หลายวันก่อน มีคุณแม่ที่ติดตามนิทานนำบุญส่งข้อความมาบอกว่า อยากอ่านนิทานเกี่ยวกับพี่และน้อง พี่นำบุญเชื่อว่า ความสุขของคุณพ่อคุณแม่ทุกคน คือการเห็นลูก ๆ รักกัน ไม่ทะเลาะกัน แต่ในชีวิตจริง พี่น้องที่อยู่ใกล้กันมักจะมีเรื่องทะเลาะกันได้เสมอ การทะเลาะกันแบบเด็ก ๆ อาจถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าเด็ก ๆ เกิดปมในใจ เช่น รู้สึกว่าพ่อแม่รักพี่หรือน้องมากกว่า หรือรู้สึกว่าพี่กับน้องก็เป็นแค่คนอื่น ไม่ใช่คนที่มีค่ามีความหมายต่อกัน ความรู้สึกแบบนี้คงไม่ดีแน่ พี่นำบุญจึงแต่งนิทานเกี่ยวกับพี่น้องออกมาหลายเรื่อง บางเรื่องพูดถึงความน่ารักของพี่กับน้อง บางเรื่องพูดถึงข้อเสียเมื่อพี่น้องทะเลาะกันและข้อดีเมื่อพี่น้องร่วมมือกัน หวังว่านิทานพี่และน้องที่เลือกมาแนะนำ จะช่วยทำให้คุณพ่อคุณแม่มีเรื่องเล่าสนุก ๆ เอาไว้คุยกับลูก ๆ เพื่อปลูกฝังข้อคิดเกี่ยวกับข้อดีของการที่พี่น้องรักกัน ไม่ทะเลาะกันนะครับ
Category: นิทาน
นิทาน ซินเดอเรลล่า
“ซินเดอเรลล่า” เป็นหนึ่งในนิทานเจ้าหญิงคลาสสิกที่เล่าขานกันมายาวนานในหลายวัฒนธรรมทั่วโลก ทั้งในรูปแบบนิทานยุโรปโดยชาร์ลส์ แปโรต์ ไปจนถึงนิทานพื้นบ้านจีนเรื่องเย่เซียน ด้วยความเรียบง่ายแต่เปี่ยมพลังของธีม “ความดีมีวันชนะ” นิทานเรื่องนี้จึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
สำหรับพ่อแม่ที่กำลังมองหา นิทานก่อนนอนที่เหมาะกับการปลูกฝังคุณธรรมให้ลูก “ซินเดอเรลล่า” คือทางเลือกที่ดีเยี่ยม นิทานเรื่องนี้ช่วยส่งเสริมให้เด็กเข้าใจเรื่องความดี ความหวัง ความอดทน และการไม่ตัดสินใครจากรูปลักษณ์ภายนอก ผ่านโครงเรื่องที่เต็มไปด้วยจินตนาการ เหมาะสำหรับการอ่านด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และเปิดโอกาสให้พ่อแม่พูดคุยกับลูกถึงคุณค่าทางใจหลังนิทานจบลง
ประวัติ : นำบุญ นามเป็นบุญ
สวัสดีครับ… หลังจากที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) ได้ทำเว็บไซต์ “นิทานนำบุญ” จนกระทั่งในปัจจุบัน มีจำนวนการเข้าชมเว็บไซต์มากกว่า 1 ล้านครั้ง ผมจึงอยากขอโอกาสในการแนะนำตัวเองให้ทุกท่านได้รู้จัก เพื่อที่คุณพ่อคุณแม่และคุณครูจะได้มั่นใจได้ว่า นักแต่งนิทานที่ชื่อนำบุญ นามเป็นบุญ เป็นคนที่มีตัวตน และทำงานด้านเด็กมาโดยตลอด (แต่ปกติ ผมมักจะไม่เปิดเผยตัวเองมากนัก จนอาจารย์ที่สอนป.โทด้านการศึกษาปฐมวัยท่านหนึ่งเคยเปรยว่า “นำบุญมีผลงานเกี่ยวกับเด็กเยอะมาก แต่ทำไมครูไม่เคยได้ยินชื่อของนำบุญมาก่อนเลย”) อย่างไรก็ตาม ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเลือกนิทานที่ผมแต่ง เป็นนิทานที่ใช้สร้างความสุขและสร้างช่วงเวลาดี ๆ ให้กับเด็ก ๆ ในครอบครัวนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักกันนะครับ
นิทานตลก ๆ ก่อนนอน : เจ้าป่าหน้าโหด
เคยไหม? แค่เราทำหน้าเฉย ๆ คนก็หาว่าเราหน้าบูด หน้าเหวี่ยงแล้วไม่อยากเข้าใกล้ คนที่มีหน้าแบบนี้เขาเรียกว่า “มีใบหน้าเป็นอาวุธ” ซึ่งสมัยก่อนพี่นำบุญก็เจอปัญหาแบบนี้เหมือนกัน คือ ทำหน้าเฉย ๆ คนก็เกลียดก็กลัว (น่าสงสารจัง) ตอนแต่งนิทานเรื่องนี้ จึงนำความรู้สึกในช่วงนั้นมาดัดแปลงเป็นเรื่องราว นิทานเรื่องนี้ออกจะบ๊อง ๆ สักหน่อย (ก็มันเป็นนิทานตลก ๆ ก่อนนอนนี่นา) ถ้ามีโอกาส จะลองวาดภาพประกอบเพิ่มเติมนะครับ น่าจะช่วยให้คนอ่านอมยิ้มได้มากขึ้นครับ
7 นิทานรักสุดพิลึก ที่น้อยคนจะเคยอ่าน
ปะล่องป่องแป่ง ง้องแง้งง้องแง้ง ในชีวิตเธอ
นิทานก่อนนอน : ตุ๊กตาเพื่อนเก่า
นิทานก่อนนอนที่พ่อแม่ควรเลือกเล่าให้ลูกฟัง ควรมีเนื้อเรื่องอ่อนโยนและอบอุ่น เพราะจะช่วยทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับได้ง่ายขึ้น ด้วยเหตุนี้ พี่นำบุญจึงเลือกนิทานก่อนนอนเรื่อง ตุ๊กตาเพื่อนเก่า ซึ่งเป็นนิทานที่อ่อนหวาน อบอุ่น มาไว้ในหมวดนิทานก่อนนอน หวังว่าคุณพ่อคุณแม่และเด็ก ๆ คงมีความสุขกับนิทานเรื่องนี้นะครับ Continue reading “นิทานก่อนนอน : ตุ๊กตาเพื่อนเก่า”
นิทานเรื่องพิเศษ : บ่างบิน
นิทานก่อนนอนเรื่องยาว ๆ เรื่อง “บ่างบิน” เป็นนิทานที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) แต่งขึ้นเพื่อแสดงความรักที่ผมมีต่อชาวไทใหญ่ (ซึ่งเกิดขึ้นจากตอนที่ผมมีโอกาสไปนอนวัดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนพร้อมกับพ่อครูมาลา คำจันทร์ และทำให้ได้รับรู้เกี่ยวกับชีวิตของเณรชาวไทใหญ่ที่นั่น) นิทานเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมนำวัฒนธรรมของชาวไทใหญ่ (ในช่วงก่อนบวช) มาแต่งเป็นนิทานแนวผจญภัยแบบแฟนตาซีพื้นบ้าน เพื่อส่งเสริมเรื่องความกตัญญู (เรียกว่า นิทานลูกยอดกตัญญูก็ได้นะครับ) ซึ่งหวังว่านิทานเรื่องนี้จะเป็นนิทานก่อนนอนเรื่องยาว ๆ ที่ถูกใจทุก ๆ คนนะครับ ท้ายนี้ ผมขอขอบคุณภาพถ่ายเด็กชาวไทใหญ่ที่กำลังเล่น “บ่างบิน” ซึ่งนำมาจากภาพถ่ายของพ่อครู มาลา คำจันทร์ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมแต่งนิทานเรื่องนี้ครับ ขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ครับ
