Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานสอนใจ, นิทานอบอุ่นหัวใจ

ความรักของพี่กับน้อง : นิทานแห่งสายใยรักที่ไม่มีวันจาง

ในโลกที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง ความรักระหว่างพี่น้องคือหนึ่งในสายใยที่มั่นคงและงดงามที่สุด นิทานที่ถ่ายทอดเรื่องราวของพี่กับน้องไม่เพียงแต่ช่วยปลูกฝังคุณธรรมให้แก่เด็ก ๆ แต่ยังสะท้อนถึงความเสียสละ ความห่วงใย และความผูกพันที่ไม่มีวันจางหาย

นิทานพี่น้องเป็นเครื่องมือทรงพลังในการสอนเรื่องความรักในครอบครัว ความเข้าใจซึ่งกันและกัน และการอยู่ร่วมกันอย่างมีเมตตา ไม่ว่าจะเป็นนิทานก่อนนอนสำหรับเด็กเล็ก หรือนิทานซึ้งใจสำหรับผู้ใหญ่ที่แสวงหาความอบอุ่นในยามค่ำคืน เรื่องเล่าเหล่านี้ล้วนมีคุณค่าในทุกช่วงวัย

นิทานเรื่อง “ความรักของพี่กับน้อง” คือหนึ่งในนิทานอบอุ่นหัวใจที่สะท้อนพลังของความรักแท้ระหว่างพี่น้องอย่างลึกซึ้ง โดยไม่ต้องพึ่งพาความสมบูรณ์แบบ หากแต่ใช้หัวใจที่จริงแท้เป็นตัวนำทาง

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเด็กกำพร้าสองคนเป็นพี่น้องที่รักกันมาก  พี่ชายมีชื่อว่าฮัค อายุสิบสองปี ส่วนน้องสาวมีชื่อว่ายู อายุแปดปี  เด็กทั้งสองคนอาศัยอยู่ในบ้านเช่าหลังเล็ก ๆ ที่อยู่นอกตัวเมืองโดยไม่มีญาติผู้ใหญ่คนใดมาช่วยดูแลพวกเขา

ทุกวัน  ฮัคจะตื่นนอนแต่เช้าแล้วออกจากบ้านไปทำงานในโรงงานตุ๊กตาที่อยู่ในตัวเมือง  ส่วนยูก็จะไปเรียนหนังสือที่โรงเรียน แล้วกลับมาทำงานบ้านต่าง ๆ รวมทั้งทำอาหารค่ำเอาไว้รอพี่ชาย  แม้บางครั้งยูจะเหงาบ้างที่ไม่มีพ่อกับแม่คอยอยู่ใกล้ ๆ และต้องรอพี่ชายกลับจากโรงงาน  แต่เด็กน้อยก็ยังคงอุ่นใจ เพราะเธอรู้ดีว่าพี่ชายมีความรักให้เธอไม่แพ้พ่อกับแม่

อยู่มาวันหนึ่ง ยูสังเกตเห็นว่า พี่ชายของเธอตื่นไปทำงานเร็วกว่าเดิมครึ่งชั่วโมงและกลับบ้านช้ากว่าเดิมถึงหนึ่งชั่วโมง  หนำซ้ำ พี่ชายยังกินอาหารค่ำเพียงไม่กี่คำ แล้วก็ขอตัวไปเข้านอน   ยูไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่ชาย!  เธอได้แต่คิดว่าพี่ชายอาจมีงานยุ่งทำให้ต้องทำงานมากกว่า เดิมและเหนื่อยจนไม่มีแรงกินข้าว

