Posted in นิทาน, นิทานก่อนนอน, นิทานตลก

ปริศนาปัญหาแมว

สมัยที่ผมแต่งนิทานลงในนิตยสารขวัญเรือน ผมต้องแต่งนิทานให้เสร็จสมบูรณ์ภายในเวลา 15 วันต่อ 1 เรื่อง และต้องแต่งนิทานไปเรื่อย ๆ แบบนี้ ปีละ 24 เรื่อง เป็นเวลานานถึง 17 ปี

คำถามที่บางคนอาจสงสัยคือ “พี่นำบุญเคยคิดนิทานไม่ออกบ้างไหม” คำตอบก็คือ “เคย”

การคิดนิทานไม่ออก โดยที่เวลากระชั้นเข้ามาเรื่อย ๆ เป็นเรื่องที่ทรมานมาก ผมสาบานกับตัวเองว่า จะไม่ยอมไปอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นอีกแล้ว เพราะมันเหมือนตกนรก!

เวลาที่คิดนิทานไม่ได้ บางครั้ง ผมถึงขั้นนอนกลิ้งไปกลิ้งมาที่พื้นห้อง บางครั้ง…พยายามหลับเพื่อที่จะฝันนิทานออกมาเป็นเรื่อง บางครั้ง..พยายามค้นนิทานเก่า ๆ ที่ตัวเองแต่งไม่จบเมื่อเดือนก่อน ๆ เพื่อจะหาทางแต่งต่อให้จบ (แต่ก็แต่งไม่ได้)

และเมื่อเวลาเข้าใกล้เส้นตาย สิ่งเดียวที่ทำได้ คือการนั่งลงที่หน้าคอมพิวเตอร์ แล้วเริ่มพิมพ์ พิมพ์อะไรก็ตามเท่าที่คิดได้ พิมพ์ไปคิดไป ถ้าไปต่อไม่ได้ก็ลบแล้วคิดใหม่ ทำแบบนี้จนกว่าจะได้นิทานที่โอเค (ซึ่งไม่ง่ายเลย)

นิทานเรื่อง ปริศนาปัญหาแมว เป็นหนึ่งในนิทานที่แต่งในภาวะวิกฤต คือพยายามคิดนิทานมาเกือบ 15 วัน แต่ก็คิดไม่ออกจริง ๆ พอถึงโค้งสุดท้าย ผมจึงนึกถึงปริศนาอะไรเอ่ยที่วัยรุ่นขอบเล่นกัน แล้วทดลองนำมาแต่งเป็นนิทานดู แต่งไปแก้ไป จนสุดท้ายได้นิทานที่โอเค พอส่งต้นฉบับเสร็จ ก็เหมือนยกภูเขาออกจากอก และโล่งใจเมื่อทีมงานขวัญเรือนบอกว่า “นิทานสนุกดี”

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ กับคุณพ่อคุณแม่และเจ้าแมวเหมียวที่แสนน่ารัก แม้เด็กน้อยจะเป็นลูกคนเดียว แต่เขากลับไม่เคยเหงาเลย เพราะเขาสนิทสนมกับเจ้าแมวเหมียวจนสามารถพูดคุยกันรู้เรื่อง ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงหาเรื่องสนุก ๆ เล่นกับเจ้าแมวเหมียวได้ไม่รู้จบ

วันหนึ่ง ในขณะที่เด็กน้อยกำลังเล่นทายปัญหาอะไรเอ่ยอยู่กับเจ้าแมวเหมียวเพื่อนรัก จู่ ๆ คุณแม่ก็นำข่าวร้ายมาบอกให้เด็กน้อยได้ทราบว่า คุณพ่อของเด็กน้อยโดนแมลงพิษต่อยอาการสาหัส เด็กน้อยอยากช่วยให้คุณพ่อหายป่วย ดังนั้น เมื่อคุณแม่ออกจากบ้าน เด็กน้อยจึงชวนเจ้าแมวเหมียวเข้าป่าเพื่อไปหาสมุนไพรวิเศษมารักษาคุณพ่อ

