง ๆ เขาเข้าไปในถ้ำด้วยหัวใจเต้นแรง ภายในเต็มไปด้วยทองคำ อัญมณี และผ้าผืนงามจากแดนไกล

เขาไม่โลภ เขาเลือกหยิบทองคำเพียงเล็กน้อยใส่ถุงผ้า แล้วกลับบ้านอย่างเงียบ ๆ วันต่อมา เขากลับไปที่ถ้ำอีกครั้ง และทำเช่นเดิม นำสมบัติออกมาทีละนิด เพื่อไม่ให้โจรสังเกตเห็น ฐานะของเขาค่อย ๆ ดีขึ้น เขาเริ่มมีเงินพอจะเปิดร้านขายไม้ฟืนและผ้าทอเล็ก ๆ ในตลาด แม้จะยังไม่ร่ำรวย แต่ก็ผิดธรรมดาสำหรับคนที่เคยแทบไม่มีอะไร

คืนหนึ่ง ขณะอาลีบาบากำลังพักผ่อน เขาได้ยินเสียงเคาะประตูเบา ๆ เมื่อเปิดออก เขาพบหญิงสาวคนหนึ่งในสภาพอิดโรย เธอชื่อว่า “มอร์จานา” และเล่าว่า “มีโจรสี่สิบคนบุกปล้นหมู่บ้านของข้า พวกมันขนของมีค่าทุกอย่างไปจนหมด ข้าเกือบถูกฉุดไปด้วย แต่โชคดีที่หลบหนีมาได้ในความมืด พวกมันช่างร้ายกาจและโหดเหี้ยม ข้ายังจำใบหน้าของพวกมันได้ทุกคน โดยเฉพาะหัวหน้าโจร ชายร่างสูงที่มีดวงตาแข็งกร้าวและรอยยิ้มเย็นชา ข้าไม่มีวันลืม”

อาลีบาบาฟังแล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง เขานึกถึงกลุ่มชายสี่สิบคนที่เขาเคยเห็นหน้าผาหิน และเริ่มเชื่อว่าพวกโจรที่มอร์จานาเล่าถึงกับกลุ่มที่เขาเห็นนั้น น่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน เขาจึงให้ที่พักพิงแก่เธอ แม้เขาจะชอบอยู่เงียบ ๆ คนเดียว แต่เขาไม่อาจปล่อยให้เธอเผชิญชะตากรรมตามลำพัง

ไม่นานหลังจากนั้น หัวหน้าโจรเริ่มสังเกตว่ามีบางสิ่งผิดปกติในถ้ำสมบัติ ทองคำบางส่วนหายไป แม้จะไม่มากนัก แต่ก็เพียงพอให้เขารู้ว่ามีคนลอบเข้ามาโดยไม่ถูกจับได้ เขาจึงสั่งให้ลูกน้องออกไปสืบข่าวในหมู่บ้านใกล้เคียง ว่ามีใครที่ฐานะเปลี่ยนไปอย่างผิดสังเกตหรือไม่

ไม่นานนัก พวกเขาก็รายงานว่า ชายคนหนึ่งชื่ออาลีบาบา ซึ่งเคยยากจนมาก บัดนี้เริ่มมีเงินทุนเปิดร้านเล็ก ๆ แม้จะไม่หรูหรา แต่ก็ผิดธรรมดา หัวหน้าโจรจึงตั้งเป้าไปที่เขา และวางแผนปลอมตัวเป็นพ่อค้าเดินทาง โดยนำไหน้ำมันจำนวนมากไปที่บ้านอาลีบาบา พร้อมซ่อนลูกน้องไว้ในไหแต่ละใบ เพื่อรอจังหวะลงมือในยามค่ำคืน

มอร์จานาสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง เธอรู้สึกว่าพ่อค้าที่เดินทางมามีใบหน้าคล้ายคนบางคนที่เธอเคยพบ ด้วยความไม่แน่ใจ…เธอจึงแอบส่องดูไหและพบว่าในนั้นมีคนซ่อนอยู่ มอร์จานามั่นใจว่าพ่อค้าและไหน้ำมันอีก 39 ใบ คือ โจรที่ปล้นหมู่บ้านของเธอ เธอจึงใช้เชือกผูกปากไหไว้แน่น แล้วรีบไปแจ้งตำรวจให้มาจับโจรทั้งหมดก่อนที่พวกเขาจะออกมา

