นานมาแล้ว ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) มีโอกาสได้แบกเป้ไปเที่ยวที่หลวงพระบาง ประเทศลาว ซึ่งจริง ๆ แล้ว ผมเดินทางไปเที่ยวลาวแทบทุกปี ทั้งลาวเหนือและลาวใต้ และทุกครั้งก็มักได้รับความรู้สึกดี ๆ กลับมาเสมอ
ปีหนึ่ง ผมแวะไปเที่ยวหลวงพระบางและพักอยู่หลายวัน ซึ่งในช่วงนั้นเอง ผมได้พบเด็กผู้หญิงที่นั่งขายผ้าปักอยู่ที่ตลาดกลางคืน งานปักของเธอไม่ได้สวยงามเป็นพิเศษ แต่กลับมีความซื่อและเรียบง่ายที่น่าประทับใจ วันนั้นผมได้ขอให้เธอช่วยปักภาพเจ้าชายน้อยลงบนผ้า และได้มอบหนังสือนิทานของผมให้เธอเพิ่มเติมจากค่าจ้าง (ซึ่งเด็กผู้หญิงคนนั้นดีใจที่ได้หนังสือนิทานมาก ๆ)
ความทรงจำที่อบอุ่นนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากแต่งนิทานสักเรื่อง เพื่อระลึกถึงช่วงเวลาที่ได้พบเจอเด็กหญิงนักปักผ้าในหลวงพระบาง และหวังว่าผู้อ่านจะชื่นชอบนิทานเรื่องนี้เช่นเดียวกับที่ผมประทับใจในวันนั้น
มาอ่านนิทานเรื่อง “นักปักผ้าตัวน้อย” ด้วยกันนะครับ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมไม่เคยขาด อนิจจา…แม้ร้านรวงจะค้าขายได้เงินจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก แต่ชาวเมืองส่วนใหญ่กลับยากจนและต้องทำงานหนัก…ไม่เว้นแม้กระทั่งเด็ก ๆ
อยู่มาวันหนึ่ง มีสาวน้อยคนหนึ่งเดินทางเข้ามาในเมือง ระหว่างที่เธอเดินชมเมืองอย่างมีความสุขอยู่นั้น จู่ ๆ เธอก็พบเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเอาผ้ามาปูที่พื้นริมทางเดิน แล้วนำข้าวของต่างๆ ทั้งสร้อยข้อมือถัก, ผ้าปัก, ของเล่นที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ฯลฯ มาวางขายอยู่ที่ริมถนน
ในตอนแรก หญิงสาวคิดว่าเด็กน้อยเป็นแม่ค้ามืออาชีพ แต่เมื่อหญิงสาวเดินเข้าไปคุย เธอก็พบว่า เด็กผู้หญิงคนนั้นเป็นเพียงเด็กนักเรียนธรรมดา ๆ แต่เพราะครอบครัวของเธอยากจนมาก เธอจึงต้องทำของมาขายหลังเลิกเรียน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่
ระหว่างที่หญิงสาวพูดคุยกับเด็กคนนั้น เธอสังเกตเห็นว่าเด็กหญิงตัวน้อยคุยกับเธอพร้อมกับปักผ้าไปด้วย เมื่อหญิงสาวถามว่าทำไมไม่พักบ้าง เด็กน้อยได้แต่ตอบว่า งานที่ต้องทำมีมากเหลือเกิน เธอมีเวลาขายของแค่สองชั่วโมง แล้วก็ต้องกลับไปทำงานบ้าน ก่อนจะมีเวลาปักผ้าแล้วรีบเข้านอน
หญิงสาวสงสารเด็กน้อยจับใจ หญิงสาวคิดจะช่วยเด็กหญิงด้วยการอุดหนุนงานของเธอสักชิ้น ครั้นเมื่อหญิงสาวหยิบงานผ้าปักลายชาวเขาและสัตว์นานาชนิดขึ้นมาดู เธอก็ต้องแปลกใจ เพราะเด็กหญิงตัวน้อยปักผ้าได้ประณีตเกินอายุ หนำซ้ำ ภาพต่าง ๆ ยังแตกต่างจากงานที่ขายตามท้องตลาด แถมราคาของผ้าที่มีภาพคนและสัตว์รวม 20 ภาพก็ถูกแสนถูกเพียง 100 บาทเท่านั้น ถ้าเธอปักผ้าให้ประณีตน้อยลงหรือปักภาพแบบเดียวกับคนอื่น บางทีเธออาจไม่ต้องเหนื่อยแบบนี้
แต่เมื่อหญิงสาวแนะนำเด็กน้อย เด็กน้อยกลับยิ้มเขิน ๆ แล้วตอบอย่างซื่อตรงว่า “หนูรู้ว่าการปักผ้าให้สวยและการออกแบบให้ภาพไม่เหมือนใครทำให้หนูต้องใช้เวลามาก แต่ไหน ๆ จะทำงานทั้งที หนูก็อยากทำอย่างเต็มที่ คนที่ซื้อจะได้ดีใจไงคะ”
หญิงสาวยิ้มเมื่อได้ฟังคำตอบ เด็กหญิงผู้ยากจนแต่มีความเป็นศิลปินอยู่เต็มหัวใจ บางทีเธออาจต้องการใครสักคนช่วยให้เธอทำงานที่เธอรักได้โดยที่ไม่ต้องเหนื่อยมากขนาดนี้
หญิงสาวครุ่นคิด สักพัก เธอก็เอ่ยปากขอให้เด็กน้อยช่วยทำสิ่งที่พิเศษมาก ๆ ให้เธอ
“น้องสาวจ๊ะ พี่อยากให้หนูปักรูปตัวพี่ที่เสื้อของพี่ หนูพอจะทำให้ได้ไหมและจะคิดราคาเท่าไหร่”.
