นิทานก่อนนอนเรื่อง แจ็คผู้ฆ่ายักษ์ ถือเป็นหนึ่งในนิทานฝรั่งสุดคลาสสิกที่ครองใจเด็กทั่วโลกมายาวนาน โดยมีต้นกำเนิดจากนิทานพื้นบ้านของอังกฤษซึ่งเล่าขานกันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 นักวิชาการหลายคนมองว่า นิทานแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ หรือที่บางครั้งเรียกว่า นิทานแจ็คปีนต้นถั่ว นั้น เป็นหนึ่งใน นิทานเด็ก ที่ช่วยปลูกฝังความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น และความกตัญญูได้อย่างแยบยล ถือเป็น นิทานสอนใจ ที่เหมาะแก่การเล่าก่อนนอนอย่างยิ่ง สำหรับคุณพ่อคุณแม่ การอ่าน นิทานกล่อมเด็ก เรื่องนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย แต่ยังเป็นการสอดแทรก นิทานมีข้อคิด ผ่านเรื่องราวที่สนุกสนาน สื่อความหมายเชิงบวก โดยเนื้อหาฉบับนี้เป็น นิทานภาษาไทย แปลและเรียบเรียงให้อ่านง่าย เหมาะสำหรับเด็กเล็กทุกวัย และยังจัดอยู่ในกลุ่ม นิทานสั้นสำหรับเด็ก ที่คุณสามารถอ่านจบได้ภายในเวลาไม่นานก่อนเข้านอน
Continue reading “นิทานก่อนนอน แจ็คผู้ฆ่ายักษ์ (Jack and the Beanstalk) | เด็กชายผู้กล้าหาญกับถั่ววิเศษ”Tag: นิทานก่อนนอน
ลูกหมูสามตัว
นิทานก่อนนอนเรื่อง “ลูกหมูสามตัว” เป็นนิทานอมตะที่เด็ก ๆ ทั่วโลกน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี นิทานเรื่องลูกหมูสามตัว เป็นนิทานพื้นบ้านเก่าแก่ที่เล่ากันมานาน โดยไม่ทราบชื่อผู้แต่ง จนกระทั่งวันหนึ่ง นิทานเรื่องนี้ได้รับการนำมาเขียนเล่าและพิมพ์เป็นครั้งแรกในช่วงปีค.ศ. 1840 หลังจากนั้น นิทานก่อนนอนเรื่องลูกหมูสามตัวก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น และมีการนำมาเล่าใหม่ด้วยลีลาการบรรยายของนักเขียนอีกมากมายจากทั่วโลก ซึ่งนิทานเรื่องลูกหมูสามตัวที่ผมนำมา “เล่าใหม่” นี้ ก็เป็นลูกหมูสามตัวในแบบ “นิทานนำบุญ” ที่ยังคงรักษาความดีของนิทานต้นฉบับ แต่หาทางหลีกเลี่ยงฉากรุนแรงต่าง ๆ โดยเฉพาะในตอนท้ายเรื่อง เพื่อให้นิทานเรื่องนี้ เป็นนิทานก่อนนอนที่คุณพ่อคุณแม่นำมาเล่าให้ลูก ๆ ฟังได้อย่างสบายใจ
แต่ก่อนไปอ่านนิทาน พี่นำบุญมีคลิปนิทานเพลง มาให้ฟังด้วยครับ
นิทาน ซินเดอเรลล่า
“ซินเดอเรลล่า” เป็นหนึ่งในนิทานเจ้าหญิงคลาสสิกที่เล่าขานกันมายาวนานในหลายวัฒนธรรมทั่วโลก ทั้งในรูปแบบนิทานยุโรปโดยชาร์ลส์ แปโรต์ ไปจนถึงนิทานพื้นบ้านจีนเรื่องเย่เซียน ด้วยความเรียบง่ายแต่เปี่ยมพลังของธีม “ความดีมีวันชนะ” นิทานเรื่องนี้จึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
สำหรับพ่อแม่ที่กำลังมองหา นิทานก่อนนอนที่เหมาะกับการปลูกฝังคุณธรรมให้ลูก “ซินเดอเรลล่า” คือทางเลือกที่ดีเยี่ยม นิทานเรื่องนี้ช่วยส่งเสริมให้เด็กเข้าใจเรื่องความดี ความหวัง ความอดทน และการไม่ตัดสินใครจากรูปลักษณ์ภายนอก ผ่านโครงเรื่องที่เต็มไปด้วยจินตนาการ เหมาะสำหรับการอ่านด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และเปิดโอกาสให้พ่อแม่พูดคุยกับลูกถึงคุณค่าทางใจหลังนิทานจบลง
