Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

นิทานเรื่องพิเศษ : บ่างบิน

นิทานก่อนนอนเรื่องยาว ๆ เรื่อง “บ่างบิน” เป็นนิทานที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ)  แต่งขึ้นเพื่อแสดงความรักที่ผมมีต่อชาวไทใหญ่  (ซึ่งเกิดขึ้นจากตอนที่ผมมีโอกาสไปนอนวัดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนพร้อมกับพ่อครูมาลา คำจันทร์ และทำให้ได้รับรู้เกี่ยวกับชีวิตของเณรชาวไทใหญ่ที่นั่น)  นิทานเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมนำวัฒนธรรมของชาวไทใหญ่ (ในช่วงก่อนบวช) มาแต่งเป็นนิทานแนวผจญภัยแบบแฟนตาซีพื้นบ้าน เพื่อส่งเสริมเรื่องความกตัญญู  (เรียกว่า นิทานลูกยอดกตัญญูก็ได้นะครับ)  ซึ่งหวังว่านิทานเรื่องนี้จะเป็นนิทานก่อนนอนเรื่องยาว ๆ ที่ถูกใจทุก ๆ คนนะครับ   ท้ายนี้ ผมขอขอบคุณภาพถ่ายเด็กชาวไทใหญ่ที่กำลังเล่น “บ่างบิน”  ซึ่งนำมาจากภาพถ่ายของพ่อครู มาลา คำจันทร์  และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมแต่งนิทานเรื่องนี้ครับ  ขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ครับ

79618370_162348528499624_350701972552155136_n

นิทานเรื่อง บ่างบิน


นานมาแล้ว ณ หมู่บ้านเล็ก ๆ กลางหุบเขาแสนไกล ยังมีหญิงสาวผู้หนึ่งชื่อว่า “นางแสงฟ้า” 
แม้นางแสงฟ้าจะยากจนและยังคงเป็นโสด แต่นางกลับมีลูกชายถึง 7 คน ซึ่งลูกทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นเด็กกำพร้าที่นางรับมาดูแลด้วยความเมตตาทั้งสิ้น 
 
ลูกทั้ง 7 คนที่นางแสงฟ้านำมาเลี้ยงเป็นเด็กดีและรักแม่ทุกคน พวกเขามักช่วยนางแสงฟ้าทำงานต่าง ๆ อยู่เสมอ โดยลูก 6 คนที่โตกว่าจะออกไปช่วยงานในไร่ในสวน ส่วน “เจ้าบุญ” ลูกคนเล็กจะคอยดูแลงานบ้านต่าง ๆ ตามกำลังที่เด็กอย่างเขาพอจะทำได้
 
ครั้นเมื่อย่างเข้าสู่ฤดูบุญ เด็ก ๆ หารือกันว่าพวกเขาอยากทำให้แม่ชื่นใจด้วยการบวชเป็นสามเณร เด็ก 6 คนผู้เป็นพี่จึงบอกให้เจ้าบุญช่วยดูแลแม่ในช่วงที่ทุกคนบวช ส่วนพวกเขาจะตั้งใจศึกษาธรรมเพื่อกล่อมเกลาจิตใจให้ดีสมกับที่ได้เป็นลูกของแม่เมื่อนางแสงฟ้ารู้ว่าลูก ๆ จะบวชเรียน นางจึงมอบผ้าทอแทนความรักให้ลูกคนละผืน (รวมทั้งมอบให้เจ้าบุญด้วย) จากนั้น นางแสงฟ้าก็พาลูกไปฝากไว้ที่วัด เพื่อให้ลูก ๆ ฝึกท่องคำขอบวชกับสามเณรรุ่นพี่เสียก่อน
 
ในช่วงพักเรียน ลูกของนางแสงฟ้าทั้ง 6 คนมักนำผ้าที่แม่ให้มาผูกเอว แล้วถือชายผ้าทั้งสองข้าง วิ่งแข่งกันขึ้นเนินหลังวัดให้ลมตีผ้าจนโป่งพองโดยจินตนาการว่าพวกเขาคือบ่างที่บินได้ ครั้นเมื่อเจ้าบุญเห็นพี่ ๆ เล่น “บ่างบิน” กัน เจ้าบุญก็แอบคิดว่าสักวันเขาจะลอง “บิน” แบบพี่ ๆ บ้างคืนหนึ่ง…ก่อนถึงงานบวช มีคนมาแจ้งให้นางแสงฟ้าทราบว่า ลูก ๆ ของนางแสงฟ้าถูกผีพรายมาลักพาตัวไป บางทีพวกผีอาจได้กลิ่นหอมเนื้อนาบุญ จึงอยากขัดขวางการบวชและอยากจับเด็ก ๆ กินเป็นอาหาร

ทันทีที่นางแสงฟ้าได้ฟัง นางก็รีบเดินทางเข้าป่าเพื่อตามหาลูก ๆ นางแสงฟ้าแกะรอยตามลูก ๆ จนรุ่งสาง แต่จนแล้วจนรอด นางก็ตามไม่พบ เมื่อเจ้าบุญเห็นแม่กลับบ้านมาด้วยสีหน้าอมทุกข์ เขาจึงรีบนำข้าวปลาอาหารมาให้แม่กิน แล้วขอให้แม่นอนพักเอาแรงสักหน่อย โดยตัวเขาอาสาจะนวดเท้าที่เลอะขี้ดินขี้เลนให้แม่ก่อนที่แม่จะออกไปตามหาพี่ ๆ อีกครั้ง

เจ้าบุญตั้งใจนวดฝ่าเท้าให้แม่อยู่นานจนนางแสงฟ้าเผลอหลับ ครั้นเมื่อเจ้าบุญเห็นดังนั้น เขาจึงตัดสินใจออกไปตามหาพี่ ๆ แทนแม่ เพราะไม่อยากให้แม่ต้องเหนื่อยอีกก่อนออกเดินทาง เจ้าบุญนำผ้าที่แม่ให้ไว้มาคาดเอว จากนั้น เขาก็ย่องลงบันได แล้วใช้มือที่นวดเท้าแม่จุ่มลงไปในอ่างน้ำหน้าบ้าน เจ้าบุญวักน้ำขึ้นลูบหัวลูบหน้าเป็นสิริมงคลก่อนเดินทาง พร้อมกับพนมมือขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้เขาพาพี่ ๆ กลับมาได้เป็นผลสำเร็จ
 
