Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

ลูกหมูสามตัว

นิทานก่อนนอนเรื่อง “ลูกหมูสามตัว” เป็นนิทานอมตะที่เด็ก ๆ ทั่วโลกน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี  นิทานเรื่องลูกหมูสามตัว เป็นนิทานพื้นบ้านเก่าแก่ที่เล่ากันมานาน โดยไม่ทราบชื่อผู้แต่ง จนกระทั่งวันหนึ่ง  นิทานเรื่องนี้ได้รับการนำมาเขียนเล่าและพิมพ์เป็นครั้งแรกในช่วงปีค.ศ. 1840  หลังจากนั้น นิทานก่อนนอนเรื่องลูกหมูสามตัวก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น และมีการนำมาเล่าใหม่ด้วยลีลาการบรรยายของนักเขียนอีกมากมายจากทั่วโลก ซึ่งนิทานเรื่องลูกหมูสามตัวที่ผมนำมา “เล่าใหม่” นี้ ก็เป็นลูกหมูสามตัวในแบบ “นิทานนำบุญ” ที่ยังคงรักษาความดีของนิทานต้นฉบับ แต่หาทางหลีกเลี่ยงฉากรุนแรงต่าง ๆ โดยเฉพาะในตอนท้ายเรื่อง เพื่อให้นิทานเรื่องนี้ เป็นนิทานก่อนนอนที่คุณพ่อคุณแม่นำมาเล่าให้ลูก ๆ ฟังได้อย่างสบายใจ 

นิทานอมตะก่อนนอน : ลูกหมูสามตัว

กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว มีลูกหมูสามตัวเป็นพี่น้องกัน   วันหนึ่ง เมื่อลูกหมูมีอายุพอสมควร  แม่หมูบอกให้ลูกหมูทั้งสามแยกย้ายกันไปสร้างบ้านของตัวเอง

ลูกหมูตัวพี่ มีนิสัยมักง่ายและแสนจะขี้เกียจ มันจึงสร้างบ้านด้วยฟาง ซึ่งเป็นบ้านที่สร้างง่ายที่สุด แต่ไม่ค่อยแข็งแรงสักเท่าไร

ลูกหมูตัวที่สอง ขี้เกียจและมักง่ายน้อยกว่าพี่นิดนึง  มันจึงเลือกสร้างบ้านด้วยไม้ เพราะบ้านไม้แข็งแรงกว่าบ้านฟาง

ส่วนลูกหมูตัวสุดท้องน้องสุดท้าย เป็นลูกหมูที่ขยันขันแข็งและมองการณ์ไกล แทนที่มันจะเลือกสร้างบ้านง่าย ๆ แบบพี่ ๆ  มันกลับสร้างบ้านที่ทำจากอิฐและปูน  ซึ่งเป็นบ้านที่สร้างยากที่สุด แต่ก็แข็งแรงมากที่สุดด้วย

อยู่มาวันหนึ่ง มีหมาป่าหิวโซตัวหนึ่ง เดินทางผ่านมาที่บ้านฟางของลูกหมูตัวพี่   หมาป่าอยากกินลูกหมูมาก มันจึงเดินตรงไปที่ประตูบ้าน แล้วก็สูดลมหายใจเข้า  จากนั้น มันก็เป่าลมออกมาเสียงดัง “ปู้ด ปู้ด แล้วก็ปู้ด   เพียงสามปู้ด  บ้านที่ทำจากฟางก็พังทลาย ทำให้เศษฟางปลิวว่อน  ลูกหมูตัวพี่ตกใจมาก แล้วมันก็อาศัยช่วงชุลมุน วิ่งหนีหมาป่าไปหลบภัยที่บ้านไม้ของลูกหมูตัวที่สองอย่างไม่คิดชีวิต

หลังจากเหตุการณ์สงบลง และเจ้าหมาป่ามองไม่เห็นลูกหมูซ่อนอยู่ในบ้าน มันจึงแกะรอยด้วยการตามกลิ่น  ไปจนพบกับบ้านไม้ของลูกหมูตัวที่สอง

