Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

นิทานเรื่อง ยอดมนุษย์ตัวน้อย

นิทานเรื่อง “ยอดมนุษย์ตัวน้อย” เป็นนิทานที่น่าจะจัดอยู่ในหมวด “นิทานชวนยิ้ม” หรือ “นิทานตลก ๆ ก่อนนอน” เพราะเป็นนิทานที่มีความ “เพี้ยน” อยู่พอสมควร แม้จะไม่ทำให้เด็ก ๆ หัวเราะเอิ๊กอ๊าก แต่ก็น่าจะทำให้ยิ้มและอารมณ์ดีได้ หวังว่านิทานตลก ๆ ก่อนนอนเรื่องนี้ จะทำให้เด็ก ๆ นอนฝันดีนะครับ

นิทานเรื่อง ยอดมนุษย์ตัวน้อย

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว  มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งเป็นเด็กที่มีพลังพิเศษคล้าย ๆ กับเหล่ายอดมนุษย์ทั้งหลาย  แต่เด็กคนนี้กลับไม่ภูมิใจในพลังพิเศษที่เขามีอยู่เลย  เพราะพลังพิเศษของเขานั้น ไม่ใช่พลังในการเหาะเหินเดินอากาศ ไม่ใช่พละกำลังที่ล้นเหลือเกินมนุษย์ ไม่ใช่อำนาจในการปล่อยแสงต่อสู้กับเหล่าร้าย ไม่ใช่ความสามารถในการล่องหนหายตัว  แต่พลังที่เด็กน้อยมีอยู่กลับเป็นพลังในการ “ผายลม” ที่เขาสามารถปรับความรุนแรงและกลิ่นได้ตามใจปรารถนา  เด็กน้อยคิดว่าการมีพลังพิเศษเช่นนี้…สู้ไม่มีเสียยังดีกว่า  เด็กน้อยจึงไม่เคยเปิดเผยเรื่องของตัวเองให้ใครรู้และเก็บเรื่องพลังพิเศษที่เขามีอยู่เอาไว้โดยไม่เห็นคุณค่าของมันเลยแม้สักนิด

อยู่มาวันหนึ่ง  ในขณะที่เด็กน้อยนั่งรถโรงเรียนไปทัศนศึกษาต่างจังหวัดร่วมกับเพื่อน ๆ   ระหว่างทางซึ่งเป็นทางคดเคี้ยวขึ้นเขา  คุณลุงคนขับรถที่ขับรถมาไกลแสนไกลก็ค่อย ๆ ง่วงและเผลอหลับเป็นระยะ ๆ   ทุกครั้งที่คุณลุงหลับ  รถก็จะส่ายและเกือบพลาดตกเหวครั้งแล้วครั้งเล่า  คุณครูพยายามบอกให้คุณลุงจอดรถลงไปพัก  แต่คุณลุงคนขับกลับดื้อดึงและยืนยันว่ายังขับไหว เด็กน้อยเห็นว่าหากปล่อยให้คุณลุงขับรถต่อไปเช่นนี้คงไม่ดีแน่  เขาจึงตัดสินใจทำสิ่งที่เขาไม่เคยทำมาก่อน  นั่นคือการใช้พลังพิเศษผายลมออกมาอย่างแผ่วเบา แต่บังคับกลิ่นให้เหม็นราวกับกลิ่นตดของช้างร้อยเชือกมารวมกัน

ทันทีที่คุณลุงคนขับได้กลิ่นตดมหาภัย  คุณลุงที่ง่วงเหงาหาวนอนก็รีบจอดรถแล้ววิ่งลงจากรถเพื่อหนีกลิ่นตดซึ่งเหม็นอย่างสุดทานทน  เด็กนักเรียน, คุณครู รวมทั้งยอดมนุษย์ตัวน้อยที่แอบใช้พลังเป็นครั้งแรกจึงพากันวิ่งลงรถตามไปด้วย  ท้ายที่สุด  คุณลุงคนขับก็ได้ยืดเส้นยืดสายจนหายง่วง  และเมื่อกลิ่นจางลง  ทุกคนก็กลับขึ้นรถแล้วออกเดินทางกันต่อ

หลังจากวันนั้น เด็กน้อยผู้มีพลังพิเศษก็เริ่มรู้สึกว่า พลังพิเศษของเขาเป็นพลังที่มีประโยชน์อยู่บ้างเหมือนกัน  แต่ถึงอย่างไร  มันก็เป็นพลังที่น่าอายมากกว่าน่าภูมิใจ…ดังเช่นพลังของยอดมนุษย์คนอื่น ๆ 