เมื่ออธิษฐานเสร็จ เจ้าบุญก็เช็ดมือที่เปียกน้ำกับชายผ้าที่คาดเอวอยู่ ทันใดนั้น สายลมแรงก็พัดมาอย่างไม่มีปีมีขลุ่ยจนทำให้ผ้าที่เจ้าบุญคาดเอวโป่งพอง แล้วเด็กน้อยก็ลอยลิ่วขึ้นฟ้ากลายเป็น “บ่างบิน” ที่บินได้จริง ๆ ราวกับเขามีอิทธิฤทธิ์

สักพักใหญ่ เจ้าบุญก็ร่อนลงตรงหน้าถ้ำแห่งหนึ่งใกล้ ๆ กับหนองน้ำซึ่งมีผีพรายหลายตนยืนเฝ้าอยู่ ผีพรายเหล่านั้นเหมือนมองไม่เห็นเด็กน้อยที่บุกรุกเข้าไปในถิ่นของมัน เจ้าบุญแปลกใจจึงรวบรวมสติพลางคิดว่า บางทีอาจเป็นเพราะน้ำที่เขาลูบหัวลูบหน้ามีเศษดินจากเท้าแม่เจืออยู่ มันจึงมีความศักดิ์สิทธิ์ทำให้เขาลอยขึ้นฟ้าได้และช่วยปกป้องไม่ให้ผีพรายมองเห็นเขา
 
ในขณะที่เจ้าบุญกำลังครุ่นคิดถึงความศักดิ์สิทธิ์ของน้ำอยู่นั้น จู่ ๆ พวกผีพรายก็พาตัวพี่ ๆ ของเจ้าบุญออกมาจากถ้ำเพื่อเตรียมกินเป็นอาหาร เจ้าบุญอยากช่วยพี่ ๆ ให้พ้นจากอันตราย และเขาก็เชื่อมั่นในพลังวิเศษของน้ำที่มีเศษดินจากเท้าแม่ เขาจึงเสี่ยงวิ่งไปที่หนองน้ำ พร้อมกับเอามือที่นวดเท้าแม่จุ่มลงไปในหนองน้ำ จากนั้น ก็กวักน้ำสาดเข้าใส่ผีพรายทั้งหลายทันที
 
แล้วก็เป็นจริงดังคาด เมื่อร่างของผีพรายสัมผัสกับน้ำ พวกมันก็ร้องโอดโอยและร่างของพวกมันก็สลายไปในชั่วพริบตา น้ำที่ผสมกับฝุ่นดินจากเท้าของแม่ช่วยคุ้มครองให้ลูกปลอดภัยได้อย่างน่าอัศจรรย์ เจ้าบุญดีใจที่เขาจัดการผีพรายได้สำเร็จ เขารีบชวนให้พี่ ๆ ใช้มือจุ่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ แล้วจับชายผ้าคาดเอวกางเป็นปีกบินกลับบ้าน ก่อนที่แม่จะตื่นขึ้นมาและเป็นห่วงพวกเขามากไปกว่านี้
 
ในทีสุด เด็กทั้ง 7 คนก็กลายเป็น “บ่างบิน” บินกลับไปถึงบ้านได้อย่างปลอดภัยไร้ปัญหา นางแสงฟ้าดีใจมากที่ลูก ๆ รอดจากเงื้อมมือของเหล่าผีร้ายได้อย่างไม่คาดฝัน เด็กทุกคนก้มกราบเท้าแม่และขอโทษที่ทำให้แม่เป็นห่วง หลังจากนั้น เด็ก ๆ ก็ได้บวชเรียนตามที่ตั้งใจเอาไว้ โดยมีเจ้าบุญคอยดูแลแม่แทนพี่ ๆ ด้วยความรักแม่สุดหัวใจ.
 
#นิทานนำบุญ

………………

Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก, Uncategorized

รีวิว : คุณพ่อนักแปลงกาย

นิทานก่อนนอนหรือหนังสือภาพสำหรับเด็กเกี่ยวกับพ่อหรือความรักของพ่อในเมืองไทยมีไม่มากนัก พี่นำบุญ จึงทดลองแต่งหนังสือเรื่อง “คุณพ่อนักแปลงกาย” เพื่อให้เป็นหนังสือภาพสำหรับเด็กที่สามารถนำไปใช้ในการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก และทำให้ได้เห็นบทบาทอันสำคัญที่พ่อมีต่อลูก  Continue reading “รีวิว : คุณพ่อนักแปลงกาย”

Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

กระต่ายแสงจันทร์

นิทานเรื่อง กระต่ายแสงจันทร์

ในตำนานเก่าแก่ของชาวกระต่าย มีเรื่องเล่าถึง ‘กระต่ายแสงจันทร์’ ผู้คอยปกป้องและช่วยเหลือกระต่ายน้อยทั้งหลายให้พ้นจากอันตรายต่าง ๆ เด็ก ๆ ชาวกระต่ายต่างมีกระต่ายแสงจันทร์เป็นพระเอกในดวงใจด้วยกันทั้งนั้น กระต่ายตัวน้อย ๆ ทั้งหลายมักจะฟุ้งฝันอยากเป็นกระต่ายแสงจันทร์ในวันที่พวกเขาโตขึ้น

‘เจ้าเมฆขาว’ เป็นกระต่ายน้อยอีกตัวหนึ่งที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นกระต่ายแสงจันทร์ ปู่ของเมฆขาวเคยเล่าให้เมฆขาวฟังว่า ดวงจันทร์จะมอบพลังให้แก่กระต่ายผู้กล้าหาญ เพื่อให้กระต่ายตัวนั้นใช้พลังแห่งแสงจันทร์ต่อสู้กับเหล่าร้ายในยามที่เกิดเหตุคับขัน เมฆขาวตั้งใจที่จะเป็นกระต่ายแสงจันทร์ให้จงได้ ด้วยเหตุนี้ เมฆขาวจึงปฏิญาณกับตัวเองว่า เขาจะต้องเป็นกระต่ายที่กล้าหาญ เพื่อให้ดวงจันทร์มอบพลังวิเศษให้แก่เขา

