Posted in ครอบครัว, นิทาน, เด็ก, Uncategorized

นิทานจักร ๆ วงศ์ ๆ : เจ้าหญิงดอกบัว

ละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ที่ฉายทางช่อง 7 เป็นละครที่คนไทยติดกันงอมแงมมาตั้งแต่สมัยที่ผมยังเป็นเด็ก  ซึ่งแน่นอนว่า ผมก็เคยเป็นแฟนละครแนวจักร ๆ วงศ์ ๆ ด้วยเหมือนกัน  ไม่ว่าจะเป็นละครเรื่อง นางสิบสอง แก้วหน้าม้า สี่ยอดกุมาร อุทัยเทวี สิงหไกรภพ ฯลฯ  เมื่อผมได้มาเป็นนักแต่งนิทาน ความฝันหนึ่งที่ท้าทายและอยากทำให้ได้ในฐานะนักแต่งนิทานคนไทย คือการแต่งนิทานพื้นบ้านแนวละครจักร ๆ วงศ์ ๆ  ซึ่งเมื่อผมได้ทดลองแต่งนิทานแนวนี้ สิ่งที่พบก็คือ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะสร้างนิทานที่สนุกทัดเทียมกับนิทานที่มีอยู่ ดังนั้น ในฐานะนักเขียนนิทาน ผมต้องขอคาราวะนักแต่งนิทานพื้นบ้านในอดีตทุกท่านมา ณ ที่นี้ครับ                            

นิทานเรื่อง เจ้าหญิงดอกบัว

นานแสนนานมาแล้ว ณ นครธรรมจักร มีพระราชากับพระราชินีคู่หนึ่งทรงอภิเษกสมรสและช่วยกันดูแลบ้านเมืองโดยยึดหลักธรรมเป็นที่ตั้ง พระราชาทรงเป็นคนจิตใจดี ส่วนพระราชินีก็ทรงชอบทำบุญสุนทาน ไพร่ฟ้าประชาชนจึงอยู่ในนครธรรมจักรอย่างมีความสุขโดยถ้วนหน้า

อยู่มาวันหนึ่ง พระราชินีซึ่งตั้งครรภ์ครบ 9 เดือนได้คลอดลูกออกมาเป็นดอกบัวตูมดอกใหญ่ ทุกคนต่างประหลาดใจมาก เพราะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วดอกบัวดอกนั้นเป็นของขวัญที่สวรรค์มอบให้เพื่อปกป้องเจ้าหญิงองค์น้อยผู้มีบุญญาธิการ 

เมื่อโหรหลวงใจคดเห็นทุกคนตกใจ โหรหลวงซึ่งอยากให้ลูกสาวของตนได้ขึ้นเป็นพระราชินีแทนพระราชินีองค์ปัจจุบันจึงปั้นน้ำเป็นตัวแสร้งทำนายว่า การที่พระราชินีคลอดลูกเป็นดอกบัวเป็นเรื่องอัปมงคลต่อบ้านเมือง หนทางแก้ไขคือต้องนำพระราชินีไปประหารนอกเขตเมืองและต้องเผาดอกบัวตูมให้สิ้นซาก

   พระราชาทรงตกใจมาก แต่เมื่อโหรหลวงทำทีขึงขังแสดงละครว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย  พระราชาจึงจำต้องสั่งให้ทหารประจำพระองค์ดำเนินการตามคำแนะนำของโหรหลวง

เมื่อทหารประจำพระองค์พาพระราชินีที่กอดดอกบัวตูมไว้ในอ้อมอกออกไปนอกเมือง แทนที่ทหารจะปลิดชีวิตพระราชินี นายทหารผู้มั่นใจในคุณงามความดีของพระราชินีกลับหากระท่อมหลังเล็ก ๆ ในที่ลับตาคนให้พระราชินีพักอาศัย ทั้งยังช่วยปลูกดอกบัวไว้ในคลองที่ติดกับกระท่อมอีกด้วย

  หลังจากที่นายทหารปลูกดอกบัวเสร็จ ทั้งนายทหารและพระราชินีต่างก็ต้องประหลาดใจ เพราะจู่ ๆ ดอกบัวตูมก็ค่อย ๆ บานและภายในดอกบัวก็ปรากฏเป็นเจ้าหญิงองค์น้อยที่นอนหลับอยู่อย่างเปี่ยมสุข

แม้พระราชินีจะต้องออกมาอยู่นอกวัง แต่การได้เห็นหน้าพระธิดาก็ทำให้พระองค์ทรงมีกำลังใจกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว พระราชินีทรงตั้งใจจะทำงานต่าง ๆ เพื่อเลี้ยงดูพระธิดาให้ดีที่สุด ทั้งยังจะสอนให้พระธิดายึดมั่นในการทำความดีเช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงทำมาโดยตลอด

ในขณะที่พระราชินีและพระธิดาต้องไปใช้ชีวิตเป็นสามัญชน โหรหลวงก็ดำเนินการตามแผนด้วยการแกล้งทำนายว่า พระราชาควรอภิเษกสมรสใหม่กับสตรีที่มีคุณสมบัติเป็นมงคล ซึ่งเมื่อสืบเสาะดูแล้วก็คือลูกสาวของโหรหลวงใจคดนั่นเอง

หลังจากที่พระราชาได้อภิเษกสมรสกับลูกสาวโหรหลวง นางก็คอยเป่าหูให้พระราชาเลิกทำบุญทำทาน, ทิ้งช่วงการทำนุบำรุงวัดวาอาราม และให้เก็บเงินภาษีมากขึ้น ซึ่งผลจากการกระทำดังกล่าวทำให้ลูกสาวของโหรหลวงมีเงินไปซื้อเครื่องประดับมีค่าได้อย่างสบาย แต่ในขณะเดียวกัน ชาวบ้านชาวเมืองกลับต้องลำบากยากแค้นกันไปหมด

