Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานอบอุ่นหัวใจ, นิทานเด็ก

สกปรกที่สุดในโลก : นิทานอบอุ่นที่เหมาะสำหรับอ่านก่อนนอน

นิทานเรื่อง “สกปรกที่สุดในโลก” ถือเป็นหนึ่งในนิทานเรื่องแรก ๆ ที่ผมได้มีโอกาสเขียนลงในนิตยสาร ขวัญเรือน (ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็นเรื่องที่สอง) ตอนนั้นผมยังเป็นนักเขียนนิทานมือใหม่ ทุกคำ ทุกประโยคที่เขียนลงไปเต็มไปด้วยความยากและความท้าทาย ผมค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ เลือกคำ เหมือนกำลังต่อจิ๊กซอว์ทีละชิ้น ๆ จนกลายเป็นภาพที่สมบูรณ์ แม้นิทานเรื่องนี้จะเป็นเพียงนิทานสั้น ๆ แต่ผมใช้เวลานานมากในการสร้างมันขึ้นมา

หากสังเกตการใช้ภาษาในเรื่อง จะเห็นการเล่นคำซ้ำ ๆ ที่ซ่อนอยู่ในแต่ละย่อหน้า ซึ่งเป็นความตั้งใจเพื่อสร้างจังหวะและความรู้สึกพิเศษให้กับผู้อ่าน ตัวละครเองก็มีความแปลกอยู่นิด ๆ เพราะทุกตัวละครมีกลิ่นตุ ๆ ติดตัว นั่นคือความพยายามของผมที่จะสร้างตัวละครที่แตกต่างจากนิทานเด็กทั่วไปในยุคนั้น รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ และการแก้ปมปัญหาที่ดูเหมือนง่าย แต่จริง ๆ แล้วซ่อนความคิดที่ดึงเอาสิ่งที่เด็ก ๆ ชอบมาเป็นฉากสำคัญของเรื่อง

แรงบันดาลใจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง คือ การอยากให้นิทานเรื่องนี้เป็นนิทานที่เล่าก่อนชวนเด็ก ๆ ไปอาบน้ำ เพราะมีภาพของสายฝนและฟองสบู่ที่เชื่อมโยงกับความสะอาดและความสนุก แต่หากจะอ่านก่อนนอนก็ไม่ว่ากัน เพราะนิทานเรื่องนี้ยังคงอบอุ่นและน่าจะสร้างรอยยิ้มได้เสมอ ไม่ว่าจะอ่านในเวลาใดก็ตาม

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีแมวอยู่ตัวหนึ่งเป็นแมวที่สกปรกที่สุดในโลก ไม่มีใครอยาก เข้าใกล้แมวน้อยตัวนี้เลย เพราะเพียงแค่เดินผ่าน กลิ่นเหม็นตุๆ ก็ลอยคลุ้งออกมาจากตัวของเจ้าแมวน้อยเสียแล้ว แต่เจ้าแมวน้อยก็ไม่เคยสนใจ เพราะเจ้าของของมัน ก็มีกลิ่นเหม็นตุๆ ลอยคลุ้งออกมาจากตัวเหมือนกัน

เจ้าของของแมวน้อยเป็นเด็กผู้หญิงที่ตัวสกปรกที่สุดในโลก เธอเคยอาบน้ำบ้างเหมือนกัน แต่เธอจำไม่ได้แล้วว่าเธออาบน้ำครั้งสุดท้ายตั้งแต่เมื่อไร ถึงเธอจะมีกลิ่นเหม็นตุๆ ลอยคลุ้งออก มาจากตัวเหมือนกับแมวของเธอ แต่เธอก็ไม่เคยสนใจ เพราะที่อยู่ของเธอเองก็มีกลิ่นเหม็นตุๆ ลอยคลุ้งออกมาเหมือนกัน

ที่อยู่ของเด็กผู้หญิงคนนี้ เป็นบ้านที่สกปรกที่สุดในโลก แต่เดิมบ้านหลังนี้เคยเป็นบ้านหลังเล็กๆ ที่น่าอยู่มาก จนกระทั่งเจ้าของบ้าน ซึ่งก็คือคุณพ่อและคุณแม่ของเด็กผู้หญิงที่น่าสงสารคนนี้ ด่วนขึ้นสวรรค์ไปเสียก่อน บ้านจึงไม่มีใครดูแล เด็กผู้หญิงจึงไม่มีใครดูแล และแมวน้อยจึงไม่มีใครดูแล ดังนั้น พวกเค้าจึงมีกลิ่นเหม็นตุๆ ลอยคลุ้งออกมาจากตัวเหมือนๆ กัน

