Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานสอนใจ, นิทานเด็ก

พระราชาองค์ใหม่: นิทานสอนใจเรื่องเจ้าชายกับความซื่อสัตย์

ในการตัดสินใจเลือกใครสักคนมาเป็นพระราชาองค์ใหม่ ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพระราชาองค์ปัจจุบันมีพระโอรสที่พร้อมจะขึ้นครองบัลลังก์ถึงสามพระองค์ และทุกพระองค์ต่างมีความเหมาะสมที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

พระราชาจึงใช้วิธีแบบโบราณในการตัดสิน ซึ่งเป็นวิธีที่ผู้คนในอดีตเชื่อถือกันมาอย่างยาวนาน และแม้ว่าวิธีนี้จะดูเหมือนเป็นเพียงการเสี่ยงโชค แต่แท้จริงแล้ว มันกลับเป็นบททดสอบที่ช่วยเผยให้เห็นสิ่งสำคัญบางอย่างในตัวของแต่ละคน

แล้วบททดสอบครั้งนี้จะบอกอะไรเกี่ยวกับเจ้าชายทั้งสามบ้าง และใครกันแน่ที่จะเหมาะสมกับการเป็นพระราชาองค์ใหม่มากที่สุด นิทานเรื่องนี้มีคำตอบรออยู่ให้ติดตาม

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพระราชาผู้แสนดีองค์หนึ่ง ทรงเป็นที่รักของประชาชนโดยถ้วนหน้า ครั้นเมื่อพระราชาทรงชราภาพ พระองค์จึงคิดที่จะเฟ้นหาพระราชาองค์ใหม่ เพื่อให้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของประชาชนสืบต่อจากตน แต่ด้วยเหตุที่พระราชามีลูกชายอยู่ถึงสามพระองค์ ดังนั้น พระราชาจึงคิดให้เจ้าชายทั้งสามยิงธนูเลือกคู่ตามประเพณีโบราณ แล้วใช้ผลจากการเลือกคู่ในครั้งนี้ ตัดสินว่าลูกคนใดควรเป็นพระราชาองค์ต่อไปมากที่สุด!

ตามประเพณีการเลือกคู่ เจ้าชายจะต้องขึ้นไปยังหอคอยยอดปราสาท แล้วง้างศรยิงธนูเพื่อทำการเสี่ยงทาย ซึ่งหากลูกธนูไปตกใกล้กับสตรีนางใด เจ้าชายก็จะต้องแต่งงานกับสตรีนางนั้นอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

เมื่อวันเลือกคู่มาถึง เจ้าชายองค์โตทรงแกล้งเล็งธนูไปยังบ้านของกลุ่มขุนนาง เพราะพระองค์เชื่อว่า การแต่งงานกับสตรีสูงศักดิ์ จะทำให้พระองค์เหมาะสมกับตำแหน่งพระราชามากกว่าเจ้าชายพระองค์อื่น

ฝ่ายเจ้าชายองค์กลางผู้ต้องการเป็นพระราชาเช่นเดียวกันนั้น พระองค์ทรงแกล้งเบี่ยงคันศรให้หันไปยังสำนักปราชญ์ที่อยู่กลางป่า แล้วยิงธนูโดยคาดหวังว่า การมีภรรยาเป็นหญิงสาวผู้รอบรู้ น่าจะช่วยให้พระองค์มีโอกาสได้เป็นพระราชามากยิ่งขึ้น

ส่วนเจ้าชายองค์เล็กผู้เป็นคนซื่อตรงกลับทำการต่างไปจากพี่ ๆ คือพระองค์ทรงยิงธนูขึ้นไปบนฟ้าตามประเพณีปฏิบัติ แล้วปล่อยให้ลูกธนูเลือกเนื้อคู่ให้แก่พระองค์ตามพลังแห่งพรหมลิขิต

ครั้นเมื่อเจ้าชายองค์โตเดินทางไปเก็บลูกธนู พระองค์ก็ทรงตกใจมากที่เห็นลูกธนูปักอยู่ในหนองน้ำซึ่งมีคางคกอยู่เต็มไปหมด เจ้าชายองค์โตไม่อยากมีชายาเป็นคางคก ดังนั้น พระองค์จึงดึงลูกธนูออกจากหนองน้ำ แล้วขว้างลูกธนูเข้าไปในบ้านของขุนนางเพื่อที่พระองค์จะได้แต่งงานกับหญิงสาวผู้มีชาติตระกูลสูง