ในวันต่อ ๆ มา  ฮัคก็ยังคงตื่นออกไปทำงานแต่เช้าและกลับบ้านค่ำกว่าปกติอีก ฮัคบอกน้องสาวว่าไม่ต้องรอกินข้าว…ให้กินก่อนได้เลย  แม้ฮัคจะยังคงยิ้มแย้มและใจดีไม่แปรเปลี่ยน  แต่ยูกลับกังวลว่าพี่ชายอาจรักเธอน้อยลง   เด็กผู้หญิงที่กำพร้าพ่อแม่อย่างยูจึงรู้สึกเหงามาก  ยูกลัวว่าพี่ชายจะไม่รักเธอเหมือนเดิมอีกแล้ว

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป  ฮัคตื่นแต่เช้า แล้วบอกน้องสาวว่าคืนนี้ให้รอกินข้าวพร้อมกับเขาด้วย  ยูดีใจที่พี่ชายจะกลับมากินอาหารค่ำด้วยกันเหมือนเดิมอีก  เธอจึงรับคำและตั้งใจทำอาหารค่ำรอพี่ชายอย่างสุดฝีมือ

เมื่อถึงเวลาอาหารค่ำ  ยูนั่งรอพี่ชายด้วยใจจดจ่อ  แต่เมื่อเวลาผ่านไป  ฮัคก็ยังมาไม่ถึงบ้านเสียที  ยูทั้งห่วงพี่ชาย, กังวลและเหงาอย่างบอกไม่ถูก  ตั้งแต่เกิดมา..ฮัคไม่เคยผิดสัญญาใด ๆ กับเธอเลย  ยูไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น  แต่ก่อนที่ยูจะคิดไปไกล  ประตูบ้านก็เปิดออก

ทันทีที่ฮัคเปิดประตูเข้ามา  ฮัคก็รีบขอโทษน้องสาวที่เขามาช้ากว่าเวลานัดหมาย  ฮัคเล่า ว่า เขาพยายามจะขึ้นรถประจำทางเหมือนเช่นทุกวัน  แต่วันนี้เขาเอาของชิ้นใหญ่กลับบ้านมาด้วย  เขาจึงขึ้นรถไม่ได้และจำเป็นต้องเดินกลับมาที่บ้านแทน  ยูดีใจมากที่พี่ชายกลับบ้านมาอย่างปลอดภัย แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็แปลกใจที่เห็นพี่ชายอุ้มตุ๊กตาหมีตัวใหญ่เข้ามาในบ้าน

ตุ๊กตาที่ฮัคนำกลับมาบ้านนั้นเป็นตุ๊กตาที่เขาทำขึ้นเองเพื่อนำมามอบให้น้องสาวในวันคล้ายวันเกิด!  ฮัคอยากให้ยูมีเพื่อนอยู่ด้วยเวลาที่เขายังไม่กลับจากโรงงาน เพราะเขาไม่อยากให้น้องสาวต้องเหงาจนเกินไป  ส่วนยูจำไม่ได้เลยว่าวันนี้คือวันเกิดของเธอ  เมื่อพี่ชายเตือนว่านี่คือวันเกิดของเธอและนำของขวัญมาให้  ยูจึงดีใจมาก

จริง ๆ แล้ว ในตอนแรก…ฮัคตั้งใจที่จะซื้อตุ๊กตาจากโรงงานมาให้ยู  แต่เนื่องจากตุ๊กตาในโรงงานมีราคาแพงและเขาก็ทำงานได้เงินไม่มากนัก  ดังนั้น ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา  ฮัคจึงเที่ยวเก็บเศษผ้าขนปุย ๆ ที่เหลือจากการทำตุ๊กตาในโรงงาน แล้วใช้เวลาว่าง (ที่เขายอมตื่นเช้าขึ้นและกลับบ้านดึกขึ้น) เพื่อเย็บเศษผ้าเหล่านั้นให้กลายเป็นตุ๊กตาสำหรับน้องสาวที่เขารัก

แม้ตุ๊กตาที่ฮัคทำขึ้นจะดูปุปะเพราะทำจากเศษผ้าหลากสี  แต่ความตั้งใจและความรักของพี่ชายที่มีต่อน้องสาวก็ทำให้ยูดีใจจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