นิทานเรื่อง บ่างบิน
นานมาแล้ว ณ หมู่บ้านเล็ก ๆ กลางหุบเขาแสนไกล ยังมีหญิงสาวผู้หนึ่งชื่อว่า “นางแสงฟ้า” แม้นางแสงฟ้าจะยากจนและยังคงเป็นโสด แต่นางกลับมีลูกชายถึง 7 คน ซึ่งลูกทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นเด็กกำพร้าที่นางรับมาดูแลด้วยความเมตตาทั้งสิ้น
ทันทีที่นางแสงฟ้าได้ฟัง นางก็รีบเดินทางเข้าป่าเพื่อตามหาลูก ๆ นางแสงฟ้าแกะรอยตามลูก ๆ จนรุ่งสาง แต่จนแล้วจนรอด นางก็ตามไม่พบ เมื่อเจ้าบุญเห็นแม่กลับบ้านมาด้วยสีหน้าอมทุกข์ เขาจึงรีบนำข้าวปลาอาหารมาให้แม่กิน แล้วขอให้แม่นอนพักเอาแรงสักหน่อย โดยตัวเขาอาสาจะนวดเท้าที่เลอะขี้ดินขี้เลนให้แม่ก่อนที่แม่จะออกไปตามหาพี่ ๆ อีกครั้ง
สักพักใหญ่ เจ้าบุญก็ร่อนลงตรงหน้าถ้ำแห่งหนึ่งใกล้ ๆ กับหนองน้ำซึ่งมีผีพรายหลายตนยืนเฝ้าอยู่ ผีพรายเหล่านั้นเหมือนมองไม่เห็นเด็กน้อยที่บุกรุกเข้าไปในถิ่นของมัน เจ้าบุญแปลกใจจึงรวบรวมสติพลางคิดว่า บางทีอาจเป็นเพราะน้ำที่เขาลูบหัวลูบหน้ามีเศษดินจากเท้าแม่เจืออยู่ มันจึงมีความศักดิ์สิทธิ์ทำให้เขาลอยขึ้นฟ้าได้และช่วยปกป้องไม่ให้ผีพรายมองเห็นเขา
………………


รีวิว : คุณพ่อนักแปลงกาย
นิทานก่อนนอนหรือหนังสือภาพสำหรับเด็กเกี่ยวกับพ่อหรือความรักของพ่อในเมืองไทยมีไม่มากนัก พี่นำบุญ จึงทดลองแต่งหนังสือเรื่อง “คุณพ่อนักแปลงกาย” เพื่อให้เป็นหนังสือภาพสำหรับเด็กที่สามารถนำไปใช้ในการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก และทำให้ได้เห็นบทบาทอันสำคัญที่พ่อมีต่อลูก Continue reading “รีวิว : คุณพ่อนักแปลงกาย”
กระต่ายแสงจันทร์
นิทานเรื่อง กระต่ายแสงจันทร์
ในตำนานเก่าแก่ของชาวกระต่าย มีเรื่องเล่าถึง ‘กระต่ายแสงจันทร์’ ผู้คอยปกป้องและช่วยเหลือกระต่ายน้อยทั้งหลายให้พ้นจากอันตรายต่าง ๆ เด็ก ๆ ชาวกระต่ายต่างมีกระต่ายแสงจันทร์เป็นพระเอกในดวงใจด้วยกันทั้งนั้น กระต่ายตัวน้อย ๆ ทั้งหลายมักจะฟุ้งฝันอยากเป็นกระต่ายแสงจันทร์ในวันที่พวกเขาโตขึ้น
‘เจ้าเมฆขาว’ เป็นกระต่ายน้อยอีกตัวหนึ่งที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นกระต่ายแสงจันทร์ ปู่ของเมฆขาวเคยเล่าให้เมฆขาวฟังว่า ดวงจันทร์จะมอบพลังให้แก่กระต่ายผู้กล้าหาญ เพื่อให้กระต่ายตัวนั้นใช้พลังแห่งแสงจันทร์ต่อสู้กับเหล่าร้ายในยามที่เกิดเหตุคับขัน เมฆขาวตั้งใจที่จะเป็นกระต่ายแสงจันทร์ให้จงได้ ด้วยเหตุนี้ เมฆขาวจึงปฏิญาณกับตัวเองว่า เขาจะต้องเป็นกระต่ายที่กล้าหาญ เพื่อให้ดวงจันทร์มอบพลังวิเศษให้แก่เขา
