นิทานก่อนนอนเรื่อง “ลูกสัตว์ใจสู้” เป็นนิทานก่อนนอนสั้น ๆ ที่ผมแต่งไว้นานแล้ว ซึ่งในช่วงที่คนไทยทั้งประเทศ และเพื่อนทุก ๆ คนในโลก ต้องเผชิญกับโรคระบาดโควิด-19 ผมจึงอยากใช้นิทานเรื่องนี้ในการส่งกำลังใจให้กับทุก ๆ คน ทั้งหน่วยงานราชการของทุกประเทศ ทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ทุก ๆ คน รวมทั้งเพื่อนคนไทยและเพื่อนร่วมโลกที่กำลังช่วยกันหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามหน้าที่ของตนเอง วันไหนที่ใครเหนื่อย “เรา” จะเป็นเพื่อนที่ช่วยเหลือและให้กำลังใจกันและกัน จนกว่าเราจะชนะ สู้ไปด้วยกันนะครับ
Tag: นิทานก่อนนอนเรื่อง
นิทานเรื่องพิเศษ : บ่างบิน
นิทานก่อนนอนเรื่องยาว ๆ เรื่อง “บ่างบิน” เป็นนิทานที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) แต่งขึ้นเพื่อแสดงความรักที่ผมมีต่อชาวไทใหญ่ (ซึ่งเกิดขึ้นจากตอนที่ผมมีโอกาสไปนอนวัดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนพร้อมกับพ่อครูมาลา คำจันทร์ และทำให้ได้รับรู้เกี่ยวกับชีวิตของเณรชาวไทใหญ่ที่นั่น) นิทานเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมนำวัฒนธรรมของชาวไทใหญ่ (ในช่วงก่อนบวช) มาแต่งเป็นนิทานแนวผจญภัยแบบแฟนตาซีพื้นบ้าน เพื่อส่งเสริมเรื่องความกตัญญู (เรียกว่า นิทานลูกยอดกตัญญูก็ได้นะครับ) ซึ่งหวังว่านิทานเรื่องนี้จะเป็นนิทานก่อนนอนเรื่องยาว ๆ ที่ถูกใจทุก ๆ คนนะครับ ท้ายนี้ ผมขอขอบคุณภาพถ่ายเด็กชาวไทใหญ่ที่กำลังเล่น “บ่างบิน” ซึ่งนำมาจากภาพถ่ายของพ่อครู มาลา คำจันทร์ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมแต่งนิทานเรื่องนี้ครับ ขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ครับ
นิทานเรื่อง บ่างบิน
นานมาแล้ว ณ หมู่บ้านเล็ก ๆ กลางหุบเขาแสนไกล ยังมีหญิงสาวผู้หนึ่งชื่อว่า “นางแสงฟ้า” แม้นางแสงฟ้าจะยากจนและยังคงเป็นโสด แต่นางกลับมีลูกชายถึง 7 คน ซึ่งลูกทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นเด็กกำพร้าที่นางรับมาดูแลด้วยความเมตตาทั้งสิ้น
ทันทีที่นางแสงฟ้าได้ฟัง นางก็รีบเดินทางเข้าป่าเพื่อตามหาลูก ๆ นางแสงฟ้าแกะรอยตามลูก ๆ จนรุ่งสาง แต่จนแล้วจนรอด นางก็ตามไม่พบ เมื่อเจ้าบุญเห็นแม่กลับบ้านมาด้วยสีหน้าอมทุกข์ เขาจึงรีบนำข้าวปลาอาหารมาให้แม่กิน แล้วขอให้แม่นอนพักเอาแรงสักหน่อย โดยตัวเขาอาสาจะนวดเท้าที่เลอะขี้ดินขี้เลนให้แม่ก่อนที่แม่จะออกไปตามหาพี่ ๆ อีกครั้ง
สักพักใหญ่ เจ้าบุญก็ร่อนลงตรงหน้าถ้ำแห่งหนึ่งใกล้ ๆ กับหนองน้ำซึ่งมีผีพรายหลายตนยืนเฝ้าอยู่ ผีพรายเหล่านั้นเหมือนมองไม่เห็นเด็กน้อยที่บุกรุกเข้าไปในถิ่นของมัน เจ้าบุญแปลกใจจึงรวบรวมสติพลางคิดว่า บางทีอาจเป็นเพราะน้ำที่เขาลูบหัวลูบหน้ามีเศษดินจากเท้าแม่เจืออยู่ มันจึงมีความศักดิ์สิทธิ์ทำให้เขาลอยขึ้นฟ้าได้และช่วยปกป้องไม่ให้ผีพรายมองเห็นเขา
