หลายวันก่อน มีคุณแม่ที่ติดตามนิทานนำบุญส่งข้อความมาบอกว่า อยากอ่านนิทานเกี่ยวกับพี่และน้อง พี่นำบุญเชื่อว่า ความสุขของคุณพ่อคุณแม่ทุกคน คือการเห็นลูก ๆ รักกัน ไม่ทะเลาะกัน แต่ในชีวิตจริง พี่น้องที่อยู่ใกล้กันมักจะมีเรื่องทะเลาะกันได้เสมอ การทะเลาะกันแบบเด็ก ๆ อาจถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าเด็ก ๆ เกิดปมในใจ เช่น รู้สึกว่าพ่อแม่รักพี่หรือน้องมากกว่า หรือรู้สึกว่าพี่กับน้องก็เป็นแค่คนอื่น ไม่ใช่คนที่มีค่ามีความหมายต่อกัน ความรู้สึกแบบนี้คงไม่ดีแน่ พี่นำบุญจึงแต่งนิทานเกี่ยวกับพี่น้องออกมาหลายเรื่อง บางเรื่องพูดถึงความน่ารักของพี่กับน้อง บางเรื่องพูดถึงข้อเสียเมื่อพี่น้องทะเลาะกันและข้อดีเมื่อพี่น้องร่วมมือกัน หวังว่านิทานพี่และน้องที่เลือกมาแนะนำ จะช่วยทำให้คุณพ่อคุณแม่มีเรื่องเล่าสนุก ๆ เอาไว้คุยกับลูก ๆ เพื่อปลูกฝังข้อคิดเกี่ยวกับข้อดีของการที่พี่น้องรักกัน ไม่ทะเลาะกันนะครับ
Category: ครอบครัว
นิทาน ซินเดอเรลล่า
“ซินเดอเรลล่า” เป็นหนึ่งในนิทานเจ้าหญิงคลาสสิกที่เล่าขานกันมายาวนานในหลายวัฒนธรรมทั่วโลก ทั้งในรูปแบบนิทานยุโรปโดยชาร์ลส์ แปโรต์ ไปจนถึงนิทานพื้นบ้านจีนเรื่องเย่เซียน ด้วยความเรียบง่ายแต่เปี่ยมพลังของธีม “ความดีมีวันชนะ” นิทานเรื่องนี้จึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
สำหรับพ่อแม่ที่กำลังมองหา นิทานก่อนนอนที่เหมาะกับการปลูกฝังคุณธรรมให้ลูก “ซินเดอเรลล่า” คือทางเลือกที่ดีเยี่ยม นิทานเรื่องนี้ช่วยส่งเสริมให้เด็กเข้าใจเรื่องความดี ความหวัง ความอดทน และการไม่ตัดสินใครจากรูปลักษณ์ภายนอก ผ่านโครงเรื่องที่เต็มไปด้วยจินตนาการ เหมาะสำหรับการอ่านด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และเปิดโอกาสให้พ่อแม่พูดคุยกับลูกถึงคุณค่าทางใจหลังนิทานจบลง
นิทานตลก ๆ ก่อนนอน : เจ้าป่าหน้าโหด
เคยไหม? แค่เราทำหน้าเฉย ๆ คนก็หาว่าเราหน้าบูด หน้าเหวี่ยงแล้วไม่อยากเข้าใกล้ คนที่มีหน้าแบบนี้เขาเรียกว่า “มีใบหน้าเป็นอาวุธ” ซึ่งสมัยก่อนพี่นำบุญก็เจอปัญหาแบบนี้เหมือนกัน คือ ทำหน้าเฉย ๆ คนก็เกลียดก็กลัว (น่าสงสารจัง) ตอนแต่งนิทานเรื่องนี้ จึงนำความรู้สึกในช่วงนั้นมาดัดแปลงเป็นเรื่องราว นิทานเรื่องนี้ออกจะบ๊อง ๆ สักหน่อย (ก็มันเป็นนิทานตลก ๆ ก่อนนอนนี่นา) ถ้ามีโอกาส จะลองวาดภาพประกอบเพิ่มเติมนะครับ น่าจะช่วยให้คนอ่านอมยิ้มได้มากขึ้นครับ