สมุนไพรวิเศษเป็นพืชที่ใครต่อใครต่างเล่าลือกันว่ามันมีสรรพคุณที่สามารถแก้พิษได้ทุกชนิดในโลก แม้คุณสมบัติของสมุนไพรวิเศษจะเป็นเรื่องจริง แต่มันเป็นพืชที่หายากและไม่ค่อยมีใครได้พบเห็น ด้วยเหตุนี้เอง เด็กน้อยกับเจ้าแมวเหมียวจึงได้แต่มะงุมมะงาหราไม่รู้ว่าควรเก็บสมุนไพรต้นใดกลับบ้านกันแน่

ทันใดนั้นเอง มีภูตน้อยจอมซนตนหนึ่งบังเอิญมาเห็นเหตุการณ์เข้า ภูตน้อยตนนี้อาศัยอยู่ในป่าและชอบหาเรื่องเล่นสนุกอยู่เสมอ เมื่อภูตน้อยทราบว่าคู่หูทั้งสองต้องการความช่วยเหลือ มันจึงได้โอกาสชวนเด็กน้อยเล่นเกม ซึ่งถ้าเด็กน้อยกับเจ้าแมวเหมียวเอาชนะมันได้ มันก็จะช่วยหาสมุนไพรวิเศษให้แก่เด็กน้อยและเจ้าแมวเหมียวเป็นรางวัลแห่งชัยชนะ

เด็กน้อยกับเจ้าแมวเหมียวเห็นว่าภูตจอมซนรู้จักต้นไม้ต่าง ๆ ในป่าเป็นอย่างดี ดังนั้น พวกเขาจึงตกปากรับคำที่จะเล่นเกมกับภูตจอมซนโดยแทบไม่ต้องคิด

แต่เกมของภูตแห่งป่านั้นไม่ใช่เกมที่ใคร ๆ จะสามารถเอาชนะได้อย่างง่าย ๆ เพราะกติกาของเกมมีอยู่ว่า เด็กน้อยกับเจ้าแมวเหมียวจะต้องคิดและตั้งคำถามอะไรเอ่ยเกี่ยวกับต้นไม้ใบหญ้าหรือธรรมชาติต่าง ๆ เพื่อใช้ถามภูตน้อย โดยคู่หูทั้งสองมีโอกาสตั้งคำถามได้ถึง 3 ครั้ง ซึ่งหากมีคำถามข้อใดแม้แต่เพียงข้อเดียวที่ภูตแห่งป่าตอบไม่ได้ มันก็จะถือว่าเด็กน้อยกับเจ้าแมวเหมียวเอาชนะมันได้สำเร็จ

การที่ภูตจอมซนกล้ากำหนดกติกาเอาไว้เช่นนี้ก็เป็นเพราะมันเชื่อมั่นว่า ไม่มีใครรู้เรื่องของต้นไม้ใบหญ้าและธรรมชาติทั้งหลายดีไปกว่ามันเป็นแน่ แต่ถึงแม้ว่าภูตจอมซนจะมีความรอบรู้สักเพียงใด เด็กน้อยกับเจ้าแมวเหมียวก็ไม่อยาก ปล่อยโอกาสในการหาสมุนไพรวิเศษให้ผ่านไปอย่างไร้ค่า เพราะฉะนั้นคู่หูทั้งสองจึงช่วยกันคิดคำถามอย่างสุดความสามารถ

“ต้นอะไรเอ่ย ต้นเท่าแขนใบแล่นเสี้ยว?” เด็กน้อยยืมคำถามโบราณมาถามภูตจอมซน

ภูตน้อยอมยิ้มอย่างรู้ทัน แล้วจึงตอบคำถามกลับไปว่า “ต้นอ้อยใช่ไหมล่ะ ง่ายชะมัด”

เมื่อภูตแห่งป่าตอบคำถามข้อแรกได้อย่างง่ายดาย เด็กน้อยจึงตั้งใจเลือกคำถามที่ยากขึ้น

“แล้วต้นอะไรเอ่ย ต้นเท่าครก ใบปรกดิน?” เด็กน้อยถามคำถามที่เขาคิดว่ายากมาก ๆ

ภูตน้อยหัวเราะแล้วจึงตอบกลับไปว่า “ก็ต้นตะไคร้ยังไงล่ะ ถามให้มันยาก ๆ หน่อยสิ”