ยูร้องไห้ด้วยความปลื้มปีติจนฮัคต้องกอดน้องสาวพร้อมกับกระซิบเบา ๆ ว่า “สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะคนดี” แล้วสองพี่น้องก็นั่งกินอาหารค่ำด้วยกันในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสุข

คืนวันนั้น หลังจากที่ฮัคเข้านอนแล้ว  ยูก็แอบนำโบว์ผูกผมสีแดงที่เธอใช้อยู่เป็นประจำมาม้วนเป็นดอกกุหลาบดอกเล็ก ๆ แล้วติดเข้ากับเข็มกลัด เพื่อเตรียมมอบให้พี่ชายใช้ดูต่างหน้าเวลาที่พี่ชายไปทำงานที่โรงงาน

เช้าวันรุ่งขึ้น  ฮัคนำดอกกุหลาบที่น้องสาวทำให้กลัดเข้ากับเสื้อแล้วออกไปทำงานอย่างมีความสุข  ส่วนยูก็ไปเรียนหนังสือและกลับมาทำงานบ้านในตอนเย็น โดยเธอไม่เหงาอีกแล้ว เพราะทุกครั้งที่เธอมองเจ้าปุปะ เธอก็รับรู้ได้ถึงความรักที่พี่ชายมีให้และรู้สึกได้ว่าพี่ชายอยู่ใกล้ ๆ หัวใจของเธอเสมอ   

ความรักของสองพี่น้องเป็นพลังใจที่ทำให้เด็กกำพร้าทั้งสองคนสามารถยืดหยัดและมีชีวิตอยู่ได้…แม้พวกเขาจะไม่มีพ่อแม่คอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ   

ความรักมีพลังอันยิ่งใหญ่  การมอบความรักให้แก่กันจึงเป็นสิ่งวิเศษอย่างหนึ่งของโลก

Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานครอบครัว, นิทานพ่อมดแม่มด, นิทานเด็ก

ครอบครัวมด ๆ : นิทานก่อนนอนเรื่องกระจกวิเศษของพ่อมดแม่มด

นิทานก่อนนอนเรื่องนี้มีชื่อว่า “ครอบครัวมด ๆ” ซึ่งอาจทำให้หลายคนเผลอคิดไปถึงมดตัวเล็ก ๆ ที่เดินเรียงแถวกันอยู่ตามพื้นดิน แต่แท้จริงแล้ว คำว่า “มด ๆ” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแมลงเลยแม้แต่น้อย หากเป็นคำที่ย่อมาจาก “พ่อมด” และ “แม่มด” ส่วนคำว่า “ลูกมด” ที่ปรากฏในเรื่อง ก็ไม่ได้หมายถึงลูกของมดเช่นกัน แต่หมายถึงลูกของพ่อมดแม่มดตัวน้อยในครอบครัวเวทมนตร์ครอบครัวหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างเรียบง่าย

แรงบันดาลใจของนิทานเรื่องนี้เกิดจากภาพที่หลายครอบครัวคุ้นเคยดี นั่นคือบรรยากาศที่คุณพ่อคุณแม่บ่นกันไป บ่นกันมาในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ จนบางครั้งลูก ๆ อาจแอบคิดในใจว่า “ทั้งสองคนยังรักกันอยู่จริงหรือเปล่า” ความรู้สึกสงสัยแบบเงียบ ๆ ของเด็ก ๆ นี่เอง กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งคำถาม และนำไปสู่การถ่ายทอดออกมาเป็นนิทานที่ต้องการชวนให้มองความรักของครอบครัวในมุมที่ลึกกว่าสิ่งที่เห็นเพียงภายนอก