ในเวลาต่อมา  เด็กน้อยบังเอิญโชคร้ายเข้าไปฝากเงินในธนาคารแล้วมีโจรอ้วนผอมบุกเข้าปล้นธนาคารพอดิบพอดี  โจรทั้งสองคนใช้ปืนขู่เอาเงินจากเจ้าหน้าที่อย่างอุกอาจ  ส่วนประชาชนก็ได้แต่หมอบอยู่ที่พื้นเพราะกลัวจะโดนลูกหลง เด็กน้อยเห็นท่าไม่ดี เขาจึงตัดสินใจผายลมออกมา อย่างแผ่วเบา  แต่บังคับกลิ่นให้แรงกว่าคราวก่อนอีกร้อยเท่า  ทำให้โจรอ้วนผอมและผู้คนทั้งหมดสลบเหมือด ซึ่งเมื่อตำรวจมาถึง ตำรวจก็สามารถจับโจรได้อย่างง่ายดายโดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ครั้นเมื่อเด็กน้อยใช้พลังช่วยผู้คนได้สำเร็จ เขาก็เริ่มได้ข้อคิดว่า ถึงพลังพิเศษของเขาจะดูแปลก ๆ อยู่สักหน่อย  แต่ถ้าเขานำมันมาใช้อย่างเหมาะสม  มันก็จะทำให้เกิดประโยชน์กับผู้คนทั้งหลายได้ไม่แพ้พลังพิเศษของยอดมนุษย์คนอื่น ๆ   เมื่อคิดได้ดังนี้แล้ว  ยอดมนุษย์ตัวน้อยจึงตัดสินใจหาทางใช้พลังของเขาให้เกิดประโยชน์ด้วยวิธีการต่าง ๆ

ยอดมนุษย์ตัวน้อยใช้ประโยชน์จากพลังพิเศษโดยแอบไปดูการซ้อมรบของกองทัพ แล้วผายลมเสียงดัง “ปั้ง ๆ ตู้ม ๆ “ ผสมโรงให้เสียงปืนและเสียงระเบิดดังกว่าปกติ เพื่อขู่ไม่ให้ประเทศข้างเคียงกล้าเข้ามาบุกรุก 

นอกจากนี้  เมื่อมีการชุมนุมประท้วงกันที่ไหน ยอดมนุษย์ตัวน้อยก็จะแฝงตัวไปร่วมการชุมนุมด้วย โดยเขาจะรอให้ผู้คนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก แล้วแอบผายลมแบบเหม็นสุดขีดจนผู้คนทั้งหลายต้องสลายการชุมนุมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

เหนือสิ่งอื่นใด  ยอดมนุษย์ตัวน้อยยังฉลาดพอที่จะใช้ความสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของบ้านเมือง โดยการแอบดำน้ำเพื่อผายลมปุ๋งใหญ่หลาย ๆ ปุ๋ง  จนเกิดฟองอากาศผุดขึ้นมาที่ผิวน้ำเป็นระยะ ๆ ทำให้ผู้คนเข้าใจผิดคิดว่ามีสัตว์โบราณอาศัยอยู่ใต้น้ำ  นักข่าวและนักท่องเที่ยวจึงแห่กันมารอดูสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งทำให้ชาวเมืองขายอาหาร, เครื่องดื่มและของที่ระลึกได้เป็นจำนวนมาก

ในที่สุด เด็กผู้ชายที่มีพลังพิเศษคนนี้ก็หาโอกาสใช้พลังให้เกิดประโยชน์ได้สำเร็จ  เด็กน้อยภูมิใจในตัวเองมาก เพราะถึงแม้ว่าพลังพิเศษของเขาจะแปลกกว่าใคร ๆ  แต่เมื่อเขารู้จักนำมันมาใช้ให้เกิดประโยชน์ พลังของเขาจึงมีค่าและมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าพลังของยอดมนุษย์คนใด ๆ ในโลก 

#นิทานนำบุญ

…………….

Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

ลาน้อยกับโรคโง่

เวลาที่เราอ่านนิทาน เรามักพบว่า ตัวละครที่มักถูกยัดเยียดให้รับบท “คนไม่ฉลาด” ก็คงหนีไม่พ้น เจ้าลาผู้น่าสงสาร เมื่อผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) มาเป็นนักแต่งนิทาน ผมจึงตั้งใจที่จะแต่งนิทานให้ลากลายเป็นตัวละครที่ฉลาดดูบ้าง แต่พอลงมือแต่ง อ้าว!เจ้าลาดันคิดว่า ความโง่เป็นโรคชนิดหนึ่ง แล้วแบบนี้ เจ้าลาจะเป็นตัวละครที่ฉลาดได้ไหม? นิทานสั้น พร้อมข้อคิดที่ผมเป็นผู้แต่งเรื่องนี้ น่าจะเป็นนิทานที่มีแง่มุมบางอย่าง ที่ช่วยให้เด็ก ๆ ได้สาระที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาตัวเอง หวังว่าทุก ๆ คนจะชอบนิทานเรื่องนี้นะครับ

นิทานก่อนนอนเรื่อง ลาน้อยกับโรคโง่

            กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีแม่ลากับลูกลาคู่หนึ่งอาศัยอยู่ในบ้านไร่ชายทุ่งอย่างสงบสุข ทุก ๆ คืน แม่ลามักเล่านิทานให้ลูกน้อยฟังเสมอ แต่ลูกลากลับไม่ชอบเรื่องราวในนิทานเอาเสียเลย เพราะคนแต่งนิทานมักกล่าวหาว่าลาเป็นสัตว์ที่โง่เขลา

            ลูกลาเชื่อว่าความโง่ก็เหมือนกับการเป็นหวัด หากรักษาให้ดี…ลาทั้งหลายก็มีสิทธิ์หายจากโรคโง่ได้ เมื่อลูกลาถามหาที่รักษาโรคโง่จากแม่ลา แม่ลาจึงบอกให้ลูกลองเดินเลี้ยวขวาออกจากบ้านเพื่อตรงไปยังโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ในเมือง ทั้งนี้เพราะแม่ลาเชื่อว่าผู้ที่น่าจะรักษาโรคต่าง ๆ ได้ก็คงมีแต่คุณหมอเท่านั้น