7 นิทานรักสุดพิลึก ที่น้อยคนจะเคยอ่าน
ปะล่องป่องแป่ง ง้องแง้งง้องแง้ง ในชีวิตเธอ
เทคนิคทำให้เด็กสนใจเรียนด้านวิทยาศาสตร์
ไวรัสอู่ฮันกับการทำให้เด็กสนใจเรียนด้านวิทยาศาสตร์
การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไวรัสอู่ฮั่น” ทำให้คนเกือบทั้งโลกตื่นตระหนก และพยายามยับยั้งให้โรคติดต่อครั้งนี้ สร้างความเสียหายต่อผู้คนให้น้อยที่สุด Continue reading “เทคนิคทำให้เด็กสนใจเรียนด้านวิทยาศาสตร์”
นิทานก่อนนอน : ตุ๊กตาเพื่อนเก่า
นิทานก่อนนอนที่พ่อแม่ควรเลือกเล่าให้ลูกฟัง ควรมีเนื้อเรื่องอ่อนโยนและอบอุ่น เพราะจะช่วยทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับได้ง่ายขึ้น ด้วยเหตุนี้ พี่นำบุญจึงเลือกนิทานก่อนนอนเรื่อง ตุ๊กตาเพื่อนเก่า ซึ่งเป็นนิทานที่อ่อนหวาน อบอุ่น มาไว้ในหมวดนิทานก่อนนอน หวังว่าคุณพ่อคุณแม่และเด็ก ๆ คงมีความสุขกับนิทานเรื่องนี้นะครับ Continue reading “นิทานก่อนนอน : ตุ๊กตาเพื่อนเก่า”
นิทานเรื่องพิเศษ : บ่างบิน
นิทานก่อนนอนเรื่องยาว ๆ เรื่อง “บ่างบิน” เป็นนิทานที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) แต่งขึ้นเพื่อแสดงความรักที่ผมมีต่อชาวไทใหญ่ (ซึ่งเกิดขึ้นจากตอนที่ผมมีโอกาสไปนอนวัดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนพร้อมกับพ่อครูมาลา คำจันทร์ และทำให้ได้รับรู้เกี่ยวกับชีวิตของเณรชาวไทใหญ่ที่นั่น) นิทานเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมนำวัฒนธรรมของชาวไทใหญ่ (ในช่วงก่อนบวช) มาแต่งเป็นนิทานแนวผจญภัยแบบแฟนตาซีพื้นบ้าน เพื่อส่งเสริมเรื่องความกตัญญู (เรียกว่า นิทานลูกยอดกตัญญูก็ได้นะครับ) ซึ่งหวังว่านิทานเรื่องนี้จะเป็นนิทานก่อนนอนเรื่องยาว ๆ ที่ถูกใจทุก ๆ คนนะครับ ท้ายนี้ ผมขอขอบคุณภาพถ่ายเด็กชาวไทใหญ่ที่กำลังเล่น “บ่างบิน” ซึ่งนำมาจากภาพถ่ายของพ่อครู มาลา คำจันทร์ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมแต่งนิทานเรื่องนี้ครับ ขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ครับ
