Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานพื้นบ้าน, เพลง, เพลงเล่านิทาน

เพลงเล่านิทาน : อึน้อยปราบยักษ์ – นิทานพื้นบ้านไทยผ่านบทเพลง 3 สไตล์

นิทานพื้นบ้านไทยเรื่อง “อึน้อยปราบยักษ์” เป็นหนึ่งในเรื่องเล่าที่สะท้อนภูมิปัญญาและจินตนาการของคนไทยได้อย่างน่ารักและแปลกตา เรื่องราวของอึก้อนน้อย ๆ ที่ใช้ไหวพริบและความกล้าหาญในการเอาชนะยักษ์ใหญ่ ไม่ใช่ด้วยพละกำลัง แต่ด้วยความสามัคคี เป็นนิทานที่มีทั้งความสนุก ความตื่นเต้น และแฝงข้อคิดอย่างแยบคาย

นิทานเรื่องนี้จัดอยู่ในแนว “นิทานสอนใจ” ที่ผสมผสานความแฟนตาซีเข้ากับบทเรียนชีวิตอย่างลงตัว เด็ก ๆ ฟังแล้วสนุก ผู้ใหญ่ฟังแล้วยิ้ม และเมื่อถูกนำมาเล่าใหม่ผ่านบทเพลง ก็ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้เรื่องราวมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น

ความทรงจำวัยเด็กที่กลับมาอีกครั้ง

ตอนเด็ก ๆ ผมชอบดูรายการโทรทัศน์สำหรับเด็กมาก โดยเฉพาะรายการที่มีเพลงประกอบน่ารัก ๆ เพลงเหล่านั้นมักจะติดหูจนผมร้องตามได้ทุกคำ เป็นความสุขเล็ก ๆ ที่อบอวลอยู่ในความทรงจำเสมอมา

เมื่อมีโอกาสได้ทำเพลงเล่านิทานสำหรับเรื่อง “อึน้อยปราบยักษ์” ความรู้สึกแบบนั้นก็กลับมาอีกครั้ง ผมรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปนั่งหน้าทีวี ร้องเพลงไปพร้อมกับตัวละครในจอ ความสุขนั้นไม่เคยจางหาย และครั้งนี้ ผมได้เป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง

เบื้องหลังการสร้างเพลงเล่านิทาน

ผมทำเพลงสำหรับนิทานเรื่องนี้ไว้มากกว่า 10 เวอร์ชั่น ทดลองทั้งแนวเสียงร้อง จังหวะ และอารมณ์ของเพลง เพื่อให้เข้ากับเนื้อเรื่องและผู้ฟังหลากหลายกลุ่ม ส่วนตัวคิดว่า ถ้าทำต่อไปเรื่อย ๆ เพลงก็คงจะสมบูรณ์ขึ้นอีก แต่เมื่อได้ฟังเวอร์ชั่นที่ทำไว้แล้ว ก็ต้องยอมรับว่า หลายเวอร์ชั่นดีพอที่จะเผยแพร่ได้ทันที

บางเวอร์ชั่นมีเสน่ห์เฉพาะตัวจนเลือกไม่ลงว่าจะตัดออกเวอร์ชั่นไหน สุดท้ายผมตัดสินใจไม่ทำเพิ่มอีก แต่เลือกเวอร์ชั่นที่ชอบที่สุดมาให้ฟังกัน 3 แบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เพลง 3 สไตล์ที่คุณต้องลองฟัง

เวอร์ชั่นกล่อมนอนเสียงร้องน่ารัก เพลงนี้เหมาะกับเด็ก ๆ ที่ไม่อยากฟังอะไรโลดโผนจนเกินไป เสียงร้องน่ารักและดนตรีกุ๊งกิ๊ง เหมือนนิทานก่อนนอนที่เล่าเบา ๆ ให้หลับฝันดี

เวอร์ชั่นนักร้องชาย 2 แบบต่อกัน ผมนำสองเวอร์ชั่นที่ใช้เสียงนักร้องชายสองเพลงมาต่อกัน ผู้ฟังจะเห็นได้ถึงความแตกต่างในอารมณ์และการนำเสนอ แม้จะเป็นเพลงเดียวกัน แต่เสน่ห์ของแต่ละเพลงก็ทำให้รู้สึกไม่เหมือนกันเลย

เวอร์ชั่นแนวละครเวที เวอร์ชั่นนี้มีความเป็น “ละครเวที” นิด ๆ แต่ยังคงความเป็นเพลงสำหรับเด็กอยู่ครบถ้วน มีการเล่าเรื่องผ่านเสียงร้องและดนตรีที่ชวนติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ เพลงนี้ควรฟังให้จบ เพราะเด็ดจริง ๆ จนถึงหยดสุดท้าย

ใครที่เคยอ่านนิทานเรื่องนี้แล้ว แต่จำเนื้อเรื่องไม่ได้ ผมขอลงเรื่องย่อให้อ่านกัน ดังนี้

นิทานก่อนนอนเรื่อง “อึน้อยปราบยักษ์” (เวอร์ชั่นย่อ)

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มียักษ์เกเรตัวใหญ่ที่ชอบรังแกผู้คนและสัตว์ต่าง ๆ จนทุกชีวิตในหมู่บ้านต่างหวาดกลัว วันหนึ่งเจ้ายักษ์ประกาศว่าจะจับเด็ก ๆ ไปเป็นคนรับใช้ ทำให้คุณยายใจดีในหมู่บ้านเป็นห่วงหลานมาก จึงสวดมนต์ขอพรให้พระคุ้มครอง แม้จะไม่รู้บทสวดจริง ๆ แต่คุณยายก็ท่องตามนิทานที่เคยฟังด้วยใจหวังดี

ขณะนั้นเอง อึน้อยกองหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ ได้เห็นความกังวลของคุณยาย จึงตัดสินใจออกเดินทางไปปราบยักษ์ แม้อึจะไม่มีชีวิต แต่ก็มีความกล้าและสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้หลากหลาย ระหว่างทาง อึน้อยได้พบกับปลาดุก ตะขาบ แมงป่อง และนกแสก ซึ่งต่างก็เคยถูกยักษ์รังแกมาก่อน จึงขอร่วมภารกิจปราบยักษ์ด้วย