            วันรุ่งขึ้น ลูกลารีบตื่นแต่เช้าแล้วออกเดินทางตามที่แม่บอก แต่เนื่องจากลูกลามีความจำไม่ดีนัก แทนที่มันจะเดินเลี้ยวขวา มันกลับเดินเลี้ยวซ้ายเข้าไปในป่าโดยที่มันไม่รู้ว่า จริง ๆ แล้วจุดหมายปลายทางของมันคือที่ใดกันแน่

            ระหว่างทาง ลูกลาเดินฮัมเพลงไปเรื่อย ๆ พลางบอกใครต่อใครว่ามันกำลังจะไปรักษาโรคโง่  สัตว์ต่าง ๆ พากันหัวเราะขบขัน เพราะความโง่ไม่ใช่โรคภัยไข้เจ็บจึงไม่น่าจะรักษาให้หายได้แต่เนื่องจากลูกลาสมองช้า มันจึงเข้าใจว่าที่สัตว์ทั้งหลายหัวเราะเป็นเพราะยินดีที่มันกำลังจะหายป่วย

            ลูกลาเดินทางลึกเข้าไปในป่า จนในที่สุด มันก็ได้พบกับสถานที่แห่งหนึ่ง เจ้าลาน้อยไม่รู้เลยว่า มันโชคดีมากที่เลี้ยวผิดจนหลงมายังโรงเรียนของคุณครูนกฮูก

            คุณครูนกฮูกเป็นคุณครูที่ฉลาดปราดเปรื่องและมีเมตตา เมื่อลูกลาแจ้งความจำนงว่าอยากหายจากการเป็นสัตว์ที่โง่เขลา คุณครูนกฮูกจึงรับลูกลาให้เข้าเรียนที่โรงเรียนและกำชับให้คุณครูช่วยกันดูแลลูกลาเป็นกรณีพิเศษ

            ลูกลาเริ่มเรียนคณิตศาสตร์กับคุณครูลิงจ๋อเป็นวิชาแรก เมื่อคุณครูลิงจ๋อบอกให้ลูกลาออกไปทำโจทย์เลขบนกระดาน ลูกลากลับแก้โจทย์ผิด โดยบวกเลขหนึ่งกับหนึ่งได้ผลลัพธ์เป็นสิบเอ็ดอย่างหน้าตาเฉย เพื่อน ๆ ในห้องพากันหัวเราะจนปวดท้อง ส่วนคุณครูลิงจ๋อก็ได้แต่เกาหัวแกรก ๆ เพราะไม่เคยเจอนักเรียนคนไหนบวกเลขได้ ก้าวหน้า ถึงขนาดนี้มาก่อน

            ในชั่วโมงภาษาอังกฤษ คุณครูฮิปโปบอกนักเรียนให้ท่องศัพท์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ครั้นเมื่อถึงตอนทดสอบ คุณครูฮิปโปช่วยลูกลาด้วยการเขียนคำศัพท์ง่าย ๆ บนกระดาน แต่เนื่องจากลูกลาไม่ค่อยฉลาดนัก มันจึงตอบว่า DOG หมายถึงแมว ส่วน CAT แปลว่าหมา! ซึ่งทำให้คุณครูฮิปโปตกใจจนแทบจะหงายหลัง

            ไม่ว่าลูกลาจะเรียนวิชาอะไร คำตอบของลูกลาก็ทำให้เพื่อน ๆ และคุณครูหัวเราะในความเปิ่นและความทึ่มของมันได้เสมอ แต่ถึงแม้ว่าลูกลาจะฉลาดน้อยกว่าลูกสัตว์ตัวอื่น ๆ (ซึ่งทำให้มันต้องใช้เวลามากสักหน่อยในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ) แต่มันก็มีความอดทนสมกับเป็นเลือดเนื้อ เชื้อไขของเหล่าลา…เจ้าแห่งสัตว์นักบรรทุกของ

            เมื่อลูกลาเห็นว่ามันเก่งสู้เพื่อน ๆ ไม่ได้ มันจึงพยายามปรับปรุงตัวด้วยการฝึกท่องศัพท์โดยคัดคำศัพท์ลงในสมุดเป็นร้อย ๆ จบ มิหนำซ้ำ…มันยังซ้อมบวกเลขด้วยการเข้าไปนับผลไม้ใน ตลาดจนมันบวกเลขได้อย่างคล่องแคล่ว ลูกลาทำทุกวิถีทางเพื่อให้มันฉลาดทัดเทียมกับเพื่อน ๆ ซึ่งเมื่อคุณครูในโรงเรียนเห็นว่าลูกลามีใจสู้  คุณครูทั้งหมดจึงทุ่มเทให้ความรู้แก่ลูกลาอย่างเต็มที่

            หลังจากเวลาผ่านไปหลายปี ลูกลาซึ่งขยันหมั่นเพียรทั้งในเวลาเรียนและนอกเวลาเรียนก็มีความรู้เพิ่มพูนมากขึ้นอย่างที่ใคร ๆ ก็คาดไม่ถึง และแล้ว…ลูกลาก็กลายเป็นตัวแทนนักเรียน ที่คุณครูนกฮูกและคุณครูท่านอื่น ๆ มักส่งไปแข่งขันด้านวิชาการในที่ต่าง ๆ อยู่เสมอ

