Posted in ครอบครัว, ความรัก, นิทาน, เด็ก

เจ้าหญิงในฝัน

ผู้หญิงที่มีรูปร่าง ล่ำ ถึกและบึกบึน  ก็เป็นผู้หญิงเช่นเดียวกับผู้หญิงรูปร่างบอบบาง อ่อนหวาน  แต่นิทานที่แต่งให้ผู้หญิงล่ำ ถึกและบึกบึนเป็นนางเอกมีอยู่น้อยมาก   ดังนั้น  ผู้เขียนจึงนึกสนุกอยากแต่งนิทานความรักสะท้อนแง่มุมดี ๆ เกี่ยวกับนางเอกมีมีรูปร่างล่ำ ถึกและบึกบึน ซึ่งอาจดูไม่งดงามในสายตาผู้ชาย  แต่เธอมีสิ่งที่งดงามกว่านั้นซ่อนอยู่ในทุกลมหายใจของเธอ ซึ่งมันจะเป็นอะไรนั้น  ต้องลองหาคำตอบจากนิทานความรักเรื่องนี้

Continue reading “เจ้าหญิงในฝัน”
Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานสอนใจ, นิทานสัตว์, นิทานอบ, นิทานเด็ก

แมวล่องหน

นิทานก่อนนอนเรื่อง “แมวล่องหน” เป็นหนึ่งในนิทานที่อบอุ่นหัวใจที่สุดจากคอลเลกชันนิทานนำบุญ เล่าเรื่องแมวน้อยชื่อ “ศูนย์” ที่ไม่มีใครมองเห็นตัวตน จนวันหนึ่งได้พบคนใจดีที่มอบความรักและความเมตตาให้ เรื่องราวนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างรอยยิ้มและความประทับใจ แต่ยังแฝงแง่คิดสำคัญทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้เรื่อง ความเมตตาต่อสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะแมว ส่วนผู้ใหญ่หลายคนอาจรู้สึกเชื่อมโยงกับความรู้สึกของ “ศูนย์” — ความเหงา ความโดดเดี่ยว และความต้องการใครสักคนที่มองเห็นและรักเราอย่างแท้จริง

แมวล่องหน ไม่ใช่เพียงแค่นิทานแมวธรรมดา แต่เป็นนิทานที่เต็มไปด้วยความหวังและกำลังใจ บอกเล่าว่าแม้เราจะรู้สึกว่าไม่มีใครมองเห็นตัวตนของเรา วันหนึ่งอาจมีใครบางคนที่เห็นคุณค่าและโอบกอดเราไว้ด้วยความรัก ความสัมพันธ์ที่จริงใจเพียงครั้งเดียวก็สามารถเปลี่ยนชีวิตได้ เหมือนที่หญิงสาวเจ้าของร้านหนังสือเปลี่ยนชีวิตของแมวศูนย์ให้กลับมามีตัวตนอีกครั้ง

นี่คือนิทานภาพก่อนนอนที่เหมาะทั้งสำหรับ อ่านให้ลูกฟังก่อนนอน หรืออ่านเองเพื่อปลอบประโลมใจในวันที่รู้สึกเหนื่อยล้า เนื้อเรื่องดำเนินอย่างสนุก อ่อนโยน และมีตอนจบที่ทำให้หัวใจอุ่นขึ้น นิทานเรื่อง “แมวล่องหน” จะช่วยเตือนเราว่า ความรัก ความเมตตา และการเห็นคุณค่าของกันและกัน คือสิ่งที่ทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น

ผมชื่อศูนย์  ผมเป็นแมวล่องหน   ผมแทบไม่มีตัวตน   แต่บางคนอาจสังเกตเห็นผมในบางเวลา

วันหนึ่ง  ผมรู้สึกว้าเหว่อย่างประหลาด  ผมคิดว่าถ้าใคร ๆ เห็นตัวผมได้ง่ายกว่านี้ บางที…ผมอาจไม่เหงาอย่างที่เป็นอยู่   ผมจึงตัดสินใจไปยังร้านตัดเสื้อในตัวเมือง แล้วบอกเจ้าของร้านว่า
“ช่างครับ ผมเป็นแมวล่องหน   ช่างช่วยตัดชุดให้ผมหน่อยได้ไหม   ผมอยากให้คนอื่นมองเห็นผมได้ง่ายขึ้น”