ความฉลาดและกล้าหาญของมอร์จานาทำให้ทุกคนปลอดภัย และอาลีบาบาก็ซาบซึ้งของเธอมาก

อย่างไรก็ตาม แม้ตำรวจจะจับโจรไปได้ถึง 39 คน แต่หัวหน้าโจรซึ่งไม่ได้อยู่ในไหกลับรอดมาได้ หัวหน้าโจรหลบหนีไปตั้งหลักในเมืองใกล้เคียง แล้วรอเวลาให้ผ่านไปราว 6 เดือน จากนั้น เขาก็วางแผนใหม่ โดยคราวนี้ เขาแต่งกายเป็นพ่อค้าผ้าและเครื่องเทศจากแดนไกล แล้วเดินทางกลับมาที่หมู่บ้านโดยอ้างว่าจะมาค้าขายกับอาลีบาบา

เมื่อมอร์จานาเห็นชายผู้นั้น เธอก็จำได้ทันทีว่าเขาคือหัวหน้าโจรที่เคยปล้นหมู่บ้านของเธอ มอร์จานาจึงวางแผนอย่างเงียบ ๆ ในระหว่างหัวหน้าโจรรอพบกับอาลีบาบา มอร์จานาก็แสร้งทำทีเป็นสนใจเขาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ และเมื่อสบโอกาส เธอก็แอบใส่ยานอนหลับลงในเครื่องดื่มของเขา แล้วหลอกให้เขาดื่ม ก่อนที่จะเรียกตำรวจมาจับตัวไปโดยไม่มีใครได้รับอันตราย

“เจ้าช่วยชีวิตข้าไว้หลายครั้ง” อาลีบาบากล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “ข้าไม่รู้จะตอบแทนเจ้ายังไง แต่ถ้าเจ้าไม่รังเกียจ ข้าขอรับเจ้าเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของข้า”

มอร์จานายิ้มอย่างอ่อนโยน เธอไม่ต้องการสิ่งใดนอกจากความปลอดภัยและความรักที่แท้จริง และนับจากวันนั้น เธอกับอาลีบาบาก็อยู่ร่วมกันอย่างเรียบง่าย แต่เปี่ยมด้วยความสุข

ข้อคิดจากนิทานเรื่องนี้ :

  • คนดีที่มีใจเมตตาและไม่โลภ จะได้รับความสุขและปลอดภัยในที่สุด
นิทานคลาสสิกจากชุดพันหนึ่งราตรี เรื่องราวของอาลีบาบา มอร์จานา และโจร 40 คน ที่เต็มไปด้วยความลุ้นระทึก ไหวพริบ และความเมตตา เหมาะสำหรับเด็กและครอบครัว

Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานคลาสสิก, นิทานเจ้าหญิง

เจ้าหญิงนิทรา (Sleeping Beauty) เวอร์ชั่นพี่น้องกริมส์: นิทานคลาสสิกที่อบอุ่น

ในโลกของนิทานคลาสสิก มีนิทานเรื่องหนึ่งที่ถูกเล่าขานผ่านกาลเวลาอย่างไม่เสื่อมคลาย—เรื่องของเจ้าหญิงผู้หลับใหลด้วยคำสาป และตื่นขึ้นด้วยจุมพิตแห่งรักแท้ นิทานเรื่องนี้เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกในชื่อ Sleeping Beauty หรือ “เจ้าหญิงนิทรา” แต่ในเวอร์ชั่นดั้งเดิมของพี่น้องกริมส์จากประเทศเยอรมนี นิทานนี้มีชื่อว่า Dornröschen ซึ่งแปลว่า “กุหลาบหนาม” อันเป็นสัญลักษณ์ของการปกป้อง ความอดทน และการรอคอยอย่างมีความหวัง

แม้หลายคนจะคุ้นเคยกับฉบับดิสนีย์ที่อ่อนโยนและเปี่ยมด้วยภาพฝัน แต่แท้จริงแล้ว “เจ้าหญิงนิทรา” มีรากฐานจากนิทานพื้นบ้านยุโรปที่เก่าแก่และลุ่มลึก เวอร์ชั่นแรกสุดที่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรคือ Sun, Moon, and Talia โดย จาแมตติสตา บาซีล (Giambattista Basile) ในศตวรรษที่ 17 ซึ่งมีเนื้อหาเข้มข้นและมืดมนกว่าฉบับที่เรารู้จักในปัจจุบัน ต่อมาในปี 1697 ชาร์ลส์ แปโรต์ (Charles Perrault) นักเขียนชาวฝรั่งเศส ได้ปรับเรื่องให้ละมุนขึ้นใน La Belle au bois dormant ซึ่งกลายเป็นต้นแบบของเวอร์ชั่นดิสนีย์ในเวลาต่อมา