………………


สัตว์เลี้ยงของเจ้าหญิง
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเจ้าหญิงพระองค์หนึ่งทรงเป็นเจ้าหญิงที่มีนิสัยสุดแสนจะขี้เกียจชนิดที่หาใครเทียบได้ยาก วันทั้งวัน..เจ้าหญิงจะเอาแต่กินกับนอน โดยปล่อยให้เหล่าพี่เลี้ยงคอยป้อนข้าวป้อนน้ำให้ราวกับว่าพระองค์ยังคงเป็นเจ้าหญิงตัวเล็ก ๆ ที่พึ่งพาตนเองไม่ได้
อยู่มาวันหนึ่ง เจ้าหญิงมีความจำเป็นต้องหาสัตว์เลี้ยงคู่กายมาเลี้ยงเอาไว้ ดังเช่นที่เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ทั้งหลายพึงปฏิบัติ และด้วยเหตุนี้เอง เจ้าหญิงจึงเรียกนางฟ้าประจำตัวให้มาพบ แล้วขอให้นางฟ้าเนรมิตสัตว์เลี้ยงให้แก่พระองค์สักตัวหนึ่ง
นางฟ้าตรึกตรองอยู่พักใหญ่ ในที่สุด นางฟ้าก็เสกสุนัขตัวเล็ก ๆ ที่มีแววตาใสซื่อให้เป็นเพื่อนกับเจ้าหญิง เจ้าหญิงทรงพอพระทัยมาก พระองค์ทรงเห่อเจ้าสุนัขตัวน้อยอย่างออกนอกหน้า แต่หลังจากเวลาผ่านไปเพียงแค่สามวัน เจ้าหญิงก็ทรงขี้เกียจให้อาหารเจ้าสุนัขตัวน้อย ดังนั้น เจ้าสุนัขจึงแอบหนีไปจากเจ้าหญิงด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ
เมื่อไม่มีสัตว์เลี้ยงประจำตัว เจ้าหญิงจึงเรียกนางฟ้าให้มาช่วยเนรมิตสัตว์เลี้ยงให้แก่พระองค์อีกเป็นหนที่สอง ซึ่งในคราวนี้ เจ้าหญิงทรงกำชับกับนางฟ้าว่า พระองค์ทรงต้องการสัตว์เลี้ยงที่งามสง่า แต่สามารถหาอะไร ๆ กินเองได้ในยามที่พระองค์ทรงขี้เกียจให้อาหาร
นางฟ้าครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ในที่สุด นางฟ้าก็ตัดสินใจเนรมิตแมวเปอร์เซียให้เป็นสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของเจ้าหญิง เจ้าหญิงทรงปลื้มสัตว์เลี้ยงของพระองค์มาก เพราะเจ้าแมวน้อยแลดูสง่างามและมีท่าทางเฉลียวฉลาดเป็นที่สุด แต่หลังจากที่เวลาผ่านไปได้อีกเพียงสามวัน เจ้าหญิงก็ทรงขี้เกียจใส่ใจดูแลเจ้าแมวขนฟูเช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับเจ้าสุนัขที่น่าสงสาร ซึ่งเมื่อเจ้าแมวเห็นว่าเจ้าหญิงไม่เต็มใจจะเป็นนายของมันอีกต่อไปแล้ว เจ้าแมวจึงตีจากเจ้าหญิงไปด้วยความผิดหวัง
เมื่อเจ้าหญิงไม่มีสัตว์เลี้ยงประจำตัว พระองค์จึงจำเป็นต้องเรียกนางฟ้าให้มาช่วยเนรมิตสัตว์เลี้ยงให้แก่พระองค์อีกเป็นครั้งที่สาม ซึ่งในคราวนี้ เจ้าหญิงทรงเน้นย้ำกับนางฟ้าว่า พระองค์ทรงต้องการสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับนิสัยของพระองค์จริง ๆ โดยขอให้เป็นสัตว์เลี้ยงที่สามารถให้อาหารแบบนาน ๆ ครั้งได้!