ช่างผู้มีงานล้นมือได้ยินเสียงของผม   แต่เขามองไม่เห็นผม   เขาทำหน้าเหนื่อย ๆ พร้อมกับพูดว่า
“ฉันมองไม่เห็นเธอ  แล้วฉันจะตัดชุดให้เธอได้ยังไง   เธอไปขอความช่วยเหลือจากคนที่เก่งกว่าฉันเถอะนะ”

ผมผิดหวังแต่ก็ทำอะไรไม่ได้   ผมจึงเดินไปยังร้านหมอ  ที่อาจจะพร้อมช่วยผมมากกว่าช่างตัดเสื้อ   “หมอครับ  ผมเป็นแมวล่องหน   หมอช่วยรักษาให้ผม   หายจากการเป็นแมวล่องหนจะได้ไหม”

คุณหมอได้ยินเสียงผม แต่มองไม่เห็นผม   คุณหมอพูดลอย ๆ ว่า   “ถ้าจะรักษาจริง ๆ   อาจต้องมีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ,   ผ่าตัดและทำอีกสารพัดวิธี   ว่าแต่เธอมีเงินจ่ายเป็นค่ารักษารึเปล่าล่ะ”

แมวน้อยอย่างผมไม่มีเงินหรอก   ผมจึงตัดใจ   แล้วเดินไปที่บ้านของแม่มดจอมคาถา   ผมคิดว่าบางทีแม่มดอาจมีคาถาฟรี ๆ   ที่พอจะช่วยเหลือผมได้บ้าง  “แม่มดครับ ผมเป็นแมวล่องหน   แม่มดช่วยร่ายคาถาให้ผม  หายจากการเป็นแมวล่องหนจะได้ไหม”  ผมเอ่ยปากขอร้องแม่มด ด้วยน้ำเสียงที่น่าสงสารที่สุด

แต่แม่มดไม่สนใจผมเลย  แม่มดได้แต่เปรยด้วยความเบื่อหน่ายว่า “แม่มดไม่ได้เกิดมาเพื่อช่วยเหลือครหรอกนะ   ฉันใจดีไม่พอที่จะช่วยใคร ๆ ทั้งนั้น”

ดูเหมือนว่าโอกาสที่ผมจะหายจากการเป็น  แมวล่องหนแทบจะไม่มีเลย   ผมคงต้องเหงาและเป็นแมวล่องหนแบบนี้ ไปตลอดชีวิตแน่ ๆ

ในขณะที่ผมกำลังเดินคอตกด้วยความหมดหวัง ผมเดินผ่านร้านหนังสือเล็ก ๆ ร้านหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านที่ดูน่ารัก, อ่อนโยนและอบอุ่นที่สุด  “ในร้านจะมีหนังสือ แนะนำวิธีเปลี่ยนแมวล่องหน ให้กลายเป็นแมวปกติบ้างรึเปล่านะ”   ผมยืนลังเลอยู่ที่หน้าร้านหนังสือนานมาก  นานจนฝนเริ่มลงเม็ดเปาะแปะ   และหญิงสาวเจ้าของร้านก็สังเกตเห็นผม!    ทันทีที่เธอเห็นผม  เธอก็รีบเดินออกมาจากร้าน  แล้วอุ้มผมเข้าไปหลบฝน  โดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว

พอผมตั้งสติได้ ผมจึงบอกเธอว่า   “สวัสดีครับ ผมเป็นแมวล่องหน   คุณเจ้าของร้านมีหนังสือที่พอจะช่วยให้ผมหายจากการเป็นแมวล่องหนบ้างไหม   ผมอยากให้คนอื่นมองเห็นผม   เพราะตอนนี้ผมไม่มีใครเลย   ผมเหงามากจริง ๆ”

หญิงสาวเจ้าของร้านมองผมด้วยความเอ็นดู เธอเอ่ยกับผมอย่างใจดีว่า  “ฉันไม่มีหนังสือแบบนั้นหรอก  แต่ถ้าเธอเหงาและไม่มีใคร  เธอจะมาอยู่ที่ร้านหนังสือกับฉันก็ได้นะ”

“แต่ผมไม่มีเงินจ่ายเป็นค่าที่พักหรอกนะครับ” ผมรีบบอก

หญิงสาวยิ้มแล้วจัดแจงเอาผ้าขนหนู  มาเช็ดหัวของผมที่เปียกฝนอย่างแผ่วเบา  จากนั้น เธอก็เอานมอุ่น ๆ มาเทใส่จาน   แล้วกอดผมไว้ในอ้อมอกพร้อมกับพูดว่า