เพื่อน ๆ ของเมฆขาวมักจะพากันหัวเราะเยาะเมื่อได้ยินเมฆขาวพูดถึงความใฝ่ฝันที่เขาอยากจะเป็นกระต่ายแสงจันทร์ จริงอยู่ที่เด็ก ๆ ชาวกระต่ายต่างใฝ่ฝันอยากจะเป็นกระต่ายแสงจันทร์ด้วยกันทั้งนั้น แต่เพราะเมฆขาวเป็นกระต่ายตัวเล็ก ๆ ที่ไม่น่าจะมีเรี่ยวแรงพอจะไปปกป้องใครได้ ความใฝ่ฝันของเมฆขาวที่อยากจะเป็นวีรบุรุษผู้พิทักษ์จึงกลายเป็นเรื่องตลกขบขันในสายตาของกระต่ายน้อยตัวอื่น ๆ

แม้เมฆขาวจะถูกเพื่อน ๆ หัวเราะเยาะอยู่เป็นประจำ แต่เมฆขาวก็ไม่เคยเสียกำลังใจหรือเลิกล้มความตั้งใจของเขาเลยแม้สักครั้ง

เย็นวันหนึ่ง ในขณะที่เมฆขาวออกไปหากิ่งไม้ในป่าเพื่อนำมาก่อไฟไล่ความหนาว มีหมาป่าที่หิวโหยฝูงหนึ่งบุกเข้าโจมตีหมู่บ้านกระต่าย แล้วจัดการจับกระต่ายทุก ๆ ตัวมารวมกันไว้ในกระโจมขนาดใหญ่กลางหมู่บ้าน พวกหมาป่าตั้งใจจะบังคับให้กระต่ายทั้งหมดเดินทางไปกับพวกมันในตอนเช้า โดยพวกมันวางแผนที่จะขังกระต่ายทั้งฝูงเอาไว้ในถ้ำ เพื่อสำรองเป็นอาหารสำหรับฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง

เมื่อชาวกระต่ายถูกหมาป่าจับมาขังเอาไว้ในกระโจม กระต่ายหลายตัวกลัวจนน้ำตาไหล เพราะรู้ซึ้งถึงชะตากรรมที่พวกมันกำลังเผชิญอยู่ คุณปู่ของเมฆขาวเห็นเด็ก ๆ ชาวกระต่ายตื่นกลัวจนเนื้อตัวสั่น ดังนั้น คุณปู่จึงตัดสินใจเล่าตำนานกระต่ายแสงจันทร์ เพื่อปลอบให้กระต่ายน้อยทั้งหลายค่อยคลายความกังวลลงไปบ้าง

พวกหมาป่าทั้งฝูงที่นั่งเฝ้าอยู่ในกระโจมไม่พอใจที่คุณปู่เล่าเรื่องกระต่ายแสงจันทร์ให้เด็ก ๆ ชาวกระต่ายฟัง พวกมันพากันเดินตรงมาหาคุณปู่และสั่งให้คุณปู่สงบปากสงบคำก่อนที่พวกมันจะอดใจเอาไว้ไม่ไหว คุณปู่จำใจต้องหยุดเล่าเรื่องตามคำขู่ของฝูงหมาป่า แต่ในขณะเดียวกัน คุณปู่ก็สังเกตเห็นสีหน้าของเหล่าหมาป่าที่ดูซีดเผือดอย่างประหลาด ซึ่งในตอนนั้น คุณปู่กระต่ายไม่รู้เลยว่า ตำนานเรื่องกระต่ายแสงจันทร์ที่ชาวกระต่ายชื่นชมกันนักหนา กลับเป็นตำนานสยองขวัญที่ชาวหมาป่าต่างหวาดผวาและไม่อยากจะพูดถึงเป็นที่สุด

ตกดึก เมฆขาวแบกกิ่งไม้หอบใหญ่ตรงกลับมาที่หมู่บ้านของเขา คืนนั้น พระจันทร์สีน้ำเงินฉายแสงสว่างจ้า เมฆขาวรู้สึกแปลกใจที่บ้านเรือนของชาวกระต่ายดับไฟมืดกันไปหมด เขามองกระโจมสีขาวขนาดใหญ่กลางหมู่บ้านที่มีแสงเทียนวอมแวมอยู่เรือง ๆ “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” เมฆขาวเงี่ยหูฟังเสียงที่ล่องลอยมาจากกระโจม เขาได้ยินเสียงกระต่ายวัยไล่เลี่ยกับเขากำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความกลัว เมฆขาวพยายามตั้งสติ และในขณะนั้นเอง กลิ่นของสัตว์ร้ายที่ไม่น่าพิสมัยก็ลอยตามสายลมมากระทบกับจมูกของเขา เมฆขาวขนลุกซู่ เขารู้ในทันทีว่า เหตุร้ายครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้นกับชาวกระต่ายเข้าให้เสียแล้ว

เมฆขาวมีทางเลือกอยู่ 2 ทาง คือการหนีเอาตัวรอด หรือหาทางช่วยชาวกระต่ายให้พ้นภัย เมฆขาวตัวสั่นเทาด้วยความกลัว กระต่ายตัวเล็ก ๆ อย่างเขาจะเอาอะไรไปสู้กับฝูงหมาป่า ที่โหดเหี้ยมได้ เมฆขาวคิดหนัก ฉับพลัน…ถ้อยคำที่คุณปู่เคยบอกเล่าก็แว่วเข้ามาในห้วงคำนึงของเจ้ากระต่ายตัวน้อย
“ดวงจันทร์จะมอบพลังให้แก่กระต่ายผู้กล้าหาญ เพื่อให้กระต่ายตัวนั้นใช้พลังแห่งแสงจันทร์ต่อสู้กับเหล่าร้ายในยามที่เกิดเหตุคับขัน”