            ลูกลาคว้ารางวัลให้แก่โรงเรียนได้ไม่เคยขาด และมันก็ค้นพบว่าการอดทนเล่าเรียนอย่างไม่ย่อท้อ สามารถรักษาโรคโง่ให้หายไปได้เป็นปลิดทิ้ง

            ในที่สุด ทุกคนก็ยอมรับว่าลาไม่ใช่สัตว์ที่โง่ไปเสียทุกตัว ลูกลาดีใจมากที่มันกู้ชื่อเสียงของเหล่าลาคืนมาได้สำเร็จ หลังจากนั้นเป็นต้นมา คนเขียนนิทานจึงไม่กล้าแต่งเรื่องโดยกล่าวหาว่าลาเป็นสัตว์ที่โง่เขลาอีกเลย

#นิทานนำบุญ

Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

นิทานแม่ลูก : ทีมคุณแม่ ทีมคุณลูก

ช่วงที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) แต่งนิทานก่อนนอนให้กับนิตยสารขวัญเรือน  พอใกล้วันแม่ของทุกปี  ผมก็มักจะแต่งนิทานเกี่ยวกับแม่ เพื่อให้สอดคล้องกับนิตยสารขวัญเรือนฉบับวันแม่   นิทานในปีแรก ๆ มักเป็นเรื่องที่ซาบซึ้ง  แต่พอแต่งไปหลาย ๆ ปี ผมจึงลองหาแง่มุมอื่น ๆ มาแต่งบ้าง  ซึ่งนิทานเรื่อง “ทีมคุณแม่ ทีมคุณลูก” ก็เป็นนิทานเกี่ยวกับแม่ลูกที่มีเนื้อหาต่างไปจากนิทานแม่ลูกเรื่องอื่น ๆ ที่แต่ง  แต่เนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไร  คงต้องให้ลองอ่านกันดูครับ อิอิ Continue reading “นิทานแม่ลูก : ทีมคุณแม่ ทีมคุณลูก”

Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานสัตว์, นิทานอบอุ่นหัวใจ, นิทานเด็ก, นิทานแฝงข้อคิด

หมูชีต้าร์ | นิทานเด็กแสนอบอุ่น สอนเรื่องความพยายามและการพัฒนาตนเอง

ความพยายามที่จะพัฒนาตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญมาก  ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร  แค่เรามีความตั้งใจที่จะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น แล้วลงมือทำ นั่นก็เป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดแล้ว”

ตอนที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) เป็นนักแต่งนิทาน วันหนึ่ง ผมนึกอยากแต่งนิทานเกี่ยวกับสัตว์ที่ตัวเองไม่เคยนำมาใช้เป็นตัวละคร   คิดไปคิดมา  ชื่อของเสือชีต้าร์ก็แว่บขึ้นมาในใจ  ตอนนั้น ผมยังไม่เคยแต่งนิทานเกี่ยวกับเสือชีต้าร์เลย   แต่ถ้าจะแต่งนิทานเกี่ยวกับเสือชีต้าร์  ผมควรจะหาตัวละครอีกสักตัวมาเป็นตัวละครในนิทานด้วย  เสือควรคู่กับตัวอะไร?  จู่ ๆ คำว่า “หมูชีต้าร์” ก็ขึ้นเกิดขึ้นโดยที่ยังไม่มีเนื้อเรื่องใด ๆ เลย  หมูเป็นสัตว์ตัวอ้วนอุ้ยอ้าย ส่วนเสือชีตาร์เป็นสัตว์ที่วิ่งเร็วว่องไว  ผมว่าชื่อนี้เท่ดี  ไม่เหมือนใคร  พอได้ชื่อนิทานว่า “หมูชีต้าร์” ผมจึงคิดเนื้อเรื่องต่อ จนได้เรื่องออกมา ดังนิทานต่อไปนี้  ลองไปอ่านกันดูนะครับ

Continue reading “หมูชีต้าร์ | นิทานเด็กแสนอบอุ่น สอนเรื่องความพยายามและการพัฒนาตนเอง”
Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

คลิปนิทาน : ฮันนูกับคุณปู่

ตอนที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) ไปเรียนวิชาการแสดงหุ่นที่ประเทศสวีเดน  ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง ชื่อฮันนู เป็นคนฟินแลนด์  (คือ ในโรงละครแห่งชาติที่ไปเรียน มีคนมาจากประเทศต่าง ๆ หลายประเทศ)  พอผมกลับมาเมืองไทย และกลายเป็นนักแต่งนิทาน วันหนึ่ง ผมจึงนำชื่อ “ฮันนู” ซึ่งผมว่าชื่อแปลกดีมาใช้เป็นชื่อตัวละคร (แต่คนฟินแลนด์ถือว่าชื่อนี้เป็นชื่อธรรมดามาก)  แล้วแต่งนิทานท้าทายตัวเอง โดยให้ทุกประโยคลงท้ายด้วยสระอู (ในปีที่แต่ง  นิทานที่ลงท้ายด้วยสระยังไม่มีนะครับ หรือถ้ามีก็คงน้อยมาก ๆ)  การแต่งนิทานสระ เพื่อพิมพ์ในนิตยสารรายปักษ์เป็นความเพี้ยนของผมมาก ๆ (เพราะมันใช้เวลามาก)  แต่พอนิทานได้พิมพ์  ก็มีเสียงตอบรับที่ดีจากผู้อ่าน  สิบปีผ่านไป  เมื่อเพื่อนของผม (ชื่อพี่เหน่ง Adison Maipradith) ชวนมาทำสื่อออนไลน์  ผมจึงนำนิทานเรื่องนี้มาปัดฝุ่นอีกครั้ง โดยได้รับความช่วยเหลือในการวาดภาพประกอบจากน้อง Virapong Promarach  และนำมาลงในยูทูบช่องนิทานนำบุญ   วันนี้ ผมขอนำคลิปมาลงในเว็บไซต์นี้ เผื่อใครไม่สะดวกเข้าไปดูในยูทูบ  หวังว่าจะเป็นคลิปนิทานอีกเรื่อง ที่ทำให้เด็กคุ้นเคยกับสระอูและเรียกรอยยิ้มของเด็ก ๆ ได้บ้าง Continue reading “คลิปนิทาน : ฮันนูกับคุณปู่”