เมื่อถึงบ้านของเจ้ายักษ์ ทั้งห้าตัวช่วยวางแผนกันอย่างรอบคอบ พอตกกลางคืน แผนการก็เริ่มขึ้น:

  • ตะขาบกัดหน้ายักษ์
  • แมงป่องต่อยมือ
  • อึน้อยทำให้ยักษ์ลื่นล้ม
  • ปลาดุกกัดมือในโอ่งน้ำ
  • นกแสกจิกยักษ์ในความมืด

เจ้ายักษ์ตกใจและเจ็บปวดจนร้องขอชีวิต พร้อมสำนึกผิดและสัญญาว่าจะไม่รังแกใครอีก ทุกตัวช่วยจึงยอมให้อภัย และจากวันนั้นเป็นต้นมา เจ้ายักษ์ก็กลายเป็นยักษ์ที่สงบเสงี่ยม ไม่เบียดเบียนใครอีกเลย

ถ้าใครอยากอ่านนิทานก่อนนอนเรื่อง อึน้อยปราบยักษ์ ในเวอร์ชั่นที่ผมเรียบเรียงแบบเต็มเรื่อง (มีรายละเอียดมากกว่าฉบับย่อ) สามารถอ่านได้ตามลิงค์ที่ด้านล่างนี้

Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานสอนใจ, วรรณกรรมไทย

แก้วหน้าม้า: นิทานพื้นบ้านไทยที่กล้าท้าทายความงามและโชคชะตา

นิทานพื้นบ้านไทยเป็นมากกว่าความบันเทิงสำหรับเด็ก เพราะมันคือกระจกสะท้อนค่านิยม ความเชื่อ และบทเรียนชีวิตที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน เรื่องราวเหล่านี้มักแฝงด้วยความหวัง ความกล้าหาญ และการยอมรับในความแตกต่างของมนุษย์ เช่นเดียวกับนิทานเรื่อง “แก้วหน้าม้า” ที่แม้จะมีฉากหลังเป็นโลกแฟนตาซี แต่กลับพูดถึงประเด็นร่วมสมัยอย่างการไม่ตัดสินคนจากรูปลักษณ์ และการต่อสู้เพื่อสิทธิของตนเองอย่างทรงพลัง

“แก้วหน้าม้า” เป็นนิทานพื้นบ้านที่มีต้นกำเนิดจากภาคกลางของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยมีทั้งฉบับร้อยกรองและบทละครนอกที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ ทรงนิพนธ์ไว้ ตัวละครเอกคือหญิงสาวผู้มีใบหน้าเหมือนม้า แต่มีสติปัญญาและความกล้าหาญเหนือใคร เธอใช้ไหวพริบและความสามารถในการต่อสู้เพื่อพิสูจน์คุณค่าของตนเอง แม้จะถูกดูหมิ่นจากรูปลักษณ์ภายนอกก็ตาม นิทานเรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบละครโทรทัศน์ การ์ตูน และหนังสือสำหรับเด็ก

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในเมืองปางทองอันสงบสุข มีพระราชาผู้ทรงธรรม และพระมเหสีผู้เปี่ยมเมตตา ทั้งสองมีพระโอรสองค์เดียวชื่อ “พระปิ่นทอง” เป็นชายหนุ่มรูปงาม ฉลาดหลักแหลม และมีจิตใจแน่วแน่

เมื่อพระปิ่นทองเจริญวัย พระองค์ขอออกเดินทางไปเรียนรู้โลกกว้าง พระราชาและพระมเหสีจึงทรงอนุญาต พร้อมส่งข้าราชบริพารติดตามไปด้วย

พระปิ่นทองเดินทางไกล ผ่านเมือง ผ่านป่า ผ่านภูเขา จนมาถึงป่าลึกแห่งหนึ่ง ที่มีฤๅษีผู้ทรงฤทธิ์อาศัยอยู่ ฤๅษีเห็นพระปิ่นทองเป็นชายหนุ่มมีบุญบารมี จึงต้อนรับด้วยความเมตตา

ฤๅษีเล่าเรื่องของหญิงสาวผู้หนึ่งให้พระปิ่นทองฟัง หญิงสาวคนนั้นชื่อ “แก้วหน้าม้า” นางมีใบหน้าคล้ายม้า ดูแปลก ดูอัปลักษณ์ แต่ฤๅษีบอกว่า นางมีจิตใจดีงาม ฉลาดหลักแหลม และมีความสามารถพิเศษในการแปลงกาย

เมื่อพระปิ่นทองได้พบแก้วหน้าม้า พระองค์ตกใจในรูปลักษณ์ของนาง แต่เมื่อได้พูดคุย ได้ฟัง ได้เห็นความสามารถ พระองค์ก็เริ่มชื่นชมในความเฉลียวฉลาดและความกล้าหาญของนาง

แล้ววันหนึ่ง…เกิดเหตุร้าย พระปิ่นทองถูกโจรจับตัวไปขังไว้ในถ้ำลึกกลางป่า ข้าราชบริพารต่างพากันหนีด้วยความกลัว เหลือเพียงแก้วหน้าม้าเท่านั้นที่ไม่ยอมทิ้งพระองค์

แก้วหน้าม้าออกตามหา ใช้ความรู้จากฤๅษี ใช้ไหวพริบ ใช้ความกล้า นางปลอมตัวเป็นหญิงชราเร่ร่อน เดินทางไปยังหมู่บ้านใกล้ถ้ำ แกล้งทำเป็นคนขายสมุนไพรเพื่อสืบข่าว

เมื่อรู้ตำแหน่งถ้ำแล้ว นางก็วางแผนอย่างแยบยล นางแกล้งทำเป็นหญิงแก่ป่วยหนัก ขอให้โจรช่วยพาไปพักในถ้ำ แล้วใช้ยาสลบที่เตรียมไว้ผสมในอาหารให้โจรกิน โจรหลับหมด! นางรีบปลดโซ่ตรวนพระปิ่นทอง และพาหนีออกมาอย่างปลอดภัย