เมฆขาวแหงนหน้ามองพระจันทร์ด้วยแววตาที่มุ่งมั่น ไม่มีใครอีกแล้วที่จะช่วยชาวกระต่ายให้รอดพ้นจากเคราะห์กรรมในครั้งนี้ได้…นอกจากเขา เมฆขาวอธิษฐานขอพลังจากดวงจันทร์ และหลังจากที่เขานิ่งจ้องมองดวงจันทร์อยู่พักใหญ่ ในที่สุด เมฆขาวก็ตัดสินใจรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีอยู่ แล้วเดินตรงไปยังเนินดินเตี้ย ๆ ที่อยู่ระหว่างกระโจมกับแสงจันทร์ จากนั้น เขาก็ชูกิ่งไม้แห้งที่เก็บมาใช้ทำฟืนขึ้นเหนือศีรษะ แล้วโบกมันไปมากลางอากาศพร้อมๆ กับส่งเสียงกู่ร้องขับไล่ฝูงหมาป่าอย่างบ้าคลั่ง!

ฝูงหมาป่าและชาวกระต่ายทั้งหมดตกใจตื่นเมื่อได้ยินเสียงร้องคำรามขับไล่ที่ดังฝ่าความเงียบสงัดในค่ำคืนนั้น และทันทีที่เหล่าหมาป่ามองไปยังผนังผ้าใบสีขาวของกระโจม พวกมันก็ต้องตกใจจนแทบสิ้นสติ เมื่อเห็นเงาของกระต่ายในตำนานที่มุ่งหมายจะขย้ำพวกมันให้สิ้นซากด้วยกรงเล็บในอุ้งมือขนาดมหึมา

แน่นอน…ฝูงหมาป่าแตกกระเจิงไปคนละทิศละทางในชั่วเวลาเพียงพริบตาเดียว ส่วนชาวกระต่ายทั้งหลายที่ตั้งสติได้ก็เริ่มหลั่งน้ำตาด้วยความปลื้มปิติ และพากันส่งเสียงร้องเรียกวีรบุรุษที่พวกเขาศรัทธาให้เข้ามาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขา 

เจ้าเมฆขาวค่อย ๆ เดินตรงไปยังกระโจมตามเสียงเรียกร้อง และทันทีที่เมฆขาวมุดเข้าไปในกระโจม เงาของวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ก็กลับกลายเป็นเจ้ากระต่ายตัวเล็ก ๆ ที่ถือกิ่งไม้แห้งเอาไว้ในมือทั้งสองข้าง กระต่ายทุกตัวตะลึงงันต่อภาพที่ปรากฏตรงหน้า นี่คือกระต่ายแสงจันทร์ตัวจริงที่ช่วยชีวิตพวกเขาเอาไว้ในคราวคับขัน กระต่ายทั้งหลายพากันยิ้มและยอมรับในความกล้าหาญของกระต่ายน้อยที่มีชื่อว่า ‘เจ้าเมฆขาว’ โดยไม่มีข้อโต้แย้ง

นับจากนั้นเป็นต้นมา เรื่องราวของกระต่ายแสงจันทร์ ‘ตัวน้อย’ ก็ได้รับการเล่าขานสืบต่อกันจนถึงชั่วลูกชั่วหลาน และในที่สุด มันก็ได้รับการบันทึกเป็นนิทานที่เด็ก ๆ กำลังอ่านกันอยู่ในขณะนี้

#นิทานนำบุญ

………………

Posted in นิทาน, เด็ก, เรื่องสั้น, family, Kid, Uncategorized

สิงโตโมโหร้ายกับกระต่ายปู้ดป้าด

นานมาแล้ว  มีสิงโตกับกระต่ายเป็นเพื่อนรักที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียนอนุบาล   สิงโตมีนิสัยกล้าหาญ   ส่วนกระต่ายมีนิสัยขี้ขลาด    แม้ทั้งคู่จะมีนิสัยที่ต่างกันมาก  แต่พวกมันก็เป็นเพื่อนที่สนิทกันที่สุด   สิงโตมักจะคอยปกป้องกระต่ายอยู่เสมอ   ส่วนกระต่ายก็หวังว่าสักวันหนึ่งมันจะได้ทำอะไรเพื่อตอบแทนความใจดีของเจ้าสิงโตบ้าง

วันหนึ่ง  สิงโตเกิดไปหลงรักแม่เสือสาวเข้า   แต่แม่เสือสาวกลับไม่ไยดีเจ้าราชสีห์หนุ่ม  เธอหาว่าสิงโตไม่ทันสมัย…ชอบใส่กางเกงทรงลุงดูเชยชะมัด   สิงโตเศร้าใจเมื่อสาวเจ้าไม่สน  กระต่ายเห็นเพื่อนตกอยู่ในห้วงทุกข์   มันจึงตัดสินใจที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ

กระต่ายพิจารณาการแต่งตัวของเจ้าสิงโตก็เห็นด้วยกับแม่เสือสาว  ดังนั้น มันจึงไปขอร้องคุณเม่นให้ช่วยตัดชุดสวยให้สิงโตผู้ช้ำรัก   คุณเม่นบรรจงตัดชุดสุดเท่ห์ให้สิงโตหนึ่งชุด  แต่คุณเม่น  ลืมดึงหนามแหลมที่ใช้แทนเข็มออกจากกางเกงตัวเก่ง  พอสิงโตลองกางเกง  คมเข็มก็จิ้มก้นจนสิงโตร้องเจี๊ยก!   และทันใดนั้นเอง  สิงโตก็เผลอเตะก้นคุณเม่นด้วยความโมโหจนคุณเม่นลอยโด่งไปค้างอยู่บนยอดต้นตาล   เจ้ากระต่ายตกใจที่เห็นสิงโตโมโหโทโส  มันเผลอผายลมออกมาดังปู้ดป้าด แถมยังร้องไหแง ๆ จนสิงโตได้สติและต้องรีบเข้ามาปลอบ