นิทานเรื่อง บ่างบิน
นานมาแล้ว ณ หมู่บ้านเล็ก ๆ กลางหุบเขาแสนไกล ยังมีหญิงสาวผู้หนึ่งชื่อว่า “นางแสงฟ้า” แม้นางแสงฟ้าจะยากจนและยังคงเป็นโสด แต่นางกลับมีลูกชายถึง 7 คน ซึ่งลูกทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นเด็กกำพร้าที่นางรับมาดูแลด้วยความเมตตาทั้งสิ้น
ทันทีที่นางแสงฟ้าได้ฟัง นางก็รีบเดินทางเข้าป่าเพื่อตามหาลูก ๆ นางแสงฟ้าแกะรอยตามลูก ๆ จนรุ่งสาง แต่จนแล้วจนรอด นางก็ตามไม่พบ เมื่อเจ้าบุญเห็นแม่กลับบ้านมาด้วยสีหน้าอมทุกข์ เขาจึงรีบนำข้าวปลาอาหารมาให้แม่กิน แล้วขอให้แม่นอนพักเอาแรงสักหน่อย โดยตัวเขาอาสาจะนวดเท้าที่เลอะขี้ดินขี้เลนให้แม่ก่อนที่แม่จะออกไปตามหาพี่ ๆ อีกครั้ง
สักพักใหญ่ เจ้าบุญก็ร่อนลงตรงหน้าถ้ำแห่งหนึ่งใกล้ ๆ กับหนองน้ำซึ่งมีผีพรายหลายตนยืนเฝ้าอยู่ ผีพรายเหล่านั้นเหมือนมองไม่เห็นเด็กน้อยที่บุกรุกเข้าไปในถิ่นของมัน เจ้าบุญแปลกใจจึงรวบรวมสติพลางคิดว่า บางทีอาจเป็นเพราะน้ำที่เขาลูบหัวลูบหน้ามีเศษดินจากเท้าแม่เจืออยู่ มันจึงมีความศักดิ์สิทธิ์ทำให้เขาลอยขึ้นฟ้าได้และช่วยปกป้องไม่ให้ผีพรายมองเห็นเขา
………………


รีวิว : คุณพ่อนักแปลงกาย
นิทานก่อนนอนหรือหนังสือภาพสำหรับเด็กเกี่ยวกับพ่อหรือความรักของพ่อในเมืองไทยมีไม่มากนัก พี่นำบุญ จึงทดลองแต่งหนังสือเรื่อง “คุณพ่อนักแปลงกาย” เพื่อให้เป็นหนังสือภาพสำหรับเด็กที่สามารถนำไปใช้ในการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก และทำให้ได้เห็นบทบาทอันสำคัญที่พ่อมีต่อลูก Continue reading “รีวิว : คุณพ่อนักแปลงกาย”
กระต่ายแสงจันทร์
นิทานเรื่อง กระต่ายแสงจันทร์
ในตำนานเก่าแก่ของชาวกระต่าย มีเรื่องเล่าถึง ‘กระต่ายแสงจันทร์’ ผู้คอยปกป้องและช่วยเหลือกระต่ายน้อยทั้งหลายให้พ้นจากอันตรายต่าง ๆ เด็ก ๆ ชาวกระต่ายต่างมีกระต่ายแสงจันทร์เป็นพระเอกในดวงใจด้วยกันทั้งนั้น กระต่ายตัวน้อย ๆ ทั้งหลายมักจะฟุ้งฝันอยากเป็นกระต่ายแสงจันทร์ในวันที่พวกเขาโตขึ้น