พี่น้องกริมส์ (Jacob และ Wilhelm Grimm) ได้นำเรื่องนี้มาปรับใหม่ในชื่อ Dornröschen โดยตีพิมพ์ในปี 1812 จุดเด่นของเวอร์ชั่นกริมส์คือการเน้นความบริสุทธิ์ของเจ้าหญิง ความกล้าหาญของเจ้าชาย และภาพพุ่มหนามที่ปกคลุมพระราชวังเป็นดั่งม่านเวลาที่ปกป้องความงามไว้ให้คนที่คู่ควรได้พบเจอ นิทานนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องราวของเวทมนตร์และโชคชะตา แต่ยังสะท้อนบทเรียนชีวิตเรื่อง “การรอคอยอย่างไม่สิ้นหวัง” และ “รักแท้ที่ไม่ต้องเร่งรีบ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพระราชากับพระราชินีพระองค์หนึ่ง ทั้งสองพระองค์ครองราชย์มานาน แต่ก็ยังไม่มีพระโอรสหรือพระธิดาเลยสักองค์ พระราชินีทรงเศร้าโศกและภาวนาทุกวันว่าขอให้มีลูกเสียที

วันหนึ่ง พระราชินีเสด็จไปอาบน้ำที่สระน้ำ ทันใดนั้น ปลาตัวหนึ่งว่ายโฉบขึ้นมาแล้วพูดว่า “ความปรารถนาของพระนางกำลังจะเป็นจริง อีกไม่นานพระองค์จะมีลูกสาวแล้ว”

ไม่นานนัก พระราชินีก็ให้กำเนิดพระธิดางดงาม พระราชาและพระราชินีดีใจยิ่งนัก ทั้งอาณาจักรเต็มไปด้วยความสุข พระราชาจึงจัดงานเลี้ยงใหญ่ เชิญเหล่านางฟ้ามามอบพรให้เจ้าหญิงน้อย

ในราชอาณาจักรมีนางฟ้าอยู่ 13 องค์ แต่ในพระราชวังมีจานทองเพียง 12 ใบ พระราชาจึงจำใจเชิญนางฟ้ามาเพียง 12 องค์ เพื่อเลี้ยงดูอย่างสมเกียรติ

ในงานเลี้ยง นางฟ้าแต่ละองค์ต่างพากันประทานพรให้เจ้าหญิง ทั้งความงาม ความใจดี ความร่ำรวย ความสุข และพรดี ๆ อีกมากมาย แต่แล้ว…จู่ ๆ นางฟ้าองค์ที่ 13 ซึ่งไม่ได้รับเชิญก็มาปรากฏกายขึ้น นางโกรธมากที่ถูกลืม นางไม่ได้กินเลี้ยงกับคนอื่น และไม่ได้รับเกียรติใด ๆ เลย

นางฟ้าองค์ที่ 13 จึงกล่าวคำสาปเสียงดังว่า “เมื่อเจ้าหญิงมีอายุครบ 15 ปี เจ้าหญิงจะถูกเข็มปั่นด้ายตำมือ และจะต้องสิ้นพระชนม์!”

สิ้นเสียงนั้น นางฟ้าก็หายวับไปในทันที ทั้งราชวังตกอยู่ในความตกใจและเศร้าโศก

แต่ยังมีนางฟ้าองค์ที่ 12 ซึ่งยังไม่ได้มอบพร นางจึงออกมากล่าวว่า “อย่ากลัวไปเลย ข้าพเจ้าจะช่วยได้ แม้พรของข้าจะไม่สามารถลบคำสาปได้ แต่ข้าจะทำให้เจ้าหญิงไม่ตาย เพียงแต่จะหลับใหลไปเป็นเวลาหนึ่งร้อยปี แล้วจะมีเจ้าชายมาปลุกให้ฟื้นคืน”

พระราชาได้ยินดังนั้นก็โล่งใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังกลัว จึงรับสั่งให้เผาเครื่องปั่นด้ายทุกอันในอาณาจักรทิ้งให้หมด

กาลเวลาผ่านไป เจ้าหญิงเติบโตเป็นสาวงดงาม มีน้ำใจอ่อนโยน และเป็นที่รักของทุกคน ครั้นเมื่อถึงวันเกิดครบ 15 ปี พระราชาและพระราชินีไม่อยู่ในพระราชวัง เจ้าหญิงจึงเดินเที่ยวไปตามห้องต่าง ๆ ด้วยความซุกซน