7 นิทานรักสุดพิลึก ที่น้อยคนจะเคยอ่าน
ปะล่องป่องแป่ง ง้องแง้งง้องแง้ง ในชีวิตเธอ
นิทานก่อนนอน : ตุ๊กตาเพื่อนเก่า
นิทานก่อนนอนที่พ่อแม่ควรเลือกเล่าให้ลูกฟัง ควรมีเนื้อเรื่องอ่อนโยนและอบอุ่น เพราะจะช่วยทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับได้ง่ายขึ้น ด้วยเหตุนี้ พี่นำบุญจึงเลือกนิทานก่อนนอนเรื่อง ตุ๊กตาเพื่อนเก่า ซึ่งเป็นนิทานที่อ่อนหวาน อบอุ่น มาไว้ในหมวดนิทานก่อนนอน หวังว่าคุณพ่อคุณแม่และเด็ก ๆ คงมีความสุขกับนิทานเรื่องนี้นะครับ Continue reading “นิทานก่อนนอน : ตุ๊กตาเพื่อนเก่า”
นิทานก่อนนอนสั้น ๆ เรื่องนกน้อยปริศนา | นิทานอบอุ่นหัวใจพร้อมข้อคิดดี ๆ
“นกน้อยปริศนา” เป็นนิทานก่อนนอนสั้น ๆ ที่แฝงความอบอุ่นและความลึกลับไว้ในเรื่องเดียวกัน เล่าเรื่องเด็กกำพร้าผู้ว้าเหว่ ที่ใช้การเขียนจดหมายเป็นสะพานสื่อถึงพ่อแม่ผู้ล่วงลับผ่านนกน้อยสีขาวปีกสีฟ้าชมพูตัวหนึ่ง
วันหนึ่ง…สิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น เมื่อจดหมายที่ดูเหมือนเขียนไปโดยไม่มีคนรับ กลับทำให้พระราชากับพระราชินีมาปรากฏตัวตรงหน้าเด็กน้อย พร้อมเปลี่ยนชะตาชีวิตของเขาไปตลอดกาล
นิทานเรื่องนี้อ่านง่าย อ่อนโยน และเหมาะสำหรับการอ่านก่อนนอน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
มาอ่านนิทานก่อนนอนสั้น ๆ เรื่อง “นกน้อยปริศนา” ด้วยกันนะ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเด็กผู้ชายหัวฟู้ฟูคนหนึ่งเป็นเด็กกำพร้า นับตั้งแต่วันที่พ่อกับแม่จากเขาไป เขาก็จำต้องย้ายมาอยู่ในบ้านเด็กกำพร้าที่แออัดยัดเยียด เด็กน้อยไม่ชอบที่ ๆ มีคนเยอะ ๆ แบบนี้เลย ดังนั้น เขาจึงมักจะปลีกตัวออกไปนั่งเล่นในทุ่งดอกไม้อยู่เสมอ ๆ
เวลาที่เด็กน้อยอยู่ตามลำพังในทุ่งดอกไม้ สิ่งที่เขาชอบทำก็คือ การโรยเมล็ดพืชบนหัวฟู ๆ ของเขาเพื่อเรียกให้นกบินมากินอาหารและนอนเล่นในรังเส้นผมที่แสนอ่อนนุ่ม เด็กน้อยชอบฟังเสียงนกร้องเพลง เพราะมันช่วยกล่อมให้เขาคลายความว้าเหว่ลงได้บ้าง
วันหนึ่ง ในขณะที่เด็กน้อยกำลังนั่งคิดถึงพ่อกับแม่ จู่ ๆ เด็กน้อยก็เห็นนกสีขาวที่ปีกข้างขวามีจุดสีฟ้าและปีกข้างซ้ายมีจุดสีชมพูบินลงมาเกาะที่ตักของเขาพร้อมกับร้องจิ๊บ ๆ ด้วยน้ำเสียงที่น่ารักเป็นที่สุด เด็กน้อยจำได้ว่าคุณพ่อของเขาชอบสีฟ้า ส่วนคุณแม่ก็โปรดปรานสีชมพูมากเป็นพิเศษ ด้วยเหตุนี้ เด็กน้อยจึงอดที่จะคิดไม่ได้ว่า เจ้านกสีขาวอาจจะเป็นนกที่พ่อกับแม่ส่งมาทักทายเขาจากสรวงสวรรค์เบื้องบน
เมื่อเด็กน้อยผู้ว้าเหว่คิดเข้าข้างตัวเองเช่นนั้นแล้ว เขาจึงตัดสินใจเขียนจดหมายให้นกน้อยนำกลับไปมอบให้แก่นายของมันอย่างไม่รอช้า แม้เด็กน้อยจะไม่แน่ใจนักว่านกสีขาวจะนำข้อความไปส่งให้เขาจริงหรือไม่ แต่ทุก ๆ ครั้งที่เจ้านกกระจิริดบินกลับมานอนบนผมฟู ๆ ของเขา เด็กน้อยก็ไม่เคยพบจดหมายฉบับเก่า ๆ ที่เขาฝากไปกับมันเลยแม้สักครั้ง
