Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

นิทานเสริมความมั่นใจ : เจ้าหนูตัวจิ๋ว

นิทานเรื่อง “เจ้าหนูตัวจิ๋ว” เป็นนิทานเพี้ยน ๆ อีกเรื่อง ที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) ตั้งชื่อตัวละครให้แปลกไปจากปกติ เช่น การตั้งชื่อฮิปโปว่า “ฮิปโป๋” (มีไม้จัตวา) ยีราฟ ว่า “ยีหลับ” (เสียงราฟกับหลับฟังแล้วคล้าย ๆ กันแต่ออกจะตลกหน่อยๆ) จิงโจ้ ว่า “จิงโจ๋” (ฟังแล้วออกแนวเก๋าโจ๋จิ๊กโก๋ พี่นำบุญว่าตลกดี) แถมแต่งนิทานให้ตัวละครเอก (หนูจิ๋ว) เป็นคนพูดเล่าเรื่อง

การอ่านออกเสียงหรือเล่านิทานเรื่องนี้ให้น่ารักน่าชัง ขอแนะนำให้ลองสมมติว่าตัวเองเป็นเจ้าหนูตัวจิ๋ว แล้วอ่านแบบออดอ้อนหน่อย ๆ น่าสงสารนิด ๆ จะทำให้ได้บรรยากาศในการฟังมากขึ้น

อนึ่ง นิทานเรื่องนี้ เคยพิมพ์เป็นหนังสือภาพโดยสำนักพิมพ์สถาพรบุ้กส์ ซึ่งหลาย ๆ โรงเรียนมีอยู่ในห้องเรียนหรือห้องสมุด เพราะนอกจากการเป็นนิทานตลก ๆ ก่อนนอนแล้ว นิทานเรื่องนี้ ยังมีข้อคิดที่ส่งเสริม EF เรื่องความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งนิทานจะทำให้เด็ก ๆ ตระหนักว่า “ถึงเราจะตัวเล็ก แต่เราก็มีพลังและทำประโยชน์ได้นะ”

นิทานเรื่อง เจ้าหนูตัวจิ๋ว

ผมชื่อจิ๋ว  ผมเป็นลูกหนูตัวกระจิ๋วหลิว

ผมตัวเล็กจริง ๆ นะ  เล็กขนาดที่ลมพัดก็ยังปลิว

ผมมีเพื่อนรักอยู่ 3 ตัว ชื่อ ฮิปโป๋, ยีหลับและจิงโจ๋

ฮิปโป๋เป็นลูกฮิปโป  ยีหลับเป็นลูกยีราฟ   ส่วนจิงโจ๋เป็นลูกของจิงโจ้

ฮิปโป๋, ยีหลับ, จิงโจ๋เกิดพร้อม ๆ กับผม

แต่เพื่อน ๆ ตัวโตและแข็งแรงกว่าผมมาก

เวลาต้องยกของหนัก ๆ  เพื่อนของผมยกกันได้สบาย

แต่ผมกลับรู้สึกว่า มันหนักแทบตาย

หนูตัวกระจิ๋วหลิวอย่างผม ไม่มีอะไรเทียบกับเพื่อน ๆ ได้เลย

ผมช่างไม่มีค่าไม่มีความหมาย…เสียจริง ๆ

เมื่อเพื่อน ๆ รู้ว่าผมน้อยใจที่ตัวกระจิ๋วหลิว

เพื่อน ๆ จึงมาปลอบและชวนผมไปเล่นให้หายหน้านิ่ว

ฮิปโป๋ชวนผมไปว่ายน้ำ

แต่ผมว่ายน้ำได้ไม่นาน…ก็หมดแรง  ผมจึงต้องขี่หลังฮิปโป๋ขึ้นฝั่ง (ก่อนที่จะจมน้ำปุ๋ง ๆ)

พอหายเหนื่อย  ยีหลับก็ชวนผมไปเก็บผลไม้

ผมกระโดดเท่าไหร่…ก็เก็บผลไม้ไม่ถึง

ไม่เหมือนกับยีหลับที่แค่ยืดคอนิดหน่อย ก็เก็บผลไม้ได้ตั้งเยอะแยะ

(เห็นไหม ผมไม่ได้เรื่องเลยนะ)

เมื่อจิงโจ๋เห็นผมกระโดดดุ๋ง ๆ ได้  มันเลยชวนผมไปกระโดดไล่จับกันกลางทุ่งหญ้า

แต่ผมกระโดดได้ไม่นาน…แรงก็หมด

ท้ายที่สุด ผมเลยต้องเข้าไปนอนในถุงหน้าท้องของจิงโจ๋  แล้วหลับปุ๋ยไปโดยไม่รู้ตัว

ในความฝัน  ผมเห็นเพื่อน ๆ  พากันเบื่อผม

เพราะหนูตัวจิ๋วอย่างผม…ไม่มีค่า  ไม่มีประโยชน์

จริง ๆ แล้ว ผมก็อยากตัวโตเหมือนเพื่อน ๆ นะ…แต่ผมตัวโตได้แค่นี้

หนูตัวกระจิ๋วหลิวอย่างผมช่างไม่คู่ควรจะเป็นเพื่อนกับใคร ๆ เอาเสียเลย

เวลาเดินไปอย่างช้า ๆ   ผมหลับไปนานเท่าไรก็ไม่รู้

แต่เมื่อผมตื่น แล้วโผล่หัวออกมาจากถุงหน้าท้องของจิงโจ๋ ผมก็พบว่า

ตัวผมกับเพื่อน ๆ ถูกนายพรานใจร้ายจับมาขังเอาไว้ในกรงเหล็ก

พวกเราถูกขังเอาไว้ในบ้านหลังเล็ก  ๆ เพื่อรอส่งไปขายในตลาดมืด

ตอนที่ผมตื่น…นายพรานไม่อยู่

ฮิปโป๋, ยีหลับและจิงโจ๋จึงช่วยกันออกแรงดันให้ลูกกรงพัง เพื่อจะได้หนีไปเสียให้พ้น ๆ