เพื่อน ๆ ของเมฆขาวมักจะพากันหัวเราะเยาะเมื่อได้ยินเมฆขาวพูดถึงความใฝ่ฝันที่เขาอยากจะเป็นกระต่ายแสงจันทร์ จริงอยู่ที่เด็ก ๆ ชาวกระต่ายต่างใฝ่ฝันอยากจะเป็นกระต่ายแสงจันทร์ด้วยกันทั้งนั้น แต่เพราะเมฆขาวเป็นกระต่ายตัวเล็ก ๆ ที่ไม่น่าจะมีเรี่ยวแรงพอจะไปปกป้องใครได้ ความใฝ่ฝันของเมฆขาวที่อยากจะเป็นวีรบุรุษผู้พิทักษ์จึงกลายเป็นเรื่องตลกขบขันในสายตาของกระต่ายน้อยตัวอื่น ๆ
แม้เมฆขาวจะถูกเพื่อน ๆ หัวเราะเยาะอยู่เป็นประจำ แต่เมฆขาวก็ไม่เคยเสียกำลังใจหรือเลิกล้มความตั้งใจของเขาเลยแม้สักครั้ง
เย็นวันหนึ่ง ในขณะที่เมฆขาวออกไปหากิ่งไม้ในป่าเพื่อนำมาก่อไฟไล่ความหนาว มีหมาป่าที่หิวโหยฝูงหนึ่งบุกเข้าโจมตีหมู่บ้านกระต่าย แล้วจัดการจับกระต่ายทุก ๆ ตัวมารวมกันไว้ในกระโจมขนาดใหญ่กลางหมู่บ้าน พวกหมาป่าตั้งใจจะบังคับให้กระต่ายทั้งหมดเดินทางไปกับพวกมันในตอนเช้า โดยพวกมันวางแผนที่จะขังกระต่ายทั้งฝูงเอาไว้ในถ้ำ เพื่อสำรองเป็นอาหารสำหรับฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง
เมื่อชาวกระต่ายถูกหมาป่าจับมาขังเอาไว้ในกระโจม กระต่ายหลายตัวกลัวจนน้ำตาไหล เพราะรู้ซึ้งถึงชะตากรรมที่พวกมันกำลังเผชิญอยู่ คุณปู่ของเมฆขาวเห็นเด็ก ๆ ชาวกระต่ายตื่นกลัวจนเนื้อตัวสั่น ดังนั้น คุณปู่จึงตัดสินใจเล่าตำนานกระต่ายแสงจันทร์ เพื่อปลอบให้กระต่ายน้อยทั้งหลายค่อยคลายความกังวลลงไปบ้าง
พวกหมาป่าทั้งฝูงที่นั่งเฝ้าอยู่ในกระโจมไม่พอใจที่คุณปู่เล่าเรื่องกระต่ายแสงจันทร์ให้เด็ก ๆ ชาวกระต่ายฟัง พวกมันพากันเดินตรงมาหาคุณปู่และสั่งให้คุณปู่สงบปากสงบคำก่อนที่พวกมันจะอดใจเอาไว้ไม่ไหว คุณปู่จำใจต้องหยุดเล่าเรื่องตามคำขู่ของฝูงหมาป่า แต่ในขณะเดียวกัน คุณปู่ก็สังเกตเห็นสีหน้าของเหล่าหมาป่าที่ดูซีดเผือดอย่างประหลาด ซึ่งในตอนนั้น คุณปู่กระต่ายไม่รู้เลยว่า ตำนานเรื่องกระต่ายแสงจันทร์ที่ชาวกระต่ายชื่นชมกันนักหนา กลับเป็นตำนานสยองขวัญที่ชาวหมาป่าต่างหวาดผวาและไม่อยากจะพูดถึงเป็นที่สุด