ทุก ๆ วัน เด็กน้อยจะนั่งเขียนจดหมายเพื่อส่งไปหาพ่อกับแม่ของเขาอย่างไม่รู้เบื่อ บางครั้ง..เขาจะเขียนเล่าถึงสิ่งดี ๆ ที่ได้พบ บางครั้ง..เขาก็เผลอบรรยายความรู้สึกที่โดดเดี่ยวอ้างว้าง และมีบ่อยครั้งที่เขานึกสนุกเขียนนิทานส่งไปให้พ่อกับแม่อ่านเล่นบนสรวงสวรรค์ เด็กน้อยมีความสุขมากที่เขาได้เขียนจดหมายหาพ่อกับแม่
จวบจนกระทั่งวันหนึ่ง เด็กน้อยเกิดล้มป่วยลงจนไม่มีแรงพอที่จะออกไปยังทุ่งดอกไม้ หรือแม้แต่จะลงมือเขียนจดหมายสักฉบับ นกสีขาวได้แต่แอบบินเข้ามาเฝ้าไข้อยู่ที่หัวเตียง แต่ด้วยความแออัดของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนั้น อาการของเด็กน้อยจึงค่อย ๆ ทรุดลงจนน่าเป็นห่วง
ในขณะที่เด็กน้อยกำลังป่วยหนัก จู่ ๆ ทางสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็ได้รับแจ้งว่า พระราชากับพระราชินีจะเสด็จมาเยี่ยมชมสถานเลี้ยงเด็กเป็นกรณีพิเศษ ไม่มีใครทราบว่าทั้งสองพระองค์มีพระประสงค์เช่นไร แต่ข่าวที่ได้รับทำให้เจ้าหน้าที่ต้องวุ่นวายกับการทำความสะอาดและจัดระเบียบสถานเลี้ยงเด็กกันยกใหญ่
เมื่อพระราชากับพระราชินีเดินทางมาถึงสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แทนที่ทั้งสองพระองค์จะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแล ล้นเกล้าทั้งสองกลับมองไปรอบ ๆ ห้องคล้ายกับต้องการหาอะไรบางอย่าง ซึ่งเมื่อหาพบ ทั้งคู่ก็รีบเดินตรงไปยังเตียงนอนของเด็กน้อยซึ่งมีนกสีขาวเกาะอยู่ทันที
พระราชากับพระราชินีทรงมองเด็กน้อยด้วยความเวทนา จากนั้น ทั้งสองพระองค์ก็ทรงโน้มตัวลงแล้วพูดกับเด็กน้อยด้วยน้ำเสียงที่แสนอ่อนโยนว่า “ที่แท้…เจ้าของจดหมายทั้งหมดก็คือเธอนี่เอง เจ้านกแปลกหน้าตัวนี้นำจดหมายของเธอมาให้เราอ่านทุก ๆ วัน ยิ่งอ่าน…เราก็ยิ่งอยากพบหน้า จนเมื่อเธอหยุดส่งจดหมายไปเสียเฉย ๆ เราจึงรู้ว่าเธอสำคัญกับเรามากเพียงใดพวกเราไม่มีลูก หากเธอไม่รังเกียจ เธอพอจะมาเป็นลูกของเราได้ไหมจ๊ะ”
เด็กน้อยทั้งแปลกใจและตื้นตันใจที่ได้ฟังถ้อยคำอันแสนอบอุ่นของพระราชากับพระราชินีผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความกรุณา เด็กน้อยนิ่งอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุด เขาก็หลั่งน้ำตาแล้วโผเข้ากอดพ่อกับแม่คนใหม่ของเขาด้วยความปลื้มปีติ
นับจากวันนั้นเป็นต้นมา พระราชากับพระราชินีผู้อิ่มเอมไปด้วยความสุขก็ทรงปรับปรุงสถานเลี้ยงเด็กให้ดีขึ้น ทั้งยังชวนเด็กกำพร้าคนอื่น ๆ พร้อมกับผู้คนที่อยากมีลูกให้มาทำความรู้จักกันท่ามกลางแสงแดดอุ่น ๆ และสายลมอ่อน ๆ ในสวนของพระองค์อยู่เสมอ ๆ
เจ้านกสีขาวที่ปีกข้างขวามีจุดสีฟ้าและปีกข้างซ้ายมีจุดสีชมพูดีใจที่เห็นทุก ๆ คนมีความสุขเช่นนั้น และแล้ว…นกน้อยก็บินจากทุก ๆ คนไปสู่ฟากฟ้าเบื้องบนโดยปล่อยให้ที่มาของมันยังคงเป็นปริศนาตราบชั่วนิจนิรันดร์
#นิทานนำบุญ