แต่อนิจจา…ไม่ว่าเพื่อนตัวใหญ่ของผมจะออกแรงสักเท่าไร

ลูกกรงเหล็กก็ไม่มีทีท่าว่าจะหักหรือพังเลยสักนิด

สุดท้าย  เพื่อน ๆ ของผมจึงได้แต่นั่งคอตกและยอมจำนนต่อโชคชะตา

ในขณะนั้นเอง

หนูตัวจิ๋วอย่างผมก็มองเห็นกุญแจวางอยู่นอกกรงขัง

ถ้าผมหยิบกุญแจมาไขประตูกรงได้

เพื่อน ๆ ก็คงออกจากกรงได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องพังลูกกรงอย่างที่พยายามกันอยู่

แต่หนูตัวกระจิ๋วหลิว ที่ไร้ค่าไร้ประโยชน์อย่างผม…จะช่วยเพื่อน ๆ ได้ยังไงกันนะ

ในเสี้ยววินาทีนั้น 

ความคิดบางอย่างก็สว่างวาบขึ้นในใจของผม

“ก็เพราะผมเป็นหนูตัวจิ๋วยังไงล่ะ…ผมจึงน่าจะช่วยเพื่อน ๆ ได้”

เมื่อผมคิดดังนั้น ผมเลยกระโดดออกจากถุงหน้าท้องของเจ้าจิงโจ๋

แล้วใช้ความจิ๋วของผม 

เดินลอดซี่ลูกกรงออกไปอย่างสบาย ๆ   จากนั้น ก็หยิบกุญแจมาไขกรง

พร้อมกับเปิดประตูให้เพื่อน ๆ ได้เป็นอิสระ

เพื่อน ๆ ดีใจกันมากที่ได้ออกจากกรงขัง

พวกเรารีบหนีออกจากบ้าน  แล้วไปบอกเพื่อนสัตว์ให้ระวังนายพรานที่เข้ามาป้วนเปี้ยนในป่า

เมื่อเหตุร้ายผ่านไป  ผมรู้เลยว่า เพื่อน ๆ ต่างก็ภูมิใจในตัวผม

ถึงผมจะเกิดมาตัวกระจิ๋วหลิว  แต่ผมก็มีค่ามีความหมาย และมีประโยชน์ในแบบที่ผมเป็น

ผมดีใจที่ผมเป็นผม…เป็นหนูตัวจิ๋ว ที่มีข้อดีในแบบจิ๋ว ๆ

ใคร ๆ ต่างก็มีข้อดีในแบบที่ตัวเองเป็นทั้งนั้น

ผมภูมิใจในตัวเองมาก  ส่วนเพื่อน ๆ ก็ดีใจที่เห็นผมมีความสุขและยิ้มจนตาหยีได้เสียที

#นิทานนำบุญ

………………….

Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

นิทานชวนยิ้ม : กระต่ายน้อยผจญภัย

นิทานตลก ๆ ก่อนนอนเรื่อง “กระต่ายน้อยผจญภัย” เรื่องนี้ มีชื่อเดิมว่า “กระต่ายน้อยเพื่อนรัก” เป็นนิทานก่อนนอนเกี่ยวกับกระต่ายและเพื่อน ที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) ในฐานะผู้แต่งนิทานขอสารภาพว่า “ไม่รู้ว่าตัวเองแต่งนิทานเรื่องนี้ได้ยังไง” เพราะถ้าอ่านแบบผ่าน ๆ นิทานเรื่องนี้อาจดูธรรมดามาก แต่เมื่ออ่านนิทานตลก ๆ ก่อนนอนเรื่องนี้อย่างลงในรายละเอียดก็จะพบว่า นิทานธรรมดา ๆ เรื่องนี้มีเนื้อหาที่ “เพี้ยนอย่างมีเหตุผล” ซึ่งผมเชื่อว่าเด็ก ๆ หลายคนจะต้องยิ้มเมื่อได้ฟังหรืออ่านนิทานเรื่องนี้ และนี่เป็นนิทานอีกเรื่องที่ผมคิดว่า “น่ารักจังเลย” ครับ

นิทานเรื่อง กระต่ายน้อยผจญภัย

นานมาแล้ว มีกระต่ายน้อยตัวหนึ่งเป็นกระต่ายนิสัยดีที่มีเพื่อนฝูงรักใคร่มากมาย

วันหนึ่ง…ใกล้ ๆ กับช่วงปีใหม่  กระต่ายน้อยหิ้วตะกร้าใบใหญ่เดินเข้าไปในป่าเพื่อไปหาเพื่อน ๆ  แต่ระหว่างทาง มีหมาป่าตัวหนึ่งบังเอิญมาพบกระต่ายน้อยเข้า  หมาป่าจอมเกเรจึงตรงเข้าไปหาเรื่องกระต่ายน้อย พร้อมกับแย่งตะกร้ามาจากมือของเจ้ากระต่าย! 

