นิทานก่อนนอนเรื่องยาว ๆ

Posted in นิทาน, นิทานก่อนนอน, นิทานสอนใจ, นิทานเด็ก

ลูกกระต่ายยอดนักประดิษฐ์ – นิทานก่อนนอนสนุก ๆ พร้อมหุ่นยนต์สุดเท่

Posted in ครอบครัว, นิทานก่อนนอน, นิทานฝรั่ง, นิทานเด็ก, เด็ก

นิทาน แจ็คผู้ฆ่ายักษ์ (ฉบับสั้น)

Continue reading “นิทาน แจ็คผู้ฆ่ายักษ์ (ฉบับสั้น)” →
Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

ทอม ธัมบ์ : เจ้าหนูนิ้วโป้ง

Continue reading “ทอม ธัมบ์ : เจ้าหนูนิ้วโป้ง” →
Posted in นิทาน, เด็ก, เรื่องเล่า

นิทานเรื่อง เย่เซียน (ซินเดอเรลล่า)

Continue reading “นิทานเรื่อง เย่เซียน (ซินเดอเรลล่า)” →
Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานคลาสสิก, นิทานแอนเดอร์เซน

นิทานเรื่อง เด็กหญิงขายไม้ขีดไฟ

Continue reading “นิทานเรื่อง เด็กหญิงขายไม้ขีดไฟ” →
Posted in นิทานจากทั่วโลก, นิทานนานาชาติ, นิทานปรัชญาชีวิต, นิทานสอนใจ, นิทานสะท้อนใจ, นิทานสำหรับเด็กโต

การผจญภัยของกิลกาเมช : นิทานแห่งมิตรภาพและการเติบโตภายใน

Continue reading “การผจญภัยของกิลกาเมช : นิทานแห่งมิตรภาพและการเติบโตภายใน” →
Posted in Uncategorized

ค่าลิขสิทธิ์และค่าจ้าง

……………………………………………………………………………………………………………………..

…………………………

Posted in การจัดการลิขสิทธิ์นิทาน, การพัฒนาเว็บไซต์เพื่อเด็ก, เรื่องเล่าจากพี่นำบุญ

ทิศทางของนิทานนำบุญปี 2568

………

………

………

………

………..

Posted in การจัดการลิขสิทธิ์นิทาน, ทิศทางเว็บไซต์นิทานนำบุญ, เรื่องเล่าจากพี่นำบุญ

จดหมายน้อย

วันที่ 1 กรกฎาคม 2567

สวัสดีครับ พี่นำบุญนั่งเขียน “จดหมายน้อย” ฉบับนี้ ในเช้าต้นเดือนกรกฎาคม 2567

อีกราว 10 วัน พี่นำบุญก็จะมีอายุเข้าวัย 54 ปี (เรียกว่า 54 ขวบก็ได้ เพราะใจยังเป็นเด็กอยู่ ฮิฮิ)

หลังจากวัย 50 พี่นำบุญเตือนตัวเองเสมอว่า เราอาจต้อง “เดินทางไกล” ได้ทุกเมื่อ ตามกฎของธรรมชาติ ที่คนทุกคนต่างหนีไม่พ้น

การจัดการสิ่งต่าง ๆ ให้เรียบร้อย และการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีความสุขพอประมาณ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

………

หลายปีมานี้ คุณผู้อ่านน่าจะทราบมาบ้างว่า “นิทานนำบุญ” พบปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยมีคนนำนิทานในเว็บไซต์นี้ไปทำคลิปหรือเผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก

พี่นำบุญเขียนคำเตือน เขียนบทความเกี่ยวกับกฎหมายและโทษที่หนักมากของการละเมิด แต่ก็ยังคงมีคนนำนิทานไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

ในวันที่พี่นำบุญยังมีชีวิตและมีเรี่ยวแรง พี่นำบุญจึงพยายามปกป้องนิทานที่ตัวเองแต่ง ด้วยการเก็บหลักฐาน – แจ้งความ – ติดต่อให้ผู้ละเมิดมาเจรจา – แจ้งระบบให้ลบคลิปละเมิดออกจากแพลตฟอร์มนั้น ๆ ฯลฯ

คลิปการละเมิด มีอยู่เป็นร้อยคลิป คลิปบันทึกหน้าจอเก็บหลักฐานรวม ๆ แล้วก็น่าจะเกิน 100 ชั่วโมง (พี่นำบุญต้องซื้อฮาร์ดดิสมาเก็บข้อมูลเพิ่ม) การแจ้งให้แพลตฟอร์มลบคลิปก็น่าจะเกิน 100 เคส