เจ้าชายหมีถัก – นิทานแฟนตาซีความรักอบอุ่น ซาบซึ้งใจสำหรับเด็กและผู้ใหญ่
โลกของเรามีนิทานเกี่ยวกับความรักอยู่มากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ตัวละครในนิทานความรักมักเป็นเจ้าชายกับเจ้าหญิง แต่ในบรรดานิทานเจ้าชายเจ้าหญิงทั้งหลาย คงมีนิทานเพียงไม่กี่เรื่อง ที่ตัวเอกฝ่ายหนึ่งเป็นเจ้าหญิงแสนสวย ส่วนตัวเอกอีกฝ่ายหนึ่งเป็นเจ้าชายตุ๊กตาหมี ที่ถักจากไหมพรม! ถ้าคุณๆอยากรู้ว่า นิทานความรักสะท้อนแง่มุมดี ๆ เรื่องนี้มีเรื่องราวเป็นอย่างไร ผู้แต่งคงต้องขอให้ลองอ่านนิทานรักแท้เรื่องนี้ดู แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่า นิทานความรักที่เสียสละเรื่องนี้อาจทำให้บางคนต้องเสียน้ำตา
มาอ่านนิทานเรื่อง “เจ้าชายหมีถัก” ด้วยกันนะครับ
นานมาแล้ว มีเจ้าหญิงผู้ชาญฉลาดองค์หนึ่ง ทรงวางแผนเพื่อค้นหาเจ้าชายที่รักพระองค์ยิ่งชีวิตมาเป็นคู่ครอง เจ้าหญิงขอร้องให้พระบิดาเชื้อเชิญเจ้าชายผู้กล้าหาญเข้าร่วมในพิธีเลือกคู่ของพระองค์ และในขณะเดียวกัน เจ้าหญิงก็ทรงขอร้องให้พ่อมดหลวงกับเทพธิดาตัวจิ๋ว ร่วมมือกับพระองค์ในการเฟ้นหาเจ้าชายผู้มีจิตใจมั่นในรัก
เจ้าชายหมีถักแห่งอาณาจักรไหมพรมเป็นเจ้าชายอีกองค์หนึ่งที่ตัดสินใจเข้าร่วมในพิธีเลือกคู่ จริง ๆ แล้ว เจ้าชายหมีถักไม่เคยคิดที่จะเข้าร่วมในพิธีเลือกคู่ใดใดมาก่อนเลย ( เพราะเจ้าชายหมีถักทรงคิดอยู่ตลอดเวลาว่า คงไม่มีเจ้าหญิงองค์ใดอยากแต่งงานกับเจ้าชายที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนตุ๊กตาหมีอย่างพระองค์เป็นแน่) แต่ด้วยความรู้สึกพิเศษบางอย่างที่ดลใจเจ้าชายจนมิอาจอยู่เฉยได้ เจ้าชายจึงตัดสินใจกระโดดขึ้นขี่ม้าแกลบคู่ชีพ แล้วควบม้าตรงไปยังงานเลือกคู่ของเจ้าหญิง…ทันในวินาทีสุดท้ายก่อนที่พิธีจะเริ่มขึ้น
ทันทีที่เจ้าหญิงปรากฏกายให้เจ้าชายทุก ๆ องค์ได้ยลโฉม เจ้าชายต่างก็ถึงกับตกตะลึงในความงามของเจ้าหญิงจนเกือบจะลืมหายใจไปตาม ๆ กัน เจ้าชายหมีถักเองก็ไม่แตกต่างไปจากเจ้าชายองค์อื่น ๆ พระองค์ทรงรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หัวใจของเจ้าชายหมีถักเต้นตูมตามอยู่ภายในร่างไหมพรมที่แสนอ่อนนุ่ม เจ้าชายหมีถักทรงบอกกับตัวเองว่า พระองค์ทรงตกหลุมรักเจ้าหญิงองค์นี้เข้าให้เสียแล้ว