พระปิ่นทองซาบซึ้งในน้ำใจและความกล้าหาญของแก้วหน้าม้า พระองค์กล่าวว่า “แม้เจ้าจะมีหน้าตาไม่งาม แต่ใจเจ้ากลับงามยิ่งกว่าหญิงใดในแผ่นดิน” พระองค์จึงรับนางเป็นชายา แม้ข้าราชบริพารจะคัดค้านก็ตาม

เมื่อกลับถึงเมืองปางทอง พระราชาและพระมเหสีเห็นชายาของพระโอรสมีหน้าตาอัปลักษณ์ก็รู้สึกผิดหวัง และไม่ยอมรับนางในฐานะสะใภ้ พระปิ่นทองจึงพานางไปอยู่ในตำหนักส่วนตัวอย่างเงียบ ๆ

แก้วหน้าม้าแม้จะถูกดูหมิ่นจากผู้คน แต่ก็ไม่เคยโกรธเคือง นางยังคงทำหน้าที่ภรรยาอย่างดี คอยดูแลพระปิ่นทองด้วยความรักและซื่อสัตย์

วันหนึ่ง พระปิ่นทองต้องออกศึกกับเมืองข้างเคียง ซึ่งมีแม่ทัพผู้เก่งกล้าและใช้เวทมนตร์ในการรบ แก้วหน้าม้าจึงอาสาแปลงกายเป็นหญิงงามชื่อ “มณี” โดยใช้เวทมนตร์จากฤๅษี

นางปลอมตัวเป็นหญิงผู้มีความรู้ด้านการทูต เดินทางไปยังเมืองศัตรูเพื่อเจรจา ใช้วาทศิลป์และไหวพริบหลอกให้แม่ทัพศัตรูหลงรัก และยอมเปิดเผยแผนการรบทั้งหมด

เมื่อได้ข้อมูลสำคัญ นางมณีก็รีบกลับมาบอกพระปิ่นทอง พระองค์จึงวางแผนรับมืออย่างรอบคอบ และสามารถเอาชนะศึกได้อย่างงดงาม

พระราชาและพระมเหสีเห็นหญิงงามผู้นี้ก็เกิดความรักใคร่ และอยากให้เป็นสะใภ้ โดยไม่รู้ว่านางคือแก้วหน้าม้าในร่างใหม่

พระปิ่นทองรู้ความจริง แต่ไม่กล้าบอกผู้ใด จนกระทั่งวันหนึ่ง พระองค์เผลอพูดออกมา ทำให้พระราชาและพระมเหสีตกใจ และรู้สึกละอายใจ

พระราชาทรงขอขมาแก้วหน้าม้า และยอมรับนางเป็นสะใภ้อย่างเป็นทางการ พร้อมจัดพิธีเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่

แก้วหน้าม้าในร่างมณีจึงเปิดเผยตัวตน และกล่าวว่า “ข้าพเจ้าไม่เคยโกรธเคืองผู้ใด เพราะข้ารู้ดีว่า ความดีจะปรากฏเมื่อถึงเวลา”

นับแต่นั้นมา นางแก้วหน้าม้าก็ได้รับความเคารพจากทุกคนในเมืองปางทอง นางใช้ความสามารถช่วยเหลือบ้านเมืองในหลายด้าน ทั้งการปกครอง การวางแผน และการดูแลประชาชน

พระปิ่นทองก็รักและเคารพนางมากขึ้นทุกวัน และเมื่อวันหนึ่ง นางขออนุญาตกลับไปเยี่ยมฤๅษีผู้เลี้ยงดู นางก็ได้รับพรและของวิเศษจากฤๅษี เพื่อใช้ในการช่วยเหลือบ้านเมืองต่อไป

และนับจากวันนั้น…เมืองปางทองก็สงบสุขยิ่งกว่าเดิม เพราะมีหญิงผู้หนึ่ง ที่แม้จะมีหน้าตาไม่งาม แต่มีหัวใจที่งดงามที่สุดในแผ่นดิน

  • แม้รูปลักษณ์จะไม่งดงาม แต่หัวใจที่ดีงามจะเปล่งประกายเมื่อถึงเวลา
  • อย่าตัดสินคุณค่าของใครจากรูปลักษณ์ภายนอก เพราะสิ่งงดงามที่สุดอาจซ่อนอยู่ในสิ่งที่คนมองข้าม
  • ความเมตตาและการให้อภัยคือหนทางสู่การยอมรับและความสงบสุข


Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานตลก, นิทานนำบุญ

นิทานตลก ๆ ก่อนนอน : ฮุฮุฮุฮู

“ฮุฮุฮุฮู” เป็นนิทานตลก ๆ ก่อนนอนเรื่องแรก ๆ ที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) แต่ง จริง ๆ แล้วต้องขอสารภาพว่า การแต่งนิทานตลกเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับผม เพราะเรื่องที่ทำให้คนหนึ่งขำ อาจไม่ใช่เรื่องชวนขำสำหรับคนอื่น ๆ ดังนั้น การแต่งนิทานเรื่องนี้จึงเป็นการเดาใจเด็ก ๆ ว่าเรื่องแบบไหนที่จะทำให้เด็ก ๆ ยิ้มได้ ซึ่งหลังจากแต่งนิทานเรื่องนี้แล้ว และได้ทดลองเล่าให้เด็ก ๆ ฟังในหลาย ๆ โอกาส ผมก็พบว่า นิทานเรื่อง “ฮุฮุฮุฮู” เป็นนิทานที่สร้างความสุขให้เด็ก ๆ ได้มาก ซึ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่เชื่อ ก็ลองอ่านนิทานเรื่องนี้ร่วมกับลูก ๆ นะครับ

มาอ่านนิทานเรื่อง “ฮุฮุฮุฮู” กันนะครับ

คืนต่อมา พวกโจรก็พากันกลับมายังทางเข้าหมู่บ้านอีกครั้ง  คราวนี้ พวกโจรตั้งใจมากขึ้นกว่าเดิม แต่จนแล้วจนรอด เมื่อพวกหมาพร้อมใจกันส่งเสียงร้องว่า “ฮุ ฮุ ฮุ ฮู แปลว่า ผีมา ฮุ ฮุ ฮุ ฮู แปลว่า ผีมา”  พวกโจรก็ได้แต่ตกใจ แล้วก็วิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต

หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก พวกโจรมาที่ทางเข้าหมู่บ้านทุกๆ คืน แต่ก็ต้องตกใจและวิ่งหนีกลับบ้านไปทุกๆ ครั้ง  พวกโจรคิดว่าพวกเขาคงไม่เหมาะที่จะเป็นโจรอีกแล้ว  ในที่สุด โจรทั้งสองคนก็กลับตัวกลับใจเป็นคนดี

เมื่อคนในหมู่บ้านรักสงบ เห็นว่าโจรไม่มาปล้นพวกเขาสักที คนในหมู่บ้านจึงเริ่มสบายใจและกลับมาดำเนินชีวิตอย่างเป็นปกติสุขกันอีกครั้ง  ส่วนบรรดาๆ หมาๆ ก็ได้แต่ภูมิใจ ที่พวกมันได้ปกป้องเจ้านายที่พวกมันรัก และทำให้พวกโจรกลับตัวเป็นคนดีได้สำเร็จ

และแล้วนิทานเรื่องนี้ก็จบลงอย่างมีความสุข แต่ข่าวลือเรื่อง ฮุ ฮุ ฮุ ฮู แปลว่า ผีมา ก็ยังคงแพร่สะพัด และสืบเนื่องต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน โดยแทบจะไม่มีใครรู้เลยว่า  นั่นคืออุบายของหมาที่มีไว้เพื่อใช้หลอกโจร

#นิทานนำบุญ

Posted in #นิทานน่ารัก, นิทานก่อนนอน, นิทานตลกก่อนนอน

กระต่ายน้อยเพื่อนรัก : นิทานก่อนนอนชวนยิ้ม อบอุ่นหัวใจ

ย้อนกลับไปราว 20 ปีก่อน ตอนที่ผมคิดจะแต่งนิทานเรื่องนี้ ตอนนั้น ผมยังไม่มีโครงเรื่องใด ๆ อยู่ในหัว มีแค่…ความคิดที่อยากจะบอกเด็ก ๆ ว่า มดตัวเล็ก ๆ สามารถแบกของใหญ่ ๆ ที่ใหญ่กว่าตัวของมันได้นะ

จุดเริ่มต้นของความคิดดูเป็นวิทยาศาสตร์ธรรมชาติมาก ๆ ซึ่งอาจเป็นเพราะผมเรียนสายวิทยาศาสตร์ แถมยังเคยเป็นผู้สอนวิทยาศาสตร์ แต่พอคิดไปคิดมา นิทานที่ได้กลับเป็นนิทานตลก ชวนยิ้ม ซึ่งในมุมมองของผม นี่คือนิทานที่น่ารักที่สุด อ่อนหวานที่สุด และแปลกประหลาดที่สุด ที่อ่านแล้วน่าจะทำให้นอนหลับฝันดี

นิทานเรื่องนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมนักในเว็บไซต์นิทานนำบุญ แต่ผมยังคงรักนิทานเรื่องนี้มาก และเชื่อว่า ถ้าผู้อ่านได้อ่านนิทานที่ดูคล้ายนิทานธรรมดา ๆ เรื่องนี้อย่างตั้งใจ ผู้อ่านน่าจะสัมผัสได้ถึงความพิเศษที่ซ่อนอยู่ในความเรียบง่ายของนิทานก่อนนอนเรื่องนี้ครับ

นานมาแล้ว มีกระต่ายน้อยตัวหนึ่งเป็นกระต่ายนิสัยดีที่มีเพื่อนฝูงรักใคร่มากมาย

วันหนึ่ง…ใกล้ ๆ กับช่วงปีใหม่  กระต่ายน้อยหิ้วตะกร้าใบใหญ่เดินเข้าไปในป่าเพื่อไปหาเพื่อน ๆ  แต่ระหว่างทาง มีหมาป่าตัวหนึ่งบังเอิญมาพบกระต่ายน้อยเข้า  หมาป่าจอมเกเรจึงตรงเข้าไปหาเรื่องกระต่ายน้อย พร้อมกับแย่งตะกร้ามาจากมือของเจ้ากระต่าย! 

ครั้นเมื่อกระต่ายน้อยร้องขอตะกร้าคืนจากหมาป่า  หมาป่าก็แกล้งทำเป็นตั้งเงื่อนไขว่า  ถ้ากระต่ายน้อยอยากได้ตะกร้าคืน กระต่ายน้อยจะต้อง“นอน”ลงกับพื้นแล้วเคลื่อนที่ไปยังริมทะเลสาบโดยห้ามขยับเขยื้อนตัวเป็นอันขาด?  เมื่อไปถึงแล้ว กระต่ายน้อยจะต้อง“เดิน”บนผิวน้ำไปยังเกาะที่อยู่กลางทะเลสาบ แล้ว“บิน”ขึ้นไปบนยอดเขาสูงชันที่อยู่บนเกาะเพื่อเก็บดอกไม้มาแลกกับตะกร้า

เมื่อกระต่ายน้อยได้ฟัง มันก็ทำตาแดง ๆ เหมือนจะร้องไห้ เพราะใคร ๆ ก็คงรู้ดีอยู่แล้วว่า เงื่อนไขของเจ้าหมาป่าเป็นเรื่องที่ไม่มีใครทำได้   

อย่างไรก็ตาม กระต่ายน้อยก็ยังอยากได้ตะกร้าใบสำคัญกลับคืนมา มันจึงนอนลงกับพื้น (ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อ) แล้วภาวนาขอให้ตัวของมันเคลื่อนที่ไปยังริมทะเลสาบได้เอง!