นางฟ้าพยายามใช้ความคิดอย่างเต็มที่ และแล้ว…นางฟ้าก็ตัดสินใจเนรมิตนกแสนสวยให้เป็นเพื่อนใหม่ของเจ้าหญิง เจ้าหญิงทรงพอใจเจ้านกแก้วตัวใหญ่ของพระองค์มาก เพราะนอกจากสีสันของมันที่ดูฉูดฉาดสะดุดตาแล้ว เจ้าหญิงยังสามารถเลี้ยงดูมันด้วยการใส่เมล็ดพืชไว้ในถ้วยเพียงสัปดาห์ละครั้งและเปลี่ยนน้ำดื่มให้มันทุก ๆ สามวันเท่านั้น เจ้าหญิงรู้สึกว่านกแก้วเป็นสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับนิสัยของพระองค์มากที่สุด แต่หลังจากที่เวลาผ่านไปได้เพียงสองสัปดาห์ เจ้าหญิงก็ทรงขี้เกียจใส่ใจดูแลนกของพระองค์อีกเช่นเคย ด้วยเหตุนี้ เจ้านกจึงบินจากเจ้าหญิงไปอย่างเศร้าสร้อย
เจ้าหญิงจอมขี้เกียจเรียกนางฟ้าเข้าพบเป็นครั้งที่สี่ ซึ่งในคราวนี้ เจ้าหญิงพยายามย้ำแล้วย้ำอีกให้นางฟ้าเนรมิตสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับนิสัยของพระองค์จริง ๆ (ประเภทที่พระองค์ไม่ต้องดูแลมันเลยได้ยิ่งดี) นางฟ้าเหนื่อยหน่ายต่อนิสัยที่สุดแสนจะขี้เกียจของเจ้าหญิงเป็นอันมาก แต่อย่างไรก็ตาม นางฟ้าก็สัญญากับเจ้าหญิงว่า ตนเองจะลองกลับไปนอนคิดสักคืน แล้วจะเนรมิตสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมที่สุดให้แก่เจ้าหญิงในเช้าวันรุ่งขึ้น
เมื่อเจ้าหญิงทรงตื่นนอน พระองค์พยายามสอดส่ายสายตามองหาสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ตามที่นางฟ้าได้ให้สัญญาเอาไว้ แต่หลังจากที่เจ้าหญิงมองหาอยู่นาน พระองค์ก็ยังคงไม่พบเห็นสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับพระองค์มากที่สุดตัวนั้นเลย เจ้าหญิงทรงเกาศีรษะด้วยความสงสัย จากนั้น พระองค์ก็ทรงเรียกให้นางฟ้าประจำตัวมาเข้าเฝ้าอีกครั้ง
นางฟ้าส่งยิ้มให้เจ้าหญิงพร้อมกับยืนยันว่า ตนเองได้เนรมิตสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมที่สุดให้แก่เจ้า-หญิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าหญิงทรงมองไปรอบ ๆ ตัวอีกครั้ง แต่พระองค์ก็ยังคงมองไม่เห็นสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ดังคำ กล่าวอ้างของนางฟ้า เจ้าหญิงทรงเกาศีรษะด้วยความงุนงง พระองค์ทรงเกาด้วยมือซ้าย แล้วก็ก็ย้ายมาเกาด้วยมือขวา จากนั้น พระองค์ก็ใช้ทั้งสองมือเกาศีรษะไปมาไม่ยอมหยุด เจ้าหญิงทรงแปลกใจมากที่จู่ ๆ พระองค์ก็ทรงคันศีรษะขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ ซึ่งในขณะเดียวกันนั้นเอง นางฟ้าประจำตัวของเจ้าหญิงก็เอ่ยปากบอกเจ้าหญิงว่า “นั่นไงล่ะ สัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับเจ้าหญิงมากที่สุด สัตว์เลี้ยงที่พระองค์ไม่ต้องดูแลมัน ไม่ต้องคอยให้อาหาร แต่มันจะภักดีและคอยหากินอยู่บนศีรษะของพระองค์ตราบนานเท่านาน”
เจ้าหญิงทรงร้องไห้ด้วยความขยะแขยง พระองค์ไม่ต้องการมี ‘ตัวเหา’ เป็นสัตว์เลี้ยงดังเช่นที่เป็นอยู่นี้ เจ้าหญิงทรงร้องขอให้นางฟ้าช่วยกำจัดตัวเหาออกไปจากศีรษะของพระองค์เสีย แต่นางฟ้ายื่นเงื่อนไขให้เจ้าหญิงสัญญาว่าจะเลิกนิสัยเกียจคร้าน และต้องรับปากว่าจะเลี้ยงดูเจ้าสุนัขตัวน้อย, เจ้าแมวขนฟู และเจ้านกแสนสวย ให้สมกับที่พวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงของพระองค์ เจ้าหญิงทรงให้สัญญากับนางฟ้า และทันใดนั้น…เจ้าหญิงก็ทรงตื่นขึ้นมาจากความฝัน
เมื่อเจ้าหญิงตื่นจากฝันร้าย พระองค์ก็ทรงเห็นเจ้าสุนัขตัวน้อย, เจ้าแมวขนฟูและเจ้านกแสนสวยกำลังรอคอยการตื่นนอนของพระองค์อยู่อย่างใจจดใจจ่อ เจ้าหญิงทรงดีใจที่ได้เห็นสัตว์เลี้ยงทั้งสามอีกครั้ง (แทนที่จะเป็นตัวเหา) พระองค์ทรงกอดสัตว์ทั้งสามเอาไว้ด้วยความรัก และพระองค์ก็ทรงตั้งใจที่จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับนางฟ้าในความฝัน
ไม่ช้าไม่นาน…เจ้าหญิงจอมขี้เกียจก็กลับกลายเป็นเจ้าหญิงที่มีความรับผิดชอบและรู้จักดูแลตัวเองมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และด้วยเหตุที่เจ้าหญิงมีสัตว์เลี้ยงคู่ใจถึงสามตัว ดังนั้น เจ้าหญิงจึงมีความโดดเด่นเหนือกว่าเจ้าหญิงองค์อื่น ๆ ถึงสามเท่าเลยทีเดียว
#นิทานนำบุญ

นิทานแอบรัก : เจ้าหญิงขี้อายกับเจ้าชายหูเพี้ยน
ในบรรดานิทานก่อนนอนเรื่องต่าง ๆ นิทานเรื่อง “เจ้าหญิงขี้อายกับเจ้าชายหูเพี้ยน” จัดได้ว่าเป็นนิทานตลกๆก่อนนอนที่ผู้เขียนชอบมาก เพราะนอกจากนิทานเรื่องนี้จะเป็นนิทานความรักที่ดูกุ๊กกิ๊กแล้ว พระเอกของเรื่องที่มีปัญหาในการฟัง และนางเอกที่มีนิสัยขี้อายแบบสุด ๆ ก็เป็นตัวละครในนิทานคู่รักที่เหมาะเจาะลงตัวสำหรับการผูกเรื่องให้เป็นนิทานรักตลก ๆ ที่น่าจะสร้างความสนุกสนานให้กับคนฟังได้ไม่ยาก แถมตัวละครเสริมอย่างไก่ แมว และ อีกา ที่มีบทบาทในการคลี่คลายเรื่องราว ทำให้ “นิทานแอบรัก” เรื่องนี้ จบลงอย่างมีความสุข (ในแบบที่ทุกคนคงจดจำไปอีกนาน)