ครั้นเมื่อกระต่ายน้อยร้องขอตะกร้าคืนจากหมาป่า  หมาป่าก็แกล้งทำเป็นตั้งเงื่อนไขว่า  ถ้ากระต่ายน้อยอยากได้ตะกร้าคืน กระต่ายน้อยจะต้อง“นอน”ลงกับพื้นแล้วเคลื่อนที่ไปยังริมทะเลสาบโดยห้ามขยับเขยื้อนตัวเป็นอันขาด?  เมื่อไปถึงแล้ว กระต่ายน้อยจะต้อง“เดิน”บนผิวน้ำไปยังเกาะที่อยู่กลางทะเลสาบ แล้ว“บิน”ขึ้นไปบนยอดเขาสูงชันที่อยู่บนเกาะเพื่อเก็บดอกไม้มาแลกกับตะกร้า

เมื่อกระต่ายน้อยได้ฟัง มันก็ทำตาแดง ๆ เหมือนจะร้องไห้ เพราะใคร ๆ ก็คงรู้ดีอยู่แล้วว่า เงื่อนไขของเจ้าหมาป่าเป็นเรื่องที่ไม่มีใครทำได้   

อย่างไรก็ตาม กระต่ายน้อยก็ยังอยากได้ตะกร้าใบสำคัญกลับคืนมา มันจึงนอนลงกับพื้น (ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อ) แล้วภาวนาขอให้ตัวของมันเคลื่อนที่ไปยังริมทะเลสาบได้เอง!

ทันใดนั้น…สิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เพราะจู่ ๆ กระต่ายน้อยที่นอนอยู่เฉย ๆ ก็ค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปยังทะเลสาบโดยที่มันไม่ได้ขยับตัวเลยแม้สักนิด 

หมาป่าตกตะลึงต่อสิ่งที่ได้เห็น  เจ้ากระต่ายเองก็แปลกใจไม่ใช่น้อย แต่เมื่อมันชำเลืองไปดูที่ข้างตัว มันก็ต้องอมยิ้ม เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลงานของเหล่ามดเพื่อนรักที่ช่วยกันแบกตัวของเจ้ากระต่ายให้เคลื่อนที่ไปยังทะเลสาบคล้ายกับเวลาที่มดช่วยกันแบกของนั่นเอง

เมื่อกระต่ายมาถึงทะเลสาบ มันก็ลุกขึ้นยืนและคิดว่ามันจะ “เดิน” ไปยังเกาะกลางน้ำได้อย่างไร ในขณะที่กระต่ายน้อยกำลังคิดอยู่นั้น มันก็มองเห็นอะไรบางอย่างคล้ายกับแผ่นหิน โผล่ขึ้นมาจากผืนน้ำโดยทอดตัวเป็นแนวยาวไปยังเกาะกลางทะเลสาบ เมื่อกระต่ายน้อยมองดูชัด ๆ  มันจึงพบว่า แผ่นหินเหล่านั้นแท้จริงแล้วก็คือคุณเต่าเพื่อนของมันที่รวมพลังกันมาช่วยเหลือ 

เมื่อกระต่ายน้อยเห็นไมตรีจิตของคุณเต่าทั้งหลาย มันจึงส่งยิ้มให้แล้วเดินบนหลังเต่าข้ามน้ำไปยังเกาะที่อยู่กลางทะเลสาบอย่างไม่รอช้า

ฝ่ายหมาป่าที่ยืนมองอยู่ไกล ๆ นั้น  เมื่อมันเห็นกระต่ายเดินบนน้ำได้  มันก็ตกใจถึงกับอ้าปากค้าง

ครั้นเมื่อกระต่ายน้อยเดินข้ามน้ำไปถึงเกาะกลางทะเลสาบ มันก็เงยหน้ามองภูเขาที่สูงชันพลางถอนหายใจและคิดว่ามันคงไม่มีทาง”บิน”ขึ้นไปเก็บดอกไม้ได้เป็นแน่ 

แต่ก่อนที่กระต่ายน้อยจะหมดหวัง  ฝูงนกตัวกระจิริดที่เป็นเพื่อนของกระต่ายน้อยก็ย่องออกมาจากพุ่มไม้ แล้วบอกให้กระต่ายน้อยทำท่ากระพือหู จากนั้น พวกมันก็ช่วยกันใช้ปากจิกที่ขนปุย ๆ ของกระต่ายน้อยแล้วกระพือปีกพาเพื่อนของพวกมันบินขึ้นไปเก็บดอกไม้ที่อยู่บนยอดเขา  

เมื่อหมาป่าที่มองอยู่ไกล ๆ เห็นกระต่ายน้อยบินได้อีก  หมาป่าก็งุนงงจนต้องหยิกตัวเองไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ครั้นเมื่อกระต่ายน้อยนำดอกไม้จากยอดเขามามอบให้  แทนที่จะหมาป่าจะทำตามสัญญา  มันกลับโมโหจนควันออกหู แล้วตั้งท่าจะจับกระต่ายน้อยกินเป็นอาหาร