“แมวน่ะตัวเล็กนิดเดียว กินก็ไม่จุ  แถมไม่ได้ใช้พื้นที่อะไรสักเท่าไหร่   ถ้าจะคิดเงินจากแมว
ก็คงใจร้ายเกินไปหน่อยแล้วล่ะ  ถ้าเหงาก็มาอยู่ด้วยกันเถอะนะ”   

ผมดีใจจนน้ำตาไหล ถ้าได้อยู่กับคนที่ใจดีแบบนี้  ผมก็คงจะไม่เหงาอีกต่อไปแล้ว

ในขณะที่ผมกำลังคิดอยู่นั้น   สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น  เพราะจู่ ๆ เนื้อตัวของแมวล่องหนอย่างผม   ก็ค่อย ๆ ปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ  จนผมกลายเป็นแมวปกติ  ที่ไม่ใช่แมวล่องหนอีกต่อไป!

ความรักและความเอาใจใส่  ทำให้แมวล่องหนกลายเป็นแมวปกติ  ได้อย่างน่าอัศจรรย์   ผมดีใจเหลือเกินกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น  ผมตั้งใจจะอยู่ในร้านหนังสือเล็ก ๆ แห่งนี้   และขอมอบความรัก  ตอบแทนหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้… ตลอดชั่วชีวิตของผม

ข้อคิดจากนิทานเรื่องนี้ :

  • ความเมตตาเพียงเล็กน้อยสามารถเปลี่ยนชีวิตใครบางคนได้
  • ความรักและการดูแลเป็นพลังที่ทำให้หัวใจและชีวิตเปลี่ยนแปลง
  • ไม่ว่าวันนี้จะเหงาแค่ไหน วันหนึ่งคุณจะพบคนที่มองเห็นตัวคุณ

#นิทานนำบุญ

Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

นิทานก่อนนอน : การเดินทางของความสุข

นิทานเกี่ยวกับมิตรภาพระหว่างเพื่อนและการแบ่งปัน เป็นนิทานที่มีคุณค่าสำหรับเด็ก  ทั้งเด็กในระดับประถมและเด็กในระดับปฐมวัย  คุณพ่อคุณแม่อาจใช้นิทานเรื่องนี้เล่าให้ลูก ๆ ฟังเป็นนิทานก่อนนอน ส่วนคุณครูอาจนำนิทานเรื่องนี้ไปทำสื่อการสอน การให้เด็กฝึกอ่านแล้วบันทึกการอ่าน หรือนำไปให้เด็ก ๆ เล่นละครโดยสวมบทบาทสมมติเป็นสัตว์ต่าง ๆ  ผู้เขียนหวังว่านิทานเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์และทำให้ทุก ๆ คนมีความสุขนะครับ

นิทานก่อนนอน : การเดินทางของความสุข

แทบไม่มีใครรู้เลยว่า  ใต้พื้นโลกของเรามีอุโมงค์ ที่เชื่อมเมืองต่าง ๆ  เข้าด้วยกันซึ่งอุโมงค์ดังกล่าว เป็นเส้นทางลับ ที่มีแต่สัตว์เท่านั้นที่รู้ทางเข้าออก

อยู่มาวันหนึ่ง  ในขณะที่หมีแพนด้าตัวน้อย กำลังก้มหน้าก้มตากินใบไผ่  จู่ ๆ เจ้าหมีแพนด้าก็เหลือบไปเห็น ดอกไม้หายากที่ทั้งสวยทั้งหอม แอบชูช่ออย่างเหนียมอายอยู่หลังกอไผ่

หมีแพนด้ารู้ดีว่า  ดอกไม้หายาก บานได้เพียงวันเดียวก็เหี่ยวเฉา  หมีแพนด้าอยากให้เพนกวินเพื่อนสนิท ได้ดมกลิ่นหอมของดอกไม้หายากนี้บ้าง แต่บ้านของเพนกวินอยู่ไกลถึงขั้วโลก  หากเดินทางตามปกติ    ดอกไม้หายากคงเหี่ยวเฉาไปก่อนแน่ ๆ แต่โชคดีที่หมีแพนด้ารู้ว่า  ทางเข้าอุโมงค์ลับอยู่ที่ไหน มันจึงรีบเก็บดอกไม้ใส่ตะกร้า แล้วเดินทางผ่านอุโมงค์ลับ เพื่อไปหานกเพนกวินที่ขั้วโลกทันที