แล้วเจ้าหญิงก็มาถึงหอคอยสูง ห้องเล็ก ๆ ที่เจ้าหญิงไม่เคยเห็นมาก่อน ข้างในมีหญิงชราองค์หนึ่งกำลังนั่งปั่นด้ายอยู่ “คุณยายกำลังทำอะไรอยู่หรือคะ” เจ้าหญิงถามด้วยความอยากรู้ “ยายกำลังปั่นด้ายจ้ะ” หญิงชราตอบ เจ้าหญิงสนใจจึงขอลองทำบ้าง แต่ทันทีที่เจ้าหญิงจับเครื่องปั่นด้าย เข็มก็ทิ่มนิ้วของพระนาง คำสาปของนางฟ้าที่ 13 จึงเป็นจริง เจ้าหญิงทรุดลงและหลับใหลไปในทันที

และแล้ว…ทั้งพระราชวังพลันตกอยู่ในความสงบงัน พระราชา พระราชินี และเหล่าข้าราชบริพารต่างก็หลับไปเช่นเดียวกัน แม้แต่ม้าในคอก นกบนหลังคา หรือไฟที่กำลังลุกในเตา ก็หยุดนิ่งราวกับเวลาถูกสะกด

ไม่นานหลังจากนั้น พุ่มกุหลาบหนามก็ขึ้นปกคลุมรอบพระราชวัง พงหนามนั้นหนาทึบจนไม่มีใครสามารถเข้าไปถึงได้ และไม่นานนัก พระราชวังทั้งหลังได้หายไปจากสายตาของผู้คน

มีเรื่องเล่ากันไปทั่วดินแดน ว่าภายในพุ่มหนามนั้นมีเจ้าหญิงงดงามนอนหลับใหลอยู่ ใครก็ตามที่เข้าไปพยายามฝ่าพงหนามก็ล้วนติดอยู่ในนั้น ไม่มีใครกลับออกมาได้

จนกระทั่งวันหนึ่ง…ครบหนึ่งร้อยปีเต็ม พุ่มหนามก็กลับกลายเป็นกุหลาบงดงามบานสะพรั่ง ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าชายรูปงามองค์หนึ่งได้เดินทางผ่านมา และได้ฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับเจ้าหญิงในวังที่ถูกสาป เจ้าชายต้องการเห็นความจริงด้วยตา จึงตัดสินใจลองเข้าไปดู

ทันทีที่เจ้าชายเริ่มเดินเข้าไปในพุ่มหนาม พงกุหลาบหนามที่เคยพันเกี่ยวแน่นหนา กลับแยกตัวออกเป็นทางให้เจ้าชายก้าวเข้าไปได้โดยง่าย

เมื่อเข้าไปถึงในวัง เจ้าชายก็เห็นทุกสิ่งทุกอย่างยังคงอยู่อย่างเงียบสงัด ผู้คนและสัตว์ต่าง ๆ หลับใหลนิ่งไม่ไหวติง จนเจ้าชายไปถึงห้องบรรทมของเจ้าหญิง

เมื่อเจ้าชายมองเห็นเจ้าหญิงนอนหลับอยู่บนเตียง เจ้าหญิงทรงงดงามราวกับเทพธิดา พระองค์รู้สึกเหมือนหัวใจถูกดึงดูดอย่างแรงกล้า เจ้าชายจึงเผลอก้มลงจุมพิตที่ริมฝีปากของเจ้าหญิง

ทันใดนั้น เจ้าหญิงก็ลืมพระเนตรขึ้น และตื่นจากการหลับใหล พระราชา พระราชินี และทุกชีวิตในวังก็ตื่นขึ้นพร้อมกันด้วย

หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าชายกับเจ้าหญิงก็จัดงานมงคลสมรสขึ้น พระราชวังกลับมามีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุข และพวกเขาทั้งสองก็ครองรักกันอย่างมีความสุขตลอดไป

ข้อคิดจากนิทานเรื่องนี้ :

  • การรอคอยอย่างอดทนและไม่สิ้นหวัง คือพลังเงียบที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอันงดงาม
  •  ความรักแท้ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบหรือเร้าอารมณ์ หากแต่มาถึงในเวลาที่เหมาะสม และปลุกชีวิตให้เบ่งบานอีกครั้ง
  • สิ่งที่ดูเหมือนอุปสรรค เช่นพุ่มหนาม อาจเป็นการปกป้องสิ่งงดงามไว้ให้คนที่คู่ควรได้พบเจอในเวลาที่ใช่
เจ้าหญิงนิทรานอนหลับอยู่ในห้องบรรทม ท่ามกลางแสงอ่อนและพุ่มกุหลาบหนามที่ปกคลุม สื่อถึงการหลับใหลหนึ่งร้อยปีตามคำสาปในนิทานเจ้าหญิงนิทรา sleeping beauty หรือ Dornröschen
ภาพประกอบจากนิทาน Dornröschen เวอร์ชั่นพี่น้องกริมส์ ถ่ายทอดช่วงเวลาที่เจ้าหญิงหลับใหลในวังที่ถูกพุ่มหนามปกคลุม รอคอยรักแท้ที่จะปลุกให้ตื่นขึ้น
Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานสำหรับเด็กและผู้ใหญ่, นิทานอบอุ่นหัวใจ

