นิทานเกี่ยวกับมิตรภาพเป็นนิทานที่อ่านเมื่อไรก็อบอุ่นใจเมื่อนั้น เพราะทุกคนล้วนเคยมีเพื่อนที่รัก เคยช่วยเหลือกัน หรือเคยได้รับความช่วยเหลือจากใครสักคนในวันที่ลำบาก เรื่องราวเหล่านี้จึงมีคุณค่าสำหรับทุกคน
“ปฏิบัติการช่วยเพื่อน” เป็นนิทานที่เล่าเรื่องของกลุ่มเพื่อนตัวน้อยที่ไม่ยอมอยู่เฉยเมื่อมีเพื่อนคนหนึ่งกำลังเดือดร้อน ความน่ารักของนิทานเรื่องนี้อยู่ตรงที่ตัวละครไม่ได้เป็นฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่ ไม่ได้มีพลังวิเศษ หรือมีของวิเศษใด ๆ แต่พวกเขามีสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง นั่นคือหัวใจที่อยากช่วยเพื่อนอย่างจริงจัง และพร้อมจะลงมือทำในแบบที่เด็ก ๆ ก็สามารถทำตามได้
การอ่านหรือฟังนิทานเรื่องนี้ นอกจากจะได้ลุ้นและเอาใจช่วยเหล่าลูกสัตว์แล้ว เด็ก ๆ ยังจะได้เห็นว่า บางครั้งสิ่งเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม อาจมีคุณค่ามากกว่าที่คิด และเมื่อหลายคนช่วยกันคนละนิดคนละหน่อย ก็อาจเกิดเรื่องดี ๆ ที่คาดไม่ถึงขึ้นได้ นิทานเรื่องนี้จึงเป็นนิทานอีกหนึ่งที่เหมาะสำหรับอ่านก่อนนอน หรืออ่านร่วมกันในครอบครัว
มาอ่านนิทานเรื่อง “ปฏิบัติการช่วยเพื่อน” ด้วยกันนะครับ
กาลครั้งหนึ่ง ณ โรงเรียนประถมของลูกสัตว์ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายป่า มีลูกสัตว์ชนิดต่างๆ ราว 20 ตัวเป็นเพื่อนรักที่เรียนหนังสือด้วยกันมาตั้งแต่ชั้นอนุบาล วันหนึ่ง ก่อนการปิดเทอมใหญ่ 1 วัน คุณครูแพะหนุ่มได้นำข่าวร้ายมาแจ้งให้ลูกสัตว์ทั้งชั้นฟังว่า ในปีหน้า…เจ้ากระรอกน้อยอาจต้องออกจากโรงเรียน เพราะครอบครัวของมันไม่มีเงินส่งเสียให้มันเรียนต่อ เจ้ากระรอกน้อยรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว มันจึงได้แต่กล่าวคำอำลาเพื่อน ๆ อย่างเศร้า ๆ แล้วขอลากลับบ้านไปด้วยน้ำตานองหน้า
เมื่อลูกสัตว์ทั้งหมดทราบเรื่อง พวกมันก็เสียใจจนพูดไม่ออก ลูกสัตว์บางตัวร้องไห้ไม่ยอมหยุด แต่ลูกกระแตซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเจ้ากระรอกน้อยคิดว่า แทนที่พวกมันจะมัวแต่ร้องไห้ พวกมันควรคิดหาทางช่วยเจ้ากระรอกน้อยจะดีกว่า
ในตอนแรก ลูกกระแตอยากขอเรี่ยไรเงินจากเพื่อน ๆ มาช่วยเจ้ากระรอกน้อย แต่เนื่องจากลูกสัตว์ทั้งหลายยังเป็นเด็กและไม่ได้ร่ำรวยอะไร ลูกกระแตจึงต้องคิดหาวิธีการใหม่
เจ้าเม่นเสนอความคิดขึ้นมาว่า “เราอาจหาเงินได้ด้วยการทำงานพิเศษนะ” ลูกสัตว์บางตัวเห็นดีด้วย แต่เนื่องจากพวกลูกสัตว์ยังเป็นเด็ก โอกาสหางานทำจึงยากมาก ๆ
ในขณะที่ทุกคนจนปัญญา เจ้าตุ่นน้อยผู้รอบรู้ได้เสนอความคิดขึ้นมาว่า “พวกเรารู้ไหม ขยะต่าง ๆ สามารถนำไปขายได้ ถ้าพวกเราช่วยกันเก็บขยะ เช่น กระดาษ, ขวดพลาสติกและกระป๋องโลหะต่าง ๆ มาจัดจำแนกแยกขาย บางทีพวกเราอาจรวบรวมเงินพอที่จะช่วยเจ้ากระรอกน้อยก็ได้นะ”
เมื่อลูกสัตว์ทั้งหมดได้ฟัง พวกมันก็เริ่มมีความหวัง ดังนั้น ลูกสัตว์ทุกตัวจึงตกลงที่จะแยกย้ายกันกลับบ้านเพื่อหาเศษขยะและสิ่งของเหลือใช้ต่าง ๆ แล้วจะกลับมาพบกันอีกครั้งใน 1 เดือนข้างหน้า