เมื่อภูตน้อยตอบคำถามได้ถูกต้องทั้ง 2 ข้อ เด็กน้อยกับแมวเหมียวจึงต้องคิดหนัก

คำถามอะไรหนอที่ภูตแห่งป่าจะตอบไม่ได้ เด็กน้อยกับเจ้าแมวเหมียวตรึกตรองกันอยู่พักใหญ่ จนในที่สุดเจ้าแมวเหมียวก็เกิดความคิดดี ๆ ขึ้นในใจ

เจ้าแมวเหมียวรีบหันไปซุบซิบกับเด็กน้อยด้วยภาษาที่ไม่มีใครฟังรู้เรื่อง ซึ่งเมื่อเด็กน้อยได้ฟังคำถามของเจ้าแมวเหมียวแล้ว เขาก็ตกลงใจที่จะเสี่ยงถามคำถามนั้นกับภูตน้อยจอมซน

“ต้นอะไรเอ่ย ออกลูกเป็นแมว?” เด็กน้อยถามคำถามอย่างชัดถ้อยชัดคำ

ทันทีที่ภูตน้อยได้ฟังคำถาม มันก็พยายามคิดถึงต้นไม้ต่าง ๆ ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับแมว

ภูตน้อยรู้จักต้นนมแมว แต่ต้นนมแมวก็ไม่ได้ออกลูกเป็นแมวสักหน่อย ภูตแห่งป่าใช้ความคิดจนปวดหัวไปหมด และแล้ว…ภูตน้อยก็ยอมแพ้และขอให้คู่หูเจ้าปัญหาช่วยเฉลยคำตอบให้มันได้รู้

เด็กน้อยกับเจ้าแมวเหมียวดีใจที่ภูตแห่งป่าตอบคำถามของพวกเขาไม่ได้ ซึ่งเมื่อคู่หูทั้งสองเฉลยคำตอบให้ภูตจอมซนได้ทราบ ภูตน้อยก็ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความที่คาดไม่ถึง

“ต้นที่ออกลูกเป็นแมวก็คือ ……………………………. ต้นตระกูลของแมวยังไงล่ะ ฮิฮิ”

ภูตแห่งป่าพอใจกับคำเฉลยของคู่หูเจ้าปัญหา แม้ว่าคำถามดังกล่าวออกจะติงต๊องอยู่สักหน่อย แต่มันก็เป็นคำถามไม่ได้ผิดไปจากกติกาที่กำหนดเอาไว้ เพราะแมวเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้ ภูตจอมซนจึงรักษาสัญญาด้วยการหาสมุนไพรวิเศษมาให้แก่เด็กน้อยและเจ้าแมวเหมียว

ในที่สุด เด็กน้อยก็สามารถนำสมุนไพรวิเศษมาช่วยรักษาคุณพ่อได้เป็นผลสำเร็จ

ไม่ช้าไม่นานนัก คุณพ่อก็กลับมาแข็งแรงดังเดิมอีกครั้ง และความสงบสุขก็กลับคืนสู่ครอบครัวของเด็กน้อยกับเจ้าแมวเหมียวดังเดิม

ภาพประกอบนิทาน ปริศนาปัญหาแมว เด็กชายอุ้มแมวพร้อมภูตน้อยในบรรยากาศแฟนตาซี
ภาพประกอบนิทานเรื่อง “ปริศนาปัญหาแมว” เด็กชายกับเจ้าแมวเหมียวและภูตน้อย
Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานตลก, นิทานเด็ก

ช่างตัดผมผู้มีพรสวรรค์ : นิทานนำบุญตลก ๆ สำหรับเด็กและครอบครัว

ในการแต่งนิทานเรื่องต่าง ๆ นิทานเรื่อง “ช่างตัดผมผู้มีพรสวรรค์” เป็นนิทานที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) ไม่มั่นใจเลยว่า เด็ก ๆ จะเข้าใจคำสำคัญบางคำในเรื่องหรือเปล่า!