“เพลงเล่านิทาน : แมวล่องหน” นิทานอบอุ่นหัวใจเสียงของความเหงาและความหวัง

“แมวล่องหน” เป็นนิทานก่อนนอนที่อบอุ่นหัวใจที่สุดเรื่องหนึ่งจากคอลเลกชันนิทานนำบุญ เล่าเรื่องแมวน้อยชื่อ “ศูนย์” ที่ไม่มีใครมองเห็นตัวตน จนวันหนึ่งได้พบหญิงสาวเจ้าของร้านหนังสือที่มองเห็นและโอบกอดเขาด้วยความรัก นิทานเรื่องนี้ไม่เพียงแต่สร้างรอยยิ้มและความประทับใจ แต่ยังแฝงแง่คิดสำคัญทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่—เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้เรื่องความเมตตาต่อสัตว์เลี้ยง ส่วนผู้ใหญ่หลายคนอาจรู้สึกเชื่อมโยงกับความเหงา ความโดดเดี่ยว และความต้องการใครสักคนที่มองเห็นและรักเราอย่างแท้จริง

เมื่อผมเริ่มทดลองทำเพลงเล่านิทานผ่านเว็บไซต์ suno.com “แมวล่องหน” กลายเป็นเรื่องแรกที่ผมแต่งเนื้อเพลงและสร้างเสียงประกอบขึ้นมา เพลงเวอร์ชั่นแรกสะท้อนเสียงหัวใจของแมว—เว้าวอน ตัดพ้อ และน่ารักน่าสงสารอย่างบอกไม่ถูก ซึ่งผมเองก็รู้สึกผูกพันกับเพลงนี้มาก เพราะมันเหมือนเสียงลึก ๆ จากตัวละครที่กำลังตามหาใครสักคนที่เข้าใจ

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมเริ่มอยากลองเล่าเรื่องผ่านบทเพลงในอีกมุมหนึ่ง ไม่ใช่แค่ความรู้สึกของตัวละคร แต่เป็นการเล่าเรื่องราวของนิทานอย่างชัดเจน จึงเกิดเป็นเพลงเวอร์ชั่นที่สอง ที่มีลีลาสดใสขึ้น และสามารถถ่ายทอดเนื้อเรื่องได้ครบถ้วนมากขึ้น ทั้งสองเวอร์ชั่นมีเสน่ห์ต่างกัน และผมอยากชวนคุณฟังแล้วลองตอบตัวเองว่า…คุณชอบเวอร์ชั่นไหนมากกว่ากัน?

สำหรับใครที่เคยอ่านนิทานเรื่องนี้แล้วแต่จำเนื้อเรื่องไม่ได้ ผมขอลงเรื่องย่อให้อ่านกันด้านล่าง ส่วนใครที่เพิ่งเข้ามาเจอเพลงเล่านิทานและอยากอ่านฉบับเต็ม ลองกดอ่านที่ลิงก์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

“ศูนย์” เป็นแมวน้อยที่ไม่มีใครมองเห็นตัวตน มันเป็นแมวล่องหนที่ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว วันหนึ่ง มันตัดสินใจออกเดินทางเพื่อหาวิธีทำให้คนอื่นมองเห็นมันได้

มันไปขอความช่วยเหลือจากช่างตัดเสื้อ หมอ และแม่มด แต่ไม่มีใครสามารถช่วยมันได้ บ้างก็ยุ่งเกินไป บ้างก็ต้องการเงิน บ้างก็ไร้เมตตา ทำให้ศูนย์รู้สึกหมดหวัง

ขณะเดินคอตกกลางสายฝน มันเจอร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่อบอุ่น และหญิงสาวเจ้าของร้านที่มองเห็นมัน เธออุ้มมันเข้ามาหลบฝน เช็ดตัวให้ และเสนอให้มันอยู่ด้วยกันโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ด้วยความรักและความเอาใจใส่ของหญิงสาว ร่างกายของศูนย์ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นจากความล่องหน จนมันกลายเป็นแมวธรรมดาอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะเวทมนตร์ แต่เพราะความเมตตาและการยอมรับอย่างแท้จริง

ถ้าใครอยากอ่านนิทานก่อนนอนเรื่อง แมวล่องหน ในเวอร์ชั่นที่ผมเรียบเรียงไว้แบบเต็มเรื่อง (มีรายละเอียดมากกว่าฉบับย่อ) สามารถอ่านได้ตามลิงค์ที่ด้านล่างนี้