วันหนึ่งในฤดูฝน ฝนตกลงมาดังเปาะแปะ เปาะแปะ แมวน้อยนึกสนุกจึงวิ่งออกไปเล่นน้ำฝน เด็กผู้หญิงนึกสนุกบ้าง จึงเอากระป๋องกับสบู่ ไปเล่นเป่าลูกโป่งกลางสายฝน ส่วนบ้านหลังน้อยไม่ต้องวิ่งไปไหน เพราะฝนตกทีไร บ้านหลังน้อยได้ยืนเล่นน้ำฝนทุกที

สนุกกับสายฝนกันอยู่นาน ลูกโป่งฟองสบู่ก็เลยล่องลอยไปติดตามเนื้อตามตัวของทุกๆ คน สายฝนรวมเข้ากับฟองสบู่ ก็เลยกลายเป็นความสะอาดเอี่ยมอ่อง

ถึงตอนนี้ แมวที่เคยสกปรกที่สุดในโลก ก็กลายเป็นแมวน้อยตัวสะอาดที่มีกลิ่นสบู่ติดอยู่ด้วย เด็กผู้หญิงที่เคยตัวสกปรกที่สุดในโลกก็กลายเป็นเด็กผู้หญิงตัวสะอาดที่มีกลิ่นสบู่ติดตัวอยู่ด้วยเหมือนกัน ส่วนบ้านที่เคยสกปรกที่สุดในโลก ก็กลับกลายเป็นบ้านหลังเล็กแสนสะอาดที่มีกลิ่นสบู่หอมฟุ้งอยู่ทั้งหลัง

นับจากนั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มีใครเคยเห็นแมวน้อย, เด็กผู้หญิงและบ้านที่สกปรกที่สุดในโลกอีกเลย.

อสุรกายขนฟูยิ้มกว้างถือของเล่นอยู่ท่ามกลางฟองสบู่และของเล่นหลากสี
มอมแมมกับของเล่นแสนสนุกในดินแดนฟองสบู่ อสุรกายผู้มีหัวใจอ่อนโยน กำลังสร้างความสุขให้เด็ก ๆ ด้วยของเล่นที่มันประดิษฐ์ขึ้นเอง

เด็กหญิงผมสีส้มถือไม้เป่าฟองสบู่ วิ่งเล่นกลางสายฝนกับแมวดำหน้าบ้านหลังเล็ก
Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานตลก, นิทานเด็ก

นิทานเรื่อง ยอดมนุษย์ตัวน้อย

นิทานเรื่อง “ยอดมนุษย์ตัวน้อย” เป็นนิทานที่น่าจะจัดอยู่ในหมวด “นิทานชวนยิ้ม” หรือ “นิทานตลก ๆ ก่อนนอน” เพราะเป็นนิทานที่มีความ “เพี้ยน” อยู่พอสมควร แม้จะไม่ทำให้เด็ก ๆ หัวเราะเอิ๊กอ๊าก แต่ก็น่าจะทำให้ยิ้มและอารมณ์ดีได้ หวังว่านิทานตลก ๆ ก่อนนอนเรื่องนี้ จะทำให้เด็ก ๆ นอนฝันดีนะครับ

มาอ่านนิทานเรื่อง “ยอดมนุษย์ตัวน้อย”ด้วยกันนะครับ

…………….

Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานความรัก, นิทานเด็ก

นิทานความรัก : ปาฏิหาริย์กระต่ายผีเสื้อ

นิทานก่อนนอนเรื่อง ปาฏิหาริย์กระต่ายผีเสื้อ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว  มีกระต่ายน้อยตัวหนึ่งเป็นกระต่ายที่ชอบอ่านหนังสือมากเป็นพิเศษ  เจ้ากระต่ายน้อยมักจะหอบหนังสือไปนอนอ่านเล่นในทุ่งดอกไม้ทุก ๆ วัน   กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่โชยมาตามสายลม  ทำให้ช่วงเวลาในการอ่านหนังสือของเธออบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสดชื่น

วันหนึ่ง  ในขณะที่เจ้ากระต่ายตัวน้อยกำลังนอนอ่านหนังสืออยู่เพลิน ๆ  มีผีเสื้อแปลกหน้าบินตรงเข้ามาเกาะที่หน้าผากของเจ้ากระต่ายน้อย ราวกับว่ามันอยากจะขออ่านหนังสือด้วย  แม้กระต่ายน้อยขนปุยจะเพิ่งเคยพบกับผีเสื้อตัวนี้เป็นครั้งแรก   แต่เธอกลับรู้สึกผูกพันกับเจ้าผีเสื้ออย่างประหลาด 

Continue reading “นิทานความรัก : ปาฏิหาริย์กระต่ายผีเสื้อ”
Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานความรัก, นิทานอ่านให้แฟนฟัง

นิทานความรัก : มารหนุ่มกับหญิงสาว

ตอนที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) ยังเป็นเด็ก  ผมชอบอ่านการ์ตูนมาก  แถมยังเคยฝันอยากเป็นนักเขียนการ์ตูนและทำสำนักพิมพ์เพื่อพิมพ์หนังสือการ์ตูนอีกด้วย แต่เพราะผมรวาดรูปไม่ค่อยเก่ง  ความฝันเรื่องการเป็นนักเขียนการ์ตูนจึงเป็นจริงได้ยาก 

แต่แล้ววันหนึ่ง ผมมีโอกาสได้รู้จักกับ บ.ก.ซัน  แห่งสำนักพิมพ์ Let’s Comic  ซึ่งถือเป็นสำนักพิมพ์การ์ตูนไทยที่ดังมากในยุคหนึ่ง หลังจากได้สนิทสนมกับน้อง ๆ นักเขียนการ์ตูนหลาย ๆ คนในสำนักพิมพ์  เช่น ไตรภัค  เดอะดวง  moondog และ โน้ต  ในที่สุด  ผมก็มีโอกาสได้ทำหนังสือการ์ตูนเล่มแรกกับทางเล็ดส์ คอมมิค อย่างไม่คาดฝัน  ซึ่งเป็นการนำนิทานที่ผมแต่ง ไปให้น้องนักเขียนการ์ตูนชื่อดังทั้ง 4 คน นำไปเขียนเป็นการ์ตูน  (ความดีของการ์ตูนแต่ละเรื่องต้องยกให้น้อง ๆ แต่ละคน เพราะทุกคนพัฒนานิทานไปในทิศทางที่ตนเห็นสมควร ซึ่งทำให้ได้การ์ตูนสำหรับวัยรุ่นที่สนุกมากถึง 4 เรื่อง ที่รวมอยู่ในหนังสือการ์ตูนชื่อ “ดินแดนรูปหัวใจ”)  304009_10150404994445953_1012636914_n

ในนิทานทั้ง 4 เรื่องนั้น  มีนิทานเรื่องเดียวที่ผมแต่งขึ้นใหม่เพื่อใช้กับหนังสือการ์ตูนวัยรุ่นเล่มนี้  นิทานเรื่องนี้เป็นนิทานก่อนนอนเกี่ยวกับความรัก ที่มีเนื้อเรื่องน่าตื่นเต้นและซาบซึ้ง เหมาะกับทั้งเด็กชอบฟังเรื่องผจญภัยและผู้ใหญ่ที่อยากอ่านนิทานความรักให้แฟนฟัง  ผู้ที่ได้อ่านการ์ตูนเรื่องนี้ในหนังสือดินแดนรูปหัวใจ ส่วนใหญ่จะชอบกัน (เพราะคุณโน้ต นักวาดการ์ตูน ถ่ายทอดผลงานออกมาได้ดีมาก)  แต่ในส่วนของนิทานต้นฉบับ  น่าจะมีคนเคยอ่านน้อยมาก  ดังนั้น  ผมจึงนำนิทานความรักเรื่องนี้มาให้อ่านกัน 

Continue reading “นิทานความรัก : มารหนุ่มกับหญิงสาว”
Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานก่อนนอนสััน ๆ, นิทานความรัก