เพนกวินน้อยมีความสุขมาก  เมื่อได้รับดอกไม้หายากจากแพนด้า เมื่อหมีแพนด้ากลับเมืองจีนไปแล้ว  เพนกวินน้อยก็คิดอยากจะให้ลูกจิงโจ้ ได้ดมกลิ่นหอมของดอกไม้หายากนี้บ้าง แต่บ้านของจิงโจ้อยู่ที่ออสเตรเลีย หากเดินทางตามปกติ  ดอกไม้หายากคงเหี่ยวเฉาไปก่อนแน่ ๆ  แต่โชคดีที่เพนกวินน้อยรู้ว่า  ทางเข้าอุโมงค์ลับอยู่ที่ไหน  มันจึงรีบคาบตะกร้าดอกไม้ แล้วเดินเตาะแตะผ่านอุโมงค์ลับ  เพื่อไปหาลูกจิงโจ้ที่บ้านทันที

ลูกจิงโจ้มีความสุขมาก ที่ได้รับดอกไม้หายากจากนกเพนกวิน  เมื่อเพนกวินลากลับขั้วโลกไปแล้ว ลูกจิงโจ้จึงคิดอยากให้ช้างน้อย ได้ดมกลิ่นหอมของดอกไม้หายากนี้บ้าง  แต่บ้านของช้างน้อยอยู่ไกลถึงอัฟริกา หากเดินทางตามปกติ  ดอกไม้หายากคงเหี่ยวเฉาไปก่อนแน่ ๆ  แต่โชคดีที่จิงโจ้รู้ว่า  ทางเข้าอุโมงค์ลับอยู่ที่ไหนมันจึงรีบเอาดอกไม้ใส่ถุงหน้าท้อง แล้วกระโดดดึ๋ง ๆ ผ่านอุโมงค์ลับ  เพื่อไปหาช้างน้อยที่อัฟริกาทันที

ช้างน้อยมีความสุขมาก  ที่ได้รับดอกไม้หายากจากลูกจิงโจ้ เมื่อลูกจิงโจ้ ลากลับไปแล้ว ช้างน้อยก็คิดอยากให้เพื่อนสนิทของมัน ได้ดมกลิ่นหอมของดอกไม้หายากนี้บ้าง แต่บ้านเพื่อนสนิทของช้างน้อยอยู่ที่จีน  หากเดินทางตามปกติ ดอกไม้หายากคงเหี่ยวเฉาไปก่อนแน่ ๆ แต่โชคดีที่ช้างน้อยรู้ทางเข้าอุโมงค์ลับ  มันจึงรีบเอางวงคล้องตะกร้าดอกไม้ แล้วเดินทางผ่านอุโมงค์ลับเพื่อไปหาเพื่อนของมันที่เมืองจีนทันที

มีใครรู้บ้างว่าเพื่อนของช้างน้อยคือใคร

ใช่แล้ว เพื่อนของช้างน้อยก็คือ หมีแพนด้าตัวที่เก็บดอกไม้หายาก ไปฝากนกเพนกวินนั่นเอง

หมีแพนด้าทั้งดีใจและแปลกใจมาก ที่ได้เห็นดอกไม้หายากอีกครั้ง ในชั่วเวลาเพียงแค่วันเดียว ถ้าหมีแพนด้าไม่นำดอกไม้ไปฝากเพื่อน กว่าจะได้เห็นดอกไม้หายากอีกครั้ง มันคงต้องรอไปอีกหลายปีเป็นแน่ แต่เมื่อต่างคนต่างอยากมอบความสุขให้แก่กัน การเดินทางของความสุขจึงเกิดขึ้น

…………………………………..

Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

พลูโต

เด็กแต่ละคนมีธรรมชาติที่แตกต่างกัน แต่ความแตกต่างนี้เอง ทำให้เด็กบางคนอาจถูกเพื่อนปฏิเสธ รวมถึงทำให้เกิดการ Bully กันในโรงเรียน  นิทานเรื่องนี้ จึงเป็นนิทานเรื่องหนึ่ง ที่คุณพ่อ คุณแม่ คุณครูอาจใช้เป็นเครื่องมือในการชี้ให้เด็กเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างกัน รวมทั้งใช้ปลูกฝังแนวทางที่เด็ก ๆ ควรปฏิบัติต่อกันและกัน โดยเฉพาะกับเพื่อนที่แตกต่างไปจากคนอื่น เพื่อที่ทุกคนจะได้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

Continue reading “พลูโต”