บ้านไม้หลังนี้ มีลูกหมูซ่อนอยู่ถึงสองตัว ซึ่งหมายความว่า มันจะอิ่มมากขึ้นสองเท่า  หมาป่าอยากกินลูกหมูมากเหลือเกิน มันจึงเดินตรงมาที่ประตูบ้าน  แล้วมันก็สูดลมหายใจเข้า ก่อนที่จะเป่าลมออกมาเสียงดัง “ปู้ด ปู้ด แล้วก็ปู้ด  พอสิ้นเสียงปู้ดปุ๊บ  บ้านไม้ก็สั่นไหวตามแรงลมเป่า    แต่..แต่…แต่…แต่  แต่บ้านไม้ยังคงยืนหยัดสู้กับแรงลมได้  เพราะมันแข็งแรงกว่าบ้านที่ทำจากฟาง หมาป่าเห็นว่าไม่ได้ผล  มันจึงสูดลมหายใจลึกขึ้น แล้วเป่าลมออกมาอีกครั้งเป็นชุด เสียงดังว่า  “ปู้ด ปู้ด … ปู้ด ปู้ด ปู้ด…ปู้ด ปู้ด…ปู้ด ปู้ด…ปู้ด”  สิ้นเสียงปู้ดสุดท้าย บ้านไม้ก็พังทลายลงมาทันที  ลูกหมูทั้งสองตัวรีบวิ่งหนีหมาป่ากันอย่างจ้าละหวั่น  พวกมันคิดว่า โอกาสสุดท้ายที่จะรอดได้คือการไปหลบภัยที่บ้านของน้องเล็ก

ทันทีที่ลูกหมูทั้งสองวิ่งไปถึงบ้านของน้องเล็กและปิดประตูดัง “ปั้ง”  หมาป่าก็วิ่งตามมาถึงหน้าบ้านพอดิบพอดี

หมาป่ามองบ้านปูนที่มีลูกหมูซ่อนอยู่ถึงสามตัว พลางนึกในใจว่า มันจะได้กินเนื้อหมูอิ่ม ๆ มากขึ้นถึงสามเท่า  หมาป่าอยากกินลูกหมูมากเหลือเกิน มันจึงยิ้มกริ่ม  จากนั้น มันก็สูดลมหายใจเข้า แล้วเป่าลมหายใจออกมาอีกครั้ง ดัง“ปู้ด ปู้ด แล้วปู้ด  เมื่อสิ้นเสียงลมหายใจสุดท้าย  บ้านปูนก็ยังตั้งตระหง่านอย่างไม่มีแปรเปลี่ยน  หมาป่าเริ่มรู้สึกตัวว่า บ้านปูนเป็นบ้านที่แข็งแกร่งกว่าบ้านที่ทำจากฟางและบ้านที่ทำจากไม้  มันจึงสูดลมหายใจลึกขึ้น  แล้วเป่าลมออกมาอีกครั้งเป็นชุด เสียงดังว่า  “ปู้ด ปู้ด … ปู้ด ปู้ด ปู้ด…ปู้ด ปู้ด…ปู้ด ปู้ด…ปู้ด”  พอสิ้นเสียงปู้ดสุดท้าย หมาป่ามองบ้าน แต่บ้านปูนก็ยังคงไม่สะทกสะท้านต่อแรงลมเลยแม้สักนิด หมาป่าจึงรวบรวมพลังที่เหลืออยู่ทั้งหมด แล้วสูดลมหายใจเข้าอย่างสุดกำลัง  จากนั้น มันก็เป่าลมออกมาเสียงดัง “ปุ๋ง”  

เสียงลมดัง “ปุ๋ง” แสดงให้เห็นว่า เจ้าหมาป่าที่หิวโซมันใช้แรงเป่าลมมากเกินไปจนหมดพลัง  พอมันคิดว่ามันจะเป่าลมต่อ มันก็เลยเป่าไม่ไหว แล้วถ้าเกิดจะเป่าต่อไปมันคงเป็นลม  ล้มตึงที่หน้าบ้านของลูกหมูทั้งสามตัวแน่ ๆ   ด้วยเหตุนี้ หมาป่าจึงยอมตัดใจจากการกินลูกหมู แล้วเดินคอตกหายไปในป่า โดยไม่กลับมา รบกวนลูกหมูอีกเลย

ในที่สุด ลูกหมูทั้งสามตัวก็รอดพ้นจากเงื้อมือของเจ้าหมาป่า  ลูกหมูตัวพี่และลูกหมูตัวที่สอง ขอบใจน้องเล็กที่ช่วยให้พวกมันปลอดภัยจากอันตรายที่ไม่คาดคิด  ณ เวลานี้ ลูกหมูตัวพี่กับลูกหมูตัวที่สองเข้าใจแล้วว่า ความขี้เกียจและความมักง่ายอาจนำภยันตรายมาให้อย่างคาดไม่ถึง  ดังนั้น พวกมันจึงตั้งใจที่จะสร้างบ้านขึ้นใหม่ โดยจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อสร้างบ้านให้แข็งแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้

และแล้ว เรื่องราววุ่นวายทั้งหมด ก็จบลงอย่างมีความสุข

Author:

I am a writer and storyteller in Thailand. I wrote 416 stories in 17 year. welcome to my lovely world.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.