สิ่งที่พบมาตลอดหลายปี คือ มันเป็นเรื่องที่ “เสียเวลาในชีวิต” และ “เสียความตั้งใจที่ดีในการ ทำงานเด็กมาก ๆ”

การแจ้งความต่อตำรวจ ก็แทบจะเป็นเรื่อง “ว่างเปล่า” เพราะคดีบางคดีแทบไม่คืบหน้านานถึง 2 ปีเศษ (ทั้ง ๆ ที่มีหลักฐานครบถ้วน) พี่นำบุญเคยทำจดหมายติดตามความคืบหน้าไปที่โรงพักหลายครั้ง ทุกอย่างก็ยังคงนิ่ง จนกระทั่งทำจดหมายไปยัง “ตำรวจภูธรภาค” ซึ่งกำกับดูแลโรงพักที่ไปแจ้งความอีกที ตำรวจจึงเริ่มขยับ และให้เดินทางไปเซ็นเอกสาร “ไม่ติดใจเอาเรื่องตำรวจ”

บางครั้งที่ไปแจ้งความ ตำรวจบางคนบอกว่า เคยเห็นมาแจ้งความแล้ว จะแจ้งทำไม แจ้งเอาเงินเหรอ?

คำพูดบางคำที่ได้ฟัง มันไม่น่ารักเลย สิ่งที่พี่นำบุญอยากให้เกิดขึ้น คือ การหยุดยั้งไม่ให้เกิดการละเมิดอีก และถ้าเลือกได้ระหว่างการให้คนทำผิดเสียเงินในคดีแพ่ง กับการให้ติดคุกในคดีอาญา พี่นำบุญขอเลือกอย่างหลัง

การเป็นนักเขียน (โดยเฉพาะนักเขียนนิทานเล็ก ๆ) ที่แม้จะมีกฎหมายลิขสิทธิ์คุ้มครองผลงาน แต่ในแง่ปฏิบัติ กลับได้รับการดูแลน้อยมาก

พี่นำบุญจึงเริ่มเข้าใจว่า การที่นักเขียนหลายคนจำเป็นต้องมองข้ามเมื่อถูกละเมิดลิขสิทธิ์ น่าจะเป็นเพราะ “มันเป็นเรื่องที่เจ็บปวด”

การเผชิญหน้ากับการละเมิด จะต้องเสียเวลาเก็บหลักฐาน (เช่น แคปหน้าจอ ตามสืบ ตามเก็บข้อมูล) เสียอารมณ์ (ทำให้เขียนงานไม่ออก) เสียความรู้สึก (กับเจ้าหน้าที่ที่แทบไม่ใส่ใจ) เสียสุขภาพ (ในการติดตามเรื่องต่าง ๆ)

แต่…พี่นำบุญในวัย 50 เศษ ไม่อยากปล่อยผ่านเรื่องนี้ให้เป็นภาระรุงรังกับครอบครัว พี่นำบุญอยากรักษานิทานนำบุญเอาไว้ที่นี่ ให้เด็ก ๆ และคุณผู้อ่านได้เข้ามาอ่านเพื่อความเพลิดเพลิน และไม่อยากให้ใครไม่รู้ “ขโมยนิทานไปใช้ตามอำเภอใจ”

พี่นำบุญจึงตัดสินใจ จ้างทีมทนาย เพื่อปกป้องผลงานนิทานนำบุญ โดยเตรียมเงินเก็บส่วนตัวรวมแล้วประมาณ 6 หลัก ในการฟ้องดำเนินคดีกับผู้ละเมิดให้ถึงที่สุด

พี่นำบุญเชื่อว่า คงมีนักเขียนไม่มากนัก ที่พร้อมจะใช้เงินหลักแสน ในการต่อสู้กับคดีละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะค่าตอบแทนในการเขียนหนังสือมีราคาเพียงหลักพัน และการต้องพัวพันกับการดำเนินคดีน่าจะทำให้นักเขียนหมดแรงในการสร้างผลงานชิ้นใหม่ ๆ เพื่อยังชีพ

แต่พี่นำบุญเป็นคนที่ไม่เคยยอมกับเรื่องเหล่านี้ ยิ่งยากก็จะยิ่งสู้ ถ้าเราไม่ผิด เราก็ต้องยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง

ปัจจุบัน พี่นำบุญจึงเริ่มให้ทีมทนายช่วยดูแลคดีแรกที่ค้างคามานาน ซึ่งหลังจากคดีนี้ผ่านไป พี่นำบุญตั้งใจจะขอให้ทีมทนายช่วยดูแลเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์นิทานนำบุญทั้งหมด เพื่อให้พี่นำบุญไม่ต้องเสียเวลากับเรื่องเหล่านี้อีก (และไม่ต้องคอยห่วงคนละเมิด ว่าจะต้องโดนปรับหรือโดนโทษหนักขนาดไหน คือปล่อยวางไปเลย) พี่นำบุญจะได้กลับมาแต่งนิทานเรื่องใหม่ ๆ อย่างจริงจัง และใช้เวลาในช่วงบั้นปลายทำสิ่งที่ควรทำเสียที (เช่น การกินขนม)

……

ในวัยใกล้ 54 เป็นวัยที่ยังพอมีเรี่ยวแรงปกป้องผลงานนิทานของตัวเองด้วยกำลังของตัวเอง (คือเดินทางไปขึ้นศาลไหว) พี่นำบุญหวังว่า การตัดสินใจพึ่งทีมทนาย จะเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญ ที่จะช่วยทำให้ “นิทานนำบุญ” ได้รับการปกป้องอย่างเหมาะสม และทำให้การละเมิดลิขสิทธิ์หมดไปเสียที

ท้ายสุด พี่นำบุญต้องขอขอบคุณ ผู้อ่านทุกท่าน (ทั้งเด็กและผู้ใหญ่) ที่ส่งกำลังใจเป็นข้อความในกล่องข้อความ รวมทั้งทุกคนที่สนับสนุน “โครงการนิทานเรื่องละบาท” ที่พี่นำบุญเริ่มต้นในปีนี้ สิ่งเหล่านี้ทำให้พี่นำบุญรู้สึกจริง ๆ ว่า “มีคนรู้และรักในสิ่งที่ตัวเราตั้งใจทำอยู่”

เมื่อต้นปี พี่นำบุญได้ทำเว็บนิทานนำบุญสาขา 2 โดยลงนิทานใหม่มากถึง 40 เรื่อง พร้อมภาพประกอบที่ตรงใจมาก ๆ (แต่ก็เหนื่อยมาก ๆ) พี่นำบุญจึงบอกกับตัวเองว่า ถ้าพี่นำบุญจัดการกับคดีเรียบร้อยและส่งมอบการดูแลนิทานให้ทีมทนายจัดการต่อได้จริง ๆ พี่นำบุญก็จะกลับมาทำให้เว็บนิทานนำบุญ (สาขา 1) มีความสมบูรณ์ สวยงาม น่าอ่านมากขึ้น ให้สมกับที่คุณผู้อ่านหลาย ๆ คน ให้เกียรติรักและให้การสนับสนุนนักเขียนเล็ก ๆ วัย 54 ขวบ….คนนี้

รักและขอบคุณทุกคนมาก ๆ นะครับ

นำบุญ นามเป็นบุญ

Posted in การศึกษา, สาระน่ารู้, family

กฎหมายลิขสิทธิ์ : เรื่องที่ทุกคนต้องรู้

  1. ต้องระวังไม่นำผลงานของผู้อื่น มาใช้และเผยแพร่แบบสาธารณะ ไม่ว่าจะดัดแปลงในรูปแบบใดก็ตาม 
  2. เมื่อพลาดละเมิดลิขสิทธิ์จนเจ้าของทักให้เจรจา จงรีบเจรจา ยอมรับผิดอย่างจริงใจ ยอมชดใช้ค่าเสียหาย พยายามอย่าทำให้เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่พอใจ หรือเพิกเฉยเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะเรื่องเล็ก ๆ อาจลุกลามเป็นเรื่องใหญ่ได้ 
  3. ในกรณีที่เรื่องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย (ถูกแจ้งความ) หากมีโอกาส ต้องรีบหาวิธีของโทษและขอเจรจา เพราะถ้าเรื่องขึ้นสู่ศาล จะมีการจ้างทนาย ค่าจ้างทนายและค่าใช้จ่ายในการขึ้นศาลมีมูลค่ามาก ยิ่งปล่อยให้เรื่องเลยเถิด ค่าใช้จ่ายก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่อผู้ละเมิดแพ้คดี ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ผู้ละเมิดจะต้องถูกบังคับให้เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
  4. กฎหมายลิขสิทธิ์ คุ้มครอง เจ้าของผลงานหรือเจ้าของสิทธิ์ เป็นสำคัญ การไม่ละเมิดลิขสิทธิ์จึงเป็นเรื่องที่ดีที่สุด แต่หากพลาดพลั้ง การแสดงความรับผิดชอบ จะทำให้เรื่องจบได้โดยที่มีความเสียหายน้อยที่สุด