เด็กน้อยแปลกใจเพราะไม่เคยมีใครขอให้เธอทำเช่นนี้มาก่อน เธอลังเลนิด ๆ แต่เมื่อหญิงสาวยืนยัน เด็กหญิงตัวน้อยจึงยอมทำโดยคิดราคาค่าปัก 20 บาท และขอใช้เวลาปักประมาณ 2 ชั่วโมง
หญิงสาวยิ้มด้วยความพอใจ เพราะปกติเด็กน้อยต้องปักผ้าเป็นภาพคนและสัตว์ถึง 20 ตัวจึงจะขายได้เงิน 100 บาท แต่เมื่อมาปักเสื้อให้เธอ เด็กน้อยได้เงินเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ที่ไม่เลวเลย อย่างไรก็ตาม ความตั้งใจของหญิงสาวยังไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ เพราะในระหว่างที่เด็กน้อยนั่งปักเสื้อ หญิงสาวก็จัดแจงนำป้ายเล็ก ๆ มาแขวนไว้ใกล้ ๆ กับที่ขายของของเด็กน้อย พร้อมกับเขียนข้อความบอกนักท่องเที่ยวว่า
“เด็กคนนี้ตั้งใจหาเงินเรียนหนังสือ เธอมีฝีมือในการออกแบบและปักผ้า ลองให้เธอปักภาพที่เสื้อของคุณสิคะ”
นักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างสนใจป้ายที่หญิงสาวเขียนไว้ และไม่นาน เด็กน้อยก็เริ่มมีลูกค้ามาเข้าแถวรอให้เธอออกแบบและปักเสื้อให้มากขึ้นเรื่อย ๆ
หญิงสาวดีใจที่เธอมีส่วนช่วยเด็กน้อยผู้ยากจนได้บ้าง แต่เธอไม่รู้ว่าเด็กน้อยจะมีอนาคตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ได้หรือไม่ ซึ่งไม่นานหลังจากนั้น หญิงสาวก็ต้องออกเดินทางไปที่เมืองอื่น
………
สิบปีต่อมา หญิงสาวมีโอกาสกลับไปที่เมือง ๆ นั้นอีกครั้ง คราวนี้ เธอตั้งใจเดินกลับไปยังสถานที่ที่เธอเคยพบเด็กหญิงตัวน้อยผู้ขยันขันแข็ง แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เธอไม่เห็นเด็กหญิงคนนั้นอีกแล้ว
หญิงสาวหดหู่ใจเล็กน้อย ครั้นเมื่อเธอหันไปมองอีกฟากของถนน ภาพที่เธอเห็นก็ทำให้เธอแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
เพราะตรงนั้น…มีเรือนหลังหนึ่ง ที่หน้าเรือนมีป้ายผ้าปักขนาดใหญ่ ซึ่งปักเป็นรูปหญิงสาวใจดีกำลังส่งยิ้มให้เด็กหญิงนักปักผ้า และมีป้ายเก่า ๆ ที่หญิงสาวจำลายมือได้ดีใส่กรอบติดอยู่ที่หน้าร้าน พร้อมกับมีข้อความเขียนอยู่ที่หน้ากรอบกระจกนั้นว่า
“ถ้าพี่กลับมา…อย่าลืมแวะเข้ามาหาหนูนะคะ หนูอยากปักผ้าให้พี่อีกสักครั้งค่ะ”
#นิทานนำบุญ

ชอบมากครับ อ่านมาเกือบครบแล้ว
LikeLike
ขอบคุณมากครับ ช่วงนี้ สัญญาณเน็ตแถวบ้าน มีปัญหาหนักมาก เลยอัพเรื่องใหม่ไม่ได้ จะหาจังหวะอัพให้ได้อย่างน้อย สัปดาห์ละเรื่องนะครับ ขอบคุณที่ติดตามครับ
LikeLike
วันนี้อ่านจบแล้ว พรุ่งนี้อัพเรื่องต่อได้เลยครับ 5555
LikeLike
เมื่อวานไม่มีเน็ตครับ (แถวบ้านมีปัญหาหนักมาก) วันนี้ พอมีสัญญาณ เลยรีบลงเรื่องใหม่เลยครับ
LikeLike
อ่านจบแล้วครับ ลงเรื่องใหม่ต่อได้เลย 555
LikeLike
ต่อได้เลยครับ
LikeLike
อ่านให้แฟนฟังทุกคืน จนตอนนี้ต้องเริ่มวนเรื่องแล้วครับ สนุกมากๆ ขอบคุณสำหรับนิทานดีๆ ครับผม
LikeLike
ขอบคุณมาก ๆ นะครับ
LikeLike