ทันใดนั้น…สิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เพราะจู่ ๆ กระต่ายน้อยที่นอนอยู่เฉย ๆ ก็ค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปยังทะเลสาบโดยที่มันไม่ได้ขยับตัวเลยแม้สักนิด 

หมาป่าตกตะลึงต่อสิ่งที่ได้เห็น  เจ้ากระต่ายเองก็แปลกใจไม่ใช่น้อย แต่เมื่อมันชำเลืองไปดูที่ข้างตัว มันก็ต้องอมยิ้ม เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลงานของเหล่ามดเพื่อนรักที่ช่วยกันแบกตัวของเจ้ากระต่ายให้เคลื่อนที่ไปยังทะเลสาบคล้ายกับเวลาที่มดช่วยกันแบกของนั่นเอง

เมื่อกระต่ายมาถึงทะเลสาบ มันก็ลุกขึ้นยืนและคิดว่ามันจะ “เดิน” ไปยังเกาะกลางน้ำได้อย่างไร ในขณะที่กระต่ายน้อยกำลังคิดอยู่นั้น มันก็มองเห็นอะไรบางอย่างคล้ายกับแผ่นหิน โผล่ขึ้นมาจากผืนน้ำโดยทอดตัวเป็นแนวยาวไปยังเกาะกลางทะเลสาบ เมื่อกระต่ายน้อยมองดูชัด ๆ  มันจึงพบว่า แผ่นหินเหล่านั้นแท้จริงแล้วก็คือคุณเต่าเพื่อนของมันที่รวมพลังกันมาช่วยเหลือ 

เมื่อกระต่ายน้อยเห็นไมตรีจิตของคุณเต่าทั้งหลาย มันจึงส่งยิ้มให้แล้วเดินบนหลังเต่าข้ามน้ำไปยังเกาะที่อยู่กลางทะเลสาบอย่างไม่รอช้า

ฝ่ายหมาป่าที่ยืนมองอยู่ไกล ๆ นั้น  เมื่อมันเห็นกระต่ายเดินบนน้ำได้  มันก็ตกใจถึงกับอ้าปากค้าง

ครั้นเมื่อกระต่ายน้อยเดินข้ามน้ำไปถึงเกาะกลางทะเลสาบ มันก็เงยหน้ามองภูเขาที่สูงชันพลางถอนหายใจและคิดว่ามันคงไม่มีทาง”บิน”ขึ้นไปเก็บดอกไม้ได้เป็นแน่ 

แต่ก่อนที่กระต่ายน้อยจะหมดหวัง  ฝูงนกตัวกระจิริดที่เป็นเพื่อนของกระต่ายน้อยก็ย่องออกมาจากพุ่มไม้ แล้วบอกให้กระต่ายน้อยทำท่ากระพือหู จากนั้น พวกมันก็ช่วยกันใช้ปากจิกที่ขนปุย ๆ ของกระต่ายน้อยแล้วกระพือปีกพาเพื่อนของพวกมันบินขึ้นไปเก็บดอกไม้ที่อยู่บนยอดเขา  

เมื่อหมาป่าที่มองอยู่ไกล ๆ เห็นกระต่ายน้อยบินได้อีก  หมาป่าก็งุนงงจนต้องหยิกตัวเองไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ครั้นเมื่อกระต่ายน้อยนำดอกไม้จากยอดเขามามอบให้  แทนที่จะหมาป่าจะทำตามสัญญา  มันกลับโมโหจนควันออกหู แล้วตั้งท่าจะจับกระต่ายน้อยกินเป็นอาหาร

แต่กระต่ายน้อยยังโชคดี  เพราะเมื่อหมาป่าตั้งท่าจะทำร้าย  คุณสิงโตและคุณช้างซึ่งเป็นเพื่อนของกระต่ายน้อยก็พากันวิ่งออกมาจากป่าลึกพร้อมกับร้องไล่หมาป่าให้ไปเสียให้พ้น ๆ  หมาป่าตกใจมากที่เห็นสิงโตและช้าง แถมยังมีเสียงฝีเท้าของสัตว์อื่น ๆ ที่ดังตามมาอีก  หมาป่าจึงรีบทิ้งตะกร้าแล้ววิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต   

ในเวลาต่อมา  รอบตัวของกระต่ายน้อยก็แวดล้อมไปด้วยเพื่อนสัตว์ต่าง ๆ เต็มไปหมด  สัตว์ทั้งหลายเห็นกระต่ายน้อยร้องไห้จึงช่วยกันปลอบด้วยความเป็นห่วง แต่กระต่ายน้อยบอกเพื่อน ๆ ว่า จริง ๆ แล้วมันไม่ได้ร้องไห้เพราะเสียขวัญ แต่มันซึ้งใจที่ได้รู้ว่าเพื่อน ๆ รักมันมากขนาดไหน 

เมื่อพูดจบ  กระต่ายน้อยก็ไปหยิบตะกร้า แล้วนำตุ๊กตาไหมพรมรูปเพื่อนสัตว์ต่าง ๆ ที่มันใช้เวลาถักอยู่นานหลายเดือน ส่งมอบให้แก่เพื่อน ๆ ทุกตัวเพื่อเป็นของขวัญในวันปีใหม่ 

เมื่อสัตว์ต่าง ๆ ได้รับตุ๊กตาจากกระต่ายน้อย  สัตว์ทุกตัวก็น้ำตาคลอด้วยความซาบซึ้ง  เพราะตุ๊กตาทุกตัวถักขึ้นจากความรักที่กระต่ายน้อยมีต่อเพื่อน ๆ  (ด้วยเหตุนี้กระมัง กระต่ายน้อยจึงยอมให้หมาป่าเอาตะกร้าใบสำคัญนี้ไปไม่ได้)

สัตว์ทุกตัวดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกับกระต่ายน้อย  ส่วนกระต่ายน้อยก็ดีใจที่มีเพื่อนดี ๆ เช่นนี้ หลังจากนั้น สัตว์ทั้งหมดก็พากันไปฉลองวันปีใหม่ที่บ้านของคุณสิงโต แล้วสัตว์ทุกตัวก็สัญญาว่า พวกมันจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน…ตลอดไป

Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานความรัก, นิทานอ่านให้แฟนฟัง

นิทานความรัก : มารหนุ่มกับหญิงสาว

ตอนที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) ยังเป็นเด็ก  ผมชอบอ่านการ์ตูนมาก  แถมยังเคยฝันอยากเป็นนักเขียนการ์ตูนและทำสำนักพิมพ์เพื่อพิมพ์หนังสือการ์ตูนอีกด้วย แต่เพราะผมรวาดรูปไม่ค่อยเก่ง  ความฝันเรื่องการเป็นนักเขียนการ์ตูนจึงเป็นจริงได้ยาก 