แต่กระต่ายน้อยยังโชคดี  เพราะเมื่อหมาป่าตั้งท่าจะทำร้าย  คุณสิงโตและคุณช้างซึ่งเป็นเพื่อนของกระต่ายน้อยก็พากันวิ่งออกมาจากป่าลึกพร้อมกับร้องไล่หมาป่าให้ไปเสียให้พ้น ๆ  หมาป่าตกใจมากที่เห็นสิงโตและช้าง แถมยังมีเสียงฝีเท้าของสัตว์อื่น ๆ ที่ดังตามมาอีก  หมาป่าจึงรีบทิ้งตะกร้าแล้ววิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต   

ในเวลาต่อมา  รอบตัวของกระต่ายน้อยก็แวดล้อมไปด้วยเพื่อนสัตว์ต่าง ๆ เต็มไปหมด  สัตว์ทั้งหลายเห็นกระต่ายน้อยร้องไห้จึงช่วยกันปลอบด้วยความเป็นห่วง แต่กระต่ายน้อยบอกเพื่อน ๆ ว่า จริง ๆ แล้วมันไม่ได้ร้องไห้เพราะเสียขวัญ แต่มันซึ้งใจที่ได้รู้ว่าเพื่อน ๆ รักมันมากขนาดไหน 

เมื่อพูดจบ  กระต่ายน้อยก็ไปหยิบตะกร้า แล้วนำตุ๊กตาไหมพรมรูปเพื่อนสัตว์ต่าง ๆ ที่มันใช้เวลาถักอยู่นานหลายเดือน ส่งมอบให้แก่เพื่อน ๆ ทุกตัวเพื่อเป็นของขวัญในวันปีใหม่ 

เมื่อสัตว์ต่าง ๆ ได้รับตุ๊กตาจากกระต่ายน้อย  สัตว์ทุกตัวก็น้ำตาคลอด้วยความซาบซึ้ง  เพราะตุ๊กตาทุกตัวถักขึ้นจากความรักที่กระต่ายน้อยมีต่อเพื่อน ๆ  (ด้วยเหตุนี้กระมัง กระต่ายน้อยจึงยอมให้หมาป่าเอาตะกร้าใบสำคัญนี้ไปไม่ได้)

สัตว์ทุกตัวดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกับกระต่ายน้อย  ส่วนกระต่ายน้อยก็ดีใจที่มีเพื่อนดี ๆ เช่นนี้ หลังจากนั้น สัตว์ทั้งหมดก็พากันไปฉลองวันปีใหม่ที่บ้านของคุณสิงโต แล้วสัตว์ทุกตัวก็สัญญาว่า พวกมันจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน…ตลอดไป

#นิทานนำบุญ

………………

Posted in Uncategorized

เบื้องหลังหนังสั้น : ก-ฮ

เบื้องหลังหนังสั้นเรื่อง ก-ฮ


หลังจากที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) ได้นำหนังสั้นที่เคยทำสมัยเรียนป.ตรี ที่คณะวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ (ปี 2536) มาให้ชมกัน วันนี้ ผมจึงขอเขียนเล่าเบื้องหลังของหนังสั้นเรื่องนี้ให้อ่านกันครับ จำได้ว่าตอนที่ทำ ผมคิดอะไร ๆไว้เยอะมาก (แต่สร้างผลงานได้ตรงใจแค่ประมาณนึงเท่านั้น ถือเป็นแบบฝึกหัดนึงในชีวิตนะครับ)
….
แก่นเรื่อง (Theme) : เด็กไม่มีทางหลุดพ้นจากอำนาจของผู้ใหญ่ได้ (อำนาจที่ผมคิด แบ่งเป็นพระเดชและพระคุณ)
…..
เนื้อเรื่อง : ในครอบครัวเล็ก ๆ ครอบครัวหนึ่ง มีพ่อ แม่ และลูกวัย 5 ขวบ (พ่อเป็นตัวแทนอำนาจที่เรียกว่าพระเดช ส่วนแม่เป็นตัวแทนอำนาจที่เรียกว่าพระคุณ เด็กน้อยในเรื่องอายุจริงตอนนั้นเพิ่ง 4 ขวบ ยังเขียนหนังสือไม่ได้ แต่ใจสู้มาก)

พ่อมักสอนให้ลูกทำตามสิ่งที่พ่อสอน ส่วนแม่คอยให้ความรักและความห่วงใยต่อลูกเสมอ (การจับมือลูกคัดก.ไก่ตามเส้นประ และการให้ลูกเดินตามรางรถไฟ เป็นสัญลักษณ์ของการใช้อำนาจของผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็ก) ช่วงต้นเรื่องเป็นการปูเรื่องให้เห็นการใช้อำนาจของผู้ใหญ่ทั้งพระเดชและพระคุณ

วันหนึ่ง พ่อทำม้าก้านกล้วยกับปืนก้านกล้วยให้ลูก พร้อมสอนให้ลูกกล้าหาญ กล้าปกป้องคนที่อ่อนแอกว่า แต่เมื่อพ่อกับแม่ออกจากบ้าน จู่ๆ ม้าก้านกล้วยก็มีชีวิต แล้วมันก็พาเด็กน้อยให้เดินทางออกนอกบ้าน นอกคำสั่งให้อยู่บ้าน และให้ฟังเสียงหัวใจของตัวเอง (ในหนังจะมีฉากที่เด็กเขียนด.เด็กในแบบของตัวเอง แล้วแม่เข้ามาปราม พร้อมกับจับมือให้เขียนตามรอยประอีก)