แม้จะพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว แต่เนื้อเรื่องกลับไม่ได้จริงจังจนเกินไป เพราะนิทานเรื่องนี้ยังคงเต็มไปด้วยเสน่ห์ของโลกแฟนตาซีแบบครบสูตร ทั้งกระจกวิเศษที่ใช้ขอพรได้ เวทมนตร์ที่ทำให้สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นได้ในพริบตา และการผจญภัยที่มีมังกรเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงทำให้เรื่องราวอบอุ่นหัวใจนี้ยังคงมีความสนุก ตื่นเต้น และเหมาะสำหรับการอ่านก่อนนอนอย่างแท้จริง

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพ่อมด, แม่มดและลูกมดอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ ณ ป่าลึกลับ  

ทุกวัน พ่อมดกับแม่มดมักมีเรื่องโต้เถียงกันจนลูกมดสงสัยว่า บางที…พ่อกับแม่อาจไม่รักกันแล้ว!

วันหนึ่ง ในขณะที่พ่อมดกับแม่มดทะเลาะกันเรื่องแม่มดกลัวตุ๊กแกและพ่อมดกลัวความสูง ลูกมดจึงเดินเลี่ยงออกไปหน้าบ้าน เพราะเขาไม่อยากเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันอย่างที่เป็นอยู่

ในเวลานั้นเอง  มีอีกาตัวหนึ่งบินเอาของขวัญจากคุณยายมดมาส่งให้พอดี  ที่ห่อของขวัญมีข้อความเขียนไว้ว่า “สวัสดีจ้ะทุก ๆ คน  ยายส่งกระจกวิเศษมาให้ กระจกบานนี้ใช้ขอพรได้ 3 ข้อ ท่องคาถาแล้วขอพรที่อยากได้คนละข้อนะจ๊ะ ขอให้มีความสุขมาก ๆ จ้ะ”  

ลูกมดดีใจที่ได้ของขวัญจากคุณยายมด แม้ลูกมดจะขอพรได้แค่ข้อเดียว แต่เขาก็รู้แน่ชัดว่าตัวเขาอยากได้อะไรมากที่สุด ด้วยเหตุนี้ ลูกมดจึงเปิดประตูเข้าบ้าน แกะห่อของขวัญ แล้วนั่งลงท่องคาถาเบา ๆ ทันที   “โอม…เดอะสตาร์อะคาเดมี่ ไมค์ปลดหนี้เดอะว๊อยซ์ ลูกมดตัวน้อยขอให้พ่อกับแม่รักกัน…เพี้ยง”

เมื่อสิ้นคำอธิษฐาน มังกรร้ายตัวหนึ่งก็บินมาที่หน้าประตูบ้าน แล้วใช้ลิ้นตวัดจับลูกมดพร้อมกับบินหนีไปอย่างไม่เกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น

พ่อมดกับแม่มดตกใจมาก ทั้งคู่หยุดทะเลาะกัน แล้วรีบขี่ไม้กวาดตามเจ้ามังกรร้ายไป โดยแม่มดเป็นคนขี่ ส่วนพ่อมดหลับตาปี๋นั่งซ้อนท้ายเพราะกลัวความสูง

ครั้นเมื่อพ่อมดกับแม่มดไล่ตามไปถึงเกาะมังกร บนเกาะแห่งนี้มีสัตว์เลื้อยคลานอยู่เต็มไปหมด เมื่อแม่มดเห็นสัตว์ที่ดูน่าเกลียดน่ากลัวแบบตุ๊กแก แม่มดก็ขาสั่นจนทำอะไรไม่ถูก  พ่อมดจึงอาสาเข้าไปช่วยลูกมดตามลำพัง แล้วให้แม่มดขี่ไม้กวาดไปหลบในที่ปลอดภัยเสียก่อน

พ่อมดทำใจกล้าบุกเดี่ยวไปเผชิญหน้ากับมังกรร้ายทั้ง ๆ ที่ไม่มีอาวุธติดตัวมาด้วยเลย เมื่อลูกมดเห็นพ่อมด ลูกมดจึงชูกระจกในมือแล้วตะโกนบอกพ่อมดว่า “คุณยายมดส่งกระจกวิเศษมาให้ครับพ่อ พวกเราขอพรได้คนละ 1 ข้อ ถ้าพ่ออยากได้อะไรก็อธิษฐานขอพรได้เลยนะครับ”  