‘เจ้าเมฆขาว’ เป็นกระต่ายน้อยอีกตัวหนึ่งที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นกระต่ายแสงจันทร์ ปู่ของเมฆขาวเคยเล่าให้เมฆขาวฟังว่า ดวงจันทร์จะมอบพลังให้แก่กระต่ายผู้กล้าหาญ เพื่อให้กระต่ายตัวนั้นใช้พลังแห่งแสงจันทร์ต่อสู้กับเหล่าร้ายในยามที่เกิดเหตุคับขัน เมฆขาวตั้งใจที่จะเป็นกระต่ายแสงจันทร์ให้จงได้ ด้วยเหตุนี้ เมฆขาวจึงปฏิญาณกับตัวเองว่า เขาจะต้องเป็นกระต่ายที่กล้าหาญ เพื่อให้ดวงจันทร์มอบพลังวิเศษให้แก่เขา
เพื่อน ๆ ของเมฆขาวมักจะพากันหัวเราะเยาะเมื่อได้ยินเมฆขาวพูดถึงความใฝ่ฝันที่เขาอยากจะเป็นกระต่ายแสงจันทร์ จริงอยู่ที่เด็ก ๆ ชาวกระต่ายต่างใฝ่ฝันอยากจะเป็นกระต่ายแสงจันทร์ด้วยกันทั้งนั้น แต่เพราะเมฆขาวเป็นกระต่ายตัวเล็ก ๆ ที่ไม่น่าจะมีเรี่ยวแรงพอจะไปปกป้องใครได้ ความใฝ่ฝันของเมฆขาวที่อยากจะเป็นวีรบุรุษผู้พิทักษ์จึงกลายเป็นเรื่องตลกขบขันในสายตาของกระต่ายน้อยตัวอื่น ๆ
แม้เมฆขาวจะถูกเพื่อน ๆ หัวเราะเยาะอยู่เป็นประจำ แต่เมฆขาวก็ไม่เคยเสียกำลังใจหรือเลิกล้มความตั้งใจของเขาเลยแม้สักครั้ง
เย็นวันหนึ่ง ในขณะที่เมฆขาวออกไปหากิ่งไม้ในป่าเพื่อนำมาก่อไฟไล่ความหนาว มีหมาป่าที่หิวโหยฝูงหนึ่งบุกเข้าโจมตีหมู่บ้านกระต่าย แล้วจัดการจับกระต่ายทุก ๆ ตัวมารวมกันไว้ในกระโจมขนาดใหญ่กลางหมู่บ้าน พวกหมาป่าตั้งใจจะบังคับให้กระต่ายทั้งหมดเดินทางไปกับพวกมันในตอนเช้า โดยพวกมันวางแผนที่จะขังกระต่ายทั้งฝูงเอาไว้ในถ้ำ เพื่อสำรองเป็นอาหารสำหรับฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง
เมื่อชาวกระต่ายถูกหมาป่าจับมาขังเอาไว้ในกระโจม กระต่ายหลายตัวกลัวจนน้ำตาไหล เพราะรู้ซึ้งถึงชะตากรรมที่พวกมันกำลังเผชิญอยู่ คุณปู่ของเมฆขาวเห็นเด็ก ๆ ชาวกระต่ายตื่นกลัวจนเนื้อตัวสั่น ดังนั้น คุณปู่จึงตัดสินใจเล่าตำนานกระต่ายแสงจันทร์ เพื่อปลอบให้กระต่ายน้อยทั้งหลายค่อยคลายความกังวลลงไปบ้าง