    ในช่วงเวลาที่ผู้คนเดือดร้อนขัดสน  พระราชินีซึ่งต้องไปอยู่ในกระท่อมนอกเมืองเกรงว่าจะไม่มีใครนำอาหารไปถวายแด่พระสงฆ์ พระราชินีจึงเก็บหัวเผือกหัวมันในป่าไปแลกข้าว แล้วหุงข้าวห่อด้วยใบบัวไปถวายพระ ทั้งยังแจกข้าวส่วนที่เหลือเป็นทานให้คนยากไร้ตามกำลังที่พระองค์มี 

เมื่อพระธิดาซึ่งเติบโตจนมีอายุราว 5 ปีเห็นพระมารดาตั้งใจทำบุญทำทาน เจ้าหญิงองค์น้อยจึงอาสาช่วยพระมารดาห่อข้าว ทั้งยังเก็บดอกบัวมาพับกลีบจนกลายเป็นดอกบัวที่ดูงดงามอย่างวิเศษเพื่อนำไปไหว้พระที่วัด

   ครั้นเมื่อชาวบ้านชาวเมืองเห็นสองแม่ลูกแปลกหน้านำข้าวห่อใบบัวและดอกบัวที่งามวิจิตรติดตาต้องใจมาที่วัด  ใครต่อใครจึงพากันโจษขาน จนข้าหลวงในวังส่งทหารมาเชิญตัวผู้พับดอกบัวให้ไปจัดดอกบัวในวังเพื่อเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิดของลูกสาวโหรหลวง

พระราชินีคิดว่าการให้เจ้าหญิงเข้าไปในวังคงไม่มีอันตราย เพราะไม่มีใครรู้จักเจ้าหญิง  พระองค์จึงยอมให้ทหารพาพระธิดาเข้าวังไปแต่โดยดี

อนิจจา! พระราชินีทรงลืมไปว่า โหรหลวงมีความสามารถในการจับยามสามตาซึ่งอาจทำให้รู้ได้ว่าแท้จริงแล้วเด็กหญิงผู้พับดอกบัวคือเลือดเนื้อเชื้อไขของพระราชา การอนุญาตให้เจ้าหญิงเข้าไปในวังจึงเหมือนการยื่นเนื้อเข้าปากเสือ

แล้วก็จริงดังคาด  เพราะในขณะที่เจ้าหญิงทรงนั่งพับกลีบบัวบูชาพระอยู่ที่ท้องพระโรง เสียงเล่าลือในฝีมืออันวิจิตร ทำให้พระราชา, ลูกสาวโหรหลวงและตัวโหรหลวงถึงกับต้องออกมาดูการพับกลีบดอกบัวให้เห็นกับตา  ครั้นเมื่อโหรหลวงเห็นหน้าของเด็กน้อย เขาก็รู้สึกผิดสังเกตจึงจับยามสามตาจนล่วงรู้ว่า เด็กหญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็คือพระธิดาผู้เกิดในดอกบัวนั่นเอง

โหรหลวงโกธรแค้นที่ทหารของพระราชาไม่จัดการพระราชินีและดอกบัวตูมตามคำสั่ง ทั้งยังกลัวพระราชาจะรู้ว่าตนโป้ปดมดเท็จ โหรหลวงจึงตะโกนว่า เด็กหญิงตัวน้อยเป็นผีสางผู้ชั่วร้าย จากนั้น โหรหลวงก็คว้าดาบจากทหารหมายจะปลิดชีวิตของเจ้าหญิง!

ทันใดนั้นเอง ดอกบัวทุกดอกที่อยู่ในท้องพระโรงก็คลี่กลีบบานออกแล้วเปลี่ยนสภาพกลายเป็นกงจักรลอยขึ้นจากพื้น พร้อมกับพุ่งเข้าใส่โหรหลวงราวกับห่าฝน  โหรหลวงร้องเสียงหลงเมื่อถูกบาดด้วยคมของกงจักรนับร้อยวง และก่อนที่ทุกคนในท้องพระโรงจะจับต้นชนปลายถูก  เทวดาใหญ่น้อยจากสรวงสวรรค์ก็เหาะเข้ามาในท้องพระโรง แล้วเปิดโปงแผนชั่วของโหรหลวงกับลูกสาวให้ทุกคนได้รับรู้

พระราชาทรงโกรธมากที่โหรหลวงบังอาจทำเรื่องต่ำช้า พระองค์จึงสั่งให้ทหารจับโหรหลวงและลูกสาวไปขังเพื่อรอการลงโทษ  จากนั้น พระราชาก็ตรงเข้ากอดพระธิดาด้วยความรักแล้วให้พระธิดาพาพระองค์ไปรับพระราชินีกลับมายังพระราชวังดังเดิม

เทวดาและไพร่ฟ้าประชาชนต่างดีใจมากที่พระราชา, พระราชินีและเจ้าหญิงดอกบัวผู้เป็นพระธิดาได้กลับมาอยู่ร่วมกันดังที่ควรจะเป็น

ในที่สุด คนชั่วก็ได้รับผลกรรม และเรื่องราวทั้งหมดก็จบลงอย่างมีความสุข

———————————————————————————————————————

Author:

I am a writer and storyteller in Thailand. I wrote 416 stories in 17 year. welcome to my lovely world.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.