Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานอบอุ่นหัวใจ, นิทานเด็ก

ความปรารถนาของเจ้ามังกรไฟ : นิทานก่อนนอนอบอุ่นใจสำหรับเด็กและครอบครัว

วันที่ 8 กันยายน 2569 พี่นำบุญเห็นข้อความในเพจนิทานนำบุญข้อความหนึ่ง เป็นข้อความจากคุณพ่ออาร์ม ที่สอบถามมาว่า “ลูกอยากฟังนิทานเรื่องนี้ (ความปรารถนาของเจ้ามังกรไฟ) ทำไงดีครับ หาไม่เจอเลย” พี่นำบุญจึงตอบคุณพ่อไปว่า “นิทานเรื่องนี้ ยุติการเผยแพร่ในเว็บไปแล้วครับ แต่ถ้าเด็กดีอยากฟังคุณพ่อเล่า เดี๋ยวผมนำมาลงในอ่านอีกทีนะครับ”

ด้วยเหตุข้างต้น พี่นำบุญจึงนำนิทานเรื่อง “ความปรารถนาของเจ้ามังกรไฟ” จึงกลับมาให้อ่านกันอีกครั้ง ตามคำขอของ “คุณพ่ออาร์ม” ที่อยากอ่านนิทานเรื่องนี้ให้ “น้องธีร์” ลูกสุดที่รักได้ฟัง คุณพ่ออาร์มยังบอกพี่นำบุญอีกว่า “ปกติผมอ่านให้เขาฟังทุกวันเลยครับ แต่ผมไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ฟังเป็นปี ๆ แล้วครับ เพราะเหมือนว่าผมจะหาไม่เจอ พยายามหาหลายครั้งแล้วครับ”

พี่นำบุญต้องขอโทษที่นิทานหลาย ๆ เรื่องจำเป็นต้องหยุดเผยแพร่ เพราะยิ่งเผยแพร่นิทานเยอะ คนใจร้ายก็มักจะเข้ามาขโมยนิทานไปใช้ได้เยอะและตามจับได้ยาก (คดีละเมิดลิขสิทธิ์เยอะมาก ๆ) ถ้าใครคิดถึงนิทานเรื่องไหน สอบถามเข้ามาได้นะครับ พี่นำบุญอาจนำมาให้อ่านเป็นการชั่วคราว (กดเซฟไว้อ่านได้เลย อ่านในบ้านไม่ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์)

เมื่อร้อยวันพันปีก่อน มีมังกรน้อยตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในถ้ำตามลำพังอย่างเหงา ๆ เจ้ามังกรผู้น่าสงสารมีนามว่า ‘ฮูลิโอ’ มันฟักออกจากไข่ภายหลังจากการสงบลงของโรคระบาดครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตญาติพี่น้องทั้งหลายของมันไปจนหมดสิ้น และด้วยเหตุนี้เอง ฮูลิโอจึงกลายเป็นมังกรตัวสุดท้ายที่ยังคงมีชีวิตอยู่ท่ามกลางความเดียวดายในโลกที่แสนกว้างใหญ่

ความปรารถนาเพียงประการเดียวของเจ้ามังกรน้อยคือมันต้องการจะมีเพื่อน ดังนั้น เมื่อฮูลิโอเติบโตขึ้นเป็นมังกรหนุ่ม มันจึงตัดสินใจออกเดินทาง โดยมุ่งหวังที่จะใช้พลังไฟจากตัวของมันในการผูกสัมพันธ์และสร้างสรรค์มิตรภาพ

บุคคลแรกที่ฮูลิโอได้พบก็คือคุณยายซึ่งกำลังวุ่นวายอยู่กับการทำอาหารสารพัดชนิด เจ้ามังกรหนุ่มเห็นว่าเป็นโอกาสดีในการผูกมิตร มันจึงอาสาย่างไก่เพื่อช่วยให้คุณยายหายยุ่ง แต่โชคร้ายเหลือเกิน…เพราะแทนที่ฮูลิโอจะช่วยทำให้ไก่สุกหอมนุ่มอร่อยอย่างที่ควรจะเป็น มันกลับเผลอพ่นไฟแรงเกินขนาด จนทำให้ไก่ไหม้เกรียมเป็นตอตะโกไปเสียทุกตัว คุณยายโกรธมากถึงกับคว้าไม้กวาดมาไล่ฮูลิโอให้ไปให้พ้น ๆ และเมื่อเหตุการณ์ลงเอยเช่นนี้ ความพยายามครั้งแรกของเจ้ามังกรผู้อาภัพจึงล้มเหลวลงอย่างไม่เป็นท่า