ฝ่ายเจ้าชายองค์กลางเองก็ตกใจไม่แพ้พี่ชาย เพราะแม้ว่าลูกธนูของพระองค์จะพุ่งไปตกยังสำนักของเหล่าปราชญ์ แต่มันกลับไปปักอยู่ที่กิ่งไม้ซึ่งมีนกฮูกสาวยืนหลับอยู่ เจ้าชายองค์กลางไม่อยากมีชายาเป็นนกฮูก ดังนั้น พระองค์จึงดึงธนูออกจากกิ่งไม้ แล้วขว้างลูกธนูให้ลอยลิ่วไปตกลงใกล้ ๆ กับบุตรสาวของนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่

ส่วนเจ้าชายองค์เล็กทรงพบว่า ลูกธนูของพระองค์ได้พุ่งไปปักอยู่ในเล้าหมูที่แสนสกปรก เจ้าชายทรงตกใจต่อสิ่งที่ได้เห็น แต่ด้วยความที่พระองค์เป็นคนซื่อตรงอย่างยากที่จะหาใครเทียบได้ เจ้าชายจึงยอมรับคู่ครองตามพรหมลิขิตโดยไม่มีข้อโต้แย้ง

ครั้นเมื่อเจ้าชายทั้งสามพาเนื้อคู่กลับมายังปราสาท ผู้คนต่างนึกขันที่เห็นเจ้าชายองค์เล็กทรงอุ้มหมูสาวเอาไว้ในอ้อมแขน ในขณะเดียวกัน ทุก ๆ คนก็หันไปมองสตรีผู้สูงศักดิ์และลูกสาวของนักปราชญ์ด้วยความชื่นชม คุณสมบัติของหญิงสาวคนใดจะทำให้เนื้อคู่ของนางได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระราชาในอนาคต! หลายชีวิตในท้องพระโรงต่างรอคอยการตัดสินใจของพระราชาด้วยใจจดจ่อ

เมื่อพระราชาเสด็จเข้าสู่ท้องพระโรง พระองค์ทรงยิ้มและเอ่ยคำตัดสินให้ทุก ๆ คนฟังว่า “แม้การมีคู่ครองที่ดีจะมีความสำคัญในการเป็นพระราชาองค์ใหม่ แต่ความซื่อสัตย์ของตัวพระราชาเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากยิ่งกว่า และด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงขอประกาศว่า ผู้ที่เหมาะแก่การเป็นพระราชามากที่สุด ก็คือบุตรชายองค์เล็กของข้าพเจ้านั่นเอง”

เจ้าชายผู้พี่ต่างละอายใจที่พระบิดาทรงล่วงรู้การกระทำของพวกตนจนหมดสิ้น ส่วนเจ้าชายองค์เล็กผู้ซื่อตรงก็ยังคงยืนยันที่จะแต่งงานกับหมูสาวตามผลของการยิงธนูเลือกคู่ในครั้งนี้

แต่อนิจจา! ความปรารถนาของเจ้าชายองค์เล็กกลับต้องล่มสลายไป เพราะทันทีที่พระองค์ก้มลงจุมพิตหมูสาวเพื่อขอแต่งงาน หมูสาวก็กลายร่างเป็นเจ้าหญิงแสนสวยอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด

เจ้าชายทรงหลงรักเจ้าหญิงตั้งแต่แรกเห็น ส่วนเจ้าหญิงเองก็ทรงยินดีที่จะได้แต่งงานกับเจ้าชายผู้ซื่อสัตย์

ในที่สุด เจ้าชายกับเจ้าหญิงก็ได้ครองรักกัน และทั้งคู่ก็ได้กลายเป็นพระราชากับพระราชินีที่ประชาชนให้ความเคารพรักไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าพระราชาองค์เก่าเลย

Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานสอนใจ, นิทานเด็ก

เจ้าหญิงกับกองทัพกระจิ๋วหลิว : นิทานเจ้าหญิงผู้ใจดี กับพลังความร่วมมือของเหล่าแมลง

นิทานเรื่อง “เจ้าหญิงกับกองทัพกระจิ๋วหลิว” เป็นนิทานแฟนตาซีสำหรับเด็กที่เล่าเรื่องของเจ้าหญิงผู้มีจิตใจอ่อนโยน ท่ามกลางบ้านเมืองที่กำลังเผชิญความยากลำบาก นิทานเรื่องนี้นำพาผู้อ่านเข้าไปสัมผัสโลกของธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม

นิทานเรื่องนี้สื่อถึงคุณค่าของความเมตตา การไม่ทำร้ายผู้อื่น และการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล ผ่านบรรยากาศของสวนดอกไม้และชีวิตของเหล่าแมลงที่เต็มไปด้วยสีสัน ซึ่งจะทำให้อ่านได้อย่างเพลิดเพลิน และเหมาะสำหรับทั้งเด็กและผู้ปกครอง

ากคุณกำลังมองหานิทานที่อ่านสนุก ให้ข้อคิดดี ๆ และช่วยปลูกฝังความใจดีให้เด็ก ๆ เรื่องนี้จะทำให้ผู้อ่านได้เห็นว่า แม้สิ่งเล็กน้อยก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้เสมอ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเจ้าหญิงองค์หนึ่งทรงเกิดมาในประเทศที่แสนยากจน

พระบิดาและพระมารดาของเจ้าหญิงจึงต้องทำงานหนักเกือบตลอดทั้งปี เพื่อหาทางพัฒนาบ้านเมืองให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ เจ้าหญิงตั้งใจจะไม่รบกวนการทำงานของเสด็จพ่อเสด็จแม่ พระองค์จึงมักใช้เวลาว่างอยู่ในสวนเพื่อปลูกต้นไม้และดอกไม้ต่าง ๆ ตามที่พระองค์ชอบ

เมื่อเวลาผ่านไป เจ้าหญิงองค์น้อยทรงมีต้นไม้ดอกไม้ที่ปลูกขึ้นเองเต็มสวนไปหมด เมื่อพวกแมลงทราบข่าว เหล่าแมลงจากทุกสารทิศจึงมาขออาศัยในสวนของเจ้าหญิงกันอย่างเนืองแน่น เจ้าหญิงผู้ใจดีปล่อยให้แมลงทั้งหลายอยู่ในสวนโดยไม่คิดทำร้าย มิหนำซ้ำ พระองค์ยังทรงปลูกต้นไม้เพิ่มเติมขึ้นอีก เพื่อให้เหล่าแมลงมีที่พำนักพักอาศัยอย่างพอเพียง

อยู่มาวันหนึ่ง เสด็จพ่อและเสด็จแม่ของเจ้าหญิงทรงทำงานหนักจนถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อ เมื่อเสนาบดีรู้ข่าว เหล่าเสนาบดีที่คิดชิงอำนาจจากพระราชาจึงวางแผนขับไล่พระองค์ออกจากบัลลังก์ โดยพวกเขารวมหัวกันกำหนดให้พระราชาพัฒนาบ้านเมืองให้สำเร็จภายในเวลาหนึ่งเดือน ซึ่งหากพระองค์ทำไม่ได้ พวกเขาก็จะแต่งตั้งพระราชาองค์ใหม่แทนพระราชาองค์เก่าผู้ไร้ความสามารถ

พระราชาและพระราชินีที่ป่วยหนักไม่อาจลุกขึ้นมาทำงานต่อได้ เจ้าหญิงองค์น้อยซึ่งรู้เท่าทันแผนการร้ายของเหล่าเสนาบดีจึงอาสาพัฒนาบ้านเมืองด้วยตัวของพระองค์เอง

ค่ำคืนนั้น เจ้าหญิงทรงนั่งคิดหาวิธีพัฒนาบ้านเมืองอยู่ในสวนของพระองค์อย่างเคร่งเครียด เวลาเพียงเดือนเดียวดูเหมือนจะน้อยเกินไปในการเปลี่ยนประเทศที่ยากจนให้กลายเป็นอาณาจักรที่มั่งคั่ง เจ้าหญิงทรงไตร่ตรองอย่างสุดความสามารถ แต่จนแล้วจนรอด พระองค์ก็ยังคิดหาวิธีดี ๆ ไม่ได้