เจ้าหญิงผู้ชาญฉลาดทรงกล่าวทักทายเจ้าชายทุก ๆ พระองค์ที่ให้เกียรติมาร่วมในพิธีเลือกคู่ จากนั้น เจ้าหญิงก็ประกาศอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า เจ้าชายที่พระองค์ต้องการจะเลือกเป็นคู่ครองนั้น ไม่จำเป็นจะต้องเก่งกาจฉลาดเฉลียวหรือมีบุคลิกที่สง่างามแต่อย่างใด พระองค์ทรงปรารถนาที่จะแต่งงานกับเจ้าชายธรรมดา ๆ ที่รักพระองค์อย่างสุดหัวใจ…ก็เพียงเท่านั้น
ไม่ทันที่เจ้าชายแต่ละพระองค์จะมีโอกาสพรรณนาถึงความรักที่ตนเองมีต่อเจ้าหญิง จู่ ๆ พ่อมดหลวงซึ่งแปลงร่างเป็นมังกรยักษ์ก็ปรากฏตัวขึ้น และจัดการคาบเจ้าหญิงบินตรงไปยังหุบเหวมังกร แล้วปล่อยเจ้าหญิงให้ร่วงลงไปในเหวลึกตามแผนที่เจ้าหญิงทรงวางเอาไว้
เจ้าชายหมีถักทรงตกใจมากจึงรีบกระโดดขึ้นขี่ม้า แล้วตามไปช่วยเจ้าหญิงเป็นคนแรก แต่ด้วยความที่พระองค์ตัวเล็กกว่าเจ้าชายองค์อื่น ๆ ดังนั้น กว่าที่เจ้าชายหมีถักจะเดินทางไปถึงหุบเหวมังกร เจ้าชายองค์อื่น ๆ ก็สามารถไล่มังกรยักษ์ซึ่งเฝ้าปากเหวให้บินหนีไปได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ไม่มีเจ้าชายองค์ใดรู้เลยว่า ที่ด้านล่างของหุบเหวมังกร มีเทพธิดาตัวจิ๋วแอบเตรียมฟูกหนา ๆ เอาไว้รองรับตัวของเจ้าหญิงตามแผนที่เจ้าหญิงได้เตรียมการเอาไว้ เมื่อเจ้าหญิงรู้ว่ามีเจ้าชายติดตามมาช่วยพระองค์เป็น จำนวนมาก เจ้าหญิงจึงดำเนินการตามแผนขั้นสุดท้ายเพื่อวัดใจเจ้าชายผู้มีรักแท้
เจ้าหญิงทรงแกล้งร้องไห้โอดครวญให้เจ้าชายที่อยู่บนปากเหวลงมาช่วยพระองค์โดยเร็วที่สุด แน่นอน…เจ้าชายทั้งหลายทรงอยากช่วยเจ้าหญิงด้วยกันทั้งนั้น แต่เมื่อเจ้าชายทั้งหลายก้มลงไปมองในเหวลึกที่มืดมิดราวกับว่ามันเป็นหุบเหวไร้ก้น เจ้าชายแต่ละองค์ต่างก็จนใจและไม่มีใครคิดที่จะเสี่ยงปีนลงไปเพื่อช่วยเจ้าหญิงเลยแม้แต่คนเดียว
ในขณะที่เจ้าชายทั้งหลายยอมพ่ายแพ้ เจ้าชายหมีถักกลับตัดสินใจปีนขึ้นไปบนต้นไม้ที่ยื่นกิ่งอยู่เหนือกึ่งกลางของปากเหว จากนั้น พระองค์ก็ใช้มือซ้ายกำกิ่งไม้ไว้แน่น พลางใช้มือขวาแก้ปมไหมที่ส่วนเท้าของตนเอง แล้วค่อย ๆ ปลดเส้นไหมพรมจากร่างของพระองค์ เพื่อหย่อนลงไปช่วยเจ้าหญิงที่พระองค์ทรงรักยิ่งชีวิต