Posted in นิทานก่อนนอน, นิทานสอนใจ, นิทานสุขภาพ, นิทานเด็ก

บทเรียนของเจ้าหญิง | นิทานสอนเด็กดูแลฟัน ที่อ่านสนุก ได้ข้อคิด

“บทเรียนของเจ้าหญิง” คือนิทานแฟนตาซีที่แต่งขึ้นอย่างชาญฉลาด เพื่อสอดแทรกบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพในช่องปาก โดยไม่ใช้วิธีสั่งสอนตรง ๆ

ในขณะที่เด็ก ๆ จะเพลิดเพลินกับเรื่องราวของเจ้าหญิงผู้รักขนมหวานและนางฟ้าน้ำทิพย์ ผู้ใหญ่อย่างเรา จะเห็นถึงเทคนิคการเล่าเรื่องที่แยบคาย ทั้งเรื่องการควบคุมพฤติกรรมการกินน้ำอัดลม การฝึกนิสัยแปรงฟัน และแม้แต่เรื่องการรักษาสัญญาและความรับผิดชอบในคำพูดของตนเอง

สิ่งเหล่านี้ถูกเล่าออกมาอย่างมีอารมณ์ขัน มีสีสัน และไม่สร้างความกลัว แต่กระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้จาก “ตัวละครในนิทาน” แทนที่จะเป็นคำสั่งของผู้ใหญ่

นิทานเรื่องนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการอ่านให้เด็กฟังก่อนนอน หรือใช้เป็นสื่อการสอนในห้องเรียนอนุบาลและประถมต้น เพื่อปลูกฝังแนวคิดเรื่อง “การดูแลตัวเองและการรักษาสัญญา” อย่างนุ่มนวลและได้ผลจริง

ครั้นเมื่อเจ้าหญิงถึงวัยต้องไปโรงเรียน  เพื่อน ๆ ในห้องก็พากันล้อเลียนเจ้าหญิงด้วยการตั้งสมญาให้พระองค์ เช่น เจ้าหญิงฟันดำ, เจ้าหญิงขี้ฟันหนา, เจ้าหญิงขี้ฟันมหาประลัย ฯลฯ  ซึ่งเจ้าหญิงทรงไม่ชอบสมญาที่เพื่อน ๆ ตั้งให้เอาเสียเลย  ด้วยเหตุนี้  พระองค์จึงไปขอร้องให้นางฟ้าประจำตัวหาหนทางช่วยเหลือ

เมื่อนางฟ้าได้ฟังคำขอร้องของเจ้าหญิง  นางฟ้าจึงเนรมิตน้ำทิพย์ขึ้นมาขวดหนึ่งซึ่งมีฤทธิ์ทำให้ฟันสะอาดสดใสได้อย่างวิเศษ  แต่แทนที่นางฟ้าจะมอบน้ำทิพย์ให้แก่เจ้าหญิงไปเปล่า ๆ  นางฟ้ากลับตั้งเงื่อนไขให้เจ้าหญิงปฏิบัติตามสามข้ออันได้แก่  ข้อแรก…เจ้าหญิงจะต้องกินขนมให้น้อยลง   ข้อสอง…เจ้าหญิงจะต้องแปรงฟันทุกครั้งหลังอาหาร  และข้อสาม…เจ้าหญิงห้ามใช้น้ำทิพย์มากกว่าหนึ่งครั้ง 

 เจ้าหญิงทรงให้สัญญาว่าจะทำตามเงื่อนไขของนางฟ้าแต่โดยดี  และเมื่อเจ้าหญิงทรงบ้วนปากด้วยน้ำทิพย์ที่แสนมหัศจรรย์   ฟันของพระองค์ซึ่งมีคราบสีดำคล้ำแถมมีขี้ฟันหนาเตอะก็กลับกลายเป็นฟันที่ขาวสะอาดสดใสและเปล่งประกายราวกับไข่มุก

เจ้าหญิงทรงมีความสุขมากเหลือเกินที่พระองค์มีฟันขาวสะอาดยิ่งกว่าเพื่อนคนใดในห้อง  เจ้าหญิงทรงยิ้มไม่หุบอยู่หลายวัน  จนกระทั่งวันหนึ่ง  พระองค์ก็รู้สึกอยากกินลูกกวาด, ขนมกรุบ-กรอบและน้ำอัดลมขึ้นมาอีก

แม้เจ้าหญิงจะทรงให้คำมั่นสัญญากับนางฟ้าเอาไว้แล้ว  แต่เมื่อเจ้าหญิงมองดูน้ำทิพย์ที่เหลืออยู่อีกตั้งครึ่งค่อนขวด  พระองค์ก็รู้สึกมั่นใจไร้ปัญหาและพร้อมที่จะกินขนมสะสมขี้ฟันอีกครั้ง 