ภาพปกนิทานเรื่องแมวล่องหน แสดงใบหน้าแมวเพียงบางส่วน ดูเหมือนแมวค่อย ๆ จางหาย มีลวดลายสีเหลืองและเขียว เพิ่มความรู้สึกนุ่มนวลและอบอุ่น
Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานความรัก, เพลงเล่านิทาน

เพลงเล่านิทาน “เจ้าชายฝุ่น” – บทเพลงแห่งรักที่ไม่มีเงื่อนไข

“เจ้าชายฝุ่น” คือนิทานก่อนนอนที่เล่าผ่านบทเพลงอย่างละเมียดละไม ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักที่แอบซ่อนอยู่ในใจ—รักที่ไม่ต้องการการตอบแทน รักที่พร้อมปกป้องแม้จะไม่มีใครมองเห็น

ในนิทานนี้ ตัวเอกถูกเปรียบเป็นเจ้าชายตัวจิ๋วที่เล็กจนเจ้าหญิงไม่อาจมองเห็นได้ เป็นภาพแทนของคนที่รู้สึกต่ำต้อย แต่ยังมีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ เมื่อเจ้าหญิงตกอยู่ในอันตราย เจ้าชายฝุ่นก็พร้อมจะปกป้องเธอโดยไม่ลังเล นี่คือพลังแห่งรักที่บริสุทธิ์และงดงามที่สุด

บทเพลงเล่านิทานเรื่องนี้มีให้ฟัง 2 เวอร์ชั่น:

เวอร์ชั่นแรก: เนื้อร้องและท่วงทำนองกลมกล่อม ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างลงตัว

เวอร์ชั่นที่สอง: เพลงไทยสไตล์จีนที่เกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่กลับให้ความรู้สึกแปลกใหม่และเพลินใจ

ไม่ว่าคุณจะเคยอ่านนิทาน “เจ้าชายฝุ่น” หรือเพิ่งรู้จักครั้งแรก เพลงทั้งสองเวอร์ชั่นนี้จะพาคุณกลับไปสัมผัสความรักที่อ่อนโยนและซาบซึ้งอีกครั้ง

ใครที่เคยอ่านนิทานเรื่องนี้แล้ว แต่จำเนื้อเรื่องไม่ได้ ผมขอลงเรื่องย่อให้อ่านกัน ดังนี้

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเจ้าชายองค์หนึ่งตัวเล็กเท่าเม็ดฝุ่น แม้ใคร ๆ จะมองไม่เห็น แต่พระองค์มีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้เจ้าชายองค์ใด

วันหนึ่ง เจ้าชายฝุ่นปลิวตามสายลมไปพบเจ้าหญิงผู้ใจดีที่กำลังอ่านหนังสือและดูแลสัตว์น้อยใหญ่ในสวน เจ้าชายเผลอหลงรักเจ้าหญิงตั้งแต่วินาทีแรก และตั้งแต่นั้นมา พระองค์ก็มาเฝ้ารอเจ้าหญิงทุกวันด้วยหัวใจที่มั่นคง

เมื่อถึงวันที่เจ้าชายตัดสินใจสารภาพรัก เสียงของพระองค์กลับเบาเกินไปจนเจ้าหญิงไม่ได้ยิน และแม้จะพยายามเท่าไร เจ้าหญิงก็ยังไม่อาจรับรู้ถึงความรักนั้นได้

แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อเจ้าหญิงตกอยู่ในอันตรายจากยักษ์เกเร เจ้าชายฝุ่นก็ไม่ลังเลที่จะช่วยเหลือ พระองค์ปลิวเข้าไปในดวงตาของยักษ์ ทำให้มันระคายเคืองจนต้องล่าถอยไป

แม้เจ้าหญิงจะไม่รู้ว่าใครช่วยเธอไว้ แต่เจ้าชายฝุ่นก็ยืนอยู่ตรงขอบหน้าต่าง ยิ้มกว้างและตะโกนว่า “ถึงเธอจะมองไม่เห็นฉัน…แต่ฉันมีอยู่จริง เหมือนความรักของฉัน แม้เธอจะมองไม่เห็น แต่มันมีอยู่จริง ๆ”

และในวินาทีนั้น หัวใจของเจ้าหญิงก็ได้ยินเสียงของใครบางคน…เสียงของความรักที่แท้จริง

ถ้าใครอยากอ่านนิทานก่อนนอนเรื่อง เจ้าชายฝุ่น ในเวอร์ชั่นที่ผมเขียนไว้แบบเต็มเรื่อง (มีรายละเอียดมากกว่าฉบับย่อ) สามารถอ่านได้ตามลิงค์ที่ด้านล่างนี้