แต่แล้ววันหนึ่ง ผมมีโอกาสได้รู้จักกับ บ.ก.ซัน  แห่งสำนักพิมพ์ Let’s Comic  ซึ่งถือเป็นสำนักพิมพ์การ์ตูนไทยที่ดังมากในยุคหนึ่ง หลังจากได้สนิทสนมกับน้อง ๆ นักเขียนการ์ตูนหลาย ๆ คนในสำนักพิมพ์  เช่น ไตรภัค  เดอะดวง  moondog และ โน้ต  ในที่สุด  ผมก็มีโอกาสได้ทำหนังสือการ์ตูนเล่มแรกกับทางเล็ดส์ คอมมิค อย่างไม่คาดฝัน  ซึ่งเป็นการนำนิทานที่ผมแต่ง ไปให้น้องนักเขียนการ์ตูนชื่อดังทั้ง 4 คน นำไปเขียนเป็นการ์ตูน  (ความดีของการ์ตูนแต่ละเรื่องต้องยกให้น้อง ๆ แต่ละคน เพราะทุกคนพัฒนานิทานไปในทิศทางที่ตนเห็นสมควร ซึ่งทำให้ได้การ์ตูนสำหรับวัยรุ่นที่สนุกมากถึง 4 เรื่อง ที่รวมอยู่ในหนังสือการ์ตูนชื่อ “ดินแดนรูปหัวใจ”)  304009_10150404994445953_1012636914_n

ในนิทานทั้ง 4 เรื่องนั้น  มีนิทานเรื่องเดียวที่ผมแต่งขึ้นใหม่เพื่อใช้กับหนังสือการ์ตูนวัยรุ่นเล่มนี้  นิทานเรื่องนี้เป็นนิทานก่อนนอนเกี่ยวกับความรัก ที่มีเนื้อเรื่องน่าตื่นเต้นและซาบซึ้ง เหมาะกับทั้งเด็กชอบฟังเรื่องผจญภัยและผู้ใหญ่ที่อยากอ่านนิทานความรักให้แฟนฟัง  ผู้ที่ได้อ่านการ์ตูนเรื่องนี้ในหนังสือดินแดนรูปหัวใจ ส่วนใหญ่จะชอบกัน (เพราะคุณโน้ต นักวาดการ์ตูน ถ่ายทอดผลงานออกมาได้ดีมาก)  แต่ในส่วนของนิทานต้นฉบับ  น่าจะมีคนเคยอ่านน้อยมาก  ดังนั้น  ผมจึงนำนิทานความรักเรื่องนี้มาให้อ่านกัน 

Continue reading “นิทานความรัก : มารหนุ่มกับหญิงสาว”
Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานนำบุญ, นิทานสอนใจ

นิทานแม่ลูก : ทีมคุณแม่ ทีมคุณลูก

ช่วงที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) แต่งนิทานก่อนนอนให้กับนิตยสารขวัญเรือน  พอใกล้วันแม่ของทุกปี  ผมก็มักจะแต่งนิทานเกี่ยวกับแม่ เพื่อให้สอดคล้องกับนิตยสารขวัญเรือนฉบับวันแม่   นิทานในปีแรก ๆ มักเป็นเรื่องที่ซาบซึ้ง  แต่พอแต่งไปหลาย ๆ ปี ผมจึงลองหาแง่มุมอื่น ๆ มาแต่งบ้าง  ซึ่งนิทานเรื่อง “ทีมคุณแม่ ทีมคุณลูก” ก็เป็นนิทานเกี่ยวกับแม่ลูกที่มีเนื้อหาต่างไปจากนิทานแม่ลูกเรื่องอื่น ๆ ที่แต่ง  แต่เนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไร  คงต้องให้ลองอ่านกันดูครับ อิอิ

Continue reading “นิทานแม่ลูก : ทีมคุณแม่ ทีมคุณลูก”
Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานสอนใจ, นิทานเด็ก

นิทานก่อนนอนเด็กไทย: เจ้าหนูธนูวิเศษ นิทานสอนใจแนวแฟนตาซี

เมื่อราว 20 ปีก่อน ผม—นำบุญ นามเป็นบุญ—เริ่มแต่งนิทานเรื่อง เจ้าหนูธนูวิเศษ ด้วยแรงบันดาลใจจากความชอบส่วนตัวที่อยากให้ตัวเอกใช้ “ธนู” เป็นอาวุธ และรู้สึกสนุกกับชื่อที่มีเสียงคล้องจองระหว่างคำว่า “ธนู” กับ “เจ้าหนู” จนกลายเป็นชื่อเรื่องที่ฟังดูเท่ราวกับวรรณกรรมเยาวชนระดับโลก

นิทานเรื่องนี้เริ่มต้นจากชื่อเรื่อง โดยยังไม่มีโครงเรื่องหรือแก่นเรื่องชัดเจน ผมค่อย ๆ ต่อเรื่องราวเหมือนการต่อจิ๊กซอว์ในสมอง—ต่อถูกก็ไปต่อ ต่อผิดก็ดึงออก แล้วคิดใหม่ จนกลายเป็นนิทานที่มีทั้งความอ่อนโยนและฉากตื่นเต้นเล็ก ๆ คล้ายกับนิทานก่อนนอนเรื่องยาวอย่าง กระต่ายแสงจันทร์

ผมหวังว่าเด็ก ๆ จะชอบนิทานเรื่องนี้ และได้รับทั้งความสนุกและแรงบันดาลใจจากการอ่านครับ

หมายเหตุสำคัญ: นิทานเรื่อง เจ้าหนูธนูวิเศษ ถูกละเมิดลิขสิทธิ์บ่อยครั้ง เช่น การนำไปทำคลิปลง YouTube/TikTok หรือจัดทำเป็น e-book บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต หากตรวจพบการละเมิด จะมีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา ผมดำเนินการจริง ฟ้องจริง ขอความกรุณาอย่าทำผิดลิขสิทธิ์ครับ