เจ้าหญิงไม่รู้เลยว่า เส้นไหมพรมที่พระองค์ทรงใช้ไต่ขึ้นมาที่ปากเหวคือชีวิตของเจ้าชายผู้มีหัวใจเปี่ยมด้วยรัก
ทันทีที่เจ้าหญิงโผล่ขึ้นมายังพื้นดิน สิ่งที่เจ้าหญิงเห็นก็คือภาพของมือไหมพรมน้อย ๆ ที่เกาะกิ่งไม้เอาไว้แน่น…อย่างไม่มีวันปล่อย
เจ้าหญิงทรงร้องไห้และกอดเส้นไหมพรมเอาไว้ในอ้อมแขนด้วยความเสียใจอย่างที่สุด พระองค์ทรงเชื่อแล้วว่าเจ้าชายองค์นี้รักพระองค์ด้วยความจริงใจ แต่เจ้าหญิงไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า แผนการของพระองค์จะทำให้เกิดเรื่องที่เลวร้ายได้ถึงเพียงนี้ เจ้าหญิงเสียใจมากและคิดที่จะไม่ยอมให้อภัยตัวเองไปตลอดชั่วชีวิต
เรื่องราวทั้งหมดเกือบจะจบลงด้วยความโศกเศร้า แต่โชคยังดี…เพราะเมื่อน้ำตาของเจ้าหญิงสัมผัสกับเส้นไหมพรมสีน้ำตาลของเจ้าชายหมีถัก ปาฏิหาริย์แห่งความรักที่ไม่มีใครคาดฝันก็เกิดขึ้น! เส้นไหมพรมทั้งหมดค่อย ๆ รวมตัวกันอีกครั้ง โดยมีแสงสว่างวูบวาบตลอดเวลาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ และหลังจากที่เวลาผ่านไปเพียงครู่เดียว เจ้าชายหมีถักก็กลับฟื้นคืนชีวิตขึ้นมา แต่คราวนี้ พระองค์ไม่ได้มีรูปร่างหน้าตาเหมือนเดิมอีกแล้ว เจ้าชายหมีถักกลายสภาพเป็นเจ้าชายรูปงามด้วยอานุภาพแห่งความรักที่แท้จริง
เจ้าหญิงทรงกล่าวคำขอโทษเจ้าชายด้วยความรู้สึกผิดที่ติดค้างอยู่ในใจ แต่ในขณะเดียวกัน เจ้าชายกลับไม่คิดติดใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย เจ้าชายทรงให้อภัยเจ้าหญิงทุก ๆ อย่าง และหลังจากนั้นไม่นาน เจ้าหญิงและเจ้าชายก็ได้แต่งงานอย่างมีความสุข
#นิทานนำบุญ
…………………………………………………
Our Beloved King (นิทานเรื่อง : พระราชาผู้เป็นที่รัก : ภาษาอังกฤษ)
Our Beloved King
Story by Nambun Namphenbun
Translated by John Viano and Peeriya Pongsarigun
Once upon a time, there was an angel who wanted to help people who only believed in luck and so did not work to get what they wanted. The angel decided to leave a luxurious life in heaven and give up all superpowers. He was reborn as a little prince who wanted to prove that people could do anything if they are determined and worked hard enough.