ตกดึก เมฆขาวแบกกิ่งไม้หอบใหญ่ตรงกลับมาที่หมู่บ้านของเขา คืนนั้น พระจันทร์สีน้ำเงินฉายแสงสว่างจ้า เมฆขาวรู้สึกแปลกใจที่บ้านเรือนของชาวกระต่ายดับไฟมืดกันไปหมด เขามองกระโจมสีขาวขนาดใหญ่กลางหมู่บ้านที่มีแสงเทียนวอมแวมอยู่เรือง ๆ “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” เมฆขาวเงี่ยหูฟังเสียงที่ล่องลอยมาจากกระโจม เขาได้ยินเสียงกระต่ายวัยไล่เลี่ยกับเขากำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความกลัว เมฆขาวพยายามตั้งสติ และในขณะนั้นเอง กลิ่นของสัตว์ร้ายที่ไม่น่าพิสมัยก็ลอยตามสายลมมากระทบกับจมูกของเขา เมฆขาวขนลุกซู่ เขารู้ในทันทีว่า เหตุร้ายครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้นกับชาวกระต่ายเข้าให้เสียแล้ว
เมฆขาวมีทางเลือกอยู่ 2 ทาง คือการหนีเอาตัวรอด หรือหาทางช่วยชาวกระต่ายให้พ้นภัย เมฆขาวตัวสั่นเทาด้วยความกลัว กระต่ายตัวเล็ก ๆ อย่างเขาจะเอาอะไรไปสู้กับฝูงหมาป่า ที่โหดเหี้ยมได้ เมฆขาวคิดหนัก ฉับพลัน…ถ้อยคำที่คุณปู่เคยบอกเล่าก็แว่วเข้ามาในห้วงคำนึงของเจ้ากระต่ายตัวน้อย
“ดวงจันทร์จะมอบพลังให้แก่กระต่ายผู้กล้าหาญ เพื่อให้กระต่ายตัวนั้นใช้พลังแห่งแสงจันทร์ต่อสู้กับเหล่าร้ายในยามที่เกิดเหตุคับขัน”
เมฆขาวแหงนหน้ามองพระจันทร์ด้วยแววตาที่มุ่งมั่น ไม่มีใครอีกแล้วที่จะช่วยชาวกระต่ายให้รอดพ้นจากเคราะห์กรรมในครั้งนี้ได้…นอกจากเขา เมฆขาวอธิษฐานขอพลังจากดวงจันทร์ และหลังจากที่เขานิ่งจ้องมองดวงจันทร์อยู่พักใหญ่ ในที่สุด เมฆขาวก็ตัดสินใจรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีอยู่ แล้วเดินตรงไปยังเนินดินเตี้ย ๆ ที่อยู่ระหว่างกระโจมกับแสงจันทร์ จากนั้น เขาก็ชูกิ่งไม้แห้งที่เก็บมาใช้ทำฟืนขึ้นเหนือศีรษะ แล้วโบกมันไปมากลางอากาศพร้อมๆ กับส่งเสียงกู่ร้องขับไล่ฝูงหมาป่าอย่างบ้าคลั่ง!
ฝูงหมาป่าและชาวกระต่ายทั้งหมดตกใจตื่นเมื่อได้ยินเสียงร้องคำรามขับไล่ที่ดังฝ่าความเงียบสงัดในค่ำคืนนั้น และทันทีที่เหล่าหมาป่ามองไปยังผนังผ้าใบสีขาวของกระโจม พวกมันก็ต้องตกใจจนแทบสิ้นสติ เมื่อเห็นเงาของกระต่ายในตำนานที่มุ่งหมายจะขย้ำพวกมันให้สิ้นซากด้วยกรงเล็บในอุ้งมือขนาดมหึมา
แน่นอน…ฝูงหมาป่าแตกกระเจิงไปคนละทิศละทางในชั่วเวลาเพียงพริบตาเดียว ส่วนชาวกระต่ายทั้งหลายที่ตั้งสติได้ก็เริ่มหลั่งน้ำตาด้วยความปลื้มปิติ และพากันส่งเสียงร้องเรียกวีรบุรุษที่พวกเขาศรัทธาให้เข้ามาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขา
เจ้าเมฆขาวค่อย ๆ เดินตรงไปยังกระโจมตามเสียงเรียกร้อง และทันทีที่เมฆขาวมุดเข้าไปในกระโจม เงาของวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ก็กลับกลายเป็นเจ้ากระต่ายตัวเล็ก ๆ ที่ถือกิ่งไม้แห้งเอาไว้ในมือทั้งสองข้าง กระต่ายทุกตัวตะลึงงันต่อภาพที่ปรากฏตรงหน้า นี่คือกระต่ายแสงจันทร์ตัวจริงที่ช่วยชีวิตพวกเขาเอาไว้ในคราวคับขัน กระต่ายทั้งหลายพากันยิ้มและยอมรับในความกล้าหาญของกระต่ายน้อยที่มีชื่อว่า ‘เจ้าเมฆขาว’ โดยไม่มีข้อโต้แย้ง
นับจากนั้นเป็นต้นมา เรื่องราวของกระต่ายแสงจันทร์ ‘ตัวน้อย’ ก็ได้รับการเล่าขานสืบต่อกันจนถึงชั่วลูกชั่วหลาน และในที่สุด มันก็ได้รับการบันทึกเป็นนิทานที่เด็ก ๆ กำลังอ่านกันอยู่ในขณะนี้
#นิทานนำบุญ
………………
สิงโตโมโหร้ายกับกระต่ายปู้ดป้าด
นานมาแล้ว มีสิงโตกับกระต่ายเป็นเพื่อนรักที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียนอนุบาล สิงโตมีนิสัยกล้าหาญ ส่วนกระต่ายมีนิสัยขี้ขลาด แม้ทั้งคู่จะมีนิสัยที่ต่างกันมาก แต่พวกมันก็เป็นเพื่อนที่สนิทกันที่สุด สิงโตมักจะคอยปกป้องกระต่ายอยู่เสมอ ส่วนกระต่ายก็หวังว่าสักวันหนึ่งมันจะได้ทำอะไรเพื่อตอบแทนความใจดีของเจ้าสิงโตบ้าง
วันหนึ่ง สิงโตเกิดไปหลงรักแม่เสือสาวเข้า แต่แม่เสือสาวกลับไม่ไยดีเจ้าราชสีห์หนุ่ม เธอหาว่าสิงโตไม่ทันสมัย…ชอบใส่กางเกงทรงลุงดูเชยชะมัด สิงโตเศร้าใจเมื่อสาวเจ้าไม่สน กระต่ายเห็นเพื่อนตกอยู่ในห้วงทุกข์ มันจึงตัดสินใจที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
กระต่ายพิจารณาการแต่งตัวของเจ้าสิงโตก็เห็นด้วยกับแม่เสือสาว ดังนั้น มันจึงไปขอร้องคุณเม่นให้ช่วยตัดชุดสวยให้สิงโตผู้ช้ำรัก คุณเม่นบรรจงตัดชุดสุดเท่ห์ให้สิงโตหนึ่งชุด แต่คุณเม่น ลืมดึงหนามแหลมที่ใช้แทนเข็มออกจากกางเกงตัวเก่ง พอสิงโตลองกางเกง คมเข็มก็จิ้มก้นจนสิงโตร้องเจี๊ยก! และทันใดนั้นเอง สิงโตก็เผลอเตะก้นคุณเม่นด้วยความโมโหจนคุณเม่นลอยโด่งไปค้างอยู่บนยอดต้นตาล เจ้ากระต่ายตกใจที่เห็นสิงโตโมโหโทโส มันเผลอผายลมออกมาดังปู้ดป้าด แถมยังร้องไหแง ๆ จนสิงโตได้สติและต้องรีบเข้ามาปลอบ
เมื่อกระต่ายคลายความตระหนก มันก็ดั้นด้นไปขอร้องให้ตัวกินมดซึ่งมีฝีมือในการตัดเย็บเสื้อผ้าได้ประณีตไม่แพ้คุณเม่นให้ช่วยตัดชุดให้สิงโตขี้โมโห ตัวกินมดตั้งใจตัดชุดสุดฝีมือ แต่ก่อนที่ตัวกินมดจะเอาชุดใหม่ไปให้สิงโต มันดันเผลอวางชุดไว้ใกล้ ๆ กับโต๊ะอาหารที่มีมดอยู่เต็มไปหมด เมื่อพวกมดเห็นทางหนี มันจึงพร้อมใจกันเข้ามาซ่อนอยู่ในกางเกงตัวเก่ง พอสิงโตลองกางเกง พวกมดก็พากันกัดก้นจนสิงโตร้องเจี๊ยก! และทันใดนั้นเอง สิงโตก็เผลอเตะก้นตัวกินมดด้วยความโมโหจนตัวกินมดลอยโด่งไปค้างอยู่บนยอดต้นตาล เจ้ากระต่ายตกใจที่เห็นสิงโตโมโหโทโส มันเผลอผายลมออกมาดังปู้ดป้าด แถมยังร้องไห้แง ๆ ไม่ยอมหยุดจนสิงโตได้สติและต้องรีบเข้ามาปลอบ