“ปันปัน” เป็นหลานของช่างทำธนูฝีมือเยี่ยม  พ่อกับแม่ของปันปันฝากเขาเอาไว้กับคุณปู่ก่อนที่พวกท่านจะลาขึ้นสวรรค์ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ  ปันปันเสียใจที่เขาไม่มีโอกาสได้อยู่กับคุณพ่อคุณแม่  แต่เขาก็ยังรู้สึกดีที่อย่างน้อยเขาก็ยังมีคุณปู่ผู้คอยเฝ้าห่วงใยเขาอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก

ปันปันรักคุณปู่มาก  และแน่นอน…คุณปู่ก็รักปันปันด้วยเช่นกัน  ปันปันมักจะเฝ้ามองคุณปู่ในขณะที่ท่านกำลังลงมือทำธนูด้วยความตั้งอกตั้งใจ  เมื่อปันปันเห็นคุณปู่ทำธนูอยู่บ่อย ๆ ปันปันจึงนึกอยากที่จะทำธนูขึ้นมาบ้าง  ด้วยเหตุนี้  ปันปันจึงเริ่มต้นฝึกทำธนู  โดยเขามักจะขอให้คุณปู่ช่วยชี้แนะวิธีการทำธนูให้กับเขา

ธนูคันแรกของปันปันเสร็จสมบูรณ์ขึ้นในวันที่ปันปันมีอายุ 7 ขวบ  ปันปันภูมิใจในผลงานการทำธนูของเขามาก  และเมื่อปันปันอายุ 12 ขวบ  ปันปันก็กลายเป็นช่างทำธนูที่มีฝีมือในการทำธนูและยิงธนูไม่เป็นสองรองจากใคร

อยู่มาวันหนึ่ง  คุณปู่ของปันปันล้มป่วยลงด้วยอาการที่น่าเป็นห่วง  คุณหมอประจำหมู่บ้านต่างพากันถอนใจ เพราะอาการป่วยของคุณปู่หนักเกินกว่าที่แพทย์ประจำหมู่บ้านอย่างพวกเขาจะช่วยเยียวยาเอาไว้ได้

คุณหมอท่านหนึ่งได้เปรยกับปันปันว่า  หากได้หมอที่เก่งกว่านี้ อย่างเช่นหมอหลวงของพระราชามาช่วยทำการรักษา คุณปู่ก็น่าจะหายป่วยได้ไม่ยากนัก  ปันปันรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่เขาคงไม่อาจช่วยให้คุณปู่หายจากอาการป่วยที่แสนทรมานนี้ได้  ใคร ๆ ก็รู้ดีว่าหมอหลวงคือหมอของพระราชา  ดังนั้น มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่หมอหลวงจะมารักษาคุณปู่ให้กับเขา

แต่โชคดีก็ยังเป็นของคุณปู่และปันปัน  เพราะในช่วงเวลานั้น  พระราชาได้จัดการแข่งขันการยิงธนูระยะไกลขึ้น  พระราชาทรงประกาศว่า  ผู้ที่ชนะ สามารถขอรางวัลอะไรก็ได้ตามใจปรารถนา   ปันปันรู้ดีว่าเขาต้องการจะขออะไรจากพระราชา  ปันปันจึงรีบสมัครเข้าร่วมแข่งขันอย่างไม่ลังเล

เหล่าขุนนางต่างพากันหัวเราะเยาะเมื่อเห็นเด็กน้อยอย่างปันปันแบกธนูไม้คันใหญ่ยักษ์เข้ามาสมัครร่วมแข่งขัน  ด้วยความที่มีผู้สมัครเข้าแข่งขันอยู่ก่อนแล้วเพียง 3 คน คือชายหนุ่มผู้เกิดในตระกูลสูง  นักรบร่อนเร่ผู้หยาบช้า  และอัศวินจากประเทศตะวันตก  ดังนั้น  พวกขุนนางจึงยินยอมให้ปันปันเข้าร่วมการแข่งขันได้  โดยพวกเขาจัดลำดับให้ปันปันยิงธนูเป็นคนสุดท้าย เพื่อให้ปันปันกลายเป็นตัวขบขันและสร้างสีสันให้กับงาน!

เมื่อเวลาของการแข่งขันมาถึง  เหล่าทหารก็พากันผูกด้ายแดงเข้ากับปลายลูกธนูของผู้เข้าแข่งขันทั้ง 4 คน  ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนมีโอกาสในการยิงธนูคนละ 1 ครั้ง ซึ่งหากลูกธนูของใครพาด้ายแดงไปได้ไกลที่สุด  บุคคลนั้นก็จะถือว่าเป็นผู้ชนะของการยิงธนูระยะไกลในครั้งนี้

บุคคลแรกที่ยิงธนูก็คือชายหนุ่มผู้เกิดในตระกูลสูง  ชายหนุ่มคนนี้สามารถยิงธนูไปปักที่ต้นไม้ซึ่งอยู่ห่างออกไปไกลถึง 500 ก้าว   ส่วนนักรบร่อนเร่ผู้หยาบช้านั้น  เขาตั้งใจอวดฝีมือด้วยการยิงธนูทะลุผ่านธนูลูกแรก  แล้วปล่อยให้ลูกธนูทะลวงผ่านต้นไม้ไปตกอยู่ในป่าทึบซึ่งห่างออกไปวัดได้ 1000 ก้าว  แต่ที่น่าอัศจรรย์ที่สุดก็คือฝีมือการยิงธนูขออัศวินจากประเทศตะวันตก  เพราะเขาสามารถยิงธนูข้ามป่าทึบไปตกที่ด้านหลังของภูเขา  ซึ่งเมื่อวัดระยะทางแล้ว  เขาเป็นผู้ที่ยิงธนูได้ไกลที่สุด คือไกลถึง 2000 ก้าวเลยทีเดียว

และแล้ว…โอกาสในการยิงธนูของปันปันก็มาถึง  ผู้คนต่างพากันหัวเราะขบขันเมื่อเห็นเด็กน้อยแบกธนูคันใหญ่ยักษ์เข้ามาตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จุดตั้งต้น  และเมื่อทหารให้สัญญาณในการยิงธนู  ปันปันซึ่งตั้งสมาธิและจรดหัวใจไว้ที่ปลายธนูอยู่แล้ว ก็ค่อย ๆ ทำการเหนี่ยวสายธนูอย่างช้า ๆ  จนคันธนูโค้งเกือบเป็นรูปวงกลม  และเมื่อปันปันปล่อยมือจากสายธนู  คันธนูก็ดีดตัวกลับ  ทำให้ลูกธนูพุงฉับตัดอากาศไปว่องไวราวกับสายลม