ไม่นานนัก  เจ้าหญิงก็กลับมามีฟันสีดำคล้ำและมีขี้ฟันหนาเตอะดังเดิมอีก  นอกจากนี้  กลิ่นปากของเจ้าหญิงยังทำให้ผู้คนที่อยู่ใกล้ชิดอยากจะเป็นลมวันละหลาย ๆ หน   เจ้าหญิงทรงสะสมขี้ฟันอยู่นานหลายเดือน   จนเมื่อวันคล้ายวันเกิดของพระองค์มาถึง  เจ้าหญิงจึงคิดที่จะทำฟันให้สะอาดสดใสเพื่อเตรียมไว้ยิ้มต้อนรับเพื่อน ๆ ในงานเฉลิมฉลอง

แต่อนิจจา…สิ่งที่เจ้าหญิงหวังกลับไม่เป็นดังคาด  เพราะเมื่อเจ้าหญิงทรงใช้น้ำทิพย์บ้วนปากเป็นครั้งที่สอง  แทนที่ฟันของพระองค์จะสะอาดสดใสเปล่งประกายเหมือนคราวก่อน  การบ้วนปากครั้งนี้กลับทำให้ฟันทุกซี่ของเจ้าหญิงละลายหายไปในชั่วพริบตา!

เจ้าหญิงทรงตกใจมากต่อสิ่งที่เกิดขึ้น   ผลแห่งการไม่เชื่อข้อห้ามของนางฟ้าและการไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้ทำให้เจ้าหญิงองค์น้อยต้องสูญเสียฟันไปจนหมด  เจ้าหญิงฟันหลอทรงร้องไห้แง ๆ เพราะสำนึกในความผิด  แต่ในขณะเดียวกัน  พระองค์ก็ทรงละอายใจเกินกว่าที่จะไปขอร้องนางฟ้าให้มาช่วยเหลือพระองค์อีก

บทเรียนที่ได้รับในครั้งนี้ทำให้เจ้าหญิงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงนิสัยของพระองค์เสียใหม่  เจ้าหญิงทรงยอมฟันหลอและรอเวลาให้ฟันแท้ขึ้นมาแทนที่  หลังจากนั้น  เจ้าหญิงก็คอยดูแลฟันของพระองค์เป็นอย่างดีพร้อม ๆ กับเปิดใจฟังคำแนะนำของผู้ใหญ่เพื่อใช้ปรับปรุงตัวเองอยู่เสมอ ๆ

ในที่สุด  เจ้าหญิงองค์น้อยก็เติบโตขึ้นเป็นเจ้าหญิงที่มีรอยยิ้มพิมพ์ใจและเป็นที่รักของผู้คนทั้งหลาย  

ข้อคิดจากนิทานเรื่องนี้ :

  • การกินขนมหวานมากเกินไป และไม่แปรงฟัน จะทำให้ฟันผุและมีกลิ่นปาก
  • การรักษาคำพูดและสัญญาเป็นเรื่องสำคัญ
  • การไม่เชื่อฟังคำเตือนของผู้ใหญ่ อาจนำไปสู่ผลเสียที่เราคาดไม่ถึง
  • ถ้าเคยทำผิด ก็ยังมีโอกาสปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นได้เสมอ

#นิทานนำบุญ

Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

นิทานฝันดี : จุดจบของแม่มดน้อย

     

ตอนเด็ก ๆ มีนิทานต่างประเทศเรื่องหนึ่ง เป็นนิทานก่อนนอนที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) ประทับใจมาก นิทานเรื่องนั้น เป็นเรื่องของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เดินขึ้นภูเขาท่ามกลางความหนาวเหน็บของหิมะ โดยเธอค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าที่ใส่กันหนาว ให้คนที่เจอระหว่างทาง จนสุดท้าย เธอไม่เหลืออะไรติดตัวเลยแม้สักชิ้น และเสียชีวิตในที่สุด  (เศร้ามาก)  นิทานเรื่องนั้นเป็นนิทานโบราณที่ผมประทับใจมาก วันหนึ่ง ผมจึงอยากท้าทายตัวเอง ด้วยการแต่งนิทานเรื่องใหม่ เพื่อแสดงความเคารพต่อนิทานเรื่องนั้น  โดยนำโครงเรื่องบางส่วนมาใช้ (อย่างตั้งใจ)  แต่แต่งเนื้อเรื่องใหม่่ให้เกิดเป็นนิทานเรื่องใหม่  ซึ่งเป็นนิทานก่อนนอนเกี่ยวกับแม่มดที่ผมชอบมากที่สุด (ในบรรดานิทานแม่มดที่ผมแต่ง)  ผมหวังว่าเด็ก ๆ จะประทับใจนิทานเรื่องนี้นะครับ ลองอ่านกันดูครับ

Continue reading “นิทานฝันดี : จุดจบของแม่มดน้อย”
Posted in #นิทานสำหรับเด็ก, นิทานก่อนนอน, นิทานประทับใจ

