ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา พี่นำบุญได้รับการทาบทามจากอาจารย์ อรวรรณ ผดุงการณ์ แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ วิทยาเขตแม่ฮ่องสอน ให้แต่งเพลง 14 เพลง สำหรับโครงการ “การพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะภาษาไทยด้านการฟังและการพูดสำหรับเด็กปฐมวัยกลุ่มชาติพันธ์ุในจังหวัดแม่ฮ่องสอน”
อธิบายง่าย ๆ คือ โครงการนี้จะมีการสร้างหลักสูตรสั้น ๆ ที่ประกอบด้วยแผนการสอนและชุดสื่ออุปกรณ์ เพื่อให้ครูปฐมวัยนำไปจัดการเรียนรู้ให้เด็ก ๆ ในแบบที่ “ดีต่อใจ” และทำให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ภาษาโดยที่ไม่รู้ตัว
ยกตัวอย่างเช่น ใน 1 คาบเรียน คุณครูจะเตรียมกิจกรรมให้เด็กทำ 3-4 อย่าง โดยคุณครูอาจเปิดคาบเรียนด้วยเพลง 1 เพลงเป็นการอุ่นเครื่อง จากนั้น ก็จะพาเด็ก ๆ เข้าฐานทำกิจกรรมทีละกิจกรรม ซึ่งแต่ละกิจกรรมก็จะมีเพลงประจำกิจกรรมให้เด็กฟัง การฟังเพลงจะทำให้เด็ก ๆ ได้ฟังคำศัพท์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมนั้น ๆ ยิ่งฟังซ้ำ ๆ ก็จะยิ่งคุ้นชิน จนสามารถออกเสียงคำต่าง ๆ ได้เองตามแนวทางการเรียนรู้แบบภาษาธรรมชาติ
มาดูตัวอย่างเพลงเปิดคาบเรียนกันนะครับ หลังจากคุณครูทักทายเด็ก ๆ และจัดการห้องเรียนแล้ว คุณครูอาจเปิดคาบเรียนด้วยเพลงนี้
คุณครูอาจเปิดเพลง “ครูนางฟ้าจะพาไป” พร้อมกับร้องเพลงหรือสวมบทบาทสมมติไปด้วย จนกระทั่งเพลงจบ ก็จะพูดคุยกับเด็ก ๆ แล้วชวนไปทำกิจกรรมต่่าง ๆ ตามแผนการสอนของวันนั้น ซึ่งมักจะมีทั้งกิจกรรมเคลื่อนไหว (กล้ามเนื้อมัดใหญ่) – กิจกรรมที่ได้ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก – กิจกรรมนิทาน เป็นต้น
มาดูตัวอย่างกัน :
กิจกรรมที่ 1 : ออกกำลังกายกันนะ (กล้ามเนื้อมัดใหญ่)
กิจกรรมที่ 2 : หนูน้อยนักปั้น (กล้ามเนื้อมัดเล็ก)
กิจกรรมที่ 3 : เล่านิทาน ซินเดอเรลล่า (ครูเล่านิทานเสร็จก็มาเปิดเพลงให้ฟัง)
ตอนที่พี่นำบุญได้รับการทาบทามให้แต่งเพลงสำหรับโครงการนี้ ตอนนั้น พี่นำบุญมีเวลาแต่งเพลงราว 1 เดือนเศษ (ซึ่งถือว่าน้อยมากสำหรับการทำเพลง 14 เพลง) แถมยังต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดเรื่องสัญญาณอินเตอร์เน็ตริมฝั่งโขง ซึ่งตอนนั้นแทบไม่มีสัญญาณ
การทำงาน ใช้วิธีให้อาจารย์กำหนดวัตถุประสงค์และเนื้อหาที่ต้องการในแต่ละเพลง จากนั้น พี่นำบุญจะแต่งเนื้อเพลง แล้วนำไปสร้างเป็นเพลงด้วย SUNO เวอร์ชั่น 5.5 (ต้องสร้างเพลงไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้เวอร์ชั่นที่ร้องได้ชัดเจน) เมื่อเสร็จ ก็นำมาทำคลิปวิดีโอ โดยสร้างภาพประกอบจาก ChatGPT แล้วใส่เนื้อเพลงด้วย Canva หลังจากนั้น ก็นำภาพที่ได้ มาทำเป็นคลิปด้วย Clipchamp จนได้เป็นคลิปเพลงที่สมบูรณ์ (ลิขสิทธิ์ของผลงานทั้งหมดในโครงการนี้เป็นของมหาวิทยาลัยฯ)