The little prince started his job by learning to draw. He had never drawn before, so it took him quite some time to develop his drawing skills. A year later he could draw beautiful pictures as he intended.

However, when the people saw the pictures, they did not think the young prince trained hard to become so good. Instead they thought the young prince was a born-to-be artist.

The prince was a little sad. So, he started to play and compose music—which he thought would reach a wider audience. He dedicated his time to practicing, and so he was able to make beautiful music.

Unfortunately, the people still did not recognize the prince’s effort. They believed the prince was talented at all kinds of art. The prince, therefore, turned to sport—sailing. He again practiced hard until he became a skillful sailor.

When the people learned the prince had become good at sailing, they believed the prince was destined to be good at sports, too. They totally ignored the fact that the prince put much effort into practicing.

The people’s strong belief in luck and destiny blinded them to the prince’s intention to show everyone the value of hard work and determination. The prince wanted to show the people that they were capable of doing anything, if they tried hard enough. When the prince felt his effort was wasted, he wanted to challenge himself doing something supernatural, so the people would learn the power of hard work and determination.

The prince spent months thinking about this. Since the town often suffered droughts and the prince thought if he could control the rain, the people would learn that his skills and abilities did not just happen by luck.

The prince then studied science textbooks—especially practical ones so, he could achieve his goal. He experimented with different techniques to control the rain for many years. He tried to build a plane to spray chemicals on the clouds to make rain. Eventually, he succeeded and announced to his people he would go against nature by controlling the rain and making the rain in the driest, hottest season; on the condition that, if successful, the people must believe it came from his effort, and not from any superpowers.

The people mocked him because no one thought it was possible to control the rain. However, shortly after the prince flew his plane to the clouds, it started raining. At first, the people thought it was coincidental, so the prince did it again, until the people believed the prince did make the rain. People then realized hard work and determination could bring about success and that success is not determined by luck or destiny.

