Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานสอนใจ, นิทานสัตว์, นิทานอบ, นิทานเด็ก

แมวล่องหน

นิทานก่อนนอนเรื่อง “แมวล่องหน” เป็นหนึ่งในนิทานที่อบอุ่นหัวใจที่สุดจากคอลเลกชันนิทานนำบุญ เล่าเรื่องแมวน้อยชื่อ “ศูนย์” ที่ไม่มีใครมองเห็นตัวตน จนวันหนึ่งได้พบคนใจดีที่มอบความรักและความเมตตาให้ เรื่องราวนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างรอยยิ้มและความประทับใจ แต่ยังแฝงแง่คิดสำคัญทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้เรื่อง ความเมตตาต่อสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะแมว ส่วนผู้ใหญ่หลายคนอาจรู้สึกเชื่อมโยงกับความรู้สึกของ “ศูนย์” — ความเหงา ความโดดเดี่ยว และความต้องการใครสักคนที่มองเห็นและรักเราอย่างแท้จริง

แมวล่องหน ไม่ใช่เพียงแค่นิทานแมวธรรมดา แต่เป็นนิทานที่เต็มไปด้วยความหวังและกำลังใจ บอกเล่าว่าแม้เราจะรู้สึกว่าไม่มีใครมองเห็นตัวตนของเรา วันหนึ่งอาจมีใครบางคนที่เห็นคุณค่าและโอบกอดเราไว้ด้วยความรัก ความสัมพันธ์ที่จริงใจเพียงครั้งเดียวก็สามารถเปลี่ยนชีวิตได้ เหมือนที่หญิงสาวเจ้าของร้านหนังสือเปลี่ยนชีวิตของแมวศูนย์ให้กลับมามีตัวตนอีกครั้ง

นี่คือนิทานภาพก่อนนอนที่เหมาะทั้งสำหรับ อ่านให้ลูกฟังก่อนนอน หรืออ่านเองเพื่อปลอบประโลมใจในวันที่รู้สึกเหนื่อยล้า เนื้อเรื่องดำเนินอย่างสนุก อ่อนโยน และมีตอนจบที่ทำให้หัวใจอุ่นขึ้น นิทานเรื่อง “แมวล่องหน” จะช่วยเตือนเราว่า ความรัก ความเมตตา และการเห็นคุณค่าของกันและกัน คือสิ่งที่ทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น

ผมชื่อศูนย์  ผมเป็นแมวล่องหน   ผมแทบไม่มีตัวตน   แต่บางคนอาจสังเกตเห็นผมในบางเวลา

วันหนึ่ง  ผมรู้สึกว้าเหว่อย่างประหลาด  ผมคิดว่าถ้าใคร ๆ เห็นตัวผมได้ง่ายกว่านี้ บางที…ผมอาจไม่เหงาอย่างที่เป็นอยู่   ผมจึงตัดสินใจไปยังร้านตัดเสื้อในตัวเมือง แล้วบอกเจ้าของร้านว่า
“ช่างครับ ผมเป็นแมวล่องหน   ช่างช่วยตัดชุดให้ผมหน่อยได้ไหม   ผมอยากให้คนอื่นมองเห็นผมได้ง่ายขึ้น”

ช่างผู้มีงานล้นมือได้ยินเสียงของผม   แต่เขามองไม่เห็นผม   เขาทำหน้าเหนื่อย ๆ พร้อมกับพูดว่า
“ฉันมองไม่เห็นเธอ  แล้วฉันจะตัดชุดให้เธอได้ยังไง   เธอไปขอความช่วยเหลือจากคนที่เก่งกว่าฉันเถอะนะ”

ผมผิดหวังแต่ก็ทำอะไรไม่ได้   ผมจึงเดินไปยังร้านหมอ  ที่อาจจะพร้อมช่วยผมมากกว่าช่างตัดเสื้อ   “หมอครับ  ผมเป็นแมวล่องหน   หมอช่วยรักษาให้ผม   หายจากการเป็นแมวล่องหนจะได้ไหม”