ตุ๊กตาเพื่อนเก่า : นิทานก่อนนอนที่อบอุ่นหัวใจและสอนคุณค่าความผูกพัน

ในฐานะที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) เป็นนักแต่งนิทานที่ต้องคิดและเขียนนิทานปีละ 24 เรื่อง (สมัยที่เขียนให้นิตยสารขวัญเรือน)   ในแต่ละมี จะมีนิทานไม่มากนักที่ผมประทับใจเป็นพิเศษ  ซึ่งนิทานเรื่อง “ตุ๊กตาเพื่อนเก่า” คือ “หนึ่งในน้อย” ของนิทานที่ทำให้ผมรู้สึกแบบนั้น

นิทานก่อนนอนเรื่องตุ๊กตาเพื่อนเก่า เป็นนิทานที่คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกเล่าให้ลูกฟังนะครับ เพราะนิทานเรื่องนี้มีเนื้อหาที่อ่อนโยนมาก ซึ่งน่าจะช่วยทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับได้ง่ายขึ้น  แถมยังชี้ให้เด็ก ๆ เห็นคุณค่าของของเล่นชิ้นเก่า  ซึ่งเป็นการกล่อมเกลาให้เด็กใส่ใจกับคุณค่าทางใจมากกว่าคุณค่าของเงินตราหรือของชิ้นใหม่ ๆ   หวังว่าคุณพ่อคุณแม่และเด็ก ๆ คงมีความสุขกับนิทานเรื่องนี้นะครับ

อยู่มาวันหนึ่ง  คุณแม่สังเกตเห็นว่าตุ๊กตาตัวน้อยของลูกสาวดูเก่าและมอมแมมจนไม่น่าเก็บเอาไว้  หนำซ้ำ เพื่อน ๆ ของแจนก็มีตุ๊กตาตัวใหม่ที่น่ารักสดใสด้วยกันทั้งนั้น  เมื่อใกล้ถึงวันเกิดครบรอบอายุ 8 ขวบของแจน คุณแม่จึงพาแจนไปที่ร้านขายตุ๊กตา แล้วบอกลูกสาวด้วยความรักว่า  “วันเกิดปีนี้ ถ้าลูกอยากได้อะไรเป็นของขวัญ ก็บอกแม่ได้นะจ๊ะ”

แน่นอนว่าในวันนั้น…แจนพาโมโมไปที่ร้านขายตุ๊กตาด้วย  แจนมองดูตุ๊กตาและข้าวของต่าง ๆ ในตู้โชว์ด้วยความตื่นเต้น   ทุกสิ่งทุกอย่างในร้านขายตุ๊กตาช่างน่ารักจนทำให้หัวใจของเด็กน้อยเต้นโครมคราม  ในขณะเดียวกัน  หัวใจของตุ๊กตาตัวเก่าอย่างโมโมกลับห่อเหี่ยวเพราะรู้ตัวว่าอีกไม่นานมันคงต้องจากแจนไปชั่วนิรันดร์

หลายวันต่อมา  โมโมสังเกตเห็นว่าแจนมักเหม่อมองไปไกล ๆ เหมือนกำลังฝันถึงอะไรอยู่   “บางที…แจนอาจกำลังนึกถึงตุ๊กตาตัวไหนสักตัวที่จะมาเป็นเพื่อนใหม่แทนฉัน” โมโมคิด    แม้โมโมจะเศร้ามาก  แต่เพื่อความสุขของแจนโมโมก็ยอมเสียสละได้เสมอ

ครั้นเมื่อถึงวันเกิดของแจน  เด็กหญิงตัวน้อยตัดสินใจเขียนข้อความใส่กระดาษแผ่นเล็ก ๆ ว่าเธอต้องการอะไรจากร้านขายตุ๊กตาที่คุณแม่พาไปเมื่อวันก่อน

โมโมเบือนหน้าหนี   ไม่กล้ามองภาพตอนที่แจนยื่นกระดาษแผ่นน้อยให้คุณแม่  เพราะมันรู้สึกเจ็บปวดในหัวใจ  และมั่นใจว่าวันนี้…ตุ๊กตาเพื่อนเก่าอย่างมัน  คงถูกทิ้งให้กลายเป็นของเก่าที่ไร้ค่า

เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ  จนกระทั่งคุณแม่กลับมาถึงบ้านในตอนเย็น   คุณแม่ถือถุงใบใหญ่ที่มีกล่องของขวัญวันเกิดของแจนอยู่ในนั้น ส่วนคุณพ่อถือขนมเค้กกล่องโตเดินตามคุณแม่มาติด ๆ

หลังจากคุณพ่อนำขนมเค้กวางที่โต๊ะและจุดเทียนปักที่ขนมเค้กเป็นที่เรียบร้อย  คุณพ่อกับคุณแม่ก็ร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้ลูกสาวสุดที่รัก แล้วให้ลูกสาวคนดีเป่าเทียนฉลองวันเกิด  หลังจากนั้น   เวลาของการแกะห่อของขวัญก็มาถึง

ในขณะที่แจนกำลังแกะห่อของขวัญอย่างมีความสุข  โมโมกลับรู้สึกตาพร่าไปหมด  เหมือนมีหยดน้ำอุ่น ๆ เอ่อล้นอยู่ในดวงตา   และหลังจากแจนแกะห่อของขวัญเสร็จ   ของขวัญในกล่องก็ทำให้ตุ๊กตาที่แสนมอมแมมอย่างโมโม  เกือบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่!