พวกหมาป่าทั้งฝูงที่นั่งเฝ้าอยู่ในกระโจมไม่พอใจที่คุณปู่เล่าเรื่องกระต่ายแสงจันทร์ให้เด็ก ๆ ชาวกระต่ายฟัง พวกมันพากันเดินตรงมาหาคุณปู่และสั่งให้คุณปู่สงบปากสงบคำก่อนที่พวกมันจะอดใจเอาไว้ไม่ไหว คุณปู่จำใจต้องหยุดเล่าเรื่องตามคำขู่ของฝูงหมาป่า แต่ในขณะเดียวกัน คุณปู่ก็สังเกตเห็นสีหน้าของเหล่าหมาป่าที่ดูซีดเผือดอย่างประหลาด ซึ่งในตอนนั้น คุณปู่กระต่ายไม่รู้เลยว่า ตำนานเรื่องกระต่ายแสงจันทร์ที่ชาวกระต่ายชื่นชมกันนักหนา กลับเป็นตำนานสยองขวัญที่ชาวหมาป่าต่างหวาดผวาและไม่อยากจะพูดถึงเป็นที่สุด
ตกดึก เมฆขาวแบกกิ่งไม้หอบใหญ่ตรงกลับมาที่หมู่บ้านของเขา คืนนั้น พระจันทร์สีน้ำเงินฉายแสงสว่างจ้า เมฆขาวรู้สึกแปลกใจที่บ้านเรือนของชาวกระต่ายดับไฟมืดกันไปหมด เขามองกระโจมสีขาวขนาดใหญ่กลางหมู่บ้านที่มีแสงเทียนวอมแวมอยู่เรือง ๆ “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” เมฆขาวเงี่ยหูฟังเสียงที่ล่องลอยมาจากกระโจม เขาได้ยินเสียงกระต่ายวัยไล่เลี่ยกับเขากำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความกลัว เมฆขาวพยายามตั้งสติ และในขณะนั้นเอง กลิ่นของสัตว์ร้ายที่ไม่น่าพิสมัยก็ลอยตามสายลมมากระทบกับจมูกของเขา เมฆขาวขนลุกซู่ เขารู้ในทันทีว่า เหตุร้ายครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้นกับชาวกระต่ายเข้าให้เสียแล้ว
เมฆขาวมีทางเลือกอยู่ 2 ทาง คือการหนีเอาตัวรอด หรือหาทางช่วยชาวกระต่ายให้พ้นภัย เมฆขาวตัวสั่นเทาด้วยความกลัว กระต่ายตัวเล็ก ๆ อย่างเขาจะเอาอะไรไปสู้กับฝูงหมาป่า ที่โหดเหี้ยมได้ เมฆขาวคิดหนัก ฉับพลัน…ถ้อยคำที่คุณปู่เคยบอกเล่าก็แว่วเข้ามาในห้วงคำนึงของเจ้ากระต่ายตัวน้อย
“ดวงจันทร์จะมอบพลังให้แก่กระต่ายผู้กล้าหาญ เพื่อให้กระต่ายตัวนั้นใช้พลังแห่งแสงจันทร์ต่อสู้กับเหล่าร้ายในยามที่เกิดเหตุคับขัน”
เมฆขาวแหงนหน้ามองพระจันทร์ด้วยแววตาที่มุ่งมั่น ไม่มีใครอีกแล้วที่จะช่วยชาวกระต่ายให้รอดพ้นจากเคราะห์กรรมในครั้งนี้ได้…นอกจากเขา เมฆขาวอธิษฐานขอพลังจากดวงจันทร์ และหลังจากที่เขานิ่งจ้องมองดวงจันทร์อยู่พักใหญ่ ในที่สุด เมฆขาวก็ตัดสินใจรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีอยู่ แล้วเดินตรงไปยังเนินดินเตี้ย ๆ ที่อยู่ระหว่างกระโจมกับแสงจันทร์ จากนั้น เขาก็ชูกิ่งไม้แห้งที่เก็บมาใช้ทำฟืนขึ้นเหนือศีรษะ แล้วโบกมันไปมากลางอากาศพร้อมๆ กับส่งเสียงกู่ร้องขับไล่ฝูงหมาป่าอย่างบ้าคลั่ง!