จริง ๆ แล้ว คำดังกล่าวไม่ใช่คำที่ยาก แต่เด็ก ๆ อาจจะไม่เคยใช้หรืออาจไม่เคยได้ยิน ซึ่งการนำคำดังกล่าวมาใช้ในการแต่งนิทาน จึงต้องลุ้นว่าเด็ก ๆ จะเข้าใจไหม (ถ้าเข้าใจก็จะขำ แต่ถ้าไม่เข้าใจ นิทานเรื่องนี้อาจกลายเป็นนิทานธรรมดา ๆ ไปเลย) ดังนั้น ถ้าคุณพ่อคุณแม่ที่อ่านนิทานให้ลูกฟังรู้สึกว่า ลูกไม่เข้าใจ “คำ” ที่อยู่ในเรื่อง การช่วยอธิบายสักเล็กน้อย ก็จะช่วยเติมคำศัพท์ให้ลูกรู้จักการใช้คำในภาษาไทยมากขึ้น และน่าจะฟังนิทานได้สนุกขึ้น

กาลครั้งหนึ่งในเมืองที่แสนจะยากจน ยังมีช่างตัดผมคนหนึ่งเป็นช่างตัดผมที่ไม่มีใครอยากจะไป ตัดผมด้วย  ไม่ใช่เป็นเพราะเขาไม่มีความสามารถในการตัดผมหรือมีนิสัยที่ไม่น่าคบหา  แต่เหตุผลจริง ๆ ที่ทำให้ใครต่อใครไม่อยากจะไปตัดผมกับเขา ก็เป็นเพราะพรสวรรค์ของช่างตัดผมคนนี้ที่ลงมือตัดผมครั้งใด ผมของลูกค้ามีอันต้องยาวขึ้นกว่าตอนก่อนตัดถึงสองเท่าทุกครั้ง  ช่างตัดผมไม่รู้ว่าพรสวรรค์ในการตัดผมให้ยาวขึ้นนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไร  แต่เขารู้ดีว่าเขาคงไม่เหมาะกับอาชีพตัดผมนี้เสียแล้ว

ช่างตัดผมจึงเปลี่ยนอาชีพไปเป็นช่างตัดเสื้อ เขาคิดว่าอาชีพตัดเสื้อเป็นอาชีพที่เหมาะสำหรับเขาไม่ใช่น้อย เพราะอย่างน้อยที่สุด เขาก็สามารถนำกรรไกรตัดผมที่เขามีอยู่มาใช้ในการตัดเสื้อได้โดยไม่ต้องซื้อหาของใหม่

เมื่อชาวบ้านรู้ว่าช่างตัดผมผู้น่าสงสาร (เพราะมีพรสวรรค์ผิดประเภท) เปลี่ยนอาชีพมาเป็นช่างตัดเสื้อ  ชาวบ้านจึงพากันนำเสื้อผ้ามาให้ช่างช่วยตัดช่วยแก้เป็นการใหญ่  ช่างตัดผมซาบซึ้งในน้ำใจของชาวบ้านจึงพยายามวัดตัวและตัดเสื้อผ้าอย่างประณีตที่สุด  แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เพราะทั้งๆ ที่ช่างตัดผมวัดขนาดและตัดเสื้อผ้าให้ชาวบ้านอย่างพอดิบพอดีแล้วก็ตาม แต่เมื่อถึงวันรับของ เสื้อผ้าของชาวบ้านกลับยาวยืดเกินขนาดออกไปถึงสองเท่า ช่างตัดผมรู้ตัวทันทีว่า เขาคงไม่เหมาะกับอาชีพนี้เสียแล้ว

ช่างตัดผมจึงคิดหาอาชีพใหม่ ซึ่งควรจะเป็นอาชีพที่ไม่ต้องลงทุนมากนัก ช่างตัดผมมองดูกรรไกรที่อยู่ในมือพลางคิดกลับไปกลับมาอยู่หลายตลบ  ในที่สุด เขาก็คิดได้ว่าเขาควรจะลองเป็นช่างตัดหญ้าดูสักครั้ง 

ช่างตัดผมเริ่มต้นงานตัดหญ้าด้วยการรับอาสาตัดหญ้าให้ชาวบ้านโดยไม่คิดเงิน ช่างตัดผมคิดว่าอย่างน้อยที่สุดก็เพื่อเป็นการขอโทษที่เขาทำให้เสื้อผ้าของใครต่อใครยาวผิดขนาดกันไปหมด

การตัดหญ้าเป็นไปด้วยดีตั้งแต่เช้าจรดเย็น ช่างตัดผมตัดหญ้าได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเพราะเขามีทักษะในการตัดผมมาก่อน  ทุกๆ คนต่างพากันชื่นชมในผลงานของช่างตัดผม  ส่วนช่างตัดผมเองก็คิดว่านี่คงเป็นงานที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเขา

แต่น่าเสียดายที่เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเมื่อช่างตัดผมและชาวบ้านตื่นขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้น สิ่งที่พวกเขาเห็นได้นำความประหลาดใจมาให้พวกเขาเป็นอันมาก เพราะสนามหญ้าที่ช่างตัดผมเพิ่งจะตัดหญ้าไปเมื่อวานนี้กลับมีหญ้าขึ้นรกเต็มไปหมด แถมหญ้ายังยาวกว่าตอนก่อนตัดถึงสองเท่า  ช่างตัดผมรู้ทันทีว่านี่คงเป็นผลมาจากพรสวรรค์ของเขาแน่ๆ  พรสวรรค์ที่เมื่อเขาตัดอะไรก็ตาม มันก็จะยาวขึ้นกว่าเดิมเป็นสองเท่าเสมอ  ช่างตัดผมรู้สึกท้อแท้และไม่ชอบพรสวรรค์ของเขาเอาเสียเลย

ช่างตัดผมพยายามตัดใจที่จะไม่ทำอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการตัดอะไรๆ อีกต่อไป เขารู้แล้วว่าพรสวรรค์ของเขาจะทำให้สิ่งที่เขาคิดจะตัด กลับยืดยาวออกไปเป็นสองเท่าจากที่เขาตั้งใจเสมอ   ดังนั้น หนทางที่ดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงจากพรสวรรค์ที่เขาไม่ต้องการนี้ก็คือ การตัดใจไม่ทำอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการตัดทุกชนิด

แต่เช้าวันรุ่งขึ้น ช่างตัดผมกลับเกิดความรู้สึกที่อยากจะทำงานเกี่ยวกับการตัดมากขึ้นกว่าเดิมเป็นสองเท่า พรสวรรค์ของเขาทำให้การตัดใจไม่ทำอาชีพเกี่ยวกับการตัดกลับพลิกผันไปในทางตรงกันข้าม  ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเกิดความรู้สึกที่อยากจะทำงานเกี่ยวกับการตัดขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาบอกกับตัวเองว่า เขาต้องคิดให้รอบคอบกว่าเดิมสักหน่อย

ช่างตัดผมคิดทบทวนว่าเขาควรจะตัดอะไรดี   การตัดที่ทำให้สิ่งต่างๆ ยาวขึ้นเป็นสองเท่านี้ มันพอจะมีประโยชน์อะไรบ้างไหมหนอ  ช่างตัดผมคิด คิด แล้วก็คิด  ในที่สุด ช่างตัดผมก็ได้ความคิดดี ๆ

ช่างตัดผมรีบเดินทางไปที่พระราชวังและขอสมัครงานในตำแหน่งคนสร้างถนนซึ่งเรียกว่าพนักงานตัดถนนทันที  แม้งบประมาณในการตัดถนนของเมืองจน ๆ แห่งนี้จะมีไม่มากนัก แต่เมื่อช่างตัดผมผู้ซึ่งมีพรสวรรค์ในการตัดสิ่งต่าง ๆ ให้ยาวขึ้นได้มารับตำแหน่งเป็นพนักงานตัดถนน  ไม่นานนัก เมืองทั้งเมืองก็มีถนนสายยาว ๆ เต็มไปหมด

ชาวบ้านต่างมีความสุขกันถ้วนหน้าที่มีถนนหนทางดีๆ ใช้  ส่วนช่างตัดผมเองก็รู้สึกภูมิใจที่เขาได้ใช้พรสวรรค์ของเขาให้เป็นประโยชน์เสียที  และแล้วนิทานเรื่องนี้ก็จบลงอย่างมีความสุข

Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานตลก, นิทานนำบุญ

นิทานตลก ๆ ก่อนนอน : ฮุฮุฮุฮู

“ฮุฮุฮุฮู” เป็นนิทานตลก ๆ ก่อนนอนเรื่องแรก ๆ ที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) แต่ง จริง ๆ แล้วต้องขอสารภาพว่า การแต่งนิทานตลกเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับผม เพราะเรื่องที่ทำให้คนหนึ่งขำ อาจไม่ใช่เรื่องชวนขำสำหรับคนอื่น ๆ ดังนั้น การแต่งนิทานเรื่องนี้จึงเป็นการเดาใจเด็ก ๆ ว่าเรื่องแบบไหนที่จะทำให้เด็ก ๆ ยิ้มได้ ซึ่งหลังจากแต่งนิทานเรื่องนี้แล้ว และได้ทดลองเล่าให้เด็ก ๆ ฟังในหลาย ๆ โอกาส ผมก็พบว่า นิทานเรื่อง “ฮุฮุฮุฮู” เป็นนิทานที่สร้างความสุขให้เด็ก ๆ ได้มาก ซึ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่เชื่อ ก็ลองอ่านนิทานเรื่องนี้ร่วมกับลูก ๆ นะครับ

มาอ่านนิทานเรื่อง “ฮุฮุฮุฮู” กันนะครับ

คืนต่อมา พวกโจรก็พากันกลับมายังทางเข้าหมู่บ้านอีกครั้ง  คราวนี้ พวกโจรตั้งใจมากขึ้นกว่าเดิม แต่จนแล้วจนรอด เมื่อพวกหมาพร้อมใจกันส่งเสียงร้องว่า “ฮุ ฮุ ฮุ ฮู แปลว่า ผีมา ฮุ ฮุ ฮุ ฮู แปลว่า ผีมา”  พวกโจรก็ได้แต่ตกใจ แล้วก็วิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต

หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก พวกโจรมาที่ทางเข้าหมู่บ้านทุกๆ คืน แต่ก็ต้องตกใจและวิ่งหนีกลับบ้านไปทุกๆ ครั้ง  พวกโจรคิดว่าพวกเขาคงไม่เหมาะที่จะเป็นโจรอีกแล้ว  ในที่สุด โจรทั้งสองคนก็กลับตัวกลับใจเป็นคนดี

เมื่อคนในหมู่บ้านรักสงบ เห็นว่าโจรไม่มาปล้นพวกเขาสักที คนในหมู่บ้านจึงเริ่มสบายใจและกลับมาดำเนินชีวิตอย่างเป็นปกติสุขกันอีกครั้ง  ส่วนบรรดาๆ หมาๆ ก็ได้แต่ภูมิใจ ที่พวกมันได้ปกป้องเจ้านายที่พวกมันรัก และทำให้พวกโจรกลับตัวเป็นคนดีได้สำเร็จ

และแล้วนิทานเรื่องนี้ก็จบลงอย่างมีความสุข แต่ข่าวลือเรื่อง ฮุ ฮุ ฮุ ฮู แปลว่า ผีมา ก็ยังคงแพร่สะพัด และสืบเนื่องต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน โดยแทบจะไม่มีใครรู้เลยว่า  นั่นคืออุบายของหมาที่มีไว้เพื่อใช้หลอกโจร

#นิทานนำบุญ

Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานตลก, นิทานสร้างแรงบันดาลใจ