The prince was happy he could make his people have faith in hard work. When the prince became King, He continued to be a role model for His people. He gave them opportunities to help develop the country during His reign. With His support, the people collaborated and used their skills and expertise in developing the country. They had more faith in themselves and learned to be self-reliant.

And now the time has come for Him to return to heaven, where He belongs. His people are sad but ready to take care of themselves and the country because He taught them an important lesson.


The story of the prince is based on a true story of the King of a small country, who loved His people best and whom His people love dearly as well. He was a King who devoted Himself to His people throughout His life.

His name is King Bhumibol Adulyadej, the beloved King of the Thai people.

#นิทานนำบุญ
นิทานอบอุ่นใจ : เมื่อเจ้าหญิงนอนไม่หลับ

นิทานก่อนนอนสั้น ๆ เรื่อง “เมื่อเจ้าหญิงนอนไม่หลับ” เป็นนิทานปราบเซียนที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) คิดว่าแต่งยากมาก เพราะถ้าเรื่องราวไม่สนุก เล่าครั้งเดียวเด็กก็อาจจะเบื่อ แต่ถ้าเรื่องราวตื่นเต้นเกินไป เด็ก ๆ ก็อาจรู้สึกคึกคักจนไม่อยากจะหลับ ความพอดีของนิทานก่อนนอนจึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายนักแต่งนิทานมาก นิทานก่อนนอนเรื่องเมื่อเจ้าหญิงนอนไม่หลับจึงเป็นนิทานที่แต่งขึ้นเพื่อใช้เป็นนิทานเพื่อเล่าตอนก่อนนอนโดยเฉพาะ แถมเป็นนิทานเรื่องแรก ๆ ที่แต่ง และเป็นนิทานที่พี่นำบุญชอบมากที่สุดเรื่องหนึ่ง หวังว่าเด็ก ๆ และคุณพ่อคุณแม่จะชอบนิทานเรื่องนี้เช่นกันนะครับ
ในคืนไหน ที่คุณพ่อคุณแม่เหนื่อยจากทำงานจนเล่านิทานไม่ไหว ลองพักการเล่านิทานด้วยการกอดลูกแล้วฟังนิทานเรื่อง “เมื่อเจ้าหญิงนอนไม่หลับ” ไปด้วยกันก็ได้นะครับ ขอให้หลับฝันดีครับ
สาวน้อยนักทอผ้า : นิทานก่อนนอนเรื่องยาว สอนใจเด็กและผู้ใหญ่
นิทานก่อนนอนเรื่องยาว ๆ เรื่อง “สาวน้อยนักทอผ้า” เป็นนิทานที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) แต่งขึ้นใหม่ในสไตล์ “นิทานคลาสสิก” ถ้าไม่บอกว่าเป็นนิทานที่แต่งใหม่ หลายคนอาจนึกว่าเป็นนิทานอมตะจากต่างประเทศ นิทานเรื่องนี้มีคติสอนใจหลายอย่าง หวังว่าผู้อ่านจะชอบ ส่วนผู้เขียนชอบนิทานเรื่องนี้มาก เพราะการแต่งนิทานแนวนี้ให้แตกต่างจากนิทานคลาสสิกที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ลองอ่านกันดูนะครับ
หมายเหตุ : นิทานเรื่องนี้ ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ด้วยการนำไปทำคลิปลงในยูทูบ/ติ๊กต่อก หรือทำเป็น e-book ใน anyflip บ่อยครั้ง เมื่อถูกจับ จะโดนปรับเป็นเงินจำนวนมาก และมีโทษอาญา ผมจับจริง ฟ้องจริง ดังนั้น อย่าทำเลยครับ
Continue reading “สาวน้อยนักทอผ้า : นิทานก่อนนอนเรื่องยาว สอนใจเด็กและผู้ใหญ่”