วันหนึ่ง ดอกทานตะวัน ซึ่งเป็นตัวแทนความหวัง ความฝัน ความเป็นตัวตนของเด็ก กำลังจะถูกรถไฟพุ่งเข้าใส่ เจ้าม้าก้านกล้วยก็ปลุกความกล้่าให้เด็กเข้าไปปกป้องดอกทานตะวัน ซึ่งเป็นการท้าทายอำนาจของรถไฟ (และคนขับรถไฟอย่างพ่อ)

เด็กน้อยภูมิใจที่ได้แสดงความกล้าหาญอย่างที่พ่อของเขาสอน แต่พ่อโกรธที่เด็กน้อยทำเรื่องอันตรายที่ไม่สมควรทำแบบนั้น เมื่อพ่อทำโทษลูกอย่างรุนแรง ลูกจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้าน และในหนังมีฉากที่เด็กน้อยวิ่งออกจากรางรถไฟไป

หลังจากนั้น เด็กน้อยไปพักอยู่ในวัด ส่วนแม่ซึ่งเป็นตัวแทนความรักก็ออกตามหาลูกน้อยด้วยความขมขื่น แม่ทุกข์มากจนต้องไหว้วิงวอนให้พระช่วย เด็กน้อยแอบมองแม่ที่ทุกข์ระทม ในที่สุด เด็กน้อยก็ตัดสินใจออกจากที่ซ่อน แล้วกลับเข้าสู่กรอบหรือรางรถไฟอีกครั้ง (ฉากสุดท้ายที่วัด จะเห็นผ้าสีเหลืองมัดที่ม้าก้านกล้วยอีกครั้ง และฉากสุดท้ายที่รางรถไฟ จะเห็นดอกทานตะวันแห้งตายอยู่ตรงนั้น)

ในตอนจบ เด็กน้อยคัดตัว ฮ.นกฮูก พยัญชนะตัวสุดท้าย ตามรอยประด้วยตัวเอง เขาพูดในสิ่งที่พ่อสอน แต่แววตาสดใสของเขาได้หายไปราวกับคนที่ไร้ชีวิต

หมายเหตุ

1) ช่วงวัยรุ่น เราอาจมีความคิดความเชื่อบางอย่าง ตามประสบการณ์ชีวิตที่เรามีอยู่อย่างจำกัด แต่เมื่อเราเติบโตขึ้น (และถ้าโชคดี มีโอกาสเรียนรู้และเข้าใจโลกมากขึ้น) เราอาจเห็นความไร้เดียงสาในวัยหนึ่งของตัวเอง และนึกขำที่เราในวัยนั้น ช่างไม่เข้าใจชีวิตเลยจริงๆ
2. สีเสื้อในเรื่องมีการออกแบบสีเอาไว้ (แต่คงเห็นไม่ชัด) สีเสื้อตอนต้นเรื่องและตอนท้ายเรื่องจะใช้สีม่วงแต่เข้มต่างกัน ช่วงกลางที่เด็กทำตามหัวใจตัวเอง เสื้อจะเป็นสีเหลือง (สีตรงข้่ามกับม่วง) เริ่มจากเหลืองอ่อน แล้วเข้มขึ้น เข้มขึ้น ซึ่งในฉากที่ยืนขวางรถไฟ เสื้อจะสีเหลืองเข้มที่สุด (ไอเดียเรื่องการใช้สีเป็นสัญญลักษณ์ในหนัง ได้แนวทางมาจากหนังจีนเรื่องจูโด้)
3. หนังเรื่อง ก- ฮ ไม่ใช่หนังสำหรับเด็กเลย แต่เป็นหนังแนวดราม่า (หนังชีวิต)ที่พูดเรื่องเด็กกับอำนาจในครอบครัว (ตอนวัยรุ่น พี่นำบุญสนใจเรื่องเด็กในแง่การคุ้มครองเด็ก เวลาเห็นเด็กโดนทำร้ายหรือโดนทิ้งก็จะทุกข์มาก) การทำหนังเรื่องนี้ ทำให้พี่นำบุญได้บทเรียนดี ๆ หลายๆอย่าง และรู้สึกว่า การทำหนังเป็นการถ่ายทอดความคิดที่ “เอาแต่ใจ” ตัวเองมากเกินไปหน่อย แถมเสียเงินเยอะมาก ดังนั้น ไปเล่าความฝันผ่านสื่อแบบอื่น น่าจะเหมาะกับตัวเองมากกว่า ก-ฮ จึงเป็นหนังสั้นเรื่องเดียวที่ทำ และไม่รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ทำหนังสั้นต่อจากเรื่องนี้อีกเลย

Posted in เรื่องเล่า

หนังสั้น : ก-ฮ

ปี 2536 ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) เรียนอยู่ชั้นปีสุดท้ายที่คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตามปกติแล้ว หลักสูตรของคณะวารสารศาสตร์ฯ ใช้เวลาเรียน 4 ปี แต่เนื่องจากผมมีความสนใจใน 2 สาขาวิชา คือ วิชาด้านโฆษณา และวิชาด้านภาพยนตร์ ผมจึงเลือกเรียนวิชาของทั้งสองสาขาจนสามารถเลือกจบได้ทั้งสองเอก ในเวลา 5 ปี ซึ่งสุดท้าย ผมได้ตัดสินใจเลือกจบเอกภาพยนตร์ โดยการทำหนังสั้นสารนิพนธ์ เรื่อง ก-ฮ ซึ่งเป็นการทำหนังสั้นขนาดยาว ที่เริ่มตั้งแต่การวางแผนโครงการ การเขียนบท การคัดเลือกตัวแสดง การวางแผนถ่ายทำ การออกแบบเสื้อผ้าและอุปกรณ์ประกอบฉาก การถ่ายทำ การกำกับการแสดง การตัดต่อและการพากย์เสียง ซึ่งเป็นการศึกษากระบวนการทำหนังสั้นทั้งกระบวนการและได้นำความรู้จากการเรียนตลอด 5 ปีมาใช้อย่างเต็มที่