ฝูงหมาป่าและชาวกระต่ายทั้งหมดตกใจตื่นเมื่อได้ยินเสียงร้องคำรามขับไล่ที่ดังฝ่าความเงียบสงัดในค่ำคืนนั้น และทันทีที่เหล่าหมาป่ามองไปยังผนังผ้าใบสีขาวของกระโจม พวกมันก็ต้องตกใจจนแทบสิ้นสติ เมื่อเห็นเงาของกระต่ายในตำนานที่มุ่งหมายจะขย้ำพวกมันให้สิ้นซากด้วยกรงเล็บในอุ้งมือขนาดมหึมา
แน่นอน…ฝูงหมาป่าแตกกระเจิงไปคนละทิศละทางในชั่วเวลาเพียงพริบตาเดียว ส่วนชาวกระต่ายทั้งหลายที่ตั้งสติได้ก็เริ่มหลั่งน้ำตาด้วยความปลื้มปิติ และพากันส่งเสียงร้องเรียกวีรบุรุษที่พวกเขาศรัทธาให้เข้ามาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขา
เจ้าเมฆขาวค่อย ๆ เดินตรงไปยังกระโจมตามเสียงเรียกร้อง และทันทีที่เมฆขาวมุดเข้าไปในกระโจม เงาของวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ก็กลับกลายเป็นเจ้ากระต่ายตัวเล็ก ๆ ที่ถือกิ่งไม้แห้งเอาไว้ในมือทั้งสองข้าง กระต่ายทุกตัวตะลึงงันต่อภาพที่ปรากฏตรงหน้า นี่คือกระต่ายแสงจันทร์ตัวจริงที่ช่วยชีวิตพวกเขาเอาไว้ในคราวคับขัน กระต่ายทั้งหลายพากันยิ้มและยอมรับในความกล้าหาญของกระต่ายน้อยที่มีชื่อว่า ‘เจ้าเมฆขาว’ โดยไม่มีข้อโต้แย้ง
นับจากนั้นเป็นต้นมา เรื่องราวของกระต่ายแสงจันทร์ ‘ตัวน้อย’ ก็ได้รับการเล่าขานสืบต่อกันจนถึงชั่วลูกชั่วหลาน และในที่สุด มันก็ได้รับการบันทึกเป็นนิทานที่เด็ก ๆ กำลังอ่านกันอยู่ในขณะนี้
#นิทานนำบุญ
………………
สัตว์เลี้ยงของเจ้าหญิง
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเจ้าหญิงพระองค์หนึ่งทรงเป็นเจ้าหญิงที่มีนิสัยสุดแสนจะขี้เกียจชนิดที่หาใครเทียบได้ยาก วันทั้งวัน..เจ้าหญิงจะเอาแต่กินกับนอน โดยปล่อยให้เหล่าพี่เลี้ยงคอยป้อนข้าวป้อนน้ำให้ราวกับว่าพระองค์ยังคงเป็นเจ้าหญิงตัวเล็ก ๆ ที่พึ่งพาตนเองไม่ได้
อยู่มาวันหนึ่ง เจ้าหญิงมีความจำเป็นต้องหาสัตว์เลี้ยงคู่กายมาเลี้ยงเอาไว้ ดังเช่นที่เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ทั้งหลายพึงปฏิบัติ และด้วยเหตุนี้เอง เจ้าหญิงจึงเรียกนางฟ้าประจำตัวให้มาพบ แล้วขอให้นางฟ้าเนรมิตสัตว์เลี้ยงให้แก่พระองค์สักตัวหนึ่ง
นางฟ้าตรึกตรองอยู่พักใหญ่ ในที่สุด นางฟ้าก็เสกสุนัขตัวเล็ก ๆ ที่มีแววตาใสซื่อให้เป็นเพื่อนกับเจ้าหญิง เจ้าหญิงทรงพอพระทัยมาก พระองค์ทรงเห่อเจ้าสุนัขตัวน้อยอย่างออกนอกหน้า แต่หลังจากเวลาผ่านไปเพียงแค่สามวัน เจ้าหญิงก็ทรงขี้เกียจให้อาหารเจ้าสุนัขตัวน้อย ดังนั้น เจ้าสุนัขจึงแอบหนีไปจากเจ้าหญิงด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ
เมื่อไม่มีสัตว์เลี้ยงประจำตัว เจ้าหญิงจึงเรียกนางฟ้าให้มาช่วยเนรมิตสัตว์เลี้ยงให้แก่พระองค์อีกเป็นหนที่สอง ซึ่งในคราวนี้ เจ้าหญิงทรงกำชับกับนางฟ้าว่า พระองค์ทรงต้องการสัตว์เลี้ยงที่งามสง่า แต่สามารถหาอะไร ๆ กินเองได้ในยามที่พระองค์ทรงขี้เกียจให้อาหาร
นางฟ้าครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ในที่สุด นางฟ้าก็ตัดสินใจเนรมิตแมวเปอร์เซียให้เป็นสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของเจ้าหญิง เจ้าหญิงทรงปลื้มสัตว์เลี้ยงของพระองค์มาก เพราะเจ้าแมวน้อยแลดูสง่างามและมีท่าทางเฉลียวฉลาดเป็นที่สุด แต่หลังจากที่เวลาผ่านไปได้อีกเพียงสามวัน เจ้าหญิงก็ทรงขี้เกียจใส่ใจดูแลเจ้าแมวขนฟูเช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับเจ้าสุนัขที่น่าสงสาร ซึ่งเมื่อเจ้าแมวเห็นว่าเจ้าหญิงไม่เต็มใจจะเป็นนายของมันอีกต่อไปแล้ว เจ้าแมวจึงตีจากเจ้าหญิงไปด้วยความผิดหวัง
เมื่อเจ้าหญิงไม่มีสัตว์เลี้ยงประจำตัว พระองค์จึงจำเป็นต้องเรียกนางฟ้าให้มาช่วยเนรมิตสัตว์เลี้ยงให้แก่พระองค์อีกเป็นครั้งที่สาม ซึ่งในคราวนี้ เจ้าหญิงทรงเน้นย้ำกับนางฟ้าว่า พระองค์ทรงต้องการสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับนิสัยของพระองค์จริง ๆ โดยขอให้เป็นสัตว์เลี้ยงที่สามารถให้อาหารแบบนาน ๆ ครั้งได้!
นางฟ้าพยายามใช้ความคิดอย่างเต็มที่ และแล้ว…นางฟ้าก็ตัดสินใจเนรมิตนกแสนสวยให้เป็นเพื่อนใหม่ของเจ้าหญิง เจ้าหญิงทรงพอใจเจ้านกแก้วตัวใหญ่ของพระองค์มาก เพราะนอกจากสีสันของมันที่ดูฉูดฉาดสะดุดตาแล้ว เจ้าหญิงยังสามารถเลี้ยงดูมันด้วยการใส่เมล็ดพืชไว้ในถ้วยเพียงสัปดาห์ละครั้งและเปลี่ยนน้ำดื่มให้มันทุก ๆ สามวันเท่านั้น เจ้าหญิงรู้สึกว่านกแก้วเป็นสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับนิสัยของพระองค์มากที่สุด แต่หลังจากที่เวลาผ่านไปได้เพียงสองสัปดาห์ เจ้าหญิงก็ทรงขี้เกียจใส่ใจดูแลนกของพระองค์อีกเช่นเคย ด้วยเหตุนี้ เจ้านกจึงบินจากเจ้าหญิงไปอย่างเศร้าสร้อย
เจ้าหญิงจอมขี้เกียจเรียกนางฟ้าเข้าพบเป็นครั้งที่สี่ ซึ่งในคราวนี้ เจ้าหญิงพยายามย้ำแล้วย้ำอีกให้นางฟ้าเนรมิตสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับนิสัยของพระองค์จริง ๆ (ประเภทที่พระองค์ไม่ต้องดูแลมันเลยได้ยิ่งดี) นางฟ้าเหนื่อยหน่ายต่อนิสัยที่สุดแสนจะขี้เกียจของเจ้าหญิงเป็นอันมาก แต่อย่างไรก็ตาม นางฟ้าก็สัญญากับเจ้าหญิงว่า ตนเองจะลองกลับไปนอนคิดสักคืน แล้วจะเนรมิตสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมที่สุดให้แก่เจ้าหญิงในเช้าวันรุ่งขึ้น