คุณหมอได้ยินเสียงผม แต่มองไม่เห็นผม   คุณหมอพูดลอย ๆ ว่า   “ถ้าจะรักษาจริง ๆ   อาจต้องมีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ,   ผ่าตัดและทำอีกสารพัดวิธี   ว่าแต่เธอมีเงินจ่ายเป็นค่ารักษารึเปล่าล่ะ”

แมวน้อยอย่างผมไม่มีเงินหรอก   ผมจึงตัดใจ   แล้วเดินไปที่บ้านของแม่มดจอมคาถา   ผมคิดว่าบางทีแม่มดอาจมีคาถาฟรี ๆ   ที่พอจะช่วยเหลือผมได้บ้าง  “แม่มดครับ ผมเป็นแมวล่องหน   แม่มดช่วยร่ายคาถาให้ผม  หายจากการเป็นแมวล่องหนจะได้ไหม”  ผมเอ่ยปากขอร้องแม่มด ด้วยน้ำเสียงที่น่าสงสารที่สุด

แต่แม่มดไม่สนใจผมเลย  แม่มดได้แต่เปรยด้วยความเบื่อหน่ายว่า “แม่มดไม่ได้เกิดมาเพื่อช่วยเหลือครหรอกนะ   ฉันใจดีไม่พอที่จะช่วยใคร ๆ ทั้งนั้น”

ดูเหมือนว่าโอกาสที่ผมจะหายจากการเป็น  แมวล่องหนแทบจะไม่มีเลย   ผมคงต้องเหงาและเป็นแมวล่องหนแบบนี้ ไปตลอดชีวิตแน่ ๆ

ในขณะที่ผมกำลังเดินคอตกด้วยความหมดหวัง ผมเดินผ่านร้านหนังสือเล็ก ๆ ร้านหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านที่ดูน่ารัก, อ่อนโยนและอบอุ่นที่สุด  “ในร้านจะมีหนังสือ แนะนำวิธีเปลี่ยนแมวล่องหน ให้กลายเป็นแมวปกติบ้างรึเปล่านะ”   ผมยืนลังเลอยู่ที่หน้าร้านหนังสือนานมาก  นานจนฝนเริ่มลงเม็ดเปาะแปะ   และหญิงสาวเจ้าของร้านก็สังเกตเห็นผม!    ทันทีที่เธอเห็นผม  เธอก็รีบเดินออกมาจากร้าน  แล้วอุ้มผมเข้าไปหลบฝน  โดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว

พอผมตั้งสติได้ ผมจึงบอกเธอว่า   “สวัสดีครับ ผมเป็นแมวล่องหน   คุณเจ้าของร้านมีหนังสือที่พอจะช่วยให้ผมหายจากการเป็นแมวล่องหนบ้างไหม   ผมอยากให้คนอื่นมองเห็นผม   เพราะตอนนี้ผมไม่มีใครเลย   ผมเหงามากจริง ๆ”

หญิงสาวเจ้าของร้านมองผมด้วยความเอ็นดู เธอเอ่ยกับผมอย่างใจดีว่า  “ฉันไม่มีหนังสือแบบนั้นหรอก  แต่ถ้าเธอเหงาและไม่มีใคร  เธอจะมาอยู่ที่ร้านหนังสือกับฉันก็ได้นะ”

“แต่ผมไม่มีเงินจ่ายเป็นค่าที่พักหรอกนะครับ” ผมรีบบอก

หญิงสาวยิ้มแล้วจัดแจงเอาผ้าขนหนู  มาเช็ดหัวของผมที่เปียกฝนอย่างแผ่วเบา  จากนั้น เธอก็เอานมอุ่น ๆ มาเทใส่จาน   แล้วกอดผมไว้ในอ้อมอกพร้อมกับพูดว่า