นิทานก่อนนอน : ความรักของหุ่นไล่กา

นิทานก่อนนอนเรื่อง ความรักของหุ่นไล่กา

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว  มีหุ่นไล่กาตัวหนึ่งยืนตากแดดตากฝนเฝ้านาโดยไม่เคยปริปากบ่น  แม้มันจะเหนื่อยที่ต้องคอยไล่อีกาซึ่งชอบเข้ามาขโมยกินข้าวในนา แต่หุ่นไล่กาก็ตั้งใจทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถ เพราะมันรักงานของมัน และที่สำคัญ…มันแอบหลงรักลูกสาวชาวนาซึ่งเป็นผู้หญิงที่ขยันขันแข็งและมีนิสัยแสนน่ารัก

บ่อยครั้งที่หุ่นไล่กาเผลอมองลูกสาวชาวนาจนเหล่าอีกาเริ่มรู้สึกผิดสังเกต  ครั้นเมื่อพวกอีกาจอมเจ้าเล่ห์ทราบว่าหุ่นไล่กาแอบหลงรักหญิงสาวผู้เป็นมนุษย์  เหล่าอีกาจึงวางแผนหลอกหุ่นไล่กาให้ออกไปจากนา เพื่อที่พวกมันจะได้ขโมยกินข้าวได้อย่างสบายใจไร้ปัญหา

อีกาตัวหนึ่งเคยบินผ่านป่าเวทมนตร์และพบบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งสามารถเนรมิตให้สิ่งไม่มีชีวิตกลายร่างเป็นมนุษย์ได้  เมื่ออีการู้ว่าหุ่นไล่กาหลงรักลูกสาวชาวนา  พวกมันจึงแกล้งบินคุยกันให้เสียงดังไปเข้าหูของหุ่นไล่กาว่า  “ในป่าเวทมนตร์ทางตะวันตก มีบ่อน้ำที่เนรมิตให้สิ่งไม่มีชีวิตกลายร่างเป็นมนุษย์ได้  ถ้าใครมีรักแท้ต่อมนุษย์ก็น่าจะลองเดินทางไปที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ดูนะ”

คำพูดของอีกาทำให้หุ่นไล่กาหูผึ่ง  ถ้ามันกลายเป็นมนุษย์ได้จริง  บางทีมันอาจมีโอกาสได้ทำความรู้จัก, พูดคุยหรือคบหากับหญิงสาวที่มันรักก็เป็นได้  ด้วยเหตุนี้  หุ่นไล่กาจึงวางแผนออกเดินทางไปยังป่าเวทมนตร์ในตอนกลางคืน (ซึ่งพวกอีกาคงหลับแล้ว) และตั้งใจจะรีบกลับมาเฝ้านาให้ทันก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น

อนิจจา! หุ่นไล่กาไม่รู้เลยว่ามันหลงกลของเหล่าอีกาเข้าให้เสียแล้ว เพราะหนทางไปยังป่าเวทมนตร์และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เป็นเส้นทางที่ไกลแสนไกล คนธรรมดาที่มีขาก้าวเดินยังต้องใช้เวลา นานเป็นวันกว่าจะไปถึงได้  แต่หุ่นไล่กามีร่างกายทำจากฟางและไม่มีขาในการก้าวย่าง มันจึงได้แต่ขยับตัวทีละนิด ๆ และมีเพียงพลังใจเท่านั้นที่ทำให้มันเคลื่อนที่ไปได้  ด้วยเหตุนี้เอง  หุ่นไล่กาจึงใช้เวลานานถึง 10 ชั่วโมงกว่าที่มันจะไปถึงทางเข้าป่า ซึ่งในเวลานั้น เหล่าอีกาก็ตื่นนอนและบินไปขโมยกินข้าวในนาได้อย่างสบายใจเสียแล้ว

แม้หุ่นไล่กาจะใช้เวลาเดินทางมากกว่าที่มันคิด  แต่มันก็ไม่ยอมท้อถอย มันยังคงเดินทางเข้าป่าต่อไปทั้ง ๆ ที่มีอุปสรรคมากมายรอมันอยู่  เวลาผ่านไปนาน 3 วัน 3 คืน ในที่สุด หุ่นไล่กาก็ไปถึงบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์และกลายร่างเป็นมนุษย์ได้สำเร็จดังที่มันตั้งใจเอาไว้