งานชุดนี้ ถือเป็นการทำสื่อสำหรับเด็กที่ยากมาก เครียดมาก เพราะต้องทำเพลงที่มีเนื้อหาและอารมณ์ที่แตกต่างกันถึง 14 เพลง ภายในเวลาราว 30 วันเท่านั้น แต่ในความเครียด พี่นำบุญกลับมีความสุขมาก สังเกตได้จากระหว่างที่แต่งเพลงและทำเพลง พี่นำบุญมักโยกตัวตามเพลงต่าง ๆ และเปิดฟังซ้ำอยู่บ่อย ๆ ความรู้สึกตอนได้ฟัง มันเหมือนได้ย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง
ตัวอย่างเพลง : มาเล่นตุ๊กตา – คุณครูให้เด็กทำกิจกรรมเล่นบทบาทสมมติหลังฟังนิทาน เพลงน่ารักมาก
ตัวอย่างเพลง : ความลับของแม่เหล็ก กิจกรรมการทดลอง ที่พี่นำบุญใช้ประสบการณ์การสอนวิทยาศาสตร์มาใช้แต่งเนื้อเพลงอย่างคมคาย
ตัวอย่างเพลง : โลกของแมลง กิจกรรมที่พี่นำบุญชอบทำตอนเป็นเด็ก เมื่อได้มาแต่งเพลงนี้ ก็รู้สึกเหมือนได้ย้อนไปเป็นเด็กอีกครั้ง
ตัวอย่างเพลง : เจ้าเมล็ดผักกาด เพลงประกอบกิจกรรมการปลูกผัก แต่เนื้อเพลงมีความอ่อนหวานมาก ๆ
ตอนเป็นเด็ก พี่นำบุญชอบดูรายการโทรทัศน์สำหรับเด็ก อย่างรายการน้องหนู (มีเพลง ดื่มนม ดื่มนม กันเถอะ ดื่มเยอะ ๆ ร่างกายแข็งแรง) และ รายการสโมสรผึ้งน้อย พอมีโอกาสได้แต่งเพลงสำหรับเด็กปฐมวัย พี่นำบุญจึงถือว่าเป็นโอกาสที่พิเศษมาก ๆ ที่จะได้สร้างสื่อเพื่อส่งต่อความสุขไปให้เด็ก ๆ และเพราะพี่นำบุญรู้ว่าเพลงเหล่านี้มีค่าต่อหัวใจของเด็ก ๆ บางคนเป็นพิเศษ พี่นำบุญจึงตั้งใจแต่งเพลงทุกเพลงและทำเพลงทุกเพลงอย่างสุดความสามารถ จนทำเพลงได้ครบทั้ง 14 เพลงทันเวลา ซึ่งเพลงทั้งหมดถือว่าเป็นผลงานที่พี่นำบุญภูมิใจมาก ๆ
พี่นำบุญคิดว่า สื่อสำหรับเด็กเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก พี่นำบุญจึงตั้งใจทำผลงานเหล่านี้ด้วยมาตรฐานตามแบบที่ตัวเองยึดถือมาโดยตลอด ซึ่งทำให้ต้องทำงานหนัก แต่เมื่อทำสำเร็จ ก็มีความสุขมาก และอยากแนะนำผลงานเหล่านี้ให้ทุกคนได้ฟังกัน
สุดท้ายนี้ พี่นำบุญขอขอบคุณ อาจารย์ อรวรรณ ผดุงการณ์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ วิทยาเขตแม่ฮ่องสอน ที่ให้โอกาสพี่นำบุญได้สร้างผลงานน่ารัก ๆ แบบนี้ออกมา มันอาจเป็นงานเด็กชิ้นสุดท้ายที่พี่นำบุญจะรับจ้างทำ แต่มันก็เป็นงานที่พี่นำบุญภูมิใจและทำให้ตัวเองรู้ว่า “เรายังทำงานเด็กดี ๆ ออกมาได้นะ (ในวัย 56 ขวบ) และมันก็เป็นเพลงที่เหมาะสำหรับเด็กจริง ๆ”
#นิทานนำบุญ