“แมวน่ะตัวเล็กนิดเดียว กินก็ไม่จุ  แถมไม่ได้ใช้พื้นที่อะไรสักเท่าไหร่   ถ้าจะคิดเงินจากแมว
ก็คงใจร้ายเกินไปหน่อยแล้วล่ะ  ถ้าเหงาก็มาอยู่ด้วยกันเถอะนะ”   

ผมดีใจจนน้ำตาไหล ถ้าได้อยู่กับคนที่ใจดีแบบนี้  ผมก็คงจะไม่เหงาอีกต่อไปแล้ว

ในขณะที่ผมกำลังคิดอยู่นั้น   สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น  เพราะจู่ ๆ เนื้อตัวของแมวล่องหนอย่างผม   ก็ค่อย ๆ ปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ  จนผมกลายเป็นแมวปกติ  ที่ไม่ใช่แมวล่องหนอีกต่อไป!

ความรักและความเอาใจใส่  ทำให้แมวล่องหนกลายเป็นแมวปกติ  ได้อย่างน่าอัศจรรย์   ผมดีใจเหลือเกินกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น  ผมตั้งใจจะอยู่ในร้านหนังสือเล็ก ๆ แห่งนี้   และขอมอบความรัก  ตอบแทนหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้… ตลอดชั่วชีวิตของผม

ข้อคิดจากนิทานเรื่องนี้ :

  • ความเมตตาเพียงเล็กน้อยสามารถเปลี่ยนชีวิตใครบางคนได้
  • ความรักและการดูแลเป็นพลังที่ทำให้หัวใจและชีวิตเปลี่ยนแปลง
  • ไม่ว่าวันนี้จะเหงาแค่ไหน วันหนึ่งคุณจะพบคนที่มองเห็นตัวคุณ

#นิทานนำบุญ

Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

นิทานก่อนนอน : การเดินทางของความสุข

นิทานเกี่ยวกับมิตรภาพระหว่างเพื่อนและการแบ่งปัน เป็นนิทานที่มีคุณค่าสำหรับเด็ก  ทั้งเด็กในระดับประถมและเด็กในระดับปฐมวัย  คุณพ่อคุณแม่อาจใช้นิทานเรื่องนี้เล่าให้ลูก ๆ ฟังเป็นนิทานก่อนนอน ส่วนคุณครูอาจนำนิทานเรื่องนี้ไปทำสื่อการสอน การให้เด็กฝึกอ่านแล้วบันทึกการอ่าน หรือนำไปให้เด็ก ๆ เล่นละครโดยสวมบทบาทสมมติเป็นสัตว์ต่าง ๆ  ผู้เขียนหวังว่านิทานเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์และทำให้ทุก ๆ คนมีความสุขนะครับ

นิทานก่อนนอน : การเดินทางของความสุข

แทบไม่มีใครรู้เลยว่า  ใต้พื้นโลกของเรามีอุโมงค์ ที่เชื่อมเมืองต่าง ๆ  เข้าด้วยกันซึ่งอุโมงค์ดังกล่าว เป็นเส้นทางลับ ที่มีแต่สัตว์เท่านั้นที่รู้ทางเข้าออก

อยู่มาวันหนึ่ง  ในขณะที่หมีแพนด้าตัวน้อย กำลังก้มหน้าก้มตากินใบไผ่  จู่ ๆ เจ้าหมีแพนด้าก็เหลือบไปเห็น ดอกไม้หายากที่ทั้งสวยทั้งหอม แอบชูช่ออย่างเหนียมอายอยู่หลังกอไผ่

หมีแพนด้ารู้ดีว่า  ดอกไม้หายาก บานได้เพียงวันเดียวก็เหี่ยวเฉา  หมีแพนด้าอยากให้เพนกวินเพื่อนสนิท ได้ดมกลิ่นหอมของดอกไม้หายากนี้บ้าง แต่บ้านของเพนกวินอยู่ไกลถึงขั้วโลก  หากเดินทางตามปกติ    ดอกไม้หายากคงเหี่ยวเฉาไปก่อนแน่ ๆ แต่โชคดีที่หมีแพนด้ารู้ว่า  ทางเข้าอุโมงค์ลับอยู่ที่ไหน มันจึงรีบเก็บดอกไม้ใส่ตะกร้า แล้วเดินทางผ่านอุโมงค์ลับ เพื่อไปหานกเพนกวินที่ขั้วโลกทันที