ในขณะที่เจ้าหญิงกำลังจะหมดหวัง เด็กชายคนหนึ่งซึ่งมีผมสีเขียวและมีแขนเหมือนตั๊กแตนก็เดินออกมาจากมุมมืดในสวน เด็กหนุ่มคำนับเจ้าหญิงด้วยความนอบน้อม เขาแนะนำตัวว่าเขาคือร่างแปลงของตั๊กแตนที่อาศัยอยู่ในสวนของเจ้าหญิง เขาซาบซึ้งในบุญคุณของพระองค์มาก ดังนั้น เขากับเพื่อนแมลงจึงอยากช่วยแก้ปัญหาให้แก่เจ้าหญิง

แม้เจ้าหญิงจะรู้สึกแปลกใจต่อสิ่งที่ได้พบ แต่เมื่อพระองค์มองแววตาที่มุ่งมั่นของเด็กหนุ่มผมเขียว เจ้าหญิงจึงตกลงให้เด็กหนุ่มยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

ทันทีที่เจ้าหญิงทรงอนุญาต เด็กหนุ่มผมเขียวก็ผิวปากเรียกให้แมลงทุกตัวมาชุมนุมกัน

เด็กหนุ่มเล่าแผนการคร่าว ๆ ให้เพื่อนแมลงทุกตัวฟัง หลังจากนั้น เหล่าแมลงก็แยกย้ายกันไปปฏิบัติภารกิจตามแผนการที่วางเอาไว้

ฝูงผึ้งเริ่มงานด้วยการไปดูดน้ำหวานจากดอกไม้เพื่อสร้างสวนน้ำผึ้งทางทิศเหนือของเมือง ส่วนผีเสื้อก็ไปรวมตัวกันทางทิศใต้เพื่อทำสวนผีเสื้อแสนสวย ฝ่ายตั๊กแตนและแมลงที่พรางตัวเก่งก็เคลื่อนขบวนไปอยู่ที่ฝั่งตะวันออกของเมืองจนเกิดเป็นสวนปริศนาท้าทายสายตาของผู้คนทั้งหลาย ส่วนทิศตะวันตกที่ติดกับแม่น้ำ…ฝูงหิ่งห้อยกับเหล่าจิ้งหรีดก็พากันไปสร้างแสงไฟวิบวับและเสียงเพลงไพเราะจนเกิดเป็นสวนแห่งความรักขึ้นที่นั่น

นอกจากนี้ แมลงชนิดอื่น ๆ ก็กระจายกำลังไปยังทุกมุมเมือง แล้วช่วยกันผสมเกสรไม้ดอกไม้ผลต่าง ๆ จนเกิดดอกไม้ที่สวยสมบูรณ์แบบและผลไม้ที่มีรสชาติอร่อยล้ำกว่าผลไม้จากที่แห่งใดในโลก

หลังจากเหล่าแมลงร่วมมือร่วมใจกันทำงานได้เพียงไม่กี่วัน ข่าวคราวของเมืองที่เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์ซึ่งเกิดจากแมลงสารพัดชนิดก็กลายเป็นที่โจษขานกันไปทั่ว

เพียงเดือนเดียว ผู้คนจากทุกหนทุกแห่งก็หลั่งไหลมาชมสิ่งต่าง ๆ ในเมืองจนประเทศที่แสนยากจนกลายเป็นอาณาจักรที่ใคร ๆ ก็ปรารถนาจะมีวาสนามาเยือนสักครั้งในชีวิต

พระราชากับพระราชินีทรงดีใจมากที่ชาวเมืองมีความเป็นอยู่ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ทั้งสองพระองค์ทรงลงโทษเหล่าเสนาบดีที่คิดร้าย จากนั้น ทั้งสองก็ทรงขอบใจเจ้าหญิงที่ช่วยสร้างปาฏิหาริย์ในครั้งนี้

เจ้าหญิงทรงยกความดีความชอบต่าง ๆ ให้เด็กหนุ่มผมเขียวและเหล่าแมลงผู้จงรักภักดี ซึ่งเมื่อพระราชากับพระราชินีทราบเรื่องราวทั้งหมด พระราชาจึงแต่งตั้งให้เด็กหนุ่มผมเขียวเป็นอัศวินประจำตัวของเจ้าหญิงและมอบยศให้เหล่าแมลงมีฐานะเป็นทหารจิ๋วประจำราชสำนัก

เหล่าแมลงต่างภูมิใจที่ได้รับเกียรติขั้นสูงจากพระราชาและพระราชินี แต่ที่เหนือสิ่งอื่นใด พวกมันดีใจมากที่เห็นเจ้าหญิงกลับมามีรอยยิ้มสดใสอีกครั้ง