ฮูลิโอขยับปีกบินขึ้นฟ้าด้วยความผิดหวัง แม้ความพยายามในครั้งแรกของมันจะไม่ประสบผลสำเร็จ แต่มันก็คอยปลอบใจตัวเองว่าจงอย่าท้อถอย ฮูลิโอเดินทางต่อไปจนได้พบกับสามีภรรยาคู่หนึ่ง ซึ่งกำลังช่วยกันบังคับลูกบอลลูนไม่ให้ตกลงสู่พื้น ฮูลิโอเห็นหนทางที่พอจะผูกมิตรกับคนทั้งสองได้ มันจึงเสนอตัวที่จะช่วยเติมไฟให้แก่ลูกบอลลูนซึ่งทำท่าว่าจะตกมิตกแหล่ แต่อนิจจา! เมื่อฮูลิโอพ่นไฟให้ความร้อนแก่ลูกบอลลูน แม้ความร้อนจะทำให้ลูกบอลลูนพองออกและลอยตัวสูงขึ้น แต่เปลวไฟของฮูลิโอมีความร้อนมากกว่าเปลวไฟปกติ ลูกบอลลูนจึงพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าจนเกือบจะหลุดออกไปนอกโลก ทั้งสามีและภรรยาต่างตกใจและโมโหฮูลิโอเป็นที่สุด ความหวังในการผูกมิตรของฮูลิโอจึงปิดฉากลงก่อนที่มันจะได้เริ่มต้นขึ้นเสียด้วยซ้ำ

ภายหลังจากการล้มเหลวติดต่อกันถึงสองครั้ง ฮูลิโอจึงเริ่มค้นพบว่า หากมันยังคงต้องการมีเพื่อน สิ่งที่มันควรทำเป็นลำดับแรกคือมันจะต้องหยุดพ่นไฟโดยเด็ดขาด เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้ว เจ้ามังกรหนุ่มจึงมุ่งหน้าไปหาชาวเมืองที่กำลังสร้างบ้าน แล้วเสนอตัวที่จะออกแรงช่วยทำงานต่าง ๆ เพื่อแบ่งเบาภาระของทุก ๆ คนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ตลอดระยะเวลาในการทำงาน ชาวบ้านต่างพากันกล่าวชมเชยมังกรหนุ่มอย่างไม่ขาดปาก แต่ก่อนที่การสร้างบ้านจะสิ้นสุดลงเพียงชั่วครู่เดียว ฝุ่นผงจากการก่อสร้างก็ลอยเข้าไปในจมูกของฮูลิโอ และทำให้ฮูลิโอเผลอจามออกมาเป็นไฟ จนบ้านที่สร้างเกือบเสร็จลุกไหม้วอดวายไปทั้งหลัง

ฮูลิโอเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นจนไม่อาจที่จะบรรยายได้ มันไม่อยากเกิดเป็นมังกรไฟเอาเสียเลย เพราะไฟที่มันพ่นออกมาแต่ละครั้งล้วนทำให้ใครต่อใครต้องเดือดร้อนกันไปทั่ว ฮูลิโอสัญญากับตัวเองว่ามันจะไม่พ่นไฟอีกแล้ว จากนั้น เจ้ามังกรผู้อาภัพก็บินหลีกลี้หนีจากผู้คนไปสู่ดินแดนแสนไกลสุดขอบโลก

ตลอดระยะเวลาในการเดินทาง ฮูลิโอไม่ได้พ่นไฟออกมาเลยแม้สักครั้ง ดังนั้น เมื่อมันบินมาถึงดินแดนขั้วโลกที่หนาวเหน็บ ร่างกายของมันจึงเปลี่ยนจากสีเขียวแบบมังกรทั้งหลายกลายมาเป็นสีส้มที่คุกรุ่นไปด้วยไออุ่นแห่งความร้อน

ในขณะนั้นเอง ฮูลิโอรู้สึกหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก มันแค่ต้องการใครสักคนมาเป็นเพื่อน แต่ดูเหมือนว่ามังกรไฟอย่างมันคงจะเป็นเพื่อนที่ดีของใคร ๆ ไปไม่ได้ ฮูลิโอเหงาจนน้ำตาไหล มันร้องไห้ไม่ยอมหยุดนานถึงสามวันสามคืน จนในที่สุด เจ้ามังกรผู้เดียวดายก็หมดแรงหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน

เมื่อฮูลิโอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง รอบตัวของมันกลับเต็มไปด้วยฝูงแมวน้ำ, นกเพ็นกวิน, สิงโต-ทะเล รวมทั้งผู้คนชาวน้ำแข็งที่พากันมานั่งอิงผิงไออุ่นจนดูเนืองแน่นไปหมด มังกรไฟตัวอุ่น ๆ กลายเป็นขวัญใจของทุก ๆ ชีวิตในดินแดนอันหนาวเหน็บ ฮูลิโอดีใจมากที่มันเป็นที่ต้องการของทุกคนที่นี่ และแล้ว…ฮูลิโอก็มีเพื่อนสมดังที่มันได้ตั้งความปรารถนาเอาไว้

Posted in Children’s Literature, Thai Folktales

ขอขอบคุณผู้อ่านจากทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้อ่านที่ Koeln

หลายปีที่ผ่านมา เว็บไซต์นิทานนำบุญได้มีโอกาสต้อนรับผู้อ่านจากหลากหลายประเทศ

ในแต่ละวัน จะมีผู้อ่านประมาณ 100-200 คนจากประเทศต่าง ๆ ที่แวะเข้ามาอ่านนิทานในเว็บไซต์นี้ ซึ่งสำหรับผมแล้ว มันเป็นกำลังใจที่มีค่ามา