ของขวัญวันเกิดของแจน ไม่ใช่ตุ๊กตาตัวใหม่อย่างที่โมโมคิด   แต่มันเป็น  อุปกรณ์ทำความสะอาดตุ๊กตา,  เสื้อผ้าตุ๊กตา  และบ้านสำหรับตุ๊กตา  ที่ของทั้งหมดจัดมาเพื่อ “ตุ๊กตาเพื่อนเก่า” อย่างโมโมทั้งนั้น

แจนดูของขวัญที่ได้รับจากคุณแม่ แล้วยิ้มอย่างมีความสุข จากนั้น แจนก็หันมาพูดกับโมโมว่า  “เพื่อนน่ะ…ยิ่งอยู่กันมานาน  ก็ยิ่งมีค่ามีความหมายนะ  ฉันจะดูแลเธอให้ดีที่สุด  โมโมเพื่อนรักของฉัน”

โมโมซาบซึ้งจนทำอะไรไม่ถูก  มันดีใจที่แจนเห็นคุณค่าความเป็นเพื่อนในตัวมัน   มันนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วพูดออกมาเบา ๆ ด้วยเสียงจากหัวใจว่า  “สุขสันต์วันเกิดนะ…หนูแจน………เพื่อนรักของฉัน”

ข้อคิดจากนิทานเรื่องนี้ :

  • ของเก่าอาจไม่มีราคา แต่มีคุณค่าทางใจที่ประเมินไม่ได้
  • ความผูกพันที่ยาวนานคือสิ่งล้ำค่าที่ควรดูแล
  • การเสียสละเพื่อคนที่เรารักคือความรักที่แท้จริง

#นิทานนำบุญ

หมายเหตุ :

หลังจากอ่านนิทานเรื่อง “ตุ๊กตาเพื่อนเก่า” แล้ว ถ้าใครอยากฟังนิทานเรื่องนี้ในฉบับภาษาอังกฤษที่เรียบเรียงให้ฟังได้ง่าย ลองฟังจากคลิปต่อไปนี้นะครับ และหากใครอยากเสริมความรู้ภาษาอังกฤษจากนิทานเรื่องนี้ พี่นำบุญได้ทำคอนเทนต์ “เรียนภาษาอังกฤษจากนิทาน ตุ๊กตาเพื่อนรัก” เอาไว้ให้อ่านกันด้วย (กดดูที่ภาพปกด้านล่าง) ถ้าชอบคอนเทนต์เสริมแนวนี้ ช่วยคอมเมนต์บอกกันด้วยนะครับ พี่นำบุญจะได้จัดทำเพิ่มให้อีก เผื่อจะได้ฝึกภาษาเพิ่มเติมกันครับ

ภาพปกบทความเรียนภาษาอังกฤษจากนิทานเรื่อง Old Toy, True Friend เด็กหญิง Jan ยืนชี้กระดานดำ พร้อมคำศัพท์อังกฤษพื้นฐาน
ภาพประกอบเนื้อหา “เรียนภาษาอังกฤษจากนิทานเรื่อง ตุ๊กตาเพื่อนเก่า (Old Toy, True Friend)” พร้อมคำศัพท์พื้นฐานจากเรื่อง
Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก, Uncategorized

นิทานก่อนนอน : เด็กน้อยกับแมลง

“เด็กน้อยกับแมลง” เป็นนิทานก่อนนอนแนวเดียวกับนิทานก่อนนอนเรื่องยาว ๆ อย่าง “กระต่ายแสงจันทร์”  “เจ้าหนูธนูวิเศษ” หรือ “ถุงเก็บแดด”   คือเป็นเรื่องที่ “ค่อนข้างใหญ่” และมีฉากสำคัญชวนจดจำก่อนจบเรื่อง  นิทานก่อนนอนเรื่องเด็กน้อยกับแมลงเป็นนิทานที่สนุกมากเรื่องหนึ่ง  ซึ่งนอกจากจะนำมาเล่าก่อนนอนแล้ว  คุณพ่อคุณแม่ รวมถึงคุณครู อาจนำนิทานเรื่องนี้ไปใช้เป็นสื่อเพื่อจุดประกายความสนใจของเด็ก ๆ เกี่ยวกับโลกของแมลง  ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์มากขึ้นครับ

Continue reading “นิทานก่อนนอน : เด็กน้อยกับแมลง”

Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก

นิทานตลก : พระราชาปุ๋งปุ๋ง

นิทานตลก ๆ ก่อนนอนเรื่องแรก ๆ ที่ผม (นำบุญ นามเป็นบุญ) หัดแต่ง น่าจะเป็นนิทานก่อนนอนเรื่อง “พระราชาปุ๋งปุ๋ง”  ซึ่งผมพยายามหาแง่มุมตลก ๆ ที่คิดว่าน่าจะเรียกรอยยิ้มจากเด็ก ๆ ได้ มาแต่งเป็นนิทาน  นิทานเรื่องนี้ อาจไม่ใช่นิทานตลก ๆ ก่อนนอนที่ตลกที่สุด  (ทั้งยังอาจมีแง่มุมที่ควรปรับปรุงให้เหมาะสมขึ้น) แต่ก็เป็นผลงานการแต่งนิทานตลก ๆ ก่อนนอนเรื่องแรก ๆ  ที่ผมตั้งใจทำเมื่อราว 20 ปีก่อน  หวังว่าจะทำให้เด็ก ๆ มีความสุขกับนิทานเรื่องนี้ได้บ้างนะครับ Continue reading “นิทานตลก : พระราชาปุ๋งปุ๋ง”