หนังสั้นเรื่อง ก-ฮ ใช้งบประมาณการถ่ายทำราว 8 หมื่นบาท (เป็นทุนส่วนตัว) โดยเงินเกือบครึ่งหนึ่งหมดไปกับค่าฟิล์มถ่ายหนัง 16 มิลลิเมตร (หากจำไม่ผิด ในสมัยนั้น ฟิล์มถ่ายหนังความยาวหนึ่งนาที ราคาราว 1000 บาท) โดยหนังสั้นเรื่องนี้ใช้กล้องถ่ายหนังแบบไขลานของคณะวารสารศาสตร์ฯ ซึ่งมีสภาพไม่สมบูรณ์นัก และมีการเช่ากล้องถ่ายหนังจากสตูดิโอภายนอกมาใช้ในบางฉากที่ต้องการถ่ายทำฉากต่อเนื่องที่ยาวเกินความสามารถของกล้องไขลาน นอกจากนี้ การล้างฟิล์มในยุคนั้นก็ถือว่าเป็นอุปสรรคในการทำงานมาก เพราะร้านที่รับล้างฟิล์มถ่ายหนังมีเพียง 1-2 ร้าน ซึ่งคุณภาพในการล้างฟิล์มบางม้วน ทำให้ต้องยกกองเพื่อถ่ายซ่อมใหม่ทั้งหมด และสีสันหรือความคมชัดของฟิล์มแต่ละม้วนที่ได้ออกมา ก็เรียกได้ว่า “ต้องภาวนา” ให้ออกมาพอใช้ได้ก็ยังดี!

หลังจากยุคที่ผมทำหนังสั้นเรื่องนี้ไม่กี่ปี การใช้กล้องวิดีโอในการถ่ายหนังสั้นและการตัดต่อด้วยคอมพิวเตอร์ก็เริ่มเข้ามา (สมัยที่ถ่ายด้วยฟิล์ม 16 มิลลิเมตร การตัดต่อในแลปที่ต้องการให้มีเทคนิคพิเศษ เช่น Fade in – Fade out – Dissolve หรืออะไรก็ตาม คิดราคาเทคนิคละ 500 บาทต่อจุดที่ต้องการใส่เทคนิค) หนังสั้นเรื่อง ก-ฮ จึงน่าจะเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ของการเรียนภาพยนตร์ในยุคเก่า ที่มีความท้าทายตามข้อจำกัดในยุคสมัยนั้น และอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการทำหนังสั้นของนักศึกษาในอดีตพอสมควร

หนังสั้นสารนิพนธ์ : ก-ฮ (ปี 2536)

อนึ่ง ในการศึกษาเรื่องการทำหนังสั้นครั้งนี้ ผมในฐานะของนักศึกษาที่เป็นเจ้าของโครงการ ต้องขอขอบพระคุณคณาจารย์ โดยเฉพาะอาจารย์ที่ปรึกษา พี่ ๆ เจ้าหน้าที่ของคณะ เพื่อน ๆ ที่มาช่วยเป็นทีมงานในการถ่ายทำ และนักแสดงทุกคน ที่มีส่วนทำให้หนังสั้นเรื่อง ก-ฮ สำเร็จลุล่วงลงได้ ความทรงจำในวันนั้น ยังคงประทับใจมาถึงวันนี้ครับ ขอบคุณจริง ๆ

ประสบการณ์สำคัญที่ได้จากการทำหนังสั้นเรื่อง ก-ฮ ที่น่าสนใจมากคือ ในช่วงวัยที่ผมทำหนังเรื่องนี้ ผมภูมิใจและรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ “ยอดเยี่ยมเหลือเกิน” แต่เมื่อเวลาผ่านไป การได้ย้อนกลับมาดูงานของตัวเองใหม่ ทำให้เห็น “ความไม่ยอดเยี่ยม” หรือ “ความไม่เอาไหน” ปรากฏอยู่เต็มไปหมด ประสบการณ์ครั้งนี้จึงสอนผมว่า ผลงานของเราที่เราเชื่อมั่นว่าถูกหรือดีในช่วงเวลาหนึ่ง อาจไม่ใช่ความจริงเสมอไป เพราะในช่วงเวลานั้น เราอาจประเมินผลงานโดย “หลง” เข้าข้างตัวเองอย่างไม่รู้ตัว

หมายเหตุ : ถ้ามีโอกาส ผมจะนำสารนิพนธ์ของหนังสั้นเรื่องนี้ มาให้อ่านกันนะครับ เนื้อหาค่อนข้างน่าสนใจ เพราะเป็นการอธิบายแนวคิดของหนังสั้นเรื่องนี้ รวมทั้งสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ซ่อนไว้ในเรื่อง ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางที่ผู้สนใจสามารถศึกษาเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการเขียนบทหนังสั้นต่อไปได้ครับ