เมื่อน้ำตาแห้ง กระต่ายก็ตัดสินใจที่จะไปหาคุณป้านกฮูกและขอร้องให้คุณป้าช่วยตัดชุดให้กับสิงโต คุณป้านกฮูกตัดเสื้อผ้ามานาน ชุดที่คุณป้าตัดจึงเป็นชุดที่สวยที่สุด แต่เนื่องจากเจ้ากระต่ายไม่อยากให้คุณป้านกฮูกเจอลูกหลงถูกเตะไปค้างอยู่บนยอดต้นตาลเหมือนกับคุณเม่นและตัวกินมด ดังนั้น เจ้ากระต่ายจึงอาสาเอาชุดไปให้สิงโตลองด้วยตัวของมันเอง
กระต่ายไปหาสิงโตแต่ไม่มีใครอยู่บ้าน เจ้ากระต่ายเห็นสบโอกาสจึงลองใส่ชุดของสิงโตเพื่อทดสอบว่าในชุดมีหนามหรือมดซุกซ่อนอยู่หรือไม่ ในขณะที่กระต่ายผู้หวังดีกำลังลองชุดอยู่นั้น จู่ ๆ เจ้าสิงโตก็โผล่ออกมาร้องว่าจ๊ะเอ๋ ทำให้กระต่ายขวัญผวาจนเผลอผายลมปู้ดป้าดออกมาแรงเสียจนกางเกงก้นขาดเป็นรูเบ้อเร่อ เจ้ากระต่ายร้องไห้แง ๆ เพราะเสียใจที่ ทำให้กางเกงตัวใหม่ของเพื่อนเป็นรูโบ๋ มิหนำซ้ำ เมื่อมันรู้ว่าสิงโตมีนัดที่จะได้ไปพบกับแม่เสือสาวอีกครั้งในเย็นวันนั้น มันก็ยิ่งรู้สึกผิดและร้องไห้ไม่ยอมหยุด
สิงโตสงสารกระต่ายจึงปลอบเพื่อนรักด้วยการเอ่ยปากชมกางเกงก้นขาดว่าเท่ห์ล้ำสมัย แถมมันยังบอกให้กระต่ายถอดกางเกงที่ลองออกเพื่อที่มันจะได้ใช้ใส่ไปหาแม่เสือสาวสุดที่รัก
สิงโตหนุ่มใส่กางเกงก้นขาดด้วยความขวยเขิน แม้การใส่กางเกงที่ก้นขาดเป็นรูจนหางโผล่ออกมาได้เช่นนี้อาจจะไม่เป็นที่ต้องตาต้องใจแม่เสือคนสวยนัก แต่สิงโตคิดว่าอย่างน้อยมันก็เป็นวิธีที่พอจะช่วยบรรเทาความเศร้าของเพื่อนรักให้ค่อยคลายลงไปได้บ้าง
เมื่อสิงโตหนุ่มไปพบกับแม่เสือสาวตามเวลานัดหมาย สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นอย่างที่เจ้าสิงโตคิด เพราะทันทีที่แม่เสือสาวเห็นสิงโตใส่กางเกงแบบมีหางโผล่แทนที่จะเป็นกางเกงทรงลุงที่มีหางตุง ๆ ซุกอยู่ข้างใน แม่เสือสาวก็ร้องวี้ดว้ายกระตู้วู้กับการแต่งตัวแนวใหม่ของพ่อสิงโตหนุ่มสุดหล่อ แล้วจัดการกระโดดเข้าหอมแก้มราชสีห์หนุ่มผู้มีเสน่ห์เป็นพัลวัน
ในที่สุด เจ้ากระต่ายปู้ดป้าดก็สามารถช่วยสิงโตได้ดังใจหวัง และหลังจากนั้นไม่นานสิงโตหนุ่มก็ได้แต่งงานกับแม่เสือสาวสมใจ โดยมีกระต่ายคอยร่วมยินดีอยู่ใกล้ ๆ ในฐานะเพื่อนรักของทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว
#นิทานนำบุญ
………………