ทันทีที่พ่อมดรู้เรื่องกระจกวิเศษ พ่อมดจึงท่องคาถาเพื่อขอพรทันที   “โอม…เดอะสตาร์อะคาเดมี่ ไมค์ปลดหนี้เดอะว๊อยซ์ พ่อของลูกมดตัวน้อย ขอดาบปราบมังกรด้วยเถิด…เพี้ยง”

เมื่อสิ้นคำอธิษฐาน ดาบขนาดใหญ่ยักษ์ก็มาอยู่ในมือของพ่อมดด้วยอำนาจเวทมนตร์ แต่อนิจจา..ก่อนที่พ่อมดจะใช้ดาบฟันโดนตัวมังกรเพียงเสี้ยววินาทีเดียว เจ้ามังกรก็พ่นพิษมาถูกตัวของพ่อมดเสียก่อน ด้วยเหตุนี้ ในขณะที่ร่างของมังกรกำลังสลายกลายเป็นฝุ่นด้วยคมดาบ พ่อมดเองก็ถูกพิษจนต้องทรุดลงนอนราบกับพื้นพร้อมกับลมหายใจที่ค่อย ๆ แผ่วลงเรื่อย ๆ

เมื่อแม่มดเห็นดังนั้น แม่มดก็รีบกระโดดลงจากไม้กวาดแล้ววิ่งเข้ามาหาพ่อมดโดยไม่สนใจสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลายเลยแม้สักนิด แม่มดประคองพ่อมดไว้ในวงแขนพร้อมกับร้องเรียกพ่อมดไม่ยอมหยุด  ลมหายใจของพ่อมดค่อย ๆ แผ่วลง ๆ ส่วนร่างของพ่อมดก็ค่อย ๆ เย็นลงจนน่าใจหาย โชคดีที่แม่มดจำเรื่องที่ลูกมดตะโกนบอกพ่อมดได้ นางจึงอธิษฐานขอพรจากกระจกวิเศษบ้าง  “โอม เดอะสตาร์อะคาเดมี่ ไมค์ปลดหนี้เดอะว๊อยซ์ แม่ของลูกมดตัวน้อย ขอยาถอนพิษเพื่อรักษาชีวิตสามีสุดที่รักด้วยเถิด…เพี้ยง”

เมื่อสิ้นคำอธิษฐาน สมุนไพรถอนพิษก็มาอยู่ในมือของแม่มด แม่มดรีบเด็ดใบของสมุนไพรแล้วยัดใส่ปากพ่อมด ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน พ่อมดก็รอดชีวิตมาได้อย่างฉิวเฉียด 

ลูกมดเพิ่งเข้าใจอย่างแจ่มชัดว่า การทะเลาะกันทุกวันของพ่อมดที่กลัวความสูงกับแม่มดที่กลัวตุ๊กแก ไม่ได้หมายความว่าทั้งคู่จะไม่รักกัน  เพราะสิ่งที่เห็นด้วยตาอาจไม่ตรงกับความจริงที่สัมผัสได้ด้วยหัวใจ

ลูกมดนึกขอบคุณคุณยายมดที่ส่งกระจกวิเศษมาพิสูจน์ความจริงที่เขาสงสัย  ท้ายที่สุด ลูกมดจึงวิ่งเข้าไปกอดพ่อกับแม่ด้วยความรัก  จากนั้น พ่อมด แม่มดและลูกมดก็พากันขี่ไม้กวาดกลับบ้าน โดยพ่อมดยังคงขอหลับตาซ้อนท้ายไม้กวาดเหมือนดังเดิม

#นิทานนำบุญ