ครั้นเมื่อหุ่นไล่กาเดินทางออกจากป่าเวทมนตร์ในฐานะของชายพเนจร  เขาก็รีบตรงกลับไปยังนาข้าวด้วยความรู้สึกผิดที่ละทิ้งหน้าที่ 

ทันทีที่ชายหนุ่มไปถึงนา เขาก็พบว่ามีอีกานับร้อย ๆ ตัวบินลงมาขโมยกินข้าว โดยที่พ่อกับแม่และหญิงสาวได้แต่นั่งกุมขมับอย่างหมดสิ้นหนทางที่จะขับไล่อีกาเหล่านั้นให้ออกไปจากนาได้ 

ชายหนุ่มรู้สึกผิดมาก เขาจึงรีบเข้าไปในนา แล้วจัดการรวบรวมฟางข้าวที่มีอยู่ทั้งหมด นำมาทำเป็นหุ่นไล่กาตัวใหญ่ยักษ์สำหรับใช้ไล่ฝูงกาโดยเฉพาะ 

ไม่มีใครทำหุ่นไล่กาได้เก่งเท่ากับอดีตหุ่นไล่กาอีกแล้ว 

ด้วยเหตุนี้  เมื่อฝูงกาเห็นหุ่นไล่กาที่มีหน้าตาถมึงทึงดูน่ากลัว  พวกมันจึงรีบบินหนีและรู้สึกสยองขวัญจนไม่กล้าเข้าใกล้ที่นาผืนนี้อีก

พ่อกับแม่และหญิงสาวมองชายหนุ่มด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก  ใจหนึ่ง…ทุกคนทึ่งกับความสามารถอันแสนวิเศษของชายแปลกหน้าที่ไล่อีกาได้อย่างไม่น่าเชื่อ  แต่อีกใจหนึ่ง…พวกเขากลับรู้สึกคุ้นเคยกับชายแปลกหน้าผู้นี้อย่างประหลาด

อย่างไรก็ตาม  เมื่อชายพเนจรไล่อีกาทั้งหมดไปแล้ว  พ่อกับแม่และหญิงสาวจึงชวนชายหนุ่มกินข้าวเพื่อเป็นการตอบแทน  ครั้นเมื่อชายหนุ่มกินข้าวจนอิ่ม เขาก็อาสาปลูกข้าวให้ชาวนาเพื่อเป็นการขอบคุณ

พ่อกับแม่และหญิงสาวเห็นว่าชายหนุ่มมีเจตนาดีจึงอนุญาต  ครั้นเมื่อทุกคนเห็นชายหนุ่มทำงานในนาด้วยความขยันขันแข็ง  พวกเขาก็ยิ่งประทับใจชายหนุ่มมากขึ้นไปอีก 

ในเวลาต่อมา  เมื่อพ่อกับแม่และหญิงสาวทราบว่าชายหนุ่มเป็นคนพเนจร…ไม่มีบ้านและครอบครัว  พวกเขาจึงชวนให้ชายหนุ่มมาพักอาศัยด้วย

ชายหนุ่มดีใจที่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตในบ้านเดียวกับหญิงสาว  เขาจึงอาสาดูแลนาและช่วยทำงานต่าง ๆ อย่างเต็มที่

เวลาผ่านไปราว 3 ปี ชายหนุ่มดูแลนาด้วยความขยันขันแข็งคงเส้นคงวา ในขณะเดียวกัน เขาก็ใกล้ชิดสนิทสนมกับหญิงสาวมากขึ้นเรื่อย ๆ พ่อกับแม่ของหญิงสาวเห็นว่าชายหนุ่มเป็นคนดีและเป็นที่พึ่งของลูกสาวได้ ท่านทั้งสองจึงตัดสินใจยกลูกสาวให้แต่งงานกับชายหนุ่ม

ในที่สุด  ความรักของชายหนุ่มผู้เคยเป็นหุ่นไล่กาก็สมหวัง  เขาพยายามดูแลหญิงสาวเป็นอย่างดี  และทั้งคู่ก็อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขสืบมา

#นิทานนำบุญ

……………………