นิทานเรื่องพิเศษ : โตขึ้นฉันจะเป็นเด็ก

หลายปีก่อน ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) มีโอกาสได้เขียนโครงบทละครเรื่องนึง ชื่อเรื่องว่า”โตขึ้น…ฉันจะเป็นเด็ก”  ละครเรื่องนี้เป็นโครงการทำละครประกอบดนตรีจากวงออเคสตร้า ซึ่งหลังจากหานักเขียนบทหลายต่อหลายคน ปรากฏว่าหาคนแต่งเรื่องที่ลงตัวไม่ได้ ตอนนั้น จู่ๆ งานนี้ก็หล่นตุ้บมาที่ผม ซึ่งปกติไม่รับงานใด ๆ  เพราะแค่คิดนิทานขวัญเรือนเดือนละ 2 เรื่องก็จะไม่ไหวอยู่แล้ว แต่พอดีช่วงนั้น ผมสมัครเรียนป.โท การศึกษาปฐมวัย เลยจำเป็นต้องหาเงิน สรุปคือ ผมรับที่จะคิดเรื่องให้ลูกค้า แต่ในใจลึก ๆ ก็กลัวว่าเรื่องจะไม่ผ่าน เพราะปกติส่งงานแค่ที่ขวัญเรือน เลยไม่รู้ว่าถ้าทำงานให้ที่อื่น เขาจะชอบไหม
…..
ผมมีเวลาคิดเรื่องไม่กี่วัน แต่ด้วยความฟิต เลยคิดไปให้เขาเลือกถึง 2 เรื่อง  ปรากฏว่า ลูกค้าชอบทั้ง 2 เรื่อง (ตกใจเลย) พอเขาถามราคา ผมบอกว่า “ไม่รู้ เพราะปกติได้เรื่องละ 2 พัน” ตอนนั้น พี่ที่ทำงานนี้บอกว่า  “ที่นี่ ให้ค่าเรื่อง 5 หมื่น” ผมตกใจ ไม่เคยคิดว่าแค่คิดจะได้ราคาขนาดนี้ แต่พี่เขาบอกว่า “มันเป็นราคาของงานแบบนี้”
……
หลังจากคิดเรื่องเสร็จ ผมคิดว่าเสร็จงานแล้ว ปรากฏว่า ทางลูกค้าขอให้เขียนโครงบท และ แต่งโครงเพลง เพื่อเตรียมไปทำดนตรี  เจี๊ยก! เกิดมาเคยแต่งแต่เพลงจิ้งจก เพลงร้องเล่นตลก ๆ  เลยเครียดไปเลย  แต่ก็ทำ สุดท้าย ได้เพลงออกแนวแร็พๆมาประมาณนึง ซึ่งต้องลองแสดงให้ทางทีมดู และเขาก็ชอบกัน   แต่เมื่อเวลาผ่านไป จู่ ๆ โครงการก็มีความจำเป็นต้องยุบ งดการแสดง เพราะช่วงนั้นเมืองไทยมีกีฬาสีรุนแรง สปอนเซอร์ไม่เข้า คนไม่ซื้อตั๋ว ผลก็คือ เจ้าของโครงการโทรมาแจ้งว่า จำเป็นต้องล้มโครงการ และจำเป็นต้อง งดจ่่ายค่าเรื่อง!
……
เวลาผ่านมาเกือบ 10 ปี โครงบทและนิทานที่ผมเขียนไว้ น่าจะยังไม่มีใครได้อ่าน (นอกจากทีมงานตอนนั้น) เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบอายุ  50 ปีของผม (11 กรกฎา) ผมจึงนำนิทานเรื่องนี้ มาให้อ่านกันครับ  นิทานเรื่องนี้น่าจะเป็นนิทานก่อนนอนเรื่องยาว ๆ ที่ยาวที่สุดที่เคยเขียน และผมได้นำท่อนแร๊พที่เขียนในโครงบทละครมาใส่ด้วย   ถ้าออกเสียงวรรณยุกต์ได้ถูก  เช่น ปู้ดป้าด  ปูดปาด ปู๊ดป๊าด (สามคำนี้ออกเสียงไม่เหมือนกัน) การอ่านจะสนุกมาก  ขอให้มีความสุขในการอ่านและการกลับไปเป็นเด็กนะครับ

Continue reading “นิทานเรื่องพิเศษ : โตขึ้นฉันจะเป็นเด็ก”
Posted in นิทาน, นิทานก่อนนอน, นิทานตลก

นิทานตลก : พระราชาปุ๋งปุ๋ง

นิทานตลก ๆ ก่อนนอนเรื่องแรก ๆ ที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) หัดแต่ง น่าจะเป็นนิทานก่อนนอนเรื่อง “พระราชาปุ๋งปุ๋ง”  ซึ่งผมพยายามหาแง่มุมตลก ๆ ที่คิดว่าน่าจะเรียกรอยยิ้มจากเด็ก ๆ ได้ มาแต่งเป็นนิทาน  นิทานเรื่องนี้ อาจไม่ใช่นิทานตลก ๆ ก่อนนอนที่ตลกที่สุด  (ทั้งยังอาจมีแง่มุมที่ควรปรับปรุงให้เหมาะสมขึ้น) แต่ก็เป็นผลงานการแต่งนิทานตลก ๆ ก่อนนอนเรื่องแรก ๆ  ที่ผมตั้งใจทำเมื่อราว 20 ปีก่อน  หวังว่าจะทำให้เด็ก ๆ มีความสุขกับนิทานเรื่องนี้ได้บ้างนะครับ

Continue reading “นิทานตลก : พระราชาปุ๋งปุ๋ง”