เมื่อเจ้าหญิงทรงตื่นนอน พระองค์พยายามสอดส่ายสายตามองหาสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ตามที่นางฟ้าได้ให้สัญญาเอาไว้ แต่หลังจากที่เจ้าหญิงมองหาอยู่นาน พระองค์ก็ยังคงไม่พบเห็นสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับพระองค์มากที่สุดตัวนั้นเลย เจ้าหญิงทรงเกาศีรษะด้วยความสงสัย จากนั้น พระองค์ก็ทรงเรียกให้นางฟ้าประจำตัวมาเข้าเฝ้าอีกครั้ง
นางฟ้าส่งยิ้มให้เจ้าหญิงพร้อมกับยืนยันว่า ตนเองได้เนรมิตสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมที่สุดให้แก่เจ้า-หญิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าหญิงทรงมองไปรอบ ๆ ตัวอีกครั้ง แต่พระองค์ก็ยังคงมองไม่เห็นสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ดังคำ กล่าวอ้างของนางฟ้า เจ้าหญิงทรงเกาศีรษะด้วยความงุนงง พระองค์ทรงเกาด้วยมือซ้าย แล้วก็ก็ย้ายมาเกาด้วยมือขวา จากนั้น พระองค์ก็ใช้ทั้งสองมือเกาศีรษะไปมาไม่ยอมหยุด เจ้าหญิงทรงแปลกใจมากที่จู่ ๆ พระองค์ก็ทรงคันศีรษะขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ ซึ่งในขณะเดียวกันนั้นเอง นางฟ้าประจำตัวของเจ้าหญิงก็เอ่ยปากบอกเจ้าหญิงว่า “นั่นไงล่ะ สัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับเจ้าหญิงมากที่สุด สัตว์เลี้ยงที่พระองค์ไม่ต้องดูแลมัน ไม่ต้องคอยให้อาหาร แต่มันจะภักดีและคอยหากินอยู่บนศีรษะของพระองค์ตราบนานเท่านาน”
เจ้าหญิงทรงร้องไห้ด้วยความขยะแขยง พระองค์ไม่ต้องการมี ‘ตัวเหา’ เป็นสัตว์เลี้ยงดังเช่นที่เป็นอยู่นี้ เจ้าหญิงทรงร้องขอให้นางฟ้าช่วยกำจัดตัวเหาออกไปจากศีรษะของพระองค์เสีย แต่นางฟ้ายื่นเงื่อนไขให้เจ้าหญิงสัญญาว่าจะเลิกนิสัยเกียจคร้าน และต้องรับปากว่าจะเลี้ยงดูเจ้าสุนัขตัวน้อย, เจ้าแมวขนฟู และเจ้านกแสนสวย ให้สมกับที่พวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงของพระองค์ เจ้าหญิงทรงให้สัญญากับนางฟ้า และทันใดนั้น…เจ้าหญิงก็ทรงตื่นขึ้นมาจากความฝัน
เมื่อเจ้าหญิงตื่นจากฝันร้าย พระองค์ก็ทรงเห็นเจ้าสุนัขตัวน้อย, เจ้าแมวขนฟูและเจ้านกแสนสวยกำลังรอคอยการตื่นนอนของพระองค์อยู่อย่างใจจดใจจ่อ เจ้าหญิงทรงดีใจที่ได้เห็นสัตว์เลี้ยงทั้งสามอีกครั้ง (แทนที่จะเป็นตัวเหา) พระองค์ทรงกอดสัตว์ทั้งสามเอาไว้ด้วยความรัก และพระองค์ก็ทรงตั้งใจที่จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับนางฟ้าในความฝัน
ไม่ช้าไม่นาน…เจ้าหญิงจอมขี้เกียจก็กลับกลายเป็นเจ้าหญิงที่มีความรับผิดชอบและรู้จักดูแลตัวเองมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และด้วยเหตุที่เจ้าหญิงมีสัตว์เลี้ยงคู่ใจถึงสามตัว ดังนั้น เจ้าหญิงจึงมีความโดดเด่นเหนือกว่าเจ้าหญิงองค์อื่น ๆ ถึงสามเท่าเลยทีเดียว
#นิทานนำบุญ