เมื่อกระต่ายคลายความตระหนก  มันก็ดั้นด้นไปขอร้องให้ตัวกินมดซึ่งมีฝีมือในการตัดเย็บเสื้อผ้าได้ประณีตไม่แพ้คุณเม่นให้ช่วยตัดชุดให้สิงโตขี้โมโห   ตัวกินมดตั้งใจตัดชุดสุดฝีมือ  แต่ก่อนที่ตัวกินมดจะเอาชุดใหม่ไปให้สิงโต   มันดันเผลอวางชุดไว้ใกล้ ๆ กับโต๊ะอาหารที่มีมดอยู่เต็มไปหมด  เมื่อพวกมดเห็นทางหนี  มันจึงพร้อมใจกันเข้ามาซ่อนอยู่ในกางเกงตัวเก่ง   พอสิงโตลองกางเกง  พวกมดก็พากันกัดก้นจนสิงโตร้องเจี๊ยก!  และทันใดนั้นเอง สิงโตก็เผลอเตะก้นตัวกินมดด้วยความโมโหจนตัวกินมดลอยโด่งไปค้างอยู่บนยอดต้นตาล   เจ้ากระต่ายตกใจที่เห็นสิงโตโมโหโทโส  มันเผลอผายลมออกมาดังปู้ดป้าด แถมยังร้องไห้แง ๆ ไม่ยอมหยุดจนสิงโตได้สติและต้องรีบเข้ามาปลอบ  

เมื่อน้ำตาแห้ง   กระต่ายก็ตัดสินใจที่จะไปหาคุณป้านกฮูกและขอร้องให้คุณป้าช่วยตัดชุดให้กับสิงโต   คุณป้านกฮูกตัดเสื้อผ้ามานาน  ชุดที่คุณป้าตัดจึงเป็นชุดที่สวยที่สุด  แต่เนื่องจากเจ้ากระต่ายไม่อยากให้คุณป้านกฮูกเจอลูกหลงถูกเตะไปค้างอยู่บนยอดต้นตาลเหมือนกับคุณเม่นและตัวกินมด  ดังนั้น เจ้ากระต่ายจึงอาสาเอาชุดไปให้สิงโตลองด้วยตัวของมันเอง

กระต่ายไปหาสิงโตแต่ไม่มีใครอยู่บ้าน   เจ้ากระต่ายเห็นสบโอกาสจึงลองใส่ชุดของสิงโตเพื่อทดสอบว่าในชุดมีหนามหรือมดซุกซ่อนอยู่หรือไม่    ในขณะที่กระต่ายผู้หวังดีกำลังลองชุดอยู่นั้น   จู่ ๆ เจ้าสิงโตก็โผล่ออกมาร้องว่าจ๊ะเอ๋  ทำให้กระต่ายขวัญผวาจนเผลอผายลมปู้ดป้าดออกมาแรงเสียจนกางเกงก้นขาดเป็นรูเบ้อเร่อ    เจ้ากระต่ายร้องไห้แง ๆ เพราะเสียใจที่ ทำให้กางเกงตัวใหม่ของเพื่อนเป็นรูโบ๋   มิหนำซ้ำ เมื่อมันรู้ว่าสิงโตมีนัดที่จะได้ไปพบกับแม่เสือสาวอีกครั้งในเย็นวันนั้น  มันก็ยิ่งรู้สึกผิดและร้องไห้ไม่ยอมหยุด

สิงโตสงสารกระต่ายจึงปลอบเพื่อนรักด้วยการเอ่ยปากชมกางเกงก้นขาดว่าเท่ห์ล้ำสมัย  แถมมันยังบอกให้กระต่ายถอดกางเกงที่ลองออกเพื่อที่มันจะได้ใช้ใส่ไปหาแม่เสือสาวสุดที่รัก

สิงโตหนุ่มใส่กางเกงก้นขาดด้วยความขวยเขิน  แม้การใส่กางเกงที่ก้นขาดเป็นรูจนหางโผล่ออกมาได้เช่นนี้อาจจะไม่เป็นที่ต้องตาต้องใจแม่เสือคนสวยนัก  แต่สิงโตคิดว่าอย่างน้อยมันก็เป็นวิธีที่พอจะช่วยบรรเทาความเศร้าของเพื่อนรักให้ค่อยคลายลงไปได้บ้าง   

เมื่อสิงโตหนุ่มไปพบกับแม่เสือสาวตามเวลานัดหมาย   สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นอย่างที่เจ้าสิงโตคิด  เพราะทันทีที่แม่เสือสาวเห็นสิงโตใส่กางเกงแบบมีหางโผล่แทนที่จะเป็นกางเกงทรงลุงที่มีหางตุง ๆ ซุกอยู่ข้างใน   แม่เสือสาวก็ร้องวี้ดว้ายกระตู้วู้กับการแต่งตัวแนวใหม่ของพ่อสิงโตหนุ่มสุดหล่อ  แล้วจัดการกระโดดเข้าหอมแก้มราชสีห์หนุ่มผู้มีเสน่ห์เป็นพัลวัน

ในที่สุด  เจ้ากระต่ายปู้ดป้าดก็สามารถช่วยสิงโตได้ดังใจหวัง  และหลังจากนั้นไม่นานสิงโตหนุ่มก็ได้แต่งงานกับแม่เสือสาวสมใจ โดยมีกระต่ายคอยร่วมยินดีอยู่ใกล้ ๆ ในฐานะเพื่อนรักของทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว

#นิทานนำบุญ

………………

Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

สัตว์เลี้ยงของเจ้าหญิง

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเจ้าหญิงพระองค์หนึ่งทรงเป็นเจ้าหญิงที่มีนิสัยสุดแสนจะขี้เกียจชนิดที่หาใครเทียบได้ยาก วันทั้งวัน..เจ้าหญิงจะเอาแต่กินกับนอน โดยปล่อยให้เหล่าพี่เลี้ยงคอยป้อนข้าวป้อนน้ำให้ราวกับว่าพระองค์ยังคงเป็นเจ้าหญิงตัวเล็ก ๆ ที่พึ่งพาตนเองไม่ได้

อยู่มาวันหนึ่ง เจ้าหญิงมีความจำเป็นต้องหาสัตว์เลี้ยงคู่กายมาเลี้ยงเอาไว้ ดังเช่นที่เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ทั้งหลายพึงปฏิบัติ และด้วยเหตุนี้เอง เจ้าหญิงจึงเรียกนางฟ้าประจำตัวให้มาพบ แล้วขอให้นางฟ้าเนรมิตสัตว์เลี้ยงให้แก่พระองค์สักตัวหนึ่ง

นางฟ้าตรึกตรองอยู่พักใหญ่ ในที่สุด นางฟ้าก็เสกสุนัขตัวเล็ก ๆ ที่มีแววตาใสซื่อให้เป็นเพื่อนกับเจ้าหญิง   เจ้าหญิงทรงพอพระทัยมาก พระองค์ทรงเห่อเจ้าสุนัขตัวน้อยอย่างออกนอกหน้า แต่หลังจากเวลาผ่านไปเพียงแค่สามวัน เจ้าหญิงก็ทรงขี้เกียจให้อาหารเจ้าสุนัขตัวน้อย ดังนั้น เจ้าสุนัขจึงแอบหนีไปจากเจ้าหญิงด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ

เมื่อไม่มีสัตว์เลี้ยงประจำตัว เจ้าหญิงจึงเรียกนางฟ้าให้มาช่วยเนรมิตสัตว์เลี้ยงให้แก่พระองค์อีกเป็นหนที่สอง ซึ่งในคราวนี้ เจ้าหญิงทรงกำชับกับนางฟ้าว่า พระองค์ทรงต้องการสัตว์เลี้ยงที่งามสง่า แต่สามารถหาอะไร ๆ กินเองได้ในยามที่พระองค์ทรงขี้เกียจให้อาหาร

นางฟ้าครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ในที่สุด นางฟ้าก็ตัดสินใจเนรมิตแมวเปอร์เซียให้เป็นสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของเจ้าหญิง เจ้าหญิงทรงปลื้มสัตว์เลี้ยงของพระองค์มาก เพราะเจ้าแมวน้อยแลดูสง่างามและมีท่าทางเฉลียวฉลาดเป็นที่สุด แต่หลังจากที่เวลาผ่านไปได้อีกเพียงสามวัน เจ้าหญิงก็ทรงขี้เกียจใส่ใจดูแลเจ้าแมวขนฟูเช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับเจ้าสุนัขที่น่าสงสาร ซึ่งเมื่อเจ้าแมวเห็นว่าเจ้าหญิงไม่เต็มใจจะเป็นนายของมันอีกต่อไปแล้ว เจ้าแมวจึงตีจากเจ้าหญิงไปด้วยความผิดหวัง

เมื่อเจ้าหญิงไม่มีสัตว์เลี้ยงประจำตัว พระองค์จึงจำเป็นต้องเรียกนางฟ้าให้มาช่วยเนรมิตสัตว์เลี้ยงให้แก่พระองค์อีกเป็นครั้งที่สาม ซึ่งในคราวนี้ เจ้าหญิงทรงเน้นย้ำกับนางฟ้าว่า พระองค์ทรงต้องการสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับนิสัยของพระองค์จริง ๆ โดยขอให้เป็นสัตว์เลี้ยงที่สามารถให้อาหารแบบนาน ๆ ครั้งได้!

นางฟ้าพยายามใช้ความคิดอย่างเต็มที่ และแล้ว…นางฟ้าก็ตัดสินใจเนรมิตนกแสนสวยให้เป็นเพื่อนใหม่ของเจ้าหญิง เจ้าหญิงทรงพอใจเจ้านกแก้วตัวใหญ่ของพระองค์มาก เพราะนอกจากสีสันของมันที่ดูฉูดฉาดสะดุดตาแล้ว เจ้าหญิงยังสามารถเลี้ยงดูมันด้วยการใส่เมล็ดพืชไว้ในถ้วยเพียงสัปดาห์ละครั้งและเปลี่ยนน้ำดื่มให้มันทุก ๆ สามวันเท่านั้น เจ้าหญิงรู้สึกว่านกแก้วเป็นสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับนิสัยของพระองค์มากที่สุด แต่หลังจากที่เวลาผ่านไปได้เพียงสองสัปดาห์ เจ้าหญิงก็ทรงขี้เกียจใส่ใจดูแลนกของพระองค์อีกเช่นเคย ด้วยเหตุนี้ เจ้านกจึงบินจากเจ้าหญิงไปอย่างเศร้าสร้อย

เจ้าหญิงจอมขี้เกียจเรียกนางฟ้าเข้าพบเป็นครั้งที่สี่ ซึ่งในคราวนี้ เจ้าหญิงพยายามย้ำแล้วย้ำอีกให้นางฟ้าเนรมิตสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับนิสัยของพระองค์จริง ๆ (ประเภทที่พระองค์ไม่ต้องดูแลมันเลยได้ยิ่งดี) นางฟ้าเหนื่อยหน่ายต่อนิสัยที่สุดแสนจะขี้เกียจของเจ้าหญิงเป็นอันมาก แต่อย่างไรก็ตาม นางฟ้าก็สัญญากับเจ้าหญิงว่า ตนเองจะลองกลับไปนอนคิดสักคืน แล้วจะเนรมิตสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมที่สุดให้แก่เจ้าหญิงในเช้าวันรุ่งขึ้น

เมื่อเจ้าหญิงทรงตื่นนอน พระองค์พยายามสอดส่ายสายตามองหาสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ตามที่นางฟ้าได้ให้สัญญาเอาไว้ แต่หลังจากที่เจ้าหญิงมองหาอยู่นาน พระองค์ก็ยังคงไม่พบเห็นสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับพระองค์มากที่สุดตัวนั้นเลย เจ้าหญิงทรงเกาศีรษะด้วยความสงสัย จากนั้น พระองค์ก็ทรงเรียกให้นางฟ้าประจำตัวมาเข้าเฝ้าอีกครั้ง

นางฟ้าส่งยิ้มให้เจ้าหญิงพร้อมกับยืนยันว่า ตนเองได้เนรมิตสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมที่สุดให้แก่เจ้า-หญิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าหญิงทรงมองไปรอบ ๆ ตัวอีกครั้ง แต่พระองค์ก็ยังคงมองไม่เห็นสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ดังคำ   กล่าวอ้างของนางฟ้า เจ้าหญิงทรงเกาศีรษะด้วยความงุนงง พระองค์ทรงเกาด้วยมือซ้าย แล้วก็ก็ย้ายมาเกาด้วยมือขวา จากนั้น พระองค์ก็ใช้ทั้งสองมือเกาศีรษะไปมาไม่ยอมหยุด เจ้าหญิงทรงแปลกใจมากที่จู่ ๆ พระองค์ก็ทรงคันศีรษะขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ ซึ่งในขณะเดียวกันนั้นเอง นางฟ้าประจำตัวของเจ้าหญิงก็เอ่ยปากบอกเจ้าหญิงว่า “นั่นไงล่ะ สัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับเจ้าหญิงมากที่สุด สัตว์เลี้ยงที่พระองค์ไม่ต้องดูแลมัน ไม่ต้องคอยให้อาหาร แต่มันจะภักดีและคอยหากินอยู่บนศีรษะของพระองค์ตราบนานเท่านาน”

เจ้าหญิงทรงร้องไห้ด้วยความขยะแขยง พระองค์ไม่ต้องการมี ‘ตัวเหา’ เป็นสัตว์เลี้ยงดังเช่นที่เป็นอยู่นี้ เจ้าหญิงทรงร้องขอให้นางฟ้าช่วยกำจัดตัวเหาออกไปจากศีรษะของพระองค์เสีย แต่นางฟ้ายื่นเงื่อนไขให้เจ้าหญิงสัญญาว่าจะเลิกนิสัยเกียจคร้าน และต้องรับปากว่าจะเลี้ยงดูเจ้าสุนัขตัวน้อย, เจ้าแมวขนฟู และเจ้านกแสนสวย ให้สมกับที่พวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงของพระองค์ เจ้าหญิงทรงให้สัญญากับนางฟ้า และทันใดนั้น…เจ้าหญิงก็ทรงตื่นขึ้นมาจากความฝัน

เมื่อเจ้าหญิงตื่นจากฝันร้าย พระองค์ก็ทรงเห็นเจ้าสุนัขตัวน้อย, เจ้าแมวขนฟูและเจ้านกแสนสวยกำลังรอคอยการตื่นนอนของพระองค์อยู่อย่างใจจดใจจ่อ เจ้าหญิงทรงดีใจที่ได้เห็นสัตว์เลี้ยงทั้งสามอีกครั้ง (แทนที่จะเป็นตัวเหา) พระองค์ทรงกอดสัตว์ทั้งสามเอาไว้ด้วยความรัก และพระองค์ก็ทรงตั้งใจที่จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับนางฟ้าในความฝัน

ไม่ช้าไม่นาน…เจ้าหญิงจอมขี้เกียจก็กลับกลายเป็นเจ้าหญิงที่มีความรับผิดชอบและรู้จักดูแลตัวเองมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และด้วยเหตุที่เจ้าหญิงมีสัตว์เลี้ยงคู่ใจถึงสามตัว ดังนั้น เจ้าหญิงจึงมีความโดดเด่นเหนือกว่าเจ้าหญิงองค์อื่น ๆ ถึงสามเท่าเลยทีเดียว

#นิทานนำบุญ

…………………………………….
Posted in นิทาน, ประสบการณ์ชีวิต, Uncategorized

รางวัลสำคัญในชีวิต

วันนี้ ผมดีใจมาก เพราะจู่ ๆ ผมก็ได้ทราบข่าวว่า หนังสือเรื่อง “คนต่อเทียน” ซึ่งเป็นผลงานหนังสือภาพสำหรับเด็กที่ผมเขียนและพิมพ์เมื่อหลายปีก่อน  ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงวัฒนธรรมให้เป็น 1 ในวรรณกรรมดีเด่น ในโครงการ วรรณกรรมยอดเยี่ยมในสมัยรัชกาลที่ 9 ตามแนวคิดศาสตร์พระราชา  Continue reading “รางวัลสำคัญในชีวิต”

Posted in ครอบครัว, ความรัก, นิทาน, เด็ก

เจ้าชายหมีถัก – นิทานแฟนตาซีความรักอบอุ่น ซาบซึ้งใจสำหรับเด็กและผู้ใหญ่

โลกของเรามีนิทานเกี่ยวกับความรักอยู่มากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ตัวละครในนิทานความรักมักเป็นเจ้าชายกับเจ้าหญิง  แต่ในบรรดานิทานเจ้าชายเจ้าหญิงทั้งหลาย  คงมีนิทานเพียงไม่กี่เรื่อง ที่ตัวเอกฝ่ายหนึ่งเป็นเจ้าหญิงแสนสวย ส่วนตัวเอกอีกฝ่ายหนึ่งเป็นเจ้าชายตุ๊กตาหมี ที่ถักจากไหมพรม! ถ้าคุณๆอยากรู้ว่า นิทานความรักสะท้อนแง่มุมดี ๆ เรื่องนี้มีเรื่องราวเป็นอย่างไร ผู้แต่งคงต้องขอให้ลองอ่านนิทานรักแท้เรื่องนี้ดู แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่า นิทานความรักที่เสียสละเรื่องนี้อาจทำให้บางคนต้องเสียน้ำตา

…………………………………………………

Posted in ครอบครัว, ความรัก, นิทาน, เด็ก

นิทานแอบรัก : เจ้าหญิงขี้อายกับเจ้าชายหูเพี้ยน

ในบรรดานิทานก่อนนอนเรื่องต่าง ๆ  นิทานเรื่อง “เจ้าหญิงขี้อายกับเจ้าชายหูเพี้ยน” จัดได้ว่าเป็นนิทานตลกๆก่อนนอนที่ผู้เขียนชอบมาก  เพราะนอกจากนิทานเรื่องนี้จะเป็นนิทานความรักที่ดูกุ๊กกิ๊กแล้ว   พระเอกของเรื่องที่มีปัญหาในการฟัง และนางเอกที่มีนิสัยขี้อายแบบสุด ๆ ก็เป็นตัวละครในนิทานคู่รักที่เหมาะเจาะลงตัวสำหรับการผูกเรื่องให้เป็นนิทานรักตลก ๆ ที่น่าจะสร้างความสนุกสนานให้กับคนฟังได้ไม่ยาก  แถมตัวละครเสริมอย่างไก่ แมว และ อีกา ที่มีบทบาทในการคลี่คลายเรื่องราว ทำให้ “นิทานแอบรัก” เรื่องนี้ จบลงอย่างมีความสุข (ในแบบที่ทุกคนคงจดจำไปอีกนาน)

Continue reading “นิทานแอบรัก : เจ้าหญิงขี้อายกับเจ้าชายหูเพี้ยน”

Posted in ข้อคิด, ครอบครัว, นิทาน, family, Kid, Uncategorized

Our Beloved King (นิทานเรื่อง : พระราชาผู้เป็นที่รัก : ภาษาอังกฤษ)

Our Beloved King   

Story by Nambun Namphenbun

Translated by John Viano and Peeriya Pongsarigun

                Once upon a time, there was an angel who wanted to help people who only believed in luck and so did not work to get what they wanted. The angel decided to leave a luxurious life in heaven and give up all superpowers. He was reborn as a little prince who wanted to prove that people could do anything if they are determined and worked hard enough.

นิทาน พระราชาผู้เป็นที่รัก

The little prince started his job by learning to draw. He had never drawn before, so it took him quite some time to develop his drawing skills. A year later he could draw beautiful pictures as he intended.

4

However, when the people saw the pictures, they did not think the young prince trained hard to become so good. Instead they thought the young prince was a born-to-be artist.

6

The prince was a little sad. So, he started to play and compose music—which he thought would reach a wider audience. He dedicated his time to practicing, and so he was able to make beautiful music.

7

Unfortunately, the people still did not recognize the prince’s effort. They believed the prince was talented at all kinds of art. The prince, therefore, turned to sport—sailing. He again practiced hard until he became a skillful sailor.

10

When the people learned the prince had become good at sailing, they believed the prince was destined to be good at sports, too. They totally ignored the fact that the prince put much effort into practicing.

12

The people’s strong belief in luck and destiny blinded them to the prince’s intention to show everyone the value of hard work and determination. The prince wanted to show the people that they were capable of doing anything, if they tried hard enough. When the prince felt his effort was wasted, he wanted to challenge himself doing something supernatural, so the people would learn the power of hard work and determination.

นิทานเรื่อง พระราชาผู้เป็นที่รัก

The prince spent months thinking about this. Since the town often suffered droughts and the prince thought if he could control the rain, the people would learn that his skills and abilities did not just happen by luck.

นิทานสอนใจ เรื่องพระราชาผู้เป็นที่รัก

The prince then studied science textbooks—especially practical ones so, he could achieve his goal. He experimented with different techniques to control the rain for many years. He tried to build a plane to spray chemicals on the clouds to make rain. Eventually, he succeeded and announced to his people he would go against nature by controlling the rain and making the rain in the driest, hottest season; on the condition that, if successful, the people must believe it came from his effort, and not from any superpowers.

17

The people mocked him because no one thought it was possible to control the rain. However, shortly after the prince flew his plane to the clouds, it started raining. At first, the people thought it was coincidental, so the prince did it again, until the people believed the prince did make the rain.  People then realized hard work and determination could bring about success and that success is not determined by luck or destiny.

23

The prince was happy he could make his people have faith in hard work. When the prince became King, He continued to be a role model for His people. He gave them opportunities to help develop the country during His reign. With His support, the people collaborated and used their skills and expertise in developing the country. They had more faith in themselves and learned to be self-reliant.

นิทานเรื่อง พระราชาผู้เป็นที่รัก

And now the time has come for Him to return to heaven, where He belongs. His people are sad but ready to take care of themselves and the country because He taught them an important lesson.

นิทานสอนใจ เรื่อง พระราชาผู้เป็นที่รัก

นิทานเรื่อง พระราชาผู้เป็นที่รัก

The story of the prince is based on a true story of the King of a small country, who loved His people best and whom His people love dearly as well. He was a King who devoted Himself to His people throughout His life.

นิทานเรื่อง พระราชาผู้เป็นที่รัก

His name is King Bhumibol Adulyadej, the beloved King of the Thai people.

นิทานเรื่อง พระราชาผู้เป็นที่รัก

                #นิทานนำบุญ

Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

อัศวินกระดาษวิเศษ

นิทานเรื่อง “อัศวินกระดาษวิเศษ” ที่แต่งโดย “นำบุญ นามเป็นบุญ” เป็นนิทานผจญภัยที่ทั้งสนุกและมีข้อคิดที่น่าสนใจ  เมื่อเด็ก ๆ อ่านนิทานเรื่องนี้แล้ว อาจนำสิ่งที่ได้อ่าน ไปเขียน “บันทึกการอ่าน” เพื่อส่งคุณครู ส่วนคุณพ่อคุณแม่หรือคุณครู  เมื่ออ่านนิทานเรื่องนี้จบแล้ว ก็อาจชวนให้เด็ก ๆ ทำกิจกรรมเล่นพับกระดาษเป็นเครื่องบิน กบ ปืนกระดาษ หรือพับเป็นรูปอื่น ๆ ได้ตามใจชอบ เพราะการพับกระดาษเป็นกิจกรรมที่ฝึกสมองได้ดีกิจกรรมหนึ่งเลยครับ ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่านนิทานเรื่องนี้นะครับ

Continue reading “อัศวินกระดาษวิเศษ”