เวลาผ่านไปไวราวสายลมพัด เมื่อถึงเวลานัดหมาย พวกลูกสัตว์ก็กลับมาพบกันที่โรงเรียนอีกครั้ง ซึ่งตลอด 1 เดือน ลูกสัตว์ทุกตัวเที่ยวเก็บเศษกระดาษ, ใบปลิว, หนังสือพิมพ์, ใบเสร็จรับเงิน หรืออะไรก็ตามที่เป็นกระดาษมาแยกใส่ถุงเอาไว้ นอกจากนี้ พวกมันยังรวบรวมขวดน้ำพลาสติก, ขวดนมสดและกระป๋องน้ำอัดลมที่ล้างสะอาดแล้ว มาแยกใส่ถุงอย่างเต็มกำลังความสามารถอีกด้วย แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า ขยะที่พวกลูกสัตว์เก็บมาได้มีปริมาณมากถึงขนาดที่ต้องขอร้องให้คุณครูแพะหนุ่มช่วยเป็นธุระในการนำขยะไปขายให้
ในตอนแรก คุณครูแพะหนุ่มตกใจที่เห็นถุงใส่ขยะเกือบ 100 ใบกองสุมกันสูงกว่าตัวของคุณครูเสียอีก แต่เมื่อคุณครูได้ฟังเรื่องทั้งหมดและทราบถึงความตั้งใจดีของพวกลูกสัตว์ที่ต้องการช่วยเพื่อน คุณครูจึงนำขยะใส่รถกระบะ แล้วช่วยเอาไปขายยังร้านรับซื้อขยะที่เชื่อถือได้
เย็นวันนั้น ลูกสัตว์ทั้งหลายรอคุณครูอยู่ที่โรงเรียนอย่างใจจดใจจ่อ พวกมันอยากรู้ว่าขยะทั้งหมดที่เก็บมาได้จะขายได้เงินพอให้เจ้ากระรอกน้อยเพื่อนรักมีทุนเรียนหนังสือต่อหรือไม่
และแล้ว…ช่วงเวลาที่ตื่นเต้นที่สุดก็มาถึง ลูกสัตว์ดีใจที่เห็นคุณครูแพะหนุ่มขับรถกลับมาที่โรงเรียน แต่เมื่อพวกมันเห็นสีหน้าเพลีย ๆ ของคุณครูสุดหล่อ พวกลูกสัตว์ก็เริ่มหน้าเจื่อนและคิดว่าความพยายามของพวกมันคงจะล้มเหลว
คุณครูแพะหนุ่มดื่มน้ำอึกใหญ่แล้วหยิบกระดาษที่จดไว้ออกมากางเพื่ออ่านให้ลูกสัตว์ทุกตัวฟังว่า “วันนี้…ครูนำขยะที่พวกเราเก็บได้ไปขาย ซึ่งราคาขยะแต่ละประเภทมีดังนี้ หนังสือพิมพ์, กระดาษสีขาว, เศษกระดาษและสมุดที่ฉีกปกออกแล้ว ราคากิโลกรัมละ 5 บาท, ขวดพลาสติกใสราคากิโลกรัมละ 15 บาท, ขวดพลาสติกสีขุ่นราคากิโลกรัมละ 20 บาท, กระป๋องน้ำอัดลมราคากิโลกรัมละ 40 บาท”
คุณครูหยุดพูดนิดหนึ่ง แล้วยิ้มให้กับลูกศิษย์พร้อมกับบอกว่า “สรุปวันนี้พวกเราขายขยะได้เงินมากถึง 5,555 บาท ซึ่งพอให้เจ้ากระรอกน้อยเรียนหนังสือได้ตลอดทั้งปี แถมยังมีเงินเหลืออีกนิดหน่อยด้วย”
ลูกสัตว์ทั้งหลายส่งเสียงไชโยกันดังลั่น พวกมันเพิ่งรู้ว่าที่คุณครูดูเพลีย ๆ เป็นเพราะคุณครูต้องช่วยยกขยะจำนวนมากไปชั่งขายทำให้คุณครูแทบจะหมดแรงเลยทีเดียว เมื่อสรุปยอดเงินให้ลูกศิษย์ทั้งหลายฟังแล้ว คุณครูจึงชวนลูกสัตว์ทั้งหมดขึ้นรถ แล้วนำเงินไปมอบให้แก่เจ้ากระรอกน้อยทันที
แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า ความร่วมมือร่วมใจกันของลูกสัตว์ตัวเล็ก ๆ ทำให้พวกมันเปลี่ยนขยะไร้ค่าให้กลายเป็นเงินค่าเล่าเรียนก้อนสำคัญสำหรับเพื่อนที่พวกมันรักได้
ในที่สุด เจ้ากระรอกน้อยก็ได้เรียนหนังสือกับเพื่อน ๆ ต่อไป เจ้ากระรอกน้อยดีใจมากที่เพื่อน ๆ กับคุณครูพยายามช่วยเหลือมันอย่างเต็มที่ ส่วนลูกสัตว์ตัวอื่น ๆ ก็ดีใจเช่นกันที่พวกมันสามารถช่วยเจ้ากระรอกน้อยเพื่อนรักได้เป็นผลสำเร็จ
#นิทานนำบุญ