เพนกวินน้อยมีความสุขมาก  เมื่อได้รับดอกไม้หายากจากแพนด้า เมื่อหมีแพนด้ากลับเมืองจีนไปแล้ว  เพนกวินน้อยก็คิดอยากจะให้ลูกจิงโจ้ ได้ดมกลิ่นหอมของดอกไม้หายากนี้บ้าง แต่บ้านของจิงโจ้อยู่ที่ออสเตรเลีย หากเดินทางตามปกติ  ดอกไม้หายากคงเหี่ยวเฉาไปก่อนแน่ ๆ  แต่โชคดีที่เพนกวินน้อยรู้ว่า  ทางเข้าอุโมงค์ลับอยู่ที่ไหน  มันจึงรีบคาบตะกร้าดอกไม้ แล้วเดินเตาะแตะผ่านอุโมงค์ลับ  เพื่อไปหาลูกจิงโจ้ที่บ้านทันที

ลูกจิงโจ้มีความสุขมาก ที่ได้รับดอกไม้หายากจากนกเพนกวิน  เมื่อเพนกวินลากลับขั้วโลกไปแล้ว ลูกจิงโจ้จึงคิดอยากให้ช้างน้อย ได้ดมกลิ่นหอมของดอกไม้หายากนี้บ้าง  แต่บ้านของช้างน้อยอยู่ไกลถึงอัฟริกา หากเดินทางตามปกติ  ดอกไม้หายากคงเหี่ยวเฉาไปก่อนแน่ ๆ  แต่โชคดีที่จิงโจ้รู้ว่า  ทางเข้าอุโมงค์ลับอยู่ที่ไหนมันจึงรีบเอาดอกไม้ใส่ถุงหน้าท้อง แล้วกระโดดดึ๋ง ๆ ผ่านอุโมงค์ลับ  เพื่อไปหาช้างน้อยที่อัฟริกาทันที

ช้างน้อยมีความสุขมาก  ที่ได้รับดอกไม้หายากจากลูกจิงโจ้ เมื่อลูกจิงโจ้ ลากลับไปแล้ว ช้างน้อยก็คิดอยากให้เพื่อนสนิทของมัน ได้ดมกลิ่นหอมของดอกไม้หายากนี้บ้าง แต่บ้านเพื่อนสนิทของช้างน้อยอยู่ที่จีน  หากเดินทางตามปกติ ดอกไม้หายากคงเหี่ยวเฉาไปก่อนแน่ ๆ แต่โชคดีที่ช้างน้อยรู้ทางเข้าอุโมงค์ลับ  มันจึงรีบเอางวงคล้องตะกร้าดอกไม้ แล้วเดินทางผ่านอุโมงค์ลับเพื่อไปหาเพื่อนของมันที่เมืองจีนทันที

มีใครรู้บ้างว่าเพื่อนของช้างน้อยคือใคร

ใช่แล้ว เพื่อนของช้างน้อยก็คือ หมีแพนด้าตัวที่เก็บดอกไม้หายาก ไปฝากนกเพนกวินนั่นเอง

หมีแพนด้าทั้งดีใจและแปลกใจมาก ที่ได้เห็นดอกไม้หายากอีกครั้ง ในชั่วเวลาเพียงแค่วันเดียว ถ้าหมีแพนด้าไม่นำดอกไม้ไปฝากเพื่อน กว่าจะได้เห็นดอกไม้หายากอีกครั้ง มันคงต้องรอไปอีกหลายปีเป็นแน่ แต่เมื่อต่างคนต่างอยากมอบความสุขให้แก่กัน การเดินทางของความสุขจึงเกิดขึ้น

…………………………………..