แต่เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมได้พบสิ่งที่คาดไม่ถึง นั่นคือ..มีผู้อ่านจากเมืองโคโลญจ์ ประเทศเยอรมนี เข้ามาอ่านนิทานในเว็บไซต์นิทานนำบุญเป็นจำนวนมาก (ประมาณวันละ 2000 วิว) แม้ผมจะไม่ทราบว่าผู้อ่านแต่ละท่านเป็นใคร เป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ เป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ และไม่รู้ว่าแต่ละท่านรู้จักเว็บไซต์นี้ได้อย่างไร แต่การที่ทุกท่านให้เกียรติเข้ามาอ่านนิทานในเว็บไซต์นี้ ทำให้ผมรู้สึกขอบคุณและมีกำลังใจมาก ๆ

ตอนที่ผมสังเกตเห็นจำนวนผู้อ่านที่มากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผมแปลกใจจนต้องนำภาพและข้อมูลไปถาม A.I. ว่า “เกิดอะไรขึ้น”

A.I. คาดเดาว่า “จากข้อมูล เราไม่สามารถสรุปได้ว่ามีผู้อ่านที่เข้ามาใช้งานเว็บไซต์กี่คน เป็นคนไทยหรือคนประเทศไหน แต่ในเมืองโคโลญจ์ ประเทศเยอรมนี มีคนไทยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงอาจมีใครสักคนที่ปรารถนาดี แนะนำเว็บไซต์นิทานนำบุญลงในกลุ่ม Facebook หรือชุมชนใดชุมชนหนึ่ง จนทำให้มีคนรู้จักเว็บไซต์มากขึ้น และทำให้ยอดวิวเพิ่มขึ้น หรืออีกทางหนึ่ง อาจมีโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา ให้นักเรียนนักศึกษาอ่านนิทานจากเว็บไซต์นิทานนำบุญ จึงทำให้ยอดวิวเพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

ในฐานะนักเขียนนิทานที่ไม่โด่งดัง ซึ่งแต่งนิทานแบบเงียบ ๆ มาเกือบยี่สิบปีในนิตยสารขวัญเรือน และทำเว็บไซต์แบบเงียบ ๆ มาเกือบ 10 ปี การได้เห็นว่ามีคนสละเวลาเข้ามาอ่านนิทาน (แม้เพียงคนเดียว) ก็ถือว่าเป็นรางวัลที่มีความหมายที่สุด

ผมอยากขอขอบคุณทุก ๆ ความปรารถนาดีจากใจจริง และจะดีใจมาก หากได้รู้ว่าผู้อ่านเป็นใคร อ่านนิทานอยู่ที่ไหน และชอบนิทานเรื่องใดบ้าง

ขอบคุณทุกท่านอีกครั้งที่สละเวลาและให้เกียรติแวะเข้ามาอ่านนิทานในเว็บไซต์นี้ มันเป็นเรื่องที่ชวนชื่นใจมาก ๆ เมื่อได้เห็นว่า มีใครคนหนึ่งจากประเทศนั้นประเทศนี้ ที่ได้อ่านนิทานที่เราแต่ง ขอบคุณจากใจจริงครับ

For many years, the Nitan Nambun website has had the privilege of welcoming readers from various countries. Each day, about 100–200 people from around the world visit to read these stories, which has always been a precious source of encouragement for me.

But last week, I encountered something truly unexpected: readers from Cologne, Germany, came to read Nitan Nambun tales in great numbers — around 2,000 views per day. I do not know who these readers are, whether children or adults, Thai or international, or how they discovered this website. Yet the fact that you have given your time and honored these stories fills me with gratitude and renewed strength. When I noticed this sudden increase in readership, unlike anything before, I was so surprised that I even asked an AI, “What happened?”

The AI suggested: “From the data, we cannot conclude how many individual readers visited, or whether they were Thai or from other countries. But in Cologne, Germany, there is a large Thai community. It is possible that someone kindly recommended the Nitan Nambun website in a Facebook group or community, which led to more people discovering it. Another possibility is that a school or educational institution encouraged students to read stories from the site, resulting in the unusual rise in views.”

As a humble storyteller who has quietly written tales for nearly twenty years in Kwanruen magazine, and maintained this website for almost ten years, even a single reader is already a meaningful reward.

I sincerely thank you for every act of kindness, and I would be delighted to know who you are, where you read from, and which stories you enjoy most.

Once again, thank you to everyone who has taken the time to visit and read these tales. It is truly heartwarming to see that someone, somewhere in the world, has read the stories I wrote. My deepest gratitude to you all.

A warm illustrated postcard showing a storyteller thanking readers around the world, especially from Cologne, Germany, with children reading books and a dove stamp symbolizing peace.
“ขอบคุณผู้อ่านจากทั่วโลก โดยเฉพาะผู้อ่านจากเมืองโคโลญจ์ ประเทศเยอรมนี ที่สละเวลาเข้ามาอ่านนิทานในเว็บไซต์นิทานนำบุญ”