เจ้าหญิงนั่งอ่านหนังสือในสวนพร้อมสัตว์น้อยใหญ่ ขณะเจ้าชายฝุ่นตัวจิ๋วแอบเฝ้ามองด้วยความรัก
แม้เธอจะมองไม่เห็นฉัน…แต่ฉันมีอยู่จริง” – เจ้าชายฝุ่น

Posted in #นิทานสำหรับเด็ก, นิทานก่อนนอน, นิทานประทับใจ

ตุ๊กตาเพื่อนเก่า : นิทานก่อนนอนที่อบอุ่นหัวใจและสอนคุณค่าความผูกพัน

ในฐานะที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) เป็นนักแต่งนิทานที่ต้องคิดและเขียนนิทานปีละ 24 เรื่อง (สมัยที่เขียนให้นิตยสารขวัญเรือน)   ในแต่ละมี จะมีนิทานไม่มากนักที่ผมประทับใจเป็นพิเศษ  ซึ่งนิทานเรื่อง “ตุ๊กตาเพื่อนเก่า” คือ “หนึ่งในน้อย” ของนิทานที่ทำให้ผมรู้สึกแบบนั้น

นิทานก่อนนอนเรื่องตุ๊กตาเพื่อนเก่า เป็นนิทานที่คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกเล่าให้ลูกฟังนะครับ เพราะนิทานเรื่องนี้มีเนื้อหาที่อ่อนโยนมาก ซึ่งน่าจะช่วยทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับได้ง่ายขึ้น  แถมยังชี้ให้เด็ก ๆ เห็นคุณค่าของของเล่นชิ้นเก่า  ซึ่งเป็นการกล่อมเกลาให้เด็กใส่ใจกับคุณค่าทางใจมากกว่าคุณค่าของเงินตราหรือของชิ้นใหม่ ๆ   หวังว่าคุณพ่อคุณแม่และเด็ก ๆ คงมีความสุขกับนิทานเรื่องนี้นะครับ

อยู่มาวันหนึ่ง  คุณแม่สังเกตเห็นว่าตุ๊กตาตัวน้อยของลูกสาวดูเก่าและมอมแมมจนไม่น่าเก็บเอาไว้  หนำซ้ำ เพื่อน ๆ ของแจนก็มีตุ๊กตาตัวใหม่ที่น่ารักสดใสด้วยกันทั้งนั้น  เมื่อใกล้ถึงวันเกิดครบรอบอายุ 8 ขวบของแจน คุณแม่จึงพาแจนไปที่ร้านขายตุ๊กตา แล้วบอกลูกสาวด้วยความรักว่า  “วันเกิดปีนี้ ถ้าลูกอยากได้อะไรเป็นของขวัญ ก็บอกแม่ได้นะจ๊ะ”

แน่นอนว่าในวันนั้น…แจนพาโมโมไปที่ร้านขายตุ๊กตาด้วย  แจนมองดูตุ๊กตาและข้าวของต่าง ๆ ในตู้โชว์ด้วยความตื่นเต้น   ทุกสิ่งทุกอย่างในร้านขายตุ๊กตาช่างน่ารักจนทำให้หัวใจของเด็กน้อยเต้นโครมคราม  ในขณะเดียวกัน  หัวใจของตุ๊กตาตัวเก่าอย่างโมโมกลับห่อเหี่ยวเพราะรู้ตัวว่าอีกไม่นานมันคงต้องจากแจนไปชั่วนิรันดร์

หลายวันต่อมา  โมโมสังเกตเห็นว่าแจนมักเหม่อมองไปไกล ๆ เหมือนกำลังฝันถึงอะไรอยู่   “บางที…แจนอาจกำลังนึกถึงตุ๊กตาตัวไหนสักตัวที่จะมาเป็นเพื่อนใหม่แทนฉัน” โมโมคิด    แม้โมโมจะเศร้ามาก  แต่เพื่อความสุขของแจนโมโมก็ยอมเสียสละได้เสมอ

ครั้นเมื่อถึงวันเกิดของแจน  เด็กหญิงตัวน้อยตัดสินใจเขียนข้อความใส่กระดาษแผ่นเล็ก ๆ ว่าเธอต้องการอะไรจากร้านขายตุ๊กตาที่คุณแม่พาไปเมื่อวันก่อน

โมโมเบือนหน้าหนี   ไม่กล้ามองภาพตอนที่แจนยื่นกระดาษแผ่นน้อยให้คุณแม่  เพราะมันรู้สึกเจ็บปวดในหัวใจ  และมั่นใจว่าวันนี้…ตุ๊กตาเพื่อนเก่าอย่างมัน  คงถูกทิ้งให้กลายเป็นของเก่าที่ไร้ค่า

เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ  จนกระทั่งคุณแม่กลับมาถึงบ้านในตอนเย็น   คุณแม่ถือถุงใบใหญ่ที่มีกล่องของขวัญวันเกิดของแจนอยู่ในนั้น ส่วนคุณพ่อถือขนมเค้กกล่องโตเดินตามคุณแม่มาติด ๆ

หลังจากคุณพ่อนำขนมเค้กวางที่โต๊ะและจุดเทียนปักที่ขนมเค้กเป็นที่เรียบร้อย  คุณพ่อกับคุณแม่ก็ร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้ลูกสาวสุดที่รัก แล้วให้ลูกสาวคนดีเป่าเทียนฉลองวันเกิด  หลังจากนั้น   เวลาของการแกะห่อของขวัญก็มาถึง

ในขณะที่แจนกำลังแกะห่อของขวัญอย่างมีความสุข  โมโมกลับรู้สึกตาพร่าไปหมด  เหมือนมีหยดน้ำอุ่น ๆ เอ่อล้นอยู่ในดวงตา   และหลังจากแจนแกะห่อของขวัญเสร็จ   ของขวัญในกล่องก็ทำให้ตุ๊กตาที่แสนมอมแมมอย่างโมโม  เกือบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่!

ของขวัญวันเกิดของแจน ไม่ใช่ตุ๊กตาตัวใหม่อย่างที่โมโมคิด   แต่มันเป็น  อุปกรณ์ทำความสะอาดตุ๊กตา,  เสื้อผ้าตุ๊กตา  และบ้านสำหรับตุ๊กตา  ที่ของทั้งหมดจัดมาเพื่อ “ตุ๊กตาเพื่อนเก่า” อย่างโมโมทั้งนั้น

แจนดูของขวัญที่ได้รับจากคุณแม่ แล้วยิ้มอย่างมีความสุข จากนั้น แจนก็หันมาพูดกับโมโมว่า  “เพื่อนน่ะ…ยิ่งอยู่กันมานาน  ก็ยิ่งมีค่ามีความหมายนะ  ฉันจะดูแลเธอให้ดีที่สุด  โมโมเพื่อนรักของฉัน”

โมโมซาบซึ้งจนทำอะไรไม่ถูก  มันดีใจที่แจนเห็นคุณค่าความเป็นเพื่อนในตัวมัน   มันนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วพูดออกมาเบา ๆ ด้วยเสียงจากหัวใจว่า  “สุขสันต์วันเกิดนะ…หนูแจน………เพื่อนรักของฉัน”

ข้อคิดจากนิทานเรื่องนี้ :

  • ของเก่าอาจไม่มีราคา แต่มีคุณค่าทางใจที่ประเมินไม่ได้
  • ความผูกพันที่ยาวนานคือสิ่งล้ำค่าที่ควรดูแล
  • การเสียสละเพื่อคนที่เรารักคือความรักที่แท้จริง

#นิทานนำบุญ

หมายเหตุ :

หลังจากอ่านนิทานเรื่อง “ตุ๊กตาเพื่อนเก่า” แล้ว ถ้าใครอยากฟังนิทานเรื่องนี้ในฉบับภาษาอังกฤษที่เรียบเรียงให้ฟังได้ง่าย ลองฟังจากคลิปต่อไปนี้นะครับ และหากใครอยากเสริมความรู้ภาษาอังกฤษจากนิทานเรื่องนี้ พี่นำบุญได้ทำคอนเทนต์ “เรียนภาษาอังกฤษจากนิทาน ตุ๊กตาเพื่อนรัก” เอาไว้ให้อ่านกันด้วย (กดดูที่ภาพปกด้านล่าง) ถ้าชอบคอนเทนต์เสริมแนวนี้ ช่วยคอมเมนต์บอกกันด้วยนะครับ พี่นำบุญจะได้จัดทำเพิ่มให้อีก เผื่อจะได้ฝึกภาษาเพิ่มเติมกันครับ

ภาพปกบทความเรียนภาษาอังกฤษจากนิทานเรื่อง Old Toy, True Friend เด็กหญิง Jan ยืนชี้กระดานดำ พร้อมคำศัพท์อังกฤษพื้นฐาน
ภาพประกอบเนื้อหา “เรียนภาษาอังกฤษจากนิทานเรื่อง ตุ๊กตาเพื่อนเก่า (Old Toy, True Friend)” พร้อมคำศัพท์พื้นฐานจากเรื่อง