ผู้คนต่างพากันตกตะลึงจนพูดไม่ออก  ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า  เด็กตัวเล็ก ๆ อย่างปันปันจะสามารถยิงธนูได้แรงถึงเพียงนี้  แต่เมื่อทหารลงมือค้นธนูเพื่อวัดระยะ  สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น   เพราะแทนที่ทหารจะพบลูกธนูตกไกลออกไปอย่างที่หลายคนคาดหวัง  ลูกธนูกลับตกอยู่ในพุ่มไม้ห่างจากจุดตั้งต้นเพียงแค่ 10 ก้าวเท่านั้น!  และนี่คือความจริงที่ปันปันไม่อาจปฏิเสธได้

แต่โชคของปันปันก็ยังคงมีอยู่  เพราะในขณะนั้น  พระราชาผู้ทรงความยุติธรรมได้ชมการแข่งขันมาโดยตลอด  พระราชาทรงสงสัยว่า เพราะเหตุใดลูกธนูของเด็กน้อยจึงพุ่งไปได้ไม่ไกลอย่างที่ควรจะเป็น  ดังนั้น ก่อนที่พระองค์จะทำการประกาศตัวผู้ชนะ  พระองค์จึงสั่งให้ทหารลองวัดความยาวของด้ายสีแดงที่ผูกติดอยู่กับปลายลูกธนูของปันปันให้แน่ใจเสียก่อน

เมื่อทหารลงมือวัดความยาวของด้ายสีแดงโดยเริ่มวัดจากจุดตั้งต้น  ผลที่เกิดขึ้นก็คือ…ทหารต้องเดินวนรอบโลก 1 รอบจนกระทั่งกลับมาที่จุดตั้งต้นอีกครั้ง  แล้วเดินต่อไปอีก 10 ก้าว จึงวัดความยาวทั้งหมดได้ครบถ้วน ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ลูกธนูของปันปันพุ่งทะยานไปได้ไกลที่สุด  โดยเดินทางไปรอบโลกภายในเวลาเพียงแค่พริบตาเดียว

ในที่สุด  ปันปันก็ได้เป็นผู้ชนะ และเมื่อพระราชาทรงถามว่า ปันปันต้องการอะไรเป็นรางวัลสำหรับชัยชนะในครั้งนี้  ปันปันจึงรีบตอบพระราชาด้วยความมุ่งมั่นว่า สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือเขาอยากขอยืมตัวหมอหลวงให้ช่วยไปรักษาคุณปู่ผู้เป็นที่รักของเขา

พระราชาทรงชื่นชมในความสามารถและความกตัญญูของปันปัน  ดังนั้น  หลังจากที่หมอหลวงทำการรักษาคุณปู่จนหายป่วยแล้ว  พระราชาจึงรับปันปันกับคุณปู่ให้เข้ามาอยู่ในพระราชวัง โดยมอบหมายให้ปู่หลานทั้งสองคอยฝึกฝนพลธนูของกองทัพให้มีความสามารถมากขึ้นเรื่อย ๆ

และแล้ว..นิทานเรื่องนี้ก็จบลงอย่างมีความสุข

ข้อคิดจากนิทานเรื่องนี้ :

  • ความกตัญญูคือพลังที่ยิ่งใหญ่
  • อย่าตัดสินใครจากรูปลักษณ์ภายนอก
  • ความพยายามและความตั้งใจสามารถพาเราไปไกลกว่าที่ใครคาดคิด

#นิทานนำบุญ

Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานสอนใจ, นิทานอ่านให้แฟนฟัง

นิทานก่อนนอน : ความรักของคนดูแลสวน

นิทานก่อนนอนเรื่อง ความรักของคนดูแลสวน เป็นนิทานคู่รักเรื่องแรก ๆ ที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) แต่งลงในนิตยสารขวัญเรือน  เรื่องราวของนิทานเรื่องนี้ มีโครงเรื่องตามแบบฉบับของนิทานความรักคลาสสิกที่หลาย ๆ คนคงคุ้นเคย  แต่เรื่องราวที่ดูธรรมดาไม่โลดโผนจนเกินไป มักเป็นที่ชื่นชอบของเด็ก ๆ และเหมาะจะใช้เป็นนิทานก่อนนอนสำหรับการอ่านให้แฟนฟัง   ลองอ่านกันดูนะครับ

Continue reading “นิทานก่อนนอน : ความรักของคนดูแลสวน”
Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานสอนใจ

สาวน้อยนักทอผ้า : นิทานก่อนนอนเรื่องยาว สอนใจเด็กและผู้ใหญ่

นิทานก่อนนอนเรื่องยาว ๆ เรื่อง “สาวน้อยนักทอผ้า”  เป็นนิทานที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) แต่งขึ้นใหม่ในสไตล์ “นิทานคลาสสิก”  ถ้าไม่บอกว่าเป็นนิทานที่แต่งใหม่ หลายคนอาจนึกว่าเป็นนิทานอมตะจากต่างประเทศ  นิทานเรื่องนี้มีคติสอนใจหลายอย่าง  หวังว่าผู้อ่านจะชอบ  ส่วนผู้เขียนชอบนิทานเรื่องนี้มาก เพราะการแต่งนิทานแนวนี้ให้แตกต่างจากนิทานคลาสสิกที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย  ลองอ่านกันดูนะครับ

หมายเหตุ : นิทานเรื่องนี้ ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ด้วยการนำไปทำคลิปลงในยูทูบ/ติ๊กต่อก หรือทำเป็น e-book ใน anyflip บ่อยครั้ง  เมื่อถูกจับ จะโดนปรับเป็นเงินจำนวนมาก และมีโทษอาญา  ผมจับจริง ฟ้องจริง ดังนั้น  อย่าทำเลยครับ 

Continue reading “สาวน้อยนักทอผ้า : นิทานก่อนนอนเรื่องยาว สอนใจเด็กและผู้ใหญ่”