Posted in Uncategorized

นำบุญในไทยรัฐ

ในสมัยก่อน (เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา) หนังสือพิมพ์ไทยรัฐถือว่าเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ซึ่งได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย การมีข่าวลงในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐจึงถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นเรื่องที่นักเขียนนิทานธรรมดา ๆ อย่างผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) ไม่เคยคาดคิด Continue reading “นำบุญในไทยรัฐ”

Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานอีสป, นิทานเด็ก

นิทานก่อนนอน เด็กเลี้ยงแกะ (The Boy Who Cried Wolf) | นิทานสอนใจเด็กเรื่องการโกหก

Continue reading “นิทานก่อนนอน เด็กเลี้ยงแกะ (The Boy Who Cried Wolf) | นิทานสอนใจเด็กเรื่องการโกหก”
Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

นิทานความรัก : มารหนุ่มกับหญิงสาว

ตอนที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) ยังเป็นเด็ก  ผมชอบอ่านการ์ตูนมาก  แถมยังเคยฝันอยากเป็นนักเขียนการ์ตูนและทำสำนักพิมพ์เพื่อพิมพ์หนังสือการ์ตูนอีกด้วย แต่เพราะผมรวาดรูปไม่ค่อยเก่ง  ความฝันเรื่องการเป็นนักเขียนการ์ตูนจึงเป็นจริงได้ยาก 

แต่แล้ววันหนึ่ง ผมมีโอกาสได้รู้จักกับ บ.ก.ซัน  แห่งสำนักพิมพ์ Let’s Comic  ซึ่งถือเป็นสำนักพิมพ์การ์ตูนไทยที่ดังมากในยุคหนึ่ง หลังจากได้สนิทสนมกับน้อง ๆ นักเขียนการ์ตูนหลาย ๆ คนในสำนักพิมพ์  เช่น ไตรภัค  เดอะดวง  moondog และ โน้ต  ในที่สุด  ผมก็มีโอกาสได้ทำหนังสือการ์ตูนเล่มแรกกับทางเล็ดส์ คอมมิค อย่างไม่คาดฝัน  ซึ่งเป็นการนำนิทานที่ผมแต่ง ไปให้น้องนักเขียนการ์ตูนชื่อดังทั้ง 4 คน นำไปเขียนเป็นการ์ตูน  (ความดีของการ์ตูนแต่ละเรื่องต้องยกให้น้อง ๆ แต่ละคน เพราะทุกคนพัฒนานิทานไปในทิศทางที่ตนเห็นสมควร ซึ่งทำให้ได้การ์ตูนสำหรับวัยรุ่นที่สนุกมากถึง 4 เรื่อง ที่รวมอยู่ในหนังสือการ์ตูนชื่อ “ดินแดนรูปหัวใจ”)  304009_10150404994445953_1012636914_n

ในนิทานทั้ง 4 เรื่องนั้น  มีนิทานเรื่องเดียวที่ผมแต่งขึ้นใหม่เพื่อใช้กับหนังสือการ์ตูนวัยรุ่นเล่มนี้  นิทานเรื่องนี้เป็นนิทานก่อนนอนเกี่ยวกับความรัก ที่มีเนื้อเรื่องน่าตื่นเต้นและซาบซึ้ง เหมาะกับทั้งเด็กชอบฟังเรื่องผจญภัยและผู้ใหญ่ที่อยากอ่านนิทานความรักให้แฟนฟัง  ผู้ที่ได้อ่านการ์ตูนเรื่องนี้ในหนังสือดินแดนรูปหัวใจ ส่วนใหญ่จะชอบกัน (เพราะคุณโน้ต นักวาดการ์ตูน ถ่ายทอดผลงานออกมาได้ดีมาก)  แต่ในส่วนของนิทานต้นฉบับ  น่าจะมีคนเคยอ่านน้อยมาก  ดังนั้น  ผมจึงนำนิทานความรักเรื่องนี้มาให้อ่านกัน  Continue reading “นิทานความรัก : มารหนุ่มกับหญิงสาว”

Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

นิทานแม่ลูก : ทีมคุณแม่ ทีมคุณลูก

ช่วงที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) แต่งนิทานก่อนนอนให้กับนิตยสารขวัญเรือน  พอใกล้วันแม่ของทุกปี  ผมก็มักจะแต่งนิทานเกี่ยวกับแม่ เพื่อให้สอดคล้องกับนิตยสารขวัญเรือนฉบับวันแม่   นิทานในปีแรก ๆ มักเป็นเรื่องที่ซาบซึ้ง  แต่พอแต่งไปหลาย ๆ ปี ผมจึงลองหาแง่มุมอื่น ๆ มาแต่งบ้าง  ซึ่งนิทานเรื่อง “ทีมคุณแม่ ทีมคุณลูก” ก็เป็นนิทานเกี่ยวกับแม่ลูกที่มีเนื้อหาต่างไปจากนิทานแม่ลูกเรื่องอื่น ๆ ที่แต่ง  แต่เนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไร  คงต้องให้ลองอ่านกันดูครับ อิอิ Continue reading “นิทานแม่ลูก : ทีมคุณแม่ ทีมคุณลูก”

Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

นิทานเรื่องพิเศษ : โตขึ้นฉันจะเป็นเด็ก

หลายปีก่อน ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) มีโอกาสได้เขียนโครงบทละครเรื่องนึง ชื่อเรื่องว่า”โตขึ้น…ฉันจะเป็นเด็ก”  ละครเรื่องนี้เป็นโครงการทำละครประกอบดนตรีจากวงออเคสตร้า ซึ่งหลังจากหานักเขียนบทหลายต่อหลายคน ปรากฏว่าหาคนแต่งเรื่องที่ลงตัวไม่ได้ ตอนนั้น จู่ๆ งานนี้ก็หล่นตุ้บมาที่ผม ซึ่งปกติไม่รับงานใด ๆ  เพราะแค่คิดนิทานขวัญเรือนเดือนละ 2 เรื่องก็จะไม่ไหวอยู่แล้ว แต่พอดีช่วงนั้น ผมสมัครเรียนป.โท การศึกษาปฐมวัย เลยจำเป็นต้องหาเงิน สรุปคือ ผมรับที่จะคิดเรื่องให้ลูกค้า แต่ในใจลึก ๆ ก็กลัวว่าเรื่องจะไม่ผ่าน เพราะปกติส่งงานแค่ที่ขวัญเรือน เลยไม่รู้ว่าถ้าทำงานให้ที่อื่น เขาจะชอบไหม
…..
ผมมีเวลาคิดเรื่องไม่กี่วัน แต่ด้วยความฟิต เลยคิดไปให้เขาเลือกถึง 2 เรื่อง  ปรากฏว่า ลูกค้าชอบทั้ง 2 เรื่อง (ตกใจเลย) พอเขาถามราคา ผมบอกว่า “ไม่รู้ เพราะปกติได้เรื่องละ 2 พัน” ตอนนั้น พี่ที่ทำงานนี้บอกว่า  “ที่นี่ ให้ค่าเรื่อง 5 หมื่น” ผมตกใจ ไม่เคยคิดว่าแค่คิดจะได้ราคาขนาดนี้ แต่พี่เขาบอกว่า “มันเป็นราคาของงานแบบนี้”
……
หลังจากคิดเรื่องเสร็จ ผมคิดว่าเสร็จงานแล้ว ปรากฏว่า ทางลูกค้าขอให้เขียนโครงบท และ แต่งโครงเพลง เพื่อเตรียมไปทำดนตรี  เจี๊ยก! เกิดมาเคยแต่งแต่เพลงจิ้งจก เพลงร้องเล่นตลก ๆ  เลยเครียดไปเลย  แต่ก็ทำ สุดท้าย ได้เพลงออกแนวแร็พๆมาประมาณนึง ซึ่งต้องลองแสดงให้ทางทีมดู และเขาก็ชอบกัน   แต่เมื่อเวลาผ่านไป จู่ ๆ โครงการก็มีความจำเป็นต้องยุบ งดการแสดง เพราะช่วงนั้นเมืองไทยมีกีฬาสีรุนแรง สปอนเซอร์ไม่เข้า คนไม่ซื้อตั๋ว ผลก็คือ เจ้าของโครงการโทรมาแจ้งว่า จำเป็นต้องล้มโครงการ และจำเป็นต้อง งดจ่่ายค่าเรื่อง!
……
เวลาผ่านมาเกือบ 10 ปี โครงบทและนิทานที่ผมเขียนไว้ น่าจะยังไม่มีใครได้อ่าน (นอกจากทีมงานตอนนั้น) เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบอายุ  50 ปีของผม (11 กรกฎา) ผมจึงนำนิทานเรื่องนี้ มาให้อ่านกันครับ  นิทานเรื่องนี้น่าจะเป็นนิทานก่อนนอนเรื่องยาว ๆ ที่ยาวที่สุดที่เคยเขียน และผมได้นำท่อนแร๊พที่เขียนในโครงบทละครมาใส่ด้วย   ถ้าออกเสียงวรรณยุกต์ได้ถูก  เช่น ปู้ดป้าด  ปูดปาด ปู๊ดป๊าด (สามคำนี้ออกเสียงไม่เหมือนกัน) การอ่านจะสนุกมาก  ขอให้มีความสุขในการอ่านและการกลับไปเป็นเด็กนะครับ

Continue reading “นิทานเรื่องพิเศษ : โตขึ้นฉันจะเป็นเด็ก”

Posted in ครอบครัว, เด็ก

บทความ : เจ้าชายน้อยกับฉัน

ช่วงโควิด  นิตยสารสารคดีมีกิจกรรมให้ผู้อ่านเขียนบทความเกี่ยวกับหนังสือเรื่อง “เจ้าชายน้อย”  เพื่อคัดเลือกไปลงในนิตยสารสารคดี ฉบับเจ้าชายน้อย   ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) เป็นคนหนึ่งที่เคยอ่านหนังสือเรื่องเจ้าชายน้อย และรู้สึกพิเศษกับหนังสือเรื่องนี้  ผมจึงเขียนบทความส่งไปในเพจของนิตยสารสารคดี และได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสารในเวลาต่อมา ตอนนี้นิตยสารสารคดีฉบับดังกล่าวได้วางแผงไปหลายเดือนแล้วผมจึงนำบทความนี้มาลงในเว็บไซต์นิทานนำบุญ เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก  ถือว่าเป็นบันทึกความรู้สึกนึกคิดของนักแต่งนิทานคนไทยคนนี้ที่มีต่อหนังสือเรื่องเจ้าชายน้อยนะครับ  ลองอ่านกันดูครับ

f736a777badb24381c1618d3ff3f5929

Continue reading “บทความ : เจ้าชายน้อยกับฉัน”