Continue reading “นิทานแอบรัก : เจ้าหญิงขี้อายกับเจ้าชายหูเพี้ยน”
นิทานอบอุ่นใจ : เมื่อเจ้าหญิงนอนไม่หลับ

นิทานก่อนนอนสั้น ๆ เรื่อง “เมื่อเจ้าหญิงนอนไม่หลับ” เป็นนิทานปราบเซียนที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) คิดว่าแต่งยากมาก เพราะถ้าเรื่องราวไม่สนุก เล่าครั้งเดียวเด็กก็อาจจะเบื่อ แต่ถ้าเรื่องราวตื่นเต้นเกินไป เด็ก ๆ ก็อาจรู้สึกคึกคักจนไม่อยากจะหลับ ความพอดีของนิทานก่อนนอนจึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายนักแต่งนิทานมาก นิทานก่อนนอนเรื่องเมื่อเจ้าหญิงนอนไม่หลับจึงเป็นนิทานที่แต่งขึ้นเพื่อใช้เป็นนิทานเพื่อเล่าตอนก่อนนอนโดยเฉพาะ แถมเป็นนิทานเรื่องแรก ๆ ที่แต่ง และเป็นนิทานที่พี่นำบุญชอบมากที่สุดเรื่องหนึ่ง หวังว่าเด็ก ๆ และคุณพ่อคุณแม่จะชอบนิทานเรื่องนี้เช่นกันนะครับ
ในคืนไหน ที่คุณพ่อคุณแม่เหนื่อยจากทำงานจนเล่านิทานไม่ไหว ลองพักการเล่านิทานด้วยการกอดลูกแล้วฟังนิทานเรื่อง “เมื่อเจ้าหญิงนอนไม่หลับ” ไปด้วยกันก็ได้นะครับ ขอให้หลับฝันดีครับ
สาวน้อยนักทอผ้า
นิทานก่อนนอนเรื่องยาว ๆ เรื่อง “สาวน้อยนักทอผ้า” เป็นนิทานที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) แต่งขึ้นใหม่ในสไตล์ “นิทานคลาสสิก” ถ้าไม่บอกว่าเป็นนิทานที่แต่งใหม่ หลายคนอาจนึกว่าเป็นนิทานอมตะจากต่างประเทศ นิทานเรื่องนี้มีคติสอนใจหลายอย่าง หวังว่าผู้อ่านจะชอบ ส่วนผู้เขียนชอบนิทานเรื่องนี้มาก เพราะการแต่งนิทานแนวนี้ให้แตกต่างจากนิทานคลาสสิกที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ลองอ่านกันดูนะครับ
หมายเหตุ : นิทานเรื่องนี้ ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ด้วยการนำไปทำคลิปลงในยูทูบ/ติ๊กต่อก หรือทำเป็น e-book ใน anyflip บ่อยครั้ง เมื่อถูกจับ จะโดนปรับเป็นเงินจำนวนมาก และมีโทษอาญา ผมจับจริง ฟ้องจริง ดังนั้น อย่าทำเลยครับ
นิทานตลก ๆ ก่อนนอน : เจ้าหญิงแสนซน
เด็กซนเป็นเด็กฉลาด! แต่เด็กมีมารยาทเป็นเด็กที่ฉลาดกว่า เพราะการมีมารยาทสะท้อนให้เห็นถึงการอบรมเลี้ยงดูของครอบครัว และการมีสติของเด็ก ๆ ในการควบคุมตนเอง ให้ใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม นิทานก่อนนอนเรื่อง เจ้าหญิงจอมซน เป็นนิทานสั้นพร้อมข้อคิด ผู้แต่งคือนำบุญ นามเป็นบุญ นักแต่งนิทานที่เคยลงผลงานในนิตยสารขวัญเรือน หวังว่านิทานเรื่องเจ้าหญิงจอมซนจะเป็นนิทานก่อนนอนที่ถูกใจทุกคนนะครับ
นิทานก่อนนอนสั้นๆ เรื่อง : เจ้าหนูตัวจ้อย

คุณ ๆ เคยอ่านนิทานโบราณเรื่อง “ยายกะตา” ที่ว่า “ตากับยายให้หลานไปเฝ้าถั่วเฝ้างา แต่หลานไม่สนใจ อีกาจึงมากินถั่วงา ตามาตาก็ด่า ยายมายายก็ตี” กันบ้างไหม นิทานแบบนี้ พี่นำบุญเรียกว่านิทานวงกลม (บางคนเรียกว่านิทานลูกโซ่) คือมีเนื้อเรื่องที่วน ๆ ซ้ำ ๆ ซึ่งแต่งยาก แต่ด้วยความซน พี่นำบุญจึงลองแต่งนิทานวงกลมหรือนิทานลูกโซ่ดูบ้าง
Continue reading “นิทานก่อนนอนสั้นๆ เรื่อง : เจ้าหนูตัวจ้อย”แมวล่องหน
นิทานก่อนนอนเรื่อง “แมวล่องหน” เป็นหนึ่งในนิทานที่อบอุ่นหัวใจที่สุดจากคอลเลกชันนิทานนำบุญ เล่าเรื่องแมวน้อยชื่อ “ศูนย์” ที่ไม่มีใครมองเห็นตัวตน จนวันหนึ่งได้พบคนใจดีที่มอบความรักและความเมตตาให้ เรื่องราวนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างรอยยิ้มและความประทับใจ แต่ยังแฝงแง่คิดสำคัญทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้เรื่อง ความเมตตาต่อสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะแมว ส่วนผู้ใหญ่หลายคนอาจรู้สึกเชื่อมโยงกับความรู้สึกของ “ศูนย์” — ความเหงา ความโดดเดี่ยว และความต้องการใครสักคนที่มองเห็นและรักเราอย่างแท้จริง
แมวล่องหน ไม่ใช่เพียงแค่นิทานแมวธรรมดา แต่เป็นนิทานที่เต็มไปด้วยความหวังและกำลังใจ บอกเล่าว่าแม้เราจะรู้สึกว่าไม่มีใครมองเห็นตัวตนของเรา วันหนึ่งอาจมีใครบางคนที่เห็นคุณค่าและโอบกอดเราไว้ด้วยความรัก ความสัมพันธ์ที่จริงใจเพียงครั้งเดียวก็สามารถเปลี่ยนชีวิตได้ เหมือนที่หญิงสาวเจ้าของร้านหนังสือเปลี่ยนชีวิตของแมวศูนย์ให้กลับมามีตัวตนอีกครั้ง
นี่คือนิทานภาพก่อนนอนที่เหมาะทั้งสำหรับ อ่านให้ลูกฟังก่อนนอน หรืออ่านเองเพื่อปลอบประโลมใจในวันที่รู้สึกเหนื่อยล้า เนื้อเรื่องดำเนินอย่างสนุก อ่อนโยน และมีตอนจบที่ทำให้หัวใจอุ่นขึ้น นิทานเรื่อง “แมวล่องหน” จะช่วยเตือนเราว่า ความรัก ความเมตตา และการเห็นคุณค่าของกันและกัน คือสิ่งที่ทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น
มาอ่านนิทานเรื่อง “แมวล่องหน” กันเถอะ
ผมชื่อศูนย์ ผมเป็นแมวล่องหน ผมแทบไม่มีตัวตน แต่บางคนอาจสังเกตเห็นผมในบางเวลา
วันหนึ่ง ผมรู้สึกว้าเหว่อย่างประหลาด ผมคิดว่าถ้าใคร ๆ เห็นตัวผมได้ง่ายกว่านี้ บางที…ผมอาจไม่เหงาอย่างที่เป็นอยู่ ผมจึงตัดสินใจไปยังร้านตัดเสื้อในตัวเมือง แล้วบอกเจ้าของร้านว่า
“ช่างครับ ผมเป็นแมวล่องหน ช่างช่วยตัดชุดให้ผมหน่อยได้ไหม ผมอยากให้คนอื่นมองเห็นผมได้ง่ายขึ้น”
ช่างผู้มีงานล้นมือได้ยินเสียงของผม แต่เขามองไม่เห็นผม เขาทำหน้าเหนื่อย ๆ พร้อมกับพูดว่า
“ฉันมองไม่เห็นเธอ แล้วฉันจะตัดชุดให้เธอได้ยังไง เธอไปขอความช่วยเหลือจากคนที่เก่งกว่าฉันเถอะนะ”
ผมผิดหวังแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ผมจึงเดินไปยังร้านหมอ ที่อาจจะพร้อมช่วยผมมากกว่าช่างตัดเสื้อ “หมอครับ ผมเป็นแมวล่องหน หมอช่วยรักษาให้ผม หายจากการเป็นแมวล่องหนจะได้ไหม”
คุณหมอได้ยินเสียงผม แต่มองไม่เห็นผม คุณหมอพูดลอย ๆ ว่า “ถ้าจะรักษาจริง ๆ อาจต้องมีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ, ผ่าตัดและทำอีกสารพัดวิธี ว่าแต่เธอมีเงินจ่ายเป็นค่ารักษารึเปล่าล่ะ”
แมวน้อยอย่างผมไม่มีเงินหรอก ผมจึงตัดใจ แล้วเดินไปที่บ้านของแม่มดจอมคาถา ผมคิดว่าบางทีแม่มดอาจมีคาถาฟรี ๆ ที่พอจะช่วยเหลือผมได้บ้าง “แม่มดครับ ผมเป็นแมวล่องหน แม่มดช่วยร่ายคาถาให้ผม หายจากการเป็นแมวล่องหนจะได้ไหม” ผมเอ่ยปากขอร้องแม่มด ด้วยน้ำเสียงที่น่าสงสารที่สุด
แต่แม่มดไม่สนใจผมเลย แม่มดได้แต่เปรยด้วยความเบื่อหน่ายว่า “แม่มดไม่ได้เกิดมาเพื่อช่วยเหลือใครหรอกนะ ฉันใจดีไม่พอที่จะช่วยใคร ๆ ทั้งนั้น”
ดูเหมือนว่าโอกาสที่ผมจะหายจากการเป็น แมวล่องหนแทบจะไม่มีเลย ผมคงต้องเหงาและเป็นแมวล่องหนแบบนี้ ไปตลอดชีวิตแน่ ๆ
ในขณะที่ผมกำลังเดินคอตกด้วยความหมดหวัง ผมเดินผ่านร้านหนังสือเล็ก ๆ ร้านหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านที่ดูน่ารัก, อ่อนโยนและอบอุ่นที่สุด “ในร้านจะมีหนังสือ แนะนำวิธีเปลี่ยนแมวล่องหน ให้กลายเป็นแมวปกติบ้างรึเปล่านะ” ผมยืนลังเลอยู่ที่หน้าร้านหนังสือนานมาก นานจนฝนเริ่มลงเม็ดเปาะแปะ และหญิงสาวเจ้าของร้านก็สังเกตเห็นผม! ทันทีที่เธอเห็นผม เธอก็รีบเดินออกมาจากร้าน แล้วอุ้มผมเข้าไปหลบฝน โดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว
พอผมตั้งสติได้ ผมจึงบอกเธอว่า “สวัสดีครับ ผมเป็นแมวล่องหน คุณเจ้าของร้านมีหนังสือที่พอจะช่วยให้ผมหายจากการเป็นแมวล่องหนบ้างไหม ผมอยากให้คนอื่นมองเห็นผม เพราะตอนนี้ผมไม่มีใครเลย ผมเหงามากจริง ๆ”
หญิงสาวเจ้าของร้านมองผมด้วยความเอ็นดู เธอเอ่ยกับผมอย่างใจดีว่า “ฉันไม่มีหนังสือแบบนั้นหรอก แต่ถ้าเธอเหงาและไม่มีใคร เธอจะมาอยู่ที่ร้านหนังสือกับฉันก็ได้นะ”
“แต่ผมไม่มีเงินจ่ายเป็นค่าที่พักหรอกนะครับ” ผมรีบบอก
หญิงสาวยิ้มแล้วจัดแจงเอาผ้าขนหนู มาเช็ดหัวของผมที่เปียกฝนอย่างแผ่วเบา จากนั้น เธอก็เอานมอุ่น ๆ มาเทใส่จาน แล้วกอดผมไว้ในอ้อมอกพร้อมกับพูดว่า
“แมวน่ะตัวเล็กนิดเดียว กินก็ไม่จุ แถมไม่ได้ใช้พื้นที่อะไรสักเท่าไหร่ ถ้าจะคิดเงินจากแมว
ก็คงใจร้ายเกินไปหน่อยแล้วล่ะ ถ้าเหงาก็มาอยู่ด้วยกันเถอะนะ”
ผมดีใจจนน้ำตาไหล ถ้าได้อยู่กับคนที่ใจดีแบบนี้ ผมก็คงจะไม่เหงาอีกต่อไปแล้ว
ในขณะที่ผมกำลังคิดอยู่นั้น สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เพราะจู่ ๆ เนื้อตัวของแมวล่องหนอย่างผม ก็ค่อย ๆ ปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จนผมกลายเป็นแมวปกติ ที่ไม่ใช่แมวล่องหนอีกต่อไป!
ความรักและความเอาใจใส่ ทำให้แมวล่องหนกลายเป็นแมวปกติ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ผมดีใจเหลือเกินกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ผมตั้งใจจะอยู่ในร้านหนังสือเล็ก ๆ แห่งนี้ และขอมอบความรัก ตอบแทนหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้… ตลอดชั่วชีวิตของผม
ข้อคิดจากนิทานเรื่องนี้ :
- ความเมตตาเพียงเล็กน้อยสามารถเปลี่ยนชีวิตใครบางคนได้
- ความรักและการดูแลเป็นพลังที่ทำให้หัวใจและชีวิตเปลี่ยนแปลง
- ไม่ว่าวันนี้จะเหงาแค่ไหน วันหนึ่งคุณจะพบคนที่มองเห็นตัวคุณ
#นิทานนำบุญ

นิทานเรื่อง ควายแทนคุณ
ยุคที่เปลี่ยนไป ทำให้คนหลาย ๆ คนหลงลืมคุณความดีของผู้มีพระคุณ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ครู ผู้หลักผู้ใหญ่ กัลยาณมิตรทั้งที่เป็นเพื่อนวัยเดียวกันและต่างวัยกัน รวมทั้งสรรพสัตว์ที่ให้คุณแก่เรา ดังนั้น ผู้เขียนจึงแต่งนิทานเรื่องนี้ขึ้น เพื่อถ่ายทอดความคิดเรื่องความกตัญญูกตเวทีให